Review: Asus ZenBook Pro 15 UX580 โน้ตบุ๊คทำงานกราฟฟิกพลัง Core i9 + GTX 1050Ti ทัชแพดเป็นจอได้

MheeYokLoh | 11 ก.ย 2561 21:22:16

7190

VIEWS MheeYokLoh

Review: Asus ZenBook Pro 15 UX580 โน้ตบุ๊คทำงานพลังแรง
Core-i9 + GTX 1050Ti ทัชแพดเป็นจอได้

สวัสดีครับ พบกับการ รีวิว โน้ตบุ๊คระดับโปรสำหรับคนทำงาน Asus ZenBook Pro 15 UX580 ที่โดดเด่นทั้งทางด้านดีไซน์การออกแบบ สเปคแรงขั้นสุดกับ CPU Core-i9 หน้าจอ 4K สีสันแม่นยำระดับท็อป และอีกหนึ่งจุดเด่นคือหน้าจอที่สองบนทัชแพดที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย และเป็นรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมกับทัชแพดแบบนี้

เพราะหากเป็นสมัยก่อนการจะหาคอมพิวเตอร์ดีๆ สำหรับการทำกราฟฟิกระดับสูงนี่ลืมโน้ตบุ๊คไปได้เลยครับ ต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์สเปคแรงแบบตั้งโต๊ะเท่านั้น มาสมัยนี้เทคโนโลยีดีขึ้น และมีขนาดเล็กลง ทำให้คอมพิวเตอร์พกพาอย่างโน้ตบุ๊คสามารถทำงานได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น

ถ้าพร้อมแล้ว ลองไปชมรีวิวโน้ตบุ๊คตัวนี้พร้อมกับพี่หมีเลยครับ :)

สเปค Asus ZenBook Pro 15 UX580

- Windows 10 Home
- CPU Intel Core i9-8950HK (2.9GHz hexa-core with 12MB cache)
- GPU NVIDIA GeForce GTX 1050Ti 4GB GDDR5 VRAM
- หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว LED-backlit 4K UHD (ความละเอียด 3840 x 2160) 16:9 รองรับ touchscreen, color calibration: Delta E < 2, 100% Adobe RGB color gamut
- ขอบจอบาง 7.3 มม. สัดส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่อง 83%
- ASUS Eye Care technology for up to 30% blue-light reduction
- การันตีความตรงของสีสันจาก PANTONE validated
- RAM 16GB DDR4 onboard
- หน่วยความจำภายใน 512GB PCIe SSD
- พอร์ตเชื่อมต่อ Type-C™ USB 3.1 Gen 2 (Thunderbolt™ 3) x2, Type-A USB 3.1 Gen 2 x2, HDMI x1, ช่องหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต microSD Card x1
- คีย์บอร์ด full-sized
- มีเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือ
- หน้าจอ ScreenPad ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD Super IPS+ ใช้กระจกกันรอยขีดข่วน และกันเปื้อน รองรับ gestures สูงสุด 4 นิ้ว
- ระบบเสียง ASUS SonicMaster ลำโพงคู่ปรับแต่งโดย Harman Kardon
- กล้อง VGA webcam
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi Dual-band 802.11ac gigabit-class Wi-Fi, Bluetooth 5.0
- แบตเตอรี่ 8-cell lithium-polymer
- ตัวเครื่องน้ำหนัก 1.8 กก. บาง 1.89 ซม.

ดีไซน์การออกแบบ

วัสดุงานประกอบจัดว่าดีมากครับ แน่นหนาแข็งแรงผลิตจาก Aluminum unibody ทั้งตัว ที่ตัวเครื่องมีเส้นสายที่ดูหรูหรามีระดับด้วยการตัดเส้นรอบเครื่องแบบ Diamond Cut สีทอง Rose Gold ตัดกับสีเครื่องสีน้ำเงิน Deep Dive Blue ดูเข้มขรึม ทรงพลัง แต่มีเสน่ห์ลงตัว 

บริเวณฝาถูกออกแบบให้เป็น texture วงกลมขยายออกจากโลโก้ Asus ที่ตรงกลางตามสไตล์ของโน้ตบุ๊ค Asus ครับ ดูเรียบหรูเงางาม แต่อาจต้องเช็ดบ่อยสักหน่อย เพราะเป็นรอยนิ้วมือค่อนข้างง่าย 

หน้าจอสามารถเปิดออกสุดได้ตามในภาพครับ ไม่สามารถกางจนแบนราบได้

ใต้ตัวเครื่องมีฐานยางรอง 4 จุด ช่วยให้การระบายความร้อนใต้เครื่องดีขึ้น ด้านข้างซ้ายขวามีลำโพง stereo ให้เสียงที่ดีมากทีเดียว

เมื่อวางเครื่องบนโต๊ะ ตัวเครื่องจะไม่ติดเรียบบนโต๊ะ ช่วยระบายความร้อน และไม่บังเสียงลำโพง

ระบบระบายความร้อนถูกซ่อนไว้ระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่อง โดยใช้พัดลมคู่ภายในร่วมกับท่อระบายความร้อน 3 ตัว ช่วยลดอุณภูมิขณะใช้งานได้ดีเยี่ยม ซึ่งจากการทดสอบใช้งานต้องบอกว่าความร้อนใต้เครื่องจะแค่อุ่นนิดๆ เท่านั้นเมื่อใช้งานในห้องแอร์

คีย์บอร์ดของรุ่นนี้เป็นคีย์บอร์ดแบบ full-sized เต็มไม้เต็มมือดี สามารถพิมพ์ได้แม่นยำถนัดมือดีครับ โดยระยะกดของปุ่มเมื่อกดลงไปสูงกำลังดี ปุ่มเด้งรับกับนิ้วมือได้ดี

คีย์บอร์ดเรืองแสง สามารถปรับความสว่างได้ 3 ระดับ หรือจะปิดไฟเพื่อประหยัดพลังงานก็สามารถทำได้เช่นกัน

Asus ZenBook Pro 15 UX580 มีน้ำหนักค่อนข้างเบาครับ เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊คหน้าจอ 15 นิ้วระดับโปรส่วนมาก โดยมีน้ำหนัก 1.8 กก. ซึ่งถือว่าน้ำหนักกำลังพอถือ หรือใส่กระเป๋าพกพาไปไหนพอไหวอยู่

กล้อง VGA webcam ถูกวางไว้ด้านบน โดยมีไมโครโฟนคู่ขนาบด้านข้าง รองรับการถ่ายภาพ ประชุม vdo conference หรือ vdo call ได้ดี

ระบบรักษาความปลอดภัยนอกจากระบบ Password แล้ว คุณยังสามารถใช้การสแกนลายนิ้วมือเพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของเครื่องได้ครับ

ปุ่ม Power อยู่ที่แป้นพิมพ์บริเวณมุมขวาบน

พอร์ตเชื่อมต่อที่ด้านขวาประกอบไปด้วย พอร์ตหูฟัง 3.5 มม., ช่องเสียงการ์ด microSD Card, และ USB 3.1 Gen2 Type-A 2 พอร์ต

ด้านซ้ายมีพอร์ตชาร์จ, HDMI ขนาดใหญ่, และ Thunderbolt 3 USB-C อีก 2 พอร์ต ครบเครื่องเรื่องเชื่อมต่อ

ถ้ามองหาพอร์ตต่อสาย LAN แม้จะไม่ได้อยู่บนเครื่อง แต่ในกล่องก็แถมตัวต่อแยกมาให้ครับ อย่าเพิ่งน้อยใจไปครับ ที่มาพร้อมกับสายคล้องอีก 1 เส้น

หน้าจอระดับ 4K UHD สุดแจ่ม

แม่งสุดจริง สำหรับหน้าจอตัวนี้ครับ ทั้งภาพและสีต้องบอกว่ามาเต็มมากๆ หน้าจอของรุ่นนี้มีขนาด 15 นิ้ว แต่อัดความละเอียด 4K UHD เข้าไป ความคมของภาพนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย ลองไปเปิดหนัง 4K ดูนี่คมบาดตามากๆ ความละเอียดหน้าจอ 3840x2160 พิกเซล

จะทำงานหรือเล่นเกม ก็สวยงาม สบายตามากๆ 

นอกจากภาพหน้าจอจะคมชัดแล้ว เรื่องการแสดงผลของรุ่นนี้ก็ไม่แพ้ใครเช่นกันครับ ซึ่งทาง Pantone ผู้เชี่ยวชาญด้านความถูกต้องของสียืนยันแล้วว่าโน้ตบุ๊คตัวนี้ให้สีที่สมจริง เหมาะกับคนทำงานกราฟฟิก แต่งภาพ หรือตัดต่อหนังมากๆ โดยให้สี Adobe RGB ได้ในระดับ 100% และมีค่าสี Delta E ต่ำกว่า 2 ซึ่งถือว่าสูงมาก

นอกจากนี้หน้าจอยังรองรับระบบสัมผัส หรือทัชสกรีน ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งาน หรือพรีเซ็นต์งานกับลูกค้าได้เป็นอย่างดีครับ โดยฟิลลิ่งในการสัมผัสตอบสนองได้ดีมาก ไม่มีอาการหน่วงให้เห็นเลย ทัชติดนิ้วดีมาก พร้อมทั้งยังรองรับปากกา Stylus เสริมของ Asus ด้วย (ไม่มีแถมในกล่อง)

สำหรับการทำงาน คุณสามารถเชื่อมต่อหน้าจอ Monitor เสริมได้อีก 3 หน้าจอ รวมหน้าจอนี้ก็เป็น 4 หน้าจอด้วยกัน

ทัชแพดสุดล้ำ ใช้เป็นหน้าจอที่ 2 หรือเปิดแอปเสริมได้

จุดเด่นที่สำคัญอีกหนึ่งจุดของโน้ตบุ๊คตัวนี้ก็คือทัชแพดแบบแสดงผลเป็นหน้าจอได้ หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า ScreenPad โดยทัชแพดนี้สามารถทำงานเหมือนเป็นหน้าจอเสริมขนาด 5.5 นิ้วความละเอียดสูงระดับ Full HD โดยใช้หน้าจอแบบ Super IPS+ display รองรับการมองมุมกว้างถึง 178 องศา เรียกได้ว่าหน้าจอดีกว่าสมาร์ทโฟนบางรุ่นเสียอีก

การควบคุมหน้าจอนี้ก็สามารถใช้นิ้วสัมผัสบนหน้าจอได้เหมือนกับการใช้สมาร์ทโฟนเลยครับ โดยการเปิดเมนูลงมาก็ใช้วิธีปัดหน้าจอลงมา จากนั้นจะมีแถบเมนูแสดงขึ้นมา โดยคุณสามารถ customize ปุ่มต่างๆ ได้เองโดยไปที่เมนู Setting รูปเฟืองนั่นเอง

การปรับเปลี่ยนฟังค์ชั่นการทำงานของ ScreenPad สามารถทำได้โดยการกดปุ่ม F6 ครับ โดยโหมดให้เลือกจะมีดังนี้

  • ScreenPad Mode - โหมดแอปเสริม
  • Extension Display - ใช้ทัชแพดเป็นหน้าจอที่ 2 (สามารถลากแอปจากจอบนลงมาล่างได้)
  • Traditional TouchPad Mode - ใช้เป็นทัชแพดธรรมดา แสดงผลเป็นหน้าจอดำ
  • TouchPad is disabled - ปิดการทำงานทัชแพด

ส่วนด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างของแอปที่รองรับบน ScreenPad นี้ครับ ซึ่งสามารถโหลดซอฟท์แวร์มาเสริมได้

เครื่องเล่นเพลง

ปฎิทินนัดหมาย ก็สามารถแสดงได้เช่นกัน สามารถแสดงเดือนต่างๆ พร้อมทั้งนัดหมายในวันนั้นๆ

ใช้หน้าจอนี้เป็น launcher สำหรับเปิดใช้งานซอฟท์แวร์ในคอมพิวเตอร์ก็ได้ครับ โดยแตะที่แอปจากนั้นแอปจะเปิดขึ้นมาพร้อมใช้ในหน้าจอใหญ่ทันที

อันนี้ผมชอบมากครับ เพราะผมใช้เครื่องคิดเลขบ่อยมาก ดังนั้นการเปิดเครื่องคิดเลขที่จอล่าง ช่วยให้ผมทำงานได้คล่องตัวมากขึ้นทีเดียว

แต่ขณะที่คุณใช้แอปเสริมในหน้าจอที่ 2 อยู่นั้น หากคุณไม่ได้ต่อเมาส์ไว้ ฟังค์ชั่นของทัชแพดจะถูกตัดไปก่อนนะครับ เพื่อไม่ให้ระบบสับสนว่าคุณต้องการใช้จอล่าง หรือใช้ทัชแพดกันแน่

นอกจากนี้ นอกจากหน้าจอที่ 2 นี้จะรองรับแอปแยกแล้ว ในบางแอปอย่างเช่น YouTube ยังรองรับกับหน้าจอ ScreenPad นี้เช่นกันครับ โดยขณะที่ผมเปิด YouTube เพื่อชมคลิป ที่หน้าจอที่สองจะเปลี่ยนเป็นตัวควบคุมคลิปอัตโนมัติเลย จุดนี้คนชอบชมคลิป หรือซีรีย์ในยูทูปน่าจะชอบแน่นอนล่ะ

ถ้าใช้งานเป็นแอปเสริมยังไม่สะใจ คุณสามารถทำ ScreenPad ด้านล่างให้เป็นหน้าจอที่ 2 แสดงผลได้แบบ Extension Display ได้เลย โดยคุณสามารถทำงานที่หน้าบน แล้วให้แสดงผล Preview หน้าจอล่าง หรือทำงานจอบน แล้วดูยูทูปฟังเพลงหน้าจอล่าง ก็ไม่มีปัญหา

ทดสอบประสิทธิภาพความแรง 

ด้านล่างนี้เป็นผลการทดสอบคะแนน Benchmark ต่างๆ ครับ 

จากการทดสอบทั้งหมดด้านบนทั้งการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผล ความแรง GPU ความเร็วการอ่านเขียนหน่วยความจำ บอกได้เลยว่าโน้ตบุ๊คตัวนี้สามารถทำคะแนนได้อยู่ในระดับสูงทีเดียวครับ ต้องยกอานิสงส์ให้กับ CPU Intel Core i9 8950HK และ GPU NVIDIA GeForce GTX 1050Ti รวมไปถึงหน่วยความจำแบบ SSD ที่ช่วยรีดพลังการประมวลผลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังนั้นจะเป็นงานตัดต่อหนังระดับ 4K หรือทำงานกราฟฟิกหนักๆ ผมว่าโน้ตบุ๊คตัวนี้เอาอยู่สบายครับ

ลำโพงเสียงหล่อมาก

ถ้าคุณคิดว่าลำโพงโน้ตบุ๊คเสียงจะบี้ๆ แบนๆ เพราะคิดว่าลำโพงมีขนาดเล็กคงเสียงไม่ดีหรอก อยากให้คุณมาลองฟังลำโพงของ Asus ZenBook Pro 15 UX580 ดูก่อนครับแล้วคุณจะเปลี่ยนใจ เพราะลำโพงของรุ่นนี้ให้เสียงที่ดีมากจริงๆ เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ โดยเสียงออกมามีน้ำหนัก มีเบสติดปลายให้ชุ่มชื่นหัวใจ คุณสามารถเปิดเพลงลำโพงนอกฟังเพลงขณะทำงานได้แบบไม่อายใครเลยจริงๆ ครับ ระบบเสียงของ harman/kardon ที่ให้มา บอกเลย เฉียบ!

แบตเตอรี่ทนพอใช้

ด้านการใช้พลังงานโน้ตบุ๊ครุ่นนี้ตามหน้าสเปคบอกว่าสามารถใช้งานได้สูงสุด 9.5 ชม. จากการใช้งานโหมดประหยัดพลังงาน แต่จากที่ผมลองใช้งานต้องบอกว่าใช้จริงทำได้ไม่ถึงครับ โดยสามารถใช้งานทั่วไปได้ประมาณ 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น โดยการเปิดโหมดประหยัดพลังงาน และหน้าจอสว่าง 50% ซึ่งหากเปิดหน้าจอสว่างน้อยกว่านี้ก็น่าจะยืดเวลาใช้ได้งานไปได้อีกเพียงพอต่อการทำงานนอกบ้านชั่วครั้งชั่วคราว หรือการพรีเซ็นต์งานได้สบาย

นอกจากนี้ระบบชาร์จยังรองรับ Fast Charge สามารถชาร์จได้ 60% ในเวลา 49 นาที ถือว่าเร็วกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปค่อนข้างเยอะทีเดียวครับ

มาเล่นเกมกันเถอะ มาเล่นเกมกันเถอะ

แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นโน้ตบุ๊ค Pro สำหรับทำงาน แต่ให้ CPU และ GPU มาระดับนี้ จะไม่ให้ลองเล่นเกมได้ยังไงไหวล่ะครับ จากที่ลองเล่นเกมอย่าง Overwatch หรือเกมเบาๆ อย่าง FIFA Online 4 บอกเลยว่าเอาอยู่สบายครับ

แต่ว่าการเล่นเกมนั้นเครื่องจะยิ่งซดแบตเข้าไปอีก ดังนั้นหากอยากเล่นเกมแนะนำให้เสียบปลั๊กเล่นอยู่บ้านดีกว่าครับ

สรุปกันดีกว่า

ถ้าคุณกำลังมองหาคอมพิวเตอร์สำหรับทำงานแบบจริงจังในระดับโปรมืออาชีพ โดยที่คุณต้องออกไปทำงานนอกบ้านบ่อยครั้ง หรือไม่ได้ทำงานอยู่ในที่เดิมๆ เป็นประจำ ผมค่อนข้างมั่นใจว่า Asus ZenBook Pro 15 UX580 จะสามารถตอบโจทย์การทำงานของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ เพราะโน้ตบุ๊ครุ่นนี้มีทุกอย่างที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสเปคที่แรงแบบขั้นสุด หน้าจอขนาด 15 นิ้วความละเอียด 4K การแสดงผลระดับ 100% RGB หน่วยความจำภายในแบบ SSD (มีหลายความจุให้เลือก) ทำงานได้อย่างรวดเร็ว ด้านการทำงานที่จัดหนักจัดเต็ม แต่ก็ไม่ทิ้งด้านความบันเทิงที่ใช้ย่อยที่ไหน จะดูหนังฟังเพลง ก็ดูได้เต็มตา ระบบเสียงหนักแน่นเต็มอารมณ์

ซึ่งแน่นอนว่าโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงที่ให้คุณได้ขนาดนี้ ก็มักจะมาพร้อมกับราคาค่าตัวที่สูงพอตัวครับ โดย ZenBook Pro 15 UX580 รุ่น Core i9 ตัวนี้มีราคา 89,990 บาทครับ และหากคิดว่าไม่จำเป็นต้อง i9 ก็น่าจะพอ Asus ยังมีตัวเลือกรุ่น Core i7 ให้เลือกใช้ในราคา 69,990 บาท ซึ่งหากคุณมองหาโน้ตบุ๊คคู่กายแบบแรงสุดๆ เอาไปทำงานหาเงินกันแบบจริงจัง ผมว่าราคานี้คุณเอาไปทำงานไม่กี่จ๊อบก็คืนทุนแล้วล่ะครับ ;)

ข้อดี

  • วัสดุงานประกอบแข็งแรง หรูหราดีไซน์สวยงาม
  • บางเบา (เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊คจอ 15 นิ้วด้วยกัน)
  • ScreenPad อัจฉริยะ ยกระดับการทำงานอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
  • แถม Windows 10
  • จอโคตรแจ่ม 4K IPS 100% Adobe RGB ขอบจอบาง
  • Core i9 ประมวลผลรวดเร็วมาก
  • หน้าจอสัมผัส
  • ระบบเสียง harman/kardon ดีมาก
  • พอร์ตเชื่อมต่อครบ
  • มีสแกนนิ้วมือเพื่อยืนยันตัวตน
  • ระบบระบายความร้อน dual-fan
  • คีย์บอร์ดมีไฟ
  • มีระบบ Fast Charge

ข้อสังเกต

  • ราคาค่อนข้างสูง
  • อยากได้พอร์ต SD Card มากกว่า microSD Card :)