Review : ROG Phone เกมมิ่งสมาร์ทโฟนดีไซน์ล้ำพร้อมความแรงแบบขั้นสุดสำหรับเกมเมอร์อย่างแท้จริง !!

เฮียแม็พ | 8 พ.ย. 2561 17:57:57 (อัพเดต 9 พ.ย. 2561 16:26:09)

1963

VIEWS เฮียแม็พ

Review : ROG Phone เกมมิ่งสมาร์ทโฟนดีไซน์ล้ำพร้อมความแรงแบบขั้นสุด
สำหรับเกมเมอร์อย่างแท้จริง
!!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับเกมมิ่งสมาร์ทโฟนที่กำลังมาแรงสุดๆในบ้านเราตอนนี้กับ ROG Phone นั่นเอง สำหรับ ROG Phone ก็เป็นเกมมิ่งสมาร์ทโฟนที่เปิดตัวมาตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาในงาน Computex 2018 หลังจากสร้างกระแสความฮือฮาของเกมมิ่งโฟนสเปคเทพไปในตอนนั้น ล่าสุดก็เตรียมมาวางจำหน่ายในบ้านเราอย่างเป็นทางการแล้ว ไหนๆเครื่องแรงแบบนี้ก็มาอยู่กับเราแล้ว ไม่รอช้าทำรีวิวให้อ่านกันซะเลยครับ เอ้า ! มาอ่านพร้อมๆกันเลยครับ :D

แค่กล่องก็โอ้โหแล้ว !

เริ่มต้นกันที่ตัวกล่องกันก่อนเลย ด้วยความที่เป็นเกมมิ่งสมาร์ทโฟนจะมาเป็นกล่องปกติดึงขึ้นเจอเครื่อง มีอุปกรณ์ในชั้นถัดๆไปไม่ได้แล้วล่ะ ฉะนั้นกล่องของ ROG Phone นี้ก็เลยไม่ธรรมดาเลยทีเดียวออกแบบมาในทรง 6 เหลี่ยมอย่างใหญ่ พร้อมโลโก้ดวงตาสีแดง ROG สุดอลังการ !

ตัวกล่องใช้การเปิดออกจากด้านข้างแบบนี้เพื่อพบกับสิ่งที่น่าสนใจภายใน ซึ่งเรียงกันอย่างกับฐานทัพลับอะไรสักอย่าง ล้ำมากๆ

โดยด้านในจะจัดวางไว้เป็นระเบียบเหมือนพวกชุดอุปกรณ์เกมมิ่งย่อมๆเลยทีเดียว ไล่มาจากกล่องที่ใส่พวกอุปกรณ์ชาร์จทั้งหลาย, ตัวเครื่องที่วางเด่นอยู่ตรงกลาง และพาร์ทเสริมพัดลม Fan Dongle แถมกันมาให้ครบเลยทีเดียว

มาไล่ดูเป็นอย่างๆกันต่อตัวชุดชาร์จรุ่นนี้จะรองรับ Quick Charge 4.0 (30W, 10V 3A)ตัวอแดปเตอร์ก็จะสลักโลโก้ ROG ไว้ด้วยสวยๆ ส่วนสายเป็นแบบถักและเป็น USB Type-C to Type-C อีกด้วยครับ

ตัวชุดพัดลมที่แถมมาก็จะมีขนาดที่ไม่ใหญ่จนเกินไปพร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C 2 ช่องที่สามารถเชื่อมต่อกับตัวเครื่อง ROG Phone ได้โดยตรงครับ

สรุปของในกล่องกันก่อนว่าจริงๆแล้วจะให้อุปกรณ์มาทั้งสิ้น 7 อย่างดังนี้ครับ

  • ตัวเครื่อง ROG Phone
  • สายชาร์จ USB Type-C to Type-C
  • อแดปเตอร์รองรับ QC 4.0
  • หูฟัง
  • พัดลม Fan Dongle
  • คู่มือการใช้งาน
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • เคส

จะเห็นว่าอุปกรณ์ที่บอกมานั้นเรียกว่าครบพร้อมใช้งานเลย ซึ่งในเวอร์ชั่นขายจริงจะมีหูฟังและเคสมาเพิ่มเติมด้วย (พอดีชุดที่เราได้มารีวิวยังไม่มีน่ะครับ เลยไม่ได้โชว์ให้เห็น ^^")

ดีไซน์ล้ำสุด เกมมิ่งมันต้องอย่างนี้ !

อุปกรณ์ในกล่องก็เช็คกันไปแล้ว มาดูตัวเครื่องกันเลยดีกว่า เริ่มจากด้านหลังนี้ก่อนเลยละกันเพราะไหนๆก็เห็นจากตอนแกะกล่องไปแล้ว สำหรับ ROG Phone มาพร้อมกับบอดี้ดีไซน์แหวกแนวใช้ได้ ให้ความรู้สึกถึงความไซไฟอย่างกับหลุดออกมาจากหนังท่องอวกาศยังไงยังงั้น

ตัววัสดุของฝาหลังใช้เป็นกระจกโค้งให้พอจับได้ถนัดมือ แต่การวางตำแหน่งต่างๆนี่ยังชวนให้รู้สึกของความล้ำอยู่จริงๆ เน้นการออกแบบเป็นแนวนอนอย่างเห็นได้ชัดในการจับถือตอนเล่น มีคำว่า Republic of Gamers และโลโก้ ROG ย้ำแบรนด์ไว้ชัดเจนแถมยังรองรับไฟ RGB ด้านในให้เรามาเลือกปรับสีตามใจช

ตัวเลนส์กล้องหลังอยู่ที่มุมซ้ายซึ่งดีไซน์มีความเหลี่ยมตัดขอบสวยๆ ตัวกล้องหลังจะเป็นกล้องคู่แบ่งเป็นเลนส์ปกติและเลนส์ Ultra Wide ตัวเดียวกับที่ใช้บน Zenfone 5 ครับ ถัดมาอีกนิดก็จะเจอกับไฟแฟลชและตัวเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ก็มีความดีไซน์โฉบเฉี่ยวไม่เหมือนรุ่นทั่วๆไปจริงๆครับ

ตรงแถบทองแดงที่มุมนี้ก็เป็นตัวระบายความร้อนแบบ 3D Vapor-Chamber ชุดระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่จะช่วยให้การทำงานหนักๆนั่นราบรื่นมากขึ้นนั่นเองครับ

หน้าจอใหญ่ ไร้ติ่งแสดงผลลื่นไหลมาก !

พลิกกลับมาดูที่ด้านหน้าตัวเครื่องกันบ้างพอมาด้านหน้าก็ยังแอบมีความโดนเด่นเหมือนกันด้วยตัวลำโพงคู่หน้าที่ใช้สีส้มสะท้อนตัดกับสีดำของกระจกหน้าจอได้เป็นอย่างดี ตัวหน้าจอของรุ่นนี้ให้ขนาดมาที่ 6 นิ้ว กับอัตราส่วนแบบ 18:9 ไร้ติ่ง มากวนใจเพราะมีแถบลำโพงมาประดับสวยๆแทนแล้ว

ชนิดหน้าจอก็สุดด้วย Amoled ความละเอียด FHD+ แสดงผลสวยงามเอามากๆ ดำเป็นดำ แดงเป็นแดง สดสะใจดีจริงๆ แถมเจ้า ROG Phone นี้ยังมาพร้อมกับหน้าจอ Refresh Rate สูงสุดถึง 90Hz เลยด้วย ทำให้ความสมูทในการเลื่อนหน้าจอ ปัดซ้าย ปัดขวานั้นจะดูไหลลื่นกว่าจอ 60Hz ของสมาร์ทโฟนทั่วไปอยู่พอสมควรเลยล่ะ

ตัวกล้องหน้าของรุ่นนี้แอบมาซ่อนอยู่ที่มุมบนขวามือนี้เล็กๆแต่ความละเอียดมาถึง 8 ล้านพิกเซลเลยนะ

บอดี้จับถือดี มีลูกเล่นซ่อนอยู่

ในส่วนของกรอบตัวเครื่องใช้วัสดุเป็นโลหะผิวด้านซึ่งจะช่วยให้การจับถือนั้นดีมากเมื่อจับใช้งานนานๆเพราะจะไม่หนืดมือเท่ากับแบบมัมวาว ซึ่งตรงกรอบตัวเครื่องนี้ก็มีพอร์ตและลูกเล่นซ่อนอยู่หลายอย่างเลยทีเดียว

เริ่มจากพอร์ตการเชื่อมต่อแบบทั่วๆไปจะอยู่ที่ด้านล่างตัวเครื่องแบ่งเป็นพอร์ต USB Type-C และช่องหูฟัง 3.5 มม. ครับ

ช่องใส่ซิมการ์ดอยู่ที่มุมซ้ายของตัวเครื่องนี่แหละ โดยตัวถาดซิมของรุ่นนี้จะเป็นแบบ 2 Slot รองรับ 4G ทั้ง 2 ซิมนะครับ แต่เอ๊ะเหมือนยังเห็นช่องอะไรสักอย่างอยู่ที่มุมซ้ายนี้ด้วย มองเผินๆเหมือนพวกพอร์ตการเชื่อมต่ออะไรสักอย่างเนอะ ใช่แล้วครับ เกมมิ่งสมาร์ทโฟนแบบนี้จะให้มีพอร์ตเชื่อมต่อแบบเบสิคๆไม่ได้แล้ว รุ่นนี้มีพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C พิเศษตรงมุมนี้อีก 2 พอร์ตเอาไว้ใช้เชื่อมต่อกับอุปกร์เสริมอย่างพัดลมที่แถมมาในกล่องนั่นล่ะครับ เดี๋ยวไว้อธิบายการใช้งานอีกทีเนาะ

ส่วนด้านขวาของตัวเครื่องเป็นตำแหน่งวางปุ่มกดต่างๆอย่างปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power เหมือนเคยครับ

แต่แค่นั้นไม่พอจริงๆสำหรับเกมมิ่งโฟนเครื่องนี้เพราะมีระบบ Air Triggers เข้ามาอยู่ที่มุมนี้ด้วย โดยจะมีทั้ง 2 ฝั่งซ้ายขวาเอาไว้ตั้งค่าแตะใช้งานเป็นเหมือนปุ่ม L R สำหรับการเล่นเกมได้อย่างดีทีเดียวล่ะครับ

เครื่องล้ำๆในน้ำหนักที่แน่นใช้ได้ !

โดยรวมในเรื่องของดีไซน์ของ ROG Phone นี่ต้องบอกเลยว่าล้ำมากจริงๆ ทั้งการดีไซน์ฝาหลังกระจกและตำแหน่งของโลโก้และไฟ RGB ที่ด้านหลังได้เป็นอย่างดี รอบๆตัวเครื่องที่มีลูกเล่นและพอร์ตการเชื่อมต่อเสริมเข้ามาได้อย่างครบครัน รวมไปถึงหน้าจอขนาดเต็มตาและลำโพงคู่ที่ด้านหน้าด้วย รวมๆทั้งหมดนี้มาพร้อมกับน้ำหนัก 200 กรัมเท่านั้นครับ ถือว่าหนักกำลังดี พอดีมือเลย :D

สเปค ROG Phone

  • หน้าจอ Amoled 6 นิ้ว ความละเอียด FHD+ อัตราส่วน 18:9 (90Hz)
  • ซีพียู Snapdragon 845 Octa-core 2.96GHz
  • จีพียู Adreno 630
  • แรม 8GB
  • ความจุ 512GB
  • แบตเตอรี่ 4000 mAh
  • รองรับระบบชาร์จไว Quick Charge 4.0
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลังคู่ 12 + 8 ล้านพิกเซล Normal + Wide
  • รองรับลำโพงคู่ Stereo Front Facing
  • รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง
  • รองรับไฟ RGB ที่โลโก้ด้านหลังเครื่อง
  • รัน Android 8.1 Oreo

ในส่วนของสเปคก็ต้องบอกเลยว่าท็อปสุดๆของตลาดแอนดรอยด์ตอนนี้แล้ว ทั้งหน่วยประมวลผลตัวแรง Snapdragon 845 ที่มีการ Overclock พิเศษขึ้นมาถึง 2.96GHz, แรม 8GB, ความจุ 512GB, แบตเตอรี่ 4000mAh, ระบบชาร์จ QC 4.0 ไปอีก เรียกว่าครบอัดแน่นมามากๆจริงๆครับ

เร็วแรงแค่ไหนไม่รู้ แต่(เคย)เป็นอันดับ 1 ของตารางล่ะบอกก่อน !

สมคำร่ำลือถึงความแรงจริงๆ เพราะ ROG phone รุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นรุ่นที่ทำคะแนนบนฐานข้อมูลของ AnTuTu Benchmark สูงที่สุดในเดือนกันยายนมาแล้ว ด้วยคะแนนเฉลี่ยกว่า 299,706 คะแนนแน่น !

เกมมิ่งแบบนี้ซอฟต์แวร์ก็ต้องปรับมาให้เข้ากันด้วย !

ซอฟต์แวร์ปรับแต่งมาให้เข้ากับการเล่นเกมสุดๆ ในเรื่องของซอฟต์แวร์ก็มีการปรับจูนมาให้ใช้งานเล่นเกมได้ดีขึ้นโดยจะฟีเจอร์ที่เร่งประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผลต่างๆให้เต็มสูบมากขึ้นที่เรียกว่า X Mode เราสามารถเข้าถึงได้โดยการบีบเครื่องในตำแหน่งของ Air Trigger จากนั้น Wallpaper และไอคอนต่างๆจะสว่างขึ้นมาให้ทราบว่านี่แหละ เรากำลังเข้าสู่ X Mode เรียบร้อย !

หรือถ้าอยากปรับแต่งอะไรให้มากกว่านั้นก็มี Game Center แอปที่รวมการปรับแต่งของตัวเครื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดการหน่วยประมวลผล, ระดับของพัดลม หรือการปรับแสงจาก Auro Light ก็ได้ด้วยครับ

และยังมีตัว Game Profile ที่ให้เราเลือกปรับการตั้งค่าเฉพาะเกมๆไปได้ด้วย อย่างบางเกมกราฟิกไม่หนักมาก ก็เลือกตัว CPU ให้ทำงานไม่ต้องหนักมากได้, อัตรา Refresh Rate ของหน้าจอก็ลดให้ไม่ถึง 90Hz ได้

ลองเกมกันเลยดีกว่า !!

อย่าให้เสียเวลาเลย มาเข้าสู่การเล่นเกมจริงๆกันเลยดีกว่า ด้วยสเปคที่แรงล้นเหลือขนาดนี้เอาจริงๆเจ้า ROG Phone นี้ก็พร้อมท้าชนทุกเกมแล้วแน่ๆ ซึ่งเกมหลักๆที่เราจะมาทดสอบกันวันนี้ก็หนีไม่พ้น ROV, PUBG, Asphalt 9 เกมประจำที่เล่นๆกันอยู่ แต่ต้องบอกเลยว่าประสบการณ์การเล่นนั้นต่างไปจากรุ่นอื่นๆที่เคยเล่นมาเลยล่ะครับ

ถึงแม้ว่าเกมเหล่านี้บนสมาร์ทโฟนเรือธงส่วนใหญ่ก็สามารถรันได้ลื่นๆอยู่แล้ว ด้วยพลังของหน่วยประมวลผลตัวแรง Snapdragon 845 เหมือนกันตอบสนองการเล่นเกมที่คุณภาพกราฟิกสูงสุดได้หมดทุกเกม แต่บน ROG Phone นั้นให้ประสบการณ์การเล่นที่แตกต่างออกไปชัดเจนครับ อย่าง Asphalt 9 นั้นก็รันได้ที่คุณภาพสูงสุด แต่ด้วยตัวหน้าจอที่รองรับ Refresh Rate สูงถึง 90Hz ทำให้ภาพในเกมนั้นดูลื่นไหลไปกว่าบนสมาร์ทโฟนทั่วไปอย่างเห็นได้ชัดเลย

เมื่อเราได้จอดีๆแบบนี้เกมที่รันได้ 60fps อยู่แล้วอย่าง ROV ก็ยิ่งดูสมูทขึ้นไปอีก แถมตัวหน้าจอยังใช้เป็นจอ Amoled ที่แสดงผลได้สวยงามรองรับเทคโนโลยี HDRVisuals, อัตราคอนทราสต์ที่สูงถึง 100,000:1 อีกต่างหาก

ส่วนเกมยิงอย่าง PUBG แน่นอนว่าสเปคนี้รันได้ที่คุณภาพสูงสุด HDR อยู่แล้ว ได้เฟรมเรตนิ่งๆที่ Ultra แบบไม่มีสะดุด ตัวหน้าจอแบบนี้ก็ช่วยส่งเสริมเวลาเล่นได้ดีมากๆ การหมุนแพนกล้องในมุมต่างๆไม่เจออาการกระตุกใดๆครับ ระบบเสียง Stereo ด้านหน้ามิติดีมากด้วยแอมป์ขยายเสียงอัจฉริยะ NXP 9874 เสียงปืนมามาจากทางไหนรู้หมดเลยครับ

แต่เท่านั้นยังไม่พอครับ บน ROG Phone มีตัว Air Triggers เข้ามาช่วยให้การเล่นเกมของคุณดูพิเศษขึ้นไปกว่าการแตะที่หน้าจอทั่วๆไปอีกเยอะ โดยตัว Air Triggers นี้จะมีด้วยกัน 2 ฝั่งให้เราสามารถตั้งค่าบนจอได้ว่าจะเอา L1 R1 ไปวางตรงไหน จากนั้นพอเรากดตรงขอบเครื่องจะซ้ายหรือขวาก็จะติดเป็นตำแหน่งนั้นๆได้นั่นเองครับ

อย่างเช่นผมตั้งค่าในเกม PUBG ไว้ว่าให้ปุ่ม R1 เป็นปุ่มยิง ส่วนปุ่ม L1 เป็นปุ่มซูม ทีนี้พอเราเล่น PUBG ก็มีทางเลือกในการกดยิงเพิ่มขึ้นนอกจากแตะบนหน้าจอแล้ว คล้ายกับเล่นบนพวกเกมพกพา (Handheld)ขึ้นมาเลยเจ๋งดี

ซึ่งในตอนแรกเราอาจจะไม่ค่อยชินในการกดน้ำหนักเพราะในค่าเริ่มต้นจะตั้งระดับแรงกดไว้ที่ระดับ 2-3 ทำให้ต้องใช้แรงกดมากหน่อย แต่ถ้าลองเลือกปรับมาสักระดับ 1 เลยก็แตะได้ง่ายขึ้นและช่วยให้ได้รูปแบบใหม่ในการเล่นเกมมากขึ้นครับ

เดี๋ยวจะคิดว่าใช้ได้เฉพาะแค่บน PUBG เนอะ เปล่าเลยครับฟีเจอร์ Air Triggers นี้ใช้ได้กับทุกเกมโดยเมื่อเข้าเกมให้เราปาดเรียกแถบ Navigation Bar ออกมาจากนั้นแตะที่ไอคอนรูปจอยได้เลย จากนั้นจะมีตัวเลือกของ Game Genie ให้เลือกเพิ่มเติมอย่างเป็นการปิดการแจ้งเตือนต่างๆขณะเล่นเกม, ล็อคค่าความสว่างของหน้าจอไว้ เป็นต้นครับ

ร้อนไหมแรงขนาดนี้ !?

เล่นเกมกันมาสักพักแบบนี้เชื่อว่าหลายคนคงมีคำถามในใจแน่ว่าตัวเครื่องนั้นร้อนมากไหม เวลาเล่นเกมหนักๆ จะส่งผลต่อความลื่นไหลในเกมด้วยไหมถ้าเกิดร้อนมากๆ คำตอบก็คือ "ร้อนครับ" อันนี้ต้องยอมรับเลยว่าเมื่อมีการเล่นเกมต่อเนื่องจริงๆจะพบกับความร้อนแบบสัมผัสได้เลย ถึงแม้ตัวเครื่องจะมีระบบระบายความร้อนแล้วชั้นหนึ่งก็ตาม ซึ่งเท่าที่ลองเล่นเกมต่อเนื่องประมาณ 30 นาที(เปิด X-Mode ด้วย) ความร้อนจะอยู่ที่ราวๆ 48 - 50 องศากันเลยทีเดียว

ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าไม่เปิดตัว X-Mode ที่ใช้เร่งประสิทธิภาพของ CPU ขึ้นไปความร้อนก็จะไม่สูงขนาดนี้ และแน่นอนว่าถึงไม่เปิดตัว X-Mode ก็สามารถเล่นเกมหนักๆได้หมดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่อยากได้ไฟ RGB ด้านหลังเท่ๆ เล่นเงียบๆคนเดียวก็ไม่ต้องเปิดก็ได้ครับ :P

กลัวร้อนเอาพัดลมแปะหลังเลยสิ !

แต่ถ้ายังอยากได้ฟีเจอร์เท่ๆแบบนี้แต่ก็กลัวร้อน ไม่เป็นไรครับ เอาตัว Fan Dongle หรือพัดลมที่แถมมาในกล่องเชื่อมต่อกับตัวเครื่องได้เลย ซึ่งตัวพัดลมนี้จะช่วยระบายความร้อนของตัวเครื่องได้อีกขั้นกับระบบ AeroActive Cooler พอเชื่อมต่อปุ๊บเราก็พอจะสัมผัสได้ถึงความเย็นเล็กๆจากด้านหลัง

แถมยังมีตัวไฟ RGB มาให้ด้วย เพราะตรงกลางเครื่องโดนตัวพักลมปิดไปซะหมดแล้ว ซึ่งในการตั้งค่าต่างๆของตัวไฟ RGB ก็จะมาปรากฏตรงนี้แทนด้านหลังเครื่องไปเลยด้วยครับ

สำหรับการตั้งค่าตัวพัดลมบนแอป Game Center มีจะให้เลือกระดับของพัดลมตามความเหมาะสม 3 ระดับคือ เบา กลาง และแรง หรือถ้าค่าเริ่มต้นก็เป็น Auto ไปนะจ๊ะตัวเครื่องจะจัดการให้เองเลย

ซึ่งเมื่อเชื่อมต่อกับตัวเครื่องแล้วพอร์ตการเชื่อมต่อก็ยังไม่เสียไปนะจ๊ะเพราะตัว Fan Dongle นี้มีพอร์ต USB Type-C และพอร์ตหูฟัง 3.5 มม.เข้ามาเพิ่มเติมด้วย ตรงนี้ทาง ASUS เขาคิดมาแล้วว่าถ้าเกิดต้องเชื่อมต่อสายเข้ากับอุปกรณ์อื่น (จะชาร์จแบต, ต่อออกจอหรือเสียบหูฟัง) ก็จะได้ไม่ไปแกะกะตำแหน่งการวางมือที่ด้านขวาตัวเครื่องด้วยเนอะ เจ๋งสุดๆ

ตัวขอบด้านบนก็เว้นไว้ให้ปุ่มกดอย่างดีไม่มีการซ้อนทับกันแต่อย่างใดครับ

และหลังจากเชื่อมต่อกับตัว Fan Dongle ที่มีระบบ AeroActive Cooler นี้แล้วในการเล่มเกมก็ทำได้ราบรื่นขึ้น การจับถือต่างๆไม่ได้ดูเป็นภาระเท่าไหร่ จับถือและเล่นใช้งานได้อย่างสะดวกเหมือนเคย

ในเรื่องความร้อนก็เบาลงเรียบร้อย ไม่พุ่งสูงจนจับถือได้ยากแล้ว เรียกว่ามีการคิดต่อยอดมาได้ดีทีเดียวสำหรับการระบายความร้อนของตัวเครื่องที่มักจะมาควบคู่กับความแรงอยู่แล้ว

โดยความร้อนเมื่อใส่ตัว Fan Dongle นี้เข้าไปก็จะอยู่ที่ราวๆ 32-37 องศาเท่านั้นเอง ความร้อนลดลงอย่างเห็นได้ชัด ถ้าจะเล่นเกมจริงๆพกเจ้าพัดลมจิ๋วนี้ติดไปด้วยจะโอเคมากครับ :D

แบตเตอรี่เป็นไง !?

เกมมิ่งโฟนแบบนี้เรื่องแบตเตอรี่ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าอยากเล่นเกมได้หลายๆแมทช์แต่แบตฯมาหมดไปก่อนก็คงแย่เนอะซึ่งรุ่นนี้ก็ให้แบตฯมาเยอะถึง 4000mAh เล่นเกมต่อเนื่องได้นานใช้ได้เลย แต่ถึงจะเยอะแค่ไหนเล่นจริงๆก็คงมีหมดล่ะเนอะ แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องการชาร์จว่าจะต้องชาร์จนานไหม เพราะ ROG Phone ตัวนี้รองรับระบบชาร์จไว QC 4.0 มาให้ด้วย รับรองว่าชาร์จไวแป๊บเดียวกลับมาเล่นต่อได้แล้วครับ :D

สรุป !

ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่จะมาเปลี่ยนภาพของสมาร์ทโฟนสำหรับเล่นเกมได้ดีทีเดียวกับ ROG Phone รุ่นนี้ ยกเอาสเปคสุดแรงที่พร้อมจะเล่นเกมกราฟิกสูงๆได้อีกยาว ลูกเล่นมากมายที่เอื้อต่อการเล่นเกมได้สนุกยิ่งขึ้นทั้งหน้าจอ 90Hz ที่ลื่นไหลดีมากๆ, ลำโพงคู่หน้าทรงพลังและมิติดีสุดๆ, ระบบ Air Triggers ที่เข้ามาตอบโจทย์คนที่ต้องการฟิลการเล่นเกมแบบเดียวกับเครื่องเล่นเกมพกพา, ระบบปรับแต่งสี RGB บนตัวเครื่องที่พร้อมจะเฉิดฉายให้กับเพื่อนๆได้ยลความวิบวับ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมอีกมากมายที่จะมาช่วยเพิ่มความอรรถรสของการเล่นเกมได้อีกขั้น บอกเลยว่าใครที่อยากได้เกมมิ่งโฟนที่สุดทั้งรูปลักษณ์ สเปค การใช้งาน รวมถึงอุปกรณ์เสริม เจ้าตัวนี้แหละทีเด็ดที่สุดแล้วครับ !

ราคาและโปรโมชั่น

ROG Phone จะวางจำหน่ายในรุ่น Ram 8 / Rom 128 GB ในราคา 29,990 บาท และ Ram 8 / Rom 512 GB ในราคา 34,990 บาท สาวกเกมเมอร์สที่สนใจเป็นเจ้าของเครื่องสามารถสั่งซื้อได้ดังนี้

- สำหรับสินค้ารุ่น Ram 8 / Rom 512 GB จะทำการจัดจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ Shopee เท่านั้นลูกค้าสามารถสั่งจองล่วงหน้าได้ระหว่างวันที่ 9 – 30 พฤศจิกายน 61  โดยสินค้าจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคม 61  พิเศษ!! สำหรับลูกค้า 60 ท่านแรกที่สั่งจองสินค้ารุ่น8/512 GB  รับฟรี ! Gamevice มูลค่า 3,290 บาท พร้อม Shopee Coins มูลค่า 500 บาท*

*ลูกค้าทุกท่านที่สั่งจองล่วงหน้า ROG Phone รุ่น 8 / 512 GB รับฟรี Shopee Coins มูลค่า 500 บาท

- สำหรับสินค้ารุ่น Ram 8 / Rom 128 GB  สินค้าจะทำการจัดจำหน่าย ณ ตัวแทนจำหน่าย 32 ร้าน**  รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่เว็บไซต์Lazada และ Shopee โดยลูกค้าสามารถสั่งจองล่วงหน้าได้ระหว่างวันที่ 9 – 22 พฤศจิกายน 61 (โปรโมชั่นสั่งจองขึ้นอยู่กับร้านค้า) และสินค้าจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 พฤศจิกายน 61 ทั้งนี้ ลูกค้าที่สนใจทดลองเล่นเครื่อง ROG Phone สามารถสัมผัสตัวจริง ณ ตัวแทนจำหน่ายทั้ง 32 ร้านได้ ตั้งแต่ วันที่ 26 พฤศจิกายน 61 เป็นต้นไป

**ตัวแทนจำหน่าย 32 ร้านค้า คลิก http://bit.ly/2SSdxul

ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2DsrJpi หรือ https://www.facebook.com/ASUSROG.TH/

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite