Hands On : Nokia 9 PureView แรกสัมผัสสมาร์ทโฟนกล้องหลัง 5 ตัวรุ่นแรก ทำไมต้องมีเยอะ มีเยอะแล้วช่วยอะไร !?

เฮียแม็พ | 3 ก.ค. 2562 00:09:03

8825

VIEWS เฮียแม็พ

Hands On : Nokia 9 PureView แรกสัมผัสสมาร์ทโฟนกล้องหลัง 5 ตัวรุ่นแรก
ทำไมต้องมีเยอะ มีเยอะแล้วช่วยอะไร
!?

สวัสดีเพื่อน TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความใหม่ ๆ กับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราพามาดูสมาร์ทโฟนกล้องหลัง 5 ตัวรุ่นแรกของโลกกับ Nokia 9 PureView นั่นเอง หลังจากที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการมาพักหนึ่ง ล่าสุดทาง HMD Global ก็ได้ฤกษ์ส่งเจ้ารุ่นนี้ลงตลาดในบ้านเราอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งหลังจากที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้ว เราก็ได้มีโอกาสได้ลองจับเครื่องจริง เลยอยากทำบทความแรกสัมผัสมาฝากกันสักนิดละกัน ว่ามันเจ๋งแค่ไหน มาเริ่มกันเลยเถอะ อย่าเสียเวลา !! :D

แรกสัมผัส Nokia 9 PureView

Nokia 9 PureView เป็นอีกรุ่นที่มีขนาดตัวเครื่องพอดิบพอดีมือดีมาก ด้วยทรงแบบมาตรฐานพร้อมหน้าจอยาว ๆ ตามสไตล์มือถือยุคนี้ ไร้ติ่งบนหน้าจอเพราะว่าตัวเครื่องยังมีการเว้นขอบหน้าจอบนล่างไว้อยู่ แต่ส่วนตัวคิดว่าจอแบบนี้ก็ดูเข้าที่เข้าทางดีเพราะไม่ต้องชิดจนบางเฉียบแต่เหลือบนล่างไว้ให้แบบสมดุลดูจะดีกว่าด้วยเนาะ

ขนาดหน้าจอของรุ่นนี้อาจจะดูเล็กไปหน่อยเมื่อเทียบกับหลาย ๆ รุ่นที่ปีนี้มักจะเปิดตัวมากับหน้าจอระดับ 6 นิ้ว ++ ไปแล้ว รุ่นนี้ได้หน้าจอ P-OLED ขนาด 5.99 นิ้วแต่ความละเอียดสูงถึง QHD+ แน่นอนว่าพออยู่บนไซซ์หน้าจอระดับนี้ความคมชัดนี่สุดจริง ๆ แถมตัวหน้าจอยังเป็นแบบจอแบน ไม่มีมุมโค้งที่หลายคนอาจจะไม่ชอบด้วย

ตัวขอบหน้าจออย่างที่บอกไปว่าเว้นไว้ได้กำลังดี ไม่ถึงกับสุดขอบไปนะ แต่ก็แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องขนาดนั้นก็ได้เว้นไว้แต่พอดีก็สวยแล้ว เหนือหน้าจอเราจะเห็นตัวเซ็นเซอร์วัดแสงจับระยะ, ลำโพงสนทนา, กล้องหน้าและโลโก้ Nokia ที่มาอยู่มุมขวาสุดนี้แทนตรงกลางครับ

ส่วนขอบจอด้านล่างก็ทำได้สมดุลกับด้านบนไม่ถึงกับเยอะจนเกินไป ตรงนี้ทำได้ดีเลย

ขอบตัวเครื่องก็มีการตัดมุมแบบ Diamond Cut เล็ก ๆ เพิ่มความหรูหราให้กับตัวเครื่องตัดกับความมันวาวได้เป็นอย่างดี ปุ่มกดก็วางอยู่ที่มุมขวาของตัวเครื่องทั้งหมด ในตำแหน่งที่แตะก็ได้ง่ายและไม่แข็งจนเกินไป

พอร์ตการเชื่อมต่อจะอยู่ที่ด้านล่างของตัวเครื่อง แน่นอนว่ายุ่งนี้แล้วการไม่ใส่ช่องหูฟัง 3.5 มม. มานั้นคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร รุ่นนี้ก็เลยเหลือเพียงพอร์ต USB Type-C, ไมโครโฟนสำหรับสนทนาและลำโพงหลักของตัวเครื่องอยู่ที่ด้านล่างเท่านั้น

ส่วนด้านบนก็เป็นช่องใส่ซิมกับไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวนเนาะ

พลิกกลับมาดูที่ด้านหลังของตัวเครื่อง Nokia 9 Purview จะมาพร้อมกับดีไซน์กระจกโค้งพร้อมความมันวาวของสี Midnight Blue ที่ดูหรูหราดีทีเดียว สีจะออกโทนมีการสะท้อนตามมุมเล่นกับแสงได้ด้วยสวยเลยล่ะ

และมาถึงไฮไลท์ที่ตัวกล้องหลังที่วางกันที่ด้านหลังแบบเพียบ ๆ เลย คือเรียกว่าเจอรูมหาศาลเลยที่ตรงนี้ ใครที่กลัวรูคงมีแอบ ๆ กลัวรุ่นนี้บ้างแหละ ตรงนี้ก็จะมีกล้อง 5 ตัวแบ่งเป็นกล้อง Monochrome (ขาว-ดำ) 3 ตัวและกล้อง RGB (สี) อีก 2 ตัว และยังมีไฟแฟลชกับกล้อง ToF อยู่ด้วย ไมโครโฟนตัวที่ 3 ก็บนสุดเลย รวมเข้ามาก็เป็น 8 รูเพียบ ๆ ที่ด้านหลังเลยล่ะ

ในเรื่องของดีไซน์โดยรวมก็ถือว่าออกแบบมาได้ดีทีเดียว ขนาดตัวเครื่องกำลังเหมาะมือถือใช้งานได้อย่างสะดวกตัวหน้าจอด้านหน้าทำได้ดีเว้นขอบจอได้สวย จอแบนไม่ขัดใจ แต่จะมาเจอก็ตรงการวางกล้องด้านหลังนี่แหละ เข้าใจว่าใส่มาเยอะเพื่อการใช้งานอะเนอะ แต่พอเจอรูเพียบ ๆ แบบนี้ใครที่กลัวรูจริง ๆ คงบายไปเลย :P อ๊ะลืมบอกไปว่าตัวกล้องทั้งหมดที่ด้านหลังนี้เป็นกล้องจาก Zeiss ทั้งหมดเลยนะน่ะ

สเปค Nokia 9 PureView

  • หน้าจอ P-OLED 5.99" QHD+ (18:9)
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 845 Octa-Core
  • แรม 6GB
  • ความจุ 128GB
  • แบตเตอรี่ 3320mAh
  • รองรับระบบชาร์จไว QC 3.0 (18W)
  • รองรับระบบชาร์จไร้สาย (10W)
  • กล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง Zeiss 5 ตัว
  • (กล้อง RGB ×2 12 ล้านพิกเซล, กล้อง monochrome × 3 12 ล้านพิกเซล)
  • กันน้ำกันฝุ่นตามาตรฐาน IP67
  • รัน Android 9.0 Pie (Android One)
  • วางจำหน่ายสีเดียว Midnight Blue

ในส่วนของสเปค Nokia 9 PureView ได้หน่วยประมวลผลตัวท็อปของปีที่แล้วอย่าง Snapdragon 845 มา ซึ่งประสิทธิภาพก็ยังถือว่าไปได้อีกไกลเลยทีเดียว มีความจุเดียวมาให้เลือกคือ 6GB + 128GB แบตเตอรี่ให้มาที่ 3320 mAh แต่จุดที่เด่นก็คงเป็นเรื่องกล้องนี่แหละที่จัดมาให้ 6 ตัวรวมหน้า-หลัง เยอะจริง ๆ !

รันระบบ Android One หายห่วงเรื่องอัปเดต !

ในเรื่องของระบบปฏิบัติการ Nokia ก็ได้ Android 9.0 Pie ตัวล่าสุดมาเลย แถมยังอยู่ในโครงการ Android One หายห่วงเรื่องอัปเดตไปได้เลย เพราะจะได้รับอัปเดตส่งตรงจากทาง Google เองต่ำ ๆ ก็ 2 ปีนั่นแหละครับ แถมตัวซอฟต์แวร์ยังไม่มีการปรับแต่งอะไรมาเพิ่มเยอะ ทำให้ทำงานได้อย่างลื่นไหลเอามาก ๆ อีก

หน้าจอรองรับการแสดงผล HDR10 ด้วย อีกหนึ่งสิ่งที่ Nokia 9 PureView นี้เด่นนอกจากกล้องก็คือหน้าจอที่รุ่นนี้ได้จอ P-OLED ที่แสดงผลได้แบบ HDR10 ด้วย ได้ความละเอียดมาถึง QHD+ แล้ว ยังดูหนังได้แจ่ม ๆ แบบนี้อีก ถือว่าไม่ธรรมดาเลยล่ะ

กล้องเลยละกัน 5 ตัวมันยัง !?

มาสู่เรื่องไฮไลท์ของรุ่นนี้เลยละกันกับกล้องหลังที่รุ่นนี้ถือว่าให้มาเพียบ ๆ ถึง 5 ตัว รูเพียบ ตรงนี้ทาง Nokia ร่วมกับทาง Zeiss พัฒนาตัวเลนส์ขึ้นมาเลยนะ ซึ่งกล้องทั้ง 5 ตัวนี้จะแบ่งเป็นกล้อง Monochrome 3 ตัว และกล้อง RGB อีก 2 ตัว ทั้งหมดความละเอียด 12 ล้านพิกเซลทั้งหมดครับ ตรงนี้ทาง Nokia บอกว่าการประมวลผลจากกล้องทั้ง 5 ตัวนั้นจะช่วยให้ภาพนั้นได้มิติมากขึ้นกว่าแบบทั่ว ๆ ไปมากเลยล่ะ เพราะการเก็บภาพจะเป็นแบบ HDR ทั้งหมด

ตัวกล้องที่เรียงกันจะแบ่งออกตามในภาพเลยคือ Monochrome เรียงกันแบบ 3 เหลี่ยม และมีกล้อง RGB อยู่ถัดลงมาอีก 2 ตัว ตัวกล้อง Monochrome 2 ตัวซ้าย-ขวาจะใช้ในการช่วยจับระยะโฟกัสของภาพด้วยคล้ายกับสายตาของคนประมาณนั้น

ด้วยความที่กล้องนั้นให้มาเยอะมาก การเก็บภาพในโหมด Auto ปกติก็สามารถเก็บได้แบบไฟล์ RAW + JPG ได้เลย แต่จะใช้เวลาในการประมวลผลหลังถ่ายอยู่ประมาณหนึ่ง แต่ตอนกดถ่ายก็จะไม่มีจังหวะดีเลย์ให้เราเห็นนะ เราสามารถกด ๆ ถ่ายไปได้อย่างต่อเนื่อง แต่เวลาดูก็อีกเรื่องเนาะ มันใช้เวลาประมวลผลประมาณหนึ่ง

กล้องเยอะมีโหมด Depth ให้เราเลือกเปิดได้เลยด้วย คือถ้าเราจะถ่ายภาพในโหมด Auto ทั่วไปแล้วค่อยมาเลือกจุดโฟกัสทีหลังก็ทำได้ เพราะตัวกล้องทั้งหลายนั้นจะคอยเก็บระยะของภาพหลาย ๆ ช่วงมารวมกันในการกดชัตเตอร์หนึ่งครั้ง ตรงนี้ดูเจ๋งดี แต่ยังไม่ได้ลองจริง ๆ จัง ๆ ว่าแล้วถ้าเกิดกดภาพมาแบบหลุดโฟกัสนี่จะช่วยให้ภาพมาโฟกัสได้ไหมนะ

โหมดขาว-ดำหรือ Monochrome ก็คงแจ่มไปเลยเพราะมีตัวกล้อง Monochrome มาจริง ๆ นอกจากจะช่วยเพิ่มมิติของภาพในการถ่ายปกติแล้ว ตรงนี้ก็แจ่มกว่ารุ่นอื่น ๆ ด้วยแน่นอน ก็ให้มาตั้ง 3 กล้องแล้วหนิ

กล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าก็ให้ความละเอียดมาเยอะถึง 20 ล้านพิกเซลพร้อมโหมดหน้าเนียนตามสไตล์ของมือถือยุคนี้มีครบ แถมตัววิดีโอยังให้คุณสมบัติมาแบบเดียวกับกล้องหลังด้วยคือ HDRVideo นั่นล่ะ

สรุปคร่าว ๆ หลังลองจับ

ก็ถือว่าเป็นมิติใหม่ของการถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟนด้วยกล้องที่มากมายขนาดนี้ เป็นแนวคิดที่ดีสำหรับเพื่อน ๆ ที่ชอบการถ่ายภาพแล้วมาแต่งเพิ่มที่หลังเพราะตัวลูกเล่นการปรับแต่งมีเยอะทีเดียว ทั้งการเลือกปรับจุดโฟกัส การปรับแต่งไฟล์ RAW (DNG) ได้เองผ่าน Lightroom งี้ ตรงนี้ทาง Nokia เขาร่วมกับทาง Adobe จริงจังใช่ย่อยเลย แต่ก็ยังมีจุดที่น่าเสียดายอยู่ทั้งในเรื่องช่วงหรือระยะของภาพถ่ายที่อุตส่าห์ให้กล้องมาเยอะขนาดนี้ น่าจะมีพวกกล้องซูมหรือ Ultra Wide มาให้สักตัว น่าจะครบกว่านี้เนาะ :D

ราคาและโปรโมชั่นพิเศษ !

ปิดท้ายก่อนจากไปกับราคาค่าตัวสำหรับ Nokia 9 PureView ก็เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยเราเรียบร้อยในราคาค่าตัว 18,900 บาท วางจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ที่ Shopee (Nokia Official Shop) มีโปรพิเศษเพียงใช้โค้ด EXNOKIA9 รับ Shopee Coin คืนมูลค่า 1,000 เหรียญ ไปด้วยครับ

บทความโดย : เฮียแม็พ. TechXcite