Review : Samsung Galaxy A70 สมาร์ทโฟนสเปคครบเครื่อง จอสวย แบตฯอึด พร้อมมุมมองที่กว้างกว่าที่เคย !!

เฮียแม็พ | 3 พ.ค. 2562 17:08:58 (อัพเดต 3 พ.ค. 2562 21:47:20)

3666

VIEWS เฮียแม็พ

Review : Samsung Galaxy A70 สมาร์ทโฟนสเปคครบเครื่อง จอสวย แบตฯอึด พร้อมมุมมองที่กว้างกว่าที่เคย !!

สวัสดีเพื่อน ๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวมือถือรุ่นใหม่ ๆ กับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดของ Samsung กับ Galaxy A70 นั่นเอง รุ่นนี้ก็โดดเด่นในเรื่องของการใช้งานด้านความบันเทิง แต่ที่เขาเน้นมาเลยจริง ๆ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการเล่นเกมเป็นหลัก เพราะ A70 นี้ได้ทั้งหน้าจอขนาดใหญ่สะใจ, สเปคที่พร้อมต่อการประมวลผล รวมถึงแบตเตอรี่ที่จุใจ ใช้งานกันได้อย่างครบ ๆ ว่าแต่แล้วถ้าเรื่องการใช้งานด้านอื่น ๆ ล่ะ ซอฟต์แวร์เป็นยังไงบ้าง ตัวเครื่องจับถนัดมือไหม หรือกล้องล่ะเป็นยังไง วันนี้เฮียขอมารีวิวแบบจัดเต็มให้อ่านกันทีเดียวเลยเนอะ เริ่มกันเลยไหมล่ะ !?

ราคาค่าตัว 15,990 บาท

ก่อนอื่นขอบอกราคาค่าตัวกันก่อนเลยละกัน สำหรับ Galaxy A70 นี้เปิดราคาค่าตัวมาที่ 15,990 บาท ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นกลางของ Samsung ที่ออกมาตอบโจทย์เพื่อน ๆ ที่อยากได้ความครบทั้งหน้าจอใหญ่, สเปค รวมไปถึงกล้องด้วย ซึ่งรุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นรุ่นกลางค่อนสูงตามสไตล์ Galaxy A Series ที่ทาง Samsung เคยประสบความสำเร็จอย่างมากเลยเฮียว่านะ


ให้อะไรมาในกล่องบ้าง !?

มาดูที่ตัวอุปกรณ์ที่ให้มากันบ้าง อุปกรณ์ที่เฮียได้มารอบนี้ก็ครบกล่องเลยล่ะนะ โดยอุปกรณ์ที่ให้มาครบพร้อมใช้กันเลย จับออกมาวางกองกันแล้วก็นับได้ที่ 7 อย่างดังนี้เลย

  • ตัวเครื่อง Galaxy A70
  • เคสซิลิโคนใส
  • คู่มือการใช้งาน
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • สาย USB Type-C to C
  • อแดปเตอร์ชาร์จ (25W)
  • หูฟัง (แบบ In-Ear)

สาย USB ของรุ่นนี้จะเป็นแบบ USB Type-C to C เลยคือทั้ง 2 ฝั่งเป็น Type-C นะครับ เพื่อการรองรับระบบชาร์จแบบใหม่ Super Fast Charge นั่นเอง ตรงนี้ก็ถือว่าเริ่มวางมาตรฐานแบบใหม่มาให้แล้ว แต่หลายคนอาจจะติดการใช้งานนิดหน่อย ถ้าจะซิงค์ข้อมูลผ่านคอมที่ไม่มีพอร์ต Type-C น่ะเนอะ

ส่วนอแดปเตอร์ก็อย่างที่เห็นครับ รองรับระบบ Super FastCharge แล้ว มีบอกที่ตัวเลย โดยความเร็วที่ได้สูงสุดจะอยู่ที่ 25W ถือว่าเป็นความเร็วที่สูงสุดที่ของสมาร์ทโฟน Samsung ตอนนี้เลย ส่วนตัวแอบชอบขนาดของอแดปเตอร์ตัวนี้นะ เพราะไม่ได้ใหญ่มากเลย พกติดตัวไปด้วยง่ายดี

เคสที่ให้มาในกล่องนั้นเป็นแบบซิลิโคนใส ก็ใช้ป้องกันตัวเครื่องได้ทันทีที่แกะกล่องออกมา โชว์สีตัวเครื่องด้านหลังได้ดีทีเดียว ตัวเคสไม่ขุ่นเท่าไหร่ พวกช่องหรือพอร์ตต่าง ๆ ก็เจาะรูไว้ได้พอดีทีเดียว ส่วนด้านหน้าตัวเครื่องถ้ากลัวเรื่องหน้าจอ ไม่ต้องห่วงครับเพราะทาง Samsung ก็มีติดฟิล์มกันรอยมาให้แล้วด้วยเช่นกัน

 

 

 

 

ดีไซน์เป็นไง ไซส์เหมาะมือไหม ?

มาเข้าสู่เรื่องดีไซน์กันเลย สำหรับ Galaxy A70 นั้นมาพร้อมกับดีไซน์หน้าจอแบบ Infinity U หรือหน้าจอเกือบสุดขอบที่มีติ่งทรง U เล็ก ๆ ที่ด้านบน ตัวหน้าจอให้ขนาดใหญ่สะใจมาที่ 6.7 นิ้ว แน่นอนว่าไซส์นี้คือใหญ่ที่สุดของ Samsung Galaxy ที่เคยทำออกมาแล้วล่ะ ในเรื่องการแสดงผลหน้าจอรุ่นนี้บอกเลยว่าสวยคมตามสไตล์ Samsung อยู่แล้ว เพราะมาพร้อมกับหน้าจอ Super Amoled ความละเอียด FHD+ สวยสด มุมมองกว้างใช้ได้เลย ยิ่งได้หน้าจอใหญ่ขนาดนี้ความสวยมันก็ยิ่งเตะตาเฮียเข้าไปใหญ่ ชอบมาก จอสวยจริง ๆ

แต่ถึงจะบอกว่าได้หน้าจอขนาดใหญ่ที่สุดของ Samsung มาเลย แต่ตัวเครื่องไม่ได้ใหญ่จนเกินถือเลย เพราะด้วยอัตราส่วนหน้าจอแบบใหม่ 20:9 จึงทำให้ตัวเครื่องนั้นขยายออกทางด้านบนแทน ความกว้างยังเท่าเดิม แถมขอบหน้าจอนั้นยังเล็กลงไปจากเดิมอีกนิด ทำให้การแสดงผลนั้นเต็มพื้นที่ด้านหน้า ในขณะที่ตัวเครื่องไม่ได้ใหญ่จนเกินเหตุ ถือใช้งานในมือยังคงจับได้ถนัดดีมาก ๆ ครับ

ที่เหนือหน้าจอนี้เห็นได้ชัดว่าขอบจอนั้นชิดสุด ๆ ตัวติ่ง U ด้านบนก็ไม่ได้กวนสายตาเท่าไหร่นักนะเฮียว่า ลำโพงสนทนาของรุ่นนี้มีขนาดเล็ก ๆ อยู่เหนือกล้องหน้านี่แหละครับ

ขอบด้านล่างหน้าจอหรือ Chin มีขนาดที่เล็กลงไปอีกนิด ถึงจะยังไม่สุดขอบเท่ากับด้านบนหน้าจอ แต่ก็ถือว่าทำออกมาได้ดีแล้ว ไม่แคบจนเกินไปและจับถือได้ลำบาก ถือว่าเป็นพื้นที่ให้พักนิ้วได้หน่อย โอเคนะเฮียว่า

กรอบตัวเครื่องของรุ่นนี้จะเป็นแบบพลาสติกผิวกลอสซี่มีความมัมวาวหน่อย ๆ ดูพรีเมี่ยมใช้ได้ด้วยการใช้โทนสีที่ตัดกับฝาหลังและหน้าจอได้เป็นอย่างดี เครื่องที่เฮียได้มาเป็นสีน้ำเงิน กรอบเลยเป็นสีน้ำเงินเข้มมาเลย

ปุ่มกดจะอยู่ที่ด้านขวามือของตัวเครื่องนะ มีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงเป็นแถบยาว ๆ ก่อน ละก็ปุ่ม Power ตัวปุ่มวางตำแหน่งดีครับ ถึงแม้เครื่องจะสูง ๆ แต่ไม่ต้องเอื้อมนิ้วไปกดหรือขยับมือเวลาจับถือเท่าไหร่

ด้านซ้ายเรียบ ๆ ไม่มีปุ่มกดอะไรแล้ว แต่มีช่องใส่ซิมการ์ดอยู่ตรงนี้ ซึ่งตัวถาดซิมของรุ่นนี้จะเป็นแบบ Triple Slot ให้เราใส่ได้ทั้ง nano-SIM และ micro-SD พร้อมกัน โดย micro-SD ก็รองรับสูงสุดที่ 512GB เลยล่ะ

พอร์ตการเชื่อมต่อจะอยู่ที่ด้านล่างตัวเครื่องมีช่องหูฟัง 3.5 มม., พอร์ต USB Type-C, ไมโครโฟนสนทนา และลำโพงหลักของตัวเครื่องครับ

ส่วนด้านบนก็เรียบ ๆ มีเพียงไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวนเท่านั้นครับ

มาดูที่ด้านหลังตัวเครื่องฝาหลังของรุ่นนี้ยังคงใช้วัสดุเป็น 3D Glassic คือพลาสติกที่มีการเคลือบผิวแบบพิเศษให้มีความมันวาวและสะท้อนแสงได้พอวิบวับ ซึ่งสีที่เฮียได้มารีวิวอย่างน้ำเงินนี้เป็นสีที่สะท้อนน้อยที่สุด (แป่ว) อาจจะไม่ค่อยเห็นความรุ้งของฝาหลังมาก แต่เอาเป็นว่ามันมีละกันลองสังเกตดี ๆ :P

ตัวฝาฟลังมีความโค้งเล็ก ๆ ให้เข้ากับรูปมือเราได้ดีทีเดียว ไม่เหลี่ยมจนเกินไป ทำให้ขนาดที่ใหญ่ของตัวเครื่องไม่ใช่อุปสรรคในการถือเท่าไหร่นัก

ตำแหน่งของกล้องหลังจะวางเรียงกันลงมาอยู่ที่มุมซ้ายบนกล้องจะอยู่ที่กรอบทั้งหมด ส่วนถัดลงมาจะเป็นไฟแฟลชแบบ LED ครับ และพอด้านหน้ามีระบบสแกนลายนิ้วมือแล้ว ด้านหลังเลยเรียบ ๆ สบายตาเพราะมีเพียงโลโก้ Samsung สกรีนไว้เท่านั้นครับ

สีที่มีวางจำหน่ายในบ้านเราสำหรับ Galaxy A70 ก็จะมีด้วยกัน สีคือ ดำ, ขาว และน้ำเงินครับ ทั้ง สีจะมีความรุ้ง ๆ สะท้อนเหมือนกันทั้งหมด (แต่น้ำเงินสะท้อนน้อยสุด :P)

รวม ๆ ในเรื่องดีไซน์ก็ถือว่าทำได้ตามมาตรฐาน Galxy A Series ครับ สวยดีทีเดียว ด้วยหน้าจอแบบ Infiniy U ที่เต็มพื้นที่ด้านหน้า จอรอบนี้ใหญ่ขึ้นอีก แต่ตัวเครื่องไม่ได้ใหญ่มากนัก ขนาดและน้ำหนักยังทำได้ดี บางเพียง 7.9 มม. หนักราว ๆ 183 กรัมเท่านั้นเอง

 

สเปคเทพของเกมเมอร์ !

อันนี้ตามสโลแกนของรุ่นนี้เลยครับ "สเปคเทพของเกมเมอร์" อย่างที่บอกไปแล้ว รุ่นนี้เน้นหนักไปที่สเปคเพราะทั้งในเรื่องการเล่นเกมแบบจุใจ รวมถึงหน้าจอที่ใหญ่เต็มตาด้วยแล้ว จะเจาะกลุ่มอื่นไม่ได้เลย ซึ่งสเปคคร่าว ๆ ของ Galaxy A70 ก็มีตามนี้ครับ

สเปค Samsung Galaxy A70

  • รัน Android 9.0 Pie ครอบด้วย OneUI
  • หน้าจอ Super Amoled 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+ อัตราส่วน 20:9
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 675 Octa-core
  • แรม 8GB
  • ความจุ 128GB
  • รองรับ micro-SD สูงสุด 512GB
  • แบตเตอรี่ 4500 mAh
  • รองรับระบบชาร์จไว Super Fast Charge (25W)
  • กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง ตัว 32 + 8 + 5 ล้านพิกเซล
  • รองรับ ซิมด้วยถาดซิมแบบ Triple Slot
  • รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ
  • รองรับระบบสแกนใบหน้า

ต้องบอกว่ามีการอัปเกรดขึ้นมาจากรุ่นก่อนพอควรเลย ทั้งหน้าจอที่เพิ่มขึ้นมาเป็น 6.7 นิ้ว หน่วยประมวลผลตัวใหม่ Snapdragon 675 แรมรุ่นที่ขายไทยก็มีรุ่นเดียวคือ 8GB (สูงสุด) ความจุ 128GB และทีเด็ดก็คือมาพร้อมกับแบตเตอรี่ก้อนใหญ่ถึง 4500 mAh และได้ระบบชาร์จไวสุด ๆ มาให้ด้วยครับ


 สเปคใหม่เป็นไงคะแนน ?

อย่างที่เฮียบอกว่าสเปคของ Galaxy A70 นั้นอัปเกรดขึ้นมาพอควรเลย หน่วยประมวลผลก็เป็นตัวใหม่คือ Snapdragon 675 เป็นรุ่นที่เพิ่มประสิทธิภาพขึ้นมาจากรุ่น 660 เดิมใช้ได้เลย ซึ่งคะแนนที่เราได้ทดสอบผ่านแอป AnTuTu Benchmark ก็ออกมาสูงถึง 168520 คะแนนเลยทีเดียว สูงกว่ารุ่นก่อนราว ๆ 20% ได้เลย


 

เล่นเกมล่ะ ถึงใจแค่ไหน !?

ไหน ๆ รุ่นนี้ก็พูดเด่นในเรื่องของการเล่นเกมเป็นหลักแล้ว ขอมาทดสอบการเล่นเกมกันสักหน่อยว่าถูกใจเฮียรึเปล่าน้อ ? ซึ่งแน่นอนว่าเกมที่เราทดสอบก็ยังคงเป็น 3 เกมฮิตที่ใช้ทดสอบอยู่ตลอด ๆ อย่าง PUBG Mobile, ROV และ Asphalt 9 ครับ

สำหรับ PUBG Mobile เกมฮิตที่ใคร ๆ ก็เล่น เราสามารถปรับคุณภาพกราฟิกได้สูงสุดที่ HDR เลย ส่วนในเรื่องเฟรมเรตค่าเริ่มต้นจะเป็น High ก่อน แต่สามารถปรับค่าได้ถึง Ultra เหมือนกัน ซึ่งเท่าที่ลองเล่นตามค่าเริ่มต้นก่อน High นี่ถือว่าเฟรมเรตนิ่ง ๆ มาเลย ภาพกราฟิกที่ระดับ HDR นี่ก็สวยคมเก็บรายละเอียดของพวกหญ้า ฉากตึกตอนโดดร่มลงมาได้อย่างดี โหลดไวด้วย

ความนิ่งของเฟรมเรตก็ช่วยให้เราเล่นได้อย่างลื่นไหลและไม่หงุดหงิดครับ จังหวะซูมเข้าซูมออกไม่กระตุกเล่นได้อย่างราบรื่น ส่วนถ้าปรับเฟรมเรตไปเป็นระดับ Ultra อันนี้ก็ยอมรับว่ามีเฟรมเรตตกบ้างนิดหน่อย แต่ไม่ได้แย่อะไรครับ ถ้าอยากลองก็ปรับเล่นได้อยู่เช่นกัน

ส่วน ROV อันนี้หายห่วงครับ ปรับคุณภาพกราฟิกได้สูงที่สุดได้หมด เปิดเฟรมเรตสูงได้ อันนี้เรื่องปกติอยู่แล้ว เฟรมเรตในเกมนั้นวิ่งนิ่ง ๆ เลยที่ 58 - 60fps ถือว่าสร้างมาตรฐานของการเล่นเกมได้ดีทีเดียว

แต่…! กับเกมประจำของเฮียอย่าง Asphalt 9 นั้น พอได้ลองเล่นจริง ๆ กลับเจอปัญหาเฟรมเรตตกแบบน่าตกใจซะงั้น ระดับกราฟิกค่าเริ่มต้นที่เลือกมาให้ก็เป็น Default เองนะ ภาพแสดงผลได้สวยงามดีทีเดียว แต่พอเล่นในเกมจริง ๆ เฟรมเรตไม่นิ่งเท่าไหร่ มีจังหวะที่หล่นมาจนเล่นไม่ได้เลยก็มี ตรงนี้ไม่แน่ใจว่าเป็นที่ตัวชิปเซ็ตนั้นยังใหม่เกินไปเลยยังปรับจูนกันไม่ลงตัวรึเปล่า

เพราะตอน Snapdragon 660 หรือ Snapdragon 710 ที่เคยลองมากลับพบว่าลื่นกว่านี้พอควรเลย (เฉพาะแค่ Asphalt 9 นะ) ตรงนี้คงต้องรอทางตัวแอปหรือ Samsung ออกอัปเดตให้ใหม่อีก ไม่งั้นถ้ายังกระตุกอยู่แบบนี้ทนเล่นไม่ไหวจริง ๆ ล่ะครับ

รวม ๆ แล้วในเรื่องการเล่นเกมก็ถือว่าทำได้ดีใน 2 เกมแรก คงมีการปรับแต่งให้เข้ากับตัวระบบได้เป็นอย่างดีแล้ว เรียกว่าประทับใจเลยล่ะ ลื่นไหลมาก ๆ แต่พอมาเจอ Asphalt 9 กลับเล่นได้ไม่ลื่นอย่างที่คิดไว้ซะงั้น ตรงนี้เชื่อว่าคงเป็นการปรับแต่งที่ยังไม่สมบูรณ์สักทีเดียว เพราะเตัวฮาร์ดแวร์เองคิดว่าไหวแน่ ๆ ล่ะครับ ยังไงคงต้องรออัปเดตกันต่อไปเนอะ น่าจะช่วยได้

 

ระบบปฏิบัติการล่าสุดพร้อม OneUI

ในเรื่องของระบบปฏิบัติการ Galaxy A70 ได้ Android 9.0 Pie เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดมาเลย พร้อมครอบทับมาด้วย OneUI ตัวใหม่ หน้าตา UI การทำงานเรียกว่าสวยสดมาเลย ไอคอนต่าง ๆ ออกแบบมาได้เรียบและแบ่งสีสันได้ชัดเจนดี

ถึงแม้หน้าจอจะยาวขึ้นมากว่าเดิม แต่ OneUI นั้นถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายแบ่งสัดส่วนของการเข้าถึงต่าง ๆ ไว้ที่ครึ่งด้านล่างของหน้าจอ ทำให้ใช้งานมือเดียวได้อยู่ ถึงแม้จะแค่ในแอปหลักอย่างเดียวก็เถอะ ตัว App Drawer ก็มีให้เลือกใช้งานแค่เลื่อนหน้าจอขึ้นมาก็จะเจอหน้ารวมแอปทั้งหมดไว้แล้ว

ด้วยหน้าจอแบบ Super Amoled เลยมีหน้า Always On Display มาให้ด้วย เราสามารถแตะ ครั้งตอนที่หน้าจอดับเพื่อดูเวลาหรือไอคอนการแจ้งเตือนต่าง ๆ ได้จากตรงนี้ หรือจะแตะ ครั้งเพื่อปลุกหน้าจอทำได้เช่นกันครับ


 สแกนนิ้วบนจอเร็วขึ้นแล้วนะ

อย่างที่บอกไปข้างบนว่ารุ่นนี้ให้ระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอมาด้วย แต่ตัวเซ็นเซอร์จะเป็นแบบ Optical แบบเดียวกับของ A50 ไม่ใช่แบบ Ultrasonic เหมือน S10 การใช้งานทำได้ง่ายดี เพราะตำแหน่งนั้นอยู่ที่ด้านหน้าตัวเครื่องชัดเจน ในเรื่องความเร็วเฮียว่าเร็วขึ้นกว่าตอน A50 อยู่นิดหน่อย แต่ก็จำเป็นต้องแตะค้างไว้อยู่ ไม่ใช่แบบปุ๊บปั๊บเท่าไหร่

ซึ่งถ้าไม่ถูกใจจริง ๆ เฮียว่าใช้ระบบสแกนใบหน้าแทนเอาเลยดีกว่า ใช้งานได้ง่ายและเร็วกว่าพอควรเลย แค่กดปุ่ม Power หรือเคาะหน้าจอ 2 ทีแล้วก็สแกนเข้าไปเลย ไม่ต้องมาเสียเวลาแช่นิ้วสแกนเนอะ

 

หน้าจอ Super Amoled นี่แจ่มจริง ๆ

มาดูในเรื่องความบันเทิงในการใช้งาน Galaxy A70 นั้นได้หน้าจอ Super Amoled ความละเอียด FHD+ แสดงผลได้อย่างสวยงามเต็มตามาก ๆ อย่างที่บอกไป ด้วยขนาดที่ใหญ่ถึง 6.7 นิ้วแบบนี้ เวลาเอามาดูหนังหรือวิดีโอบน YoyuTube นี่เฮียบอกเลยว่าฟินสุด ๆ

แถมอัตราส่วนหน้าจอแบบใหม่ 20:9 นั้นเวลาดูไฟล์วิดีโอแบบสัดส่วนโรงหนัง 21:9 ก็จะทำให้เหลือขอบดำน้อยลงไปอีก ตัวติ่งแบบ Infinity U นี้ก็ไม่ได้กวนใจเวลาใช้งานเท่าไหร่ เพราะด้วยจอที่ยาวมาก ๆ ตัวติ่งไม่ได้ส่งผลเท่าไหร่เลย คอนเทนต์ที่โชว์บนหน้าจอก็ถือว่าครบใช้ได้


 ลำโพงที่ด้านล่าง แอบเบาไปหน่อยอะ

ในเรื่องของระบบเสียง Galaxy A70 ให้ลำโพงที่ด้านล่างตัวเครื่องเพียงตัวเดียว ไม่ได้ใช้เป็นลำโพงคู่ร่วมกันกับลำโพงสนทนา เสียงที่ได้ออกมาเฮียแอบผิดหวังนิดหน่อย เพราะเสียงแอบเบาไป เวลาเล่นเกมหรือดูหนังนี่จำเป็นต้องเปิดเกือบสุดเลยถึงจะพอใจ แล้วถ้าเผลอเอามือไปปิดก็เบาไปเลยด้วยเช่นกัน

แต่คุณภาพเสียงนี่มีมิติกำลังดีนะครับ ไม่แย่เท่าไหร่ ติดแค่เรื่องความเบาที่เสียดายมาก ๆ ยิ่งเล่นเกมในที่เสียงดัง ๆ หน่อย แทบไม่ได้ยินอะไรเลย ขาดอรรถรสไปนิส ส่วนระบบเสียงผ่านหูฟัง ได้ Dolby Atmos มาช่วยก็เสริมในเรื่องของมิติเสียงได้ดีขึ้นกว่าปกติ แต่จุดที่ทำได้ดีคงหนีไม่พ้นเรื่องของช่องหูฟัง 3.5 มม. ที่ติดมาให้อยู่ ใช้งานกับหูฟังโปรดของเราได้เลยไม่ต้องหา Dongle

 

กล้องหลัง 3 ตัวถ่ายวิว ถ่ายคนครบนะจ๊ะ

กล้องของ Galaxy A70 นั้นก็ให้มาพร้อมถ่ายภาพหลาย ๆ สถานการณ์ดีทีเดียวเฮียว่า จะถ่ายวิว ถ่ายคนก็ครบด้วยฮาร์ดแวร์คุณภาพสูง กล้องหลังนั้นให้มา 3 ตัว แบ่งความสามารถกันตามนี้เลยครับ

  • กล้องวัดระยะ - ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล f/2.2 ใช้จับระยะในโหมด Live Focus
  • กล้องตัวหลัก - ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล f/1.7, Autofocus
  • กล้อง Ultra Wide (123 องศา) - ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/2.2, Fixedfocus

จะเห็นว่าการใช้งานเป็น 3 ตัวเหมือนกับตอน A50 แต่มีการเพิ่มกล้องหลักความละเอียดสูงขึ้นเป็น 32 ล้านพิกเซลกันเลยทีเดียว การทำงาน UI ก็ใช้งานได้ง่ายครับ แต่ที่ไอคอนต้นไม้ได้เลยจะสลับกล้องหลักไปกล้อง Ultra Wide หรือจะสลับไปโหมด Livefocus ก็เลื่อนโหมดเอานะ

มีลายน้ำให้เลือกเปิดนะเพื่อน ๆ

พักหลังเวลาเห็นภาพถ่ายจากกล้องมือถือเดี๋ยวนี้แทบไม่ต้องเดากันเท่าไหร่แล้ว เพราะจะมีลายน้ำติดมาให้ด้วยตลอด ซึ่งบน Galaxy A70 รอบนี้ก็มีตัวเลือกให้เราเลือกเปิด-ปิดลายน้ำมาด้วยแล้ว เราเข้าไปตั้งค่าได้ที่การตั้งค่าของกล้องและเลื่อนลงมาหน่อยจะเจอตัวเลือกให้เปิดลายน้ำอยู่นะ กดเปิดและใส่คำเพิ่มเติมก็ได้เช่นกัน


กล้องตัวหลัก f/1.7 สวยทุกสภาพแสง !

เริ่มกันที่กล้องหลักกันก่อน กล้องหลักของรุ่นนี้มีความละเอียดถึง 32 ล้านพิกเซลอย่างที่เฮียบอก อัปเกรดขึ้นมาอีก พร้อมรูรับแสงกว้างถึง f/1.7 แน่นอนว่าสเปคแบบนี้ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีใช้ได้เลย มีโหมด Auto HDR มาให้อยู่แล้ว จะถ่ายย้อนแสงหน่อยๆก็เก็บรายละเอียดได้ดีครับ นอกจากนี้ยังมี Scene Optimizer มีร่วมปรับภาพให้สวยงามเพิ่มเติมด้วย

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลักโหมด Auto เฮียว่ารอบนี้ Samsung ทำได้ดีทีเดียว เน้นความง่ายในการกดถ่ายไว้ก่อน เราก็กดด้วย Auto อย่างเดียวเลยละกัน ตัวกล้องทำงานได้ดีทีเดียว ด้วยค่ารูรับแสงที่กว้างทำให้ภาพถ่ายในที่แสงน้อยนั้นออกมาดูดีเลย แถมมีความง่ายของ Auto ที่เล็งๆแล้วกดถ่ายออกมาก็สวยแบบไม่ต้องพยายามเยอะครับ


 กล้อง Ultra-Wide เก็บมุมกว้างที่สุดในตอนนี้ !

ต่อกันที่กล้อง Ultra Wide ที่เป็นจุดเด่นของ Galaxy A Series ในปีนี้ รุ่นนี้ก็ให้ Ultra Wideกว้างสุด ๆ ถึง 123 องศา เรียกว่ากว้างที่สุดในตอนนี้แล้วก็ว่าได้ เก็บภาพวิวหรือที่ที่มีจำกัดได้เป็นอย่างดีทีเดียว หรือจะเอามาถ่ายคนก็ได้มุมที่ว้างยืดขาเพิ่มความสูงต่าง ๆ ได้อีก

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง Ultra-Wide จะเห็นว่าภาพมุมกว้างที่ได้มานั้น เปลี่ยนภาพแบบเดิมๆที่เราคุ้นเคยไปได้เยอะดีทีเดียว ช่วยให้เราได้สร้างสรรค์ภาพแนวใหม่ๆออกมาได้ รวมไปถึงการเก็บภาพในที่แคบได้ดีจริงๆด้วยมุมที่มากถึง 123 องศานี้ ภาพวิวนี่ยอดเยี่ยมสุด ๆ ไปเลยล่ะเฮียชอบ


 กล้องวัดระยะที่ว่ามาใช้ตรงนี้นะ

สำหรับกล้อง Depth หรือกล้องวัดระยะที่อยู่บนสุดนั้นก็จะนำมาใช้งานควบคู่กับกล้องหลักในการถ่ายภาพหน้าชัด - หลังเบลอหรือ Live Focus นั่นเอง ในการถ่ายโหมดนี้จะใช้กล้องหลักคู่ไปด้วยอย่างที่บอก ทำให้คุณภาพที่ได้จะได้จากตัว f/1.7 เก็บแสงได้ดี ระยะก็จะกว้างเล็งง่ายแบบเดียวกับ Auto ทั่วไปครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Live Focus รวม ๆ ถือว่าทำได้ดี การละลายฉากหลังนั้นทำออกมาได้เนียนตาใช้ได้ เราสามารถมาปรับระดับความเบลอของฉากหลังได้อีกทีเมื่อถ่ายเสร็จ หรือถ้าถ่ายฉากหลังที่เป็นดวงไฟก็จะมีเอฟเฟกต์ Bokeh มาให้เลือกปรับด้วย สนุกดี


 กล้องหน้าเท่ากล้องหลังอีกแล้ว !

Galaxy A Series รอบนี้ได้กล้องหน้าเท่ากล้องหลังตลอด ๆ ซึ่งรุ่นนี้ก็ให้กล้องหลังมามากถึง 32 ล้านพิกเซล กล้องหน้าเลยจัดเต็มไม่แพ้กันครับ มีโหมดหน้าเนียนและ Smart Beauty และ Palm Sefie แบมือเพื่อลั่นชัตเตอร์มาให้ด้วย

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ Galaxy A70

 

 

แบตเตอรี่จุใจเล่นไปเลยทั้งวัน

ปิดท้ายกันที่เรื่องของแบตเตอรี่ที่คอเกมต้องการ เพราะถ้ามือถือเน้นเล่นเกมแบบนี้แบตอยู่ได้แป๊บเดียวก็คงไม่ไหวเนอะ ซึ่ง Galaxy A70 นั้นให้แบตฯมามากถึง 4500 mAh เลย ใช้งานได้อย่างจุใจตลอดทั้งวัน เท่าที่ทดสอบมาจะเล่นเกมติดต่อกันหลาย ๆ แมทช์ก็เอาอยู่ ไม่ต้องกังวลว่าแบตฯจะหมดไปไว แถมที่เฮียชอบจริง ๆ ก็คือแบตฯเยอะขนาดนี้แต่ตัวเครื่องไม่ได้ใหญ่หรือหนาจนเกินไป สุดจริง ๆ เรื่องแบตฯเนี่ย


 ระบบชาร์จใหม่ Super Fast Charge นะจ๊ะ

เห็นแบตฯเยอะ ๆ แบบนี้ถ้าต้องชาร์จนาน ๆ นี่คงแย่ ทาง Samsung มีทางเลือกระบบชาร์จใหม่มาให้ด้วยคือ Super Fast Charge ที่รองรับความเร็ว 25W เลย ชาร์จได้ไวกว่าเดิม แถมตัวอแดปเตอร์ก็ไม่ใหญ่จนเกินไปด้วย พกง่ายดีแบบนี้

 


 

สรุปให้ Galaxy A70  เหมาะกับใคร !?

สำหรับ Galaxy A70 ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่ครบครันและน่าสนใจใช้ได้เลยทีเดียว ถ้าถามว่ารุ่นนี้เหมาะกับใคร เฮียว่าไม่ต้องอธิบายเยอะ เพราะรุ่นนี้จัดกลุ่มอยู่ในสายเกมเมอร์อยู่แล้ว ด้วยจุดเด่นในเรื่องของหน้าจอขนาดใหญ่ สเปคที่ค่อนข้างครบและยังมีแบตเตอรี่ที่จุใจใช้งานได้ยาวนานอีก เท่าที่ลองใช้งานมาจริง ๆ ก็ถือว่าตอบโจทย์ดีในเรื่องความบันเทิงด้วยหน้าจอที่ขอชมอีกสักครั้ง สวยสดถูกใจเฮียดีจริง ๆ แต่ในบางจุดที่ยังไม่ค่อยถูกใจก็มี เช่นเรื่องของลำโพงที่ยังไม่สุดเท่าไหร่ เสียงเบาไปนิด กับเรื่องของหน่วยประมวลผลที่อาจจะยังไม่รองรับเกมทุกเกมซะทีเดียว แต่เชื่อว่าตรงนี้คงมีอัปเดตออกมาแก้ไขกันในอนาคตอีกที แบตเตอรี่ที่อึดแบบถูกใจ ใช้ไปเถอะ เล่นเข้าไป อยู่ได้ตลอดวันสบาย ๆ แถมยังมีระบบชาร์จไวใหม่เข้ามาเป็นตัวเลือกอีกด้วยแจ่มสุด ๆ

แต่ถ้าไม่ใช่สายเกมล่ะ ? รุ่นนี้น่าเล่นไหม ตรงนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาครับ เพราะ Galaxy A70 นี้ออกแบบมาสำหรับคนชอบใช้งานความบันเทิงด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ ไลฟ์สไตล์คนที่ชอบการเล่นโซเชี่ยล ดูหนัง หรือถ่ายรูปรุ่นนี้ก็ตอบโจทย์เช่นกัน กล้องที่อาจจะไม่ใช่จุดที่ทาง Samsung ชูมากที่สุดบนรุ่นนี้ แต่เอาเข้าจริงใช้งานได้ดีเลยล่ะ ด้วยกล้องมุมกว้าง Ultra Wide แบบ 123 องศา กว้างเก็บหมด หรือจะกล้องหน้า 32 ล้านพิกเซลนี่ก็ถ่ายได้สวยถูกใจอย่างแน่นอนครับ

จุดเด่น

  • หน้าจอ Super Amoled ขนาดใหญ่เต็มตา เต็มอารมณ์
  • แบตเตอรี่ 4500 mAh จุใจ
  • มีระบบชาร์จไวใหม่ Super Fast Charge
  • กล้องหลังคุณภาพเยี่ยม
  • กล้องหน้าคุณภาพยอด
  • สเปคตอบโจทย์การใช้งาน

จุดสังเกต

  • ระบบสแกนลายนิ้วมือทำงานช้าไปนิด
  • ลำโพงหลักของตัวเครื่องเสียงเบาไปหน่อย

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite