Review : Nokia 3310 3G การกลับมาอีกครั้งของตำนานที่แท้ทรู !!

เฮียแม๊พ | 19 พ.ย. 2560 16:09:00

28862

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : Nokia 3310 3G การกลับมาอีกครั้งของตำนานที่แท้ทรู !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวมือถือรุ่นใหม่กับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เรามี Nokia 3310 3G มือถือที่หลายคนสนใจมารีวิวให้ชมกัน Nokia 3310 ในอดีตถือว่าเป็นมือถือระดับตำนานที่หลายคนต่างพูดถึงในเรื่องของความคลาสสิคที่หารุ่นไหนเทียบได้แล้ว ปีนี้ทาง HMD Global ก็ได้ผลิตมือถือรุ่นฮิตนี้ขึ้นมาใหม่อีกครั้งในชื่อเดิม แต่เพิ่มเติมคือรองรับ 3G และปรับโฉมใหม่ให้เข้ากับยุคนี้มากขึ้น เอาล่ะ ! ได้เวลาของรีวิว Nokia 3310 3G กันแล้ว จะมีอะไรน่าสนใจขึ้นบ้าง มาดูกันเล้ยยย :D

แกะกล่อง Nokia 3310 3G

เริ่มแรกเรามาดูตัวกล่องและอุปกรณ์ภายในกันก่อนเลย Nokia 3310 3G มาพร้อมกล่องทรงเล็กๆกะทัดรัดเหมาะกับตัวเครื่อง ตัวกล่องจะโชว์ตัวเครื่องชัดเจนมีเพียงพลาสติกใสกั้นอยู่เท่านั้น ตรงนี้เราจะรู้ได้เลยว่าสีที่เราจะซื้อนั้นเป็นสีไหน ไม่ต้องมาอ่านรายละเอียดจากกล่องละ ซึ่งสีที่เราได้มารีวิวนั้นก็คือสีเทา Charcoal ครับ

เปิดกล่องออกมาเช็คของด้านใน ให้อุปกรณ์มาตรฐานแยกเป็นซองๆดังนี้ครับ

  • ตัวเครื่อง Nokia 3310 3G
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟแบบ Micro-USB
  • หูฟัง Small Talk
  • แบตเตอรี่
  • คู่มือการใช้งาน

จับเครื่องจริง Nokia 3310 3G

มาเข้าเรื่องตัวเครื่องกันได้แล้ว Nokia 3310 3G มาพร้อมดีไซน์ทรงคลาสสิคคล้ายกับรุ่นเดิม ในขนาดที่กะทัดรัดขึ้นกว่าเดิม ด้านหน้าจะเห็นการตัดขอบบริเวณหน้าจอด้วยแถบสีขาวอันเป็นเอกลักษณ์ของ 3310 ครับ

รุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอขนาด 2.4 นิ้ว ความละเอียด QVGA ตัวกระจกมีความโค้งนิดๆให้พอสวยงาม แถมมีการเคลือบชั้นโพลาไรซ์ทำให้การแสดงผลดีขึ้นเมื่ออยู่กลางแสงแดด ตัวหน้าจอไม่สามารถสัมผัสใช้งานได้นะครับ ซื้อมาก็อย่าเผลอไปแตะๆหน้าจอคิดว่าเป็น Touch Screen ล่ะ เดี๋ยวจอจะเปื้อนเอาหมด :P

ปุ่มกดวางตำแหน่งได้สมมาตรขึ้น แบ่งเป็นปุ่มทางเลือกซ้าย-ขวา , ปุ่มโทรออก , ปุ่มตัดสาย (ใช้เป็นปุ่ม Power ด้วย) และตรงกลางเป็นปุ่มตัวเลือกกับตัวความคุม ขึ้น ลง ซ้าย ขวาครับ ถัดลงมาก็แน่นอนปุ่มตัวเลขที่นูนออกมากำลังดีเหมาะกับการกดดีครับ

ตัวบอดี้เป็นพลาสติกด้านๆผิวสัมผัสเนียนมือ ขนาดตัวเครื่องเล็กแบบฟีเจอร์โฟนตรงนี้ใครเคยหยิบจับเครื่องใหญ่ๆมาอาจจะต้องปรับตัวกันหน่อยเนาะ :P

ด้านหลังมีกล้องหลังความละเอียด 2 ล้านพิกเซลมาให้ พร้อมทั้งไฟแฟลช LED ด้วยใช้งานได้ทั้งยิ่งแฟลชเวลาถ่ายรูปและเปิดเป็นไฟฉายเช่นกัน

ตัวลำโพงหลักของเครื่องจะอยู่ที่มุมซ้ายล่างด้านหลังครับ

ฝาหลังรุ่นนี้ยังคงแกะออกมาได้โดยแงะที่ใต้เครื่องตามภาพด้านบน

เปิดฝาหลังออกมาจะเห็นช่องใส่แบตเตอรี่และที่ใส่ซิมการ์ดกับ Micro-SD โดยตัวซิมที่ใช้เป็นแบบ Micro-SIM และ Micro-SD รองรับสูงสุดที่ 32GB ครับ

พอร์ตการเชื่อมต่ออยู่ที่ด้านบนของตัวเครื่อง พอร์ตการชาร์จรอบนี้เป็นแบบ Micro-USB แล้วง่ายต่อการชาร์จมากขึ้น มีแจ็คหูฟัง 3.5 มม.อยู่ตรงนี้ด้วยนะ

 

เห็นตัวเครื่องแค่นี้คงยังไม่เห็นภาพว่าต่างจากเดิมสักแค่ไหน เผอิญว่าเรามีเครื่อง 3310 ตัวแรกอยู่ด้วย เลยเอาภาพเปรียบเทียบมาให้ดูกันสักหน่อยละกันเนาะ จะเห็นว่าดีไซน์ของตัวใหม่มีความคลาสสิคคล้ายรุ่นเก่าใช้ได้เลย แต่ด้วยความที่เป็นมือถือยุค 2017 แบบนี้ขนาดจึงปรับให้กะทัดรัดมากขึ้น เห็นได้ชัดว่าตัวเครื่องดูบางลงเยอะ หน้าจอใหญ่กว่าเดิมด้วยเนาะ :D

สเปค Nokia 3310 3G

  • หน้าจอ 2.4 นิ้วความละเอียด QVGA
  • หน่วยความจำภายใน 128MB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 32GB
  • แบตเตอรี่ 1200 mAh
  • กล้องหลัง 2 ล้านพิกเซล
  • มีไฟแฟลช LED
  • การเชื่อมต่อ Bluetooth 2.1, แจ็คหุฟัง 3.5 มม.
  • รองรับ 3G (1 ซิม) Dual Band 900/1800MHz
  • ขนาดตัวเครื่อง 117 x 52.4 x 13.35 มม.
  • น้ำหนัก 84.9 กรัม
  • วางจำหน่าย 4 สี ฟ้า, แดง, เหลือง และเทา

ในส่วนของสเปคคงไม่ต้องระบุรายละเอียดอะไรมากเพราะรุ่นนี้เป็นแค่ฟีเจอร์โฟนเท่านั้น มีหน่วยความจำภายในให้ใช้ 128MB พอเก็บเพลงหรือรูปเล็กๆน้อยๆ ตัวเครื่องรองรับ Bluetooth 2.1 มีแจ็คหูฟัง 3.5 มม. และรองรับ 3G ตามชื่อรุ่น แต่รุ่นที่วางจำหน่ายในไทยจะเป็นรุ่น 1 ซิมนะครับ

การใช้งาน

การใช้งานของรุ่นนี้จะควบคุมผ่านปุ่มกดทั้งหมด อย่างการปลดล็อคก็คลาสสิคเช่นเคยคือกดปุ่มกลางและกดปุ่ม * เพื่อปลดล็อค หน้าเมนูจะเรียงเป็นแบบ 3 แถว มีไอคอนบอกตัวแอปที่ใช้อย่างชัดเจน

ถึงแม้ตัวเครื่องจะเป็นแค่ฟีเจอร์โฟนเราก็สามารถปรับแต่งโทนสีหรือวอลเปเปอร์ได้ด้วย โดยสามารถเข้าไปปรับแต่งได้ที่ การตั้งค่า > ตัวเลือกปรับตั้งค่า > พื้นหลังหน้าจอ หรือ ลักษณะครับ

ตัวแอปที่ให้มามาตรฐานส่วนใหญ่จะทำงานผ่านตัว Opera Browser ซะหมด ไม่ว่าจะเป็นการเข้าอินเทอร์เน็ตอันนี้แน่นอน, การเลือกโหลดแอปอื่นๆบน Mobile Store ก็จะเข้าผ่าน Opera เพื่อดาวน์โหลดไฟล์ Java มาติดตั้ง หรือจะเป็นตัวดาวน์โหลดเกมเพิ่มเติมก็เช่นกัน

และแน่นอนครับถึงแม้ตัวเครื่องจะมีแอป Facebook หรือ Twitter มาให้ แต่การใช้งานก็อย่างที่บอกครับ จะเข้าไปที่ m.facebook หรือ m.twitter บน Opera อีกเช่นเคย แต่การใช้งานจริงก็พอถูไถครับ ใช้เช็คพวกการแจ้งเตือนพอได้อยู่ ก็ตามสไตล์ฟีเจอร์โฟนล่ะเนาะ

แอปใช้งานทั้งหลายให้มาได้ครบ ทั้งเครื่องคิดเลข, วิทยุ, เครื่องบันทึกเสียง, เครื่องเล่นเพลง รวมไปถึงไฟฉายก็ด้วยเช่นกันครับ

รูปแบบการพิมพ์ยังคงใช้รูปแบบดั้งเดิมโดยการย้ำกดต่อเนื่องเพื่อเลือกตัวอักษร ในตัวปุ่มกดมีสกรีนภาษาไทยเรียบร้อยครับ

เล่นเกม

ในส่วนของเกมที่ติดมาให้เป็นรูปแบบ Java ทั้งหมด พอเล่นได้ขำๆแต่ทีเด็ดจริงๆของมือถือ Nokia ก็คงหนีไม่พ้นเกมงูนี่แหละ สุดยอดเกมตำนานที่แจ้งเกิดบน Nokia 3310 ในยุคใหม่นี้ตัวเกมก็มีความทันสมัยมากขึ้นเป็นรูปแบบสีสันสวยงาม การเล่นอาจจะดูใหม่ไปกว่าแบบคลาสสิกง่ายๆเดิมๆแต่ก็ทำให้เราสนุกไปได้อีกแบบเนาะ :D

กล้องถ่ายภาพ

กล้องของรุ่นนี้ให้มาที่ความละเอียด 2 ล้านพิกเซลแบบ Fixed Focus คือกดแชะก็ถ่ายเลย ไม่จำเป็นต้องโฟกัสใดๆทั้งสิ้น การทำงานก็สมราคาครับ ชัตเตอร์ใช้เวลาหน่วงนิดหน่อย คือไม่ได้กดปุ๊บติดปั๊บล่ะเนอะ เวลาถ่ายอาจจะต้องให้แบบอยู่นิ่งๆพร้อมกับมือเราต้องนิ่งด้วยนิดนึง แต่ตรงนี้คงไม่ใช่ประเด็นหลักในการใช้งานเจ้า Nokia 3310 3G นี้เท่าไหร่เนาะ ก็ฟีเจอร์โฟนนี่หน่า :P

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Nokia 3310 3G

การใช้งานแบตเตอรี่

ปฏิเสธไม่ได้ว่ามือถือเดี๋ยวนี้จำเป็นต้องชาร์จบ่อยๆจริงๆ วัน 2 วันนี้ก็ต้องชาร์จกันหมด สำหรับใครที่กำลังมองหามือถือเครื่องสำรองที่สามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน เอาไว้ใช้โทรเข้า-รับสาย Nokia 3310 3G นี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอนเพราะตัวเครื่องสามารถ Standby ได้นานสูงสุดถึง 27 วันกันเลยทีเดียวครับ

ราคา 1,790 บาท

ปิดท้ายที่ราคาค่าตัวของรุ่นนี้เปิดมาเพียง 1,790 บาท เป็นราคาของฟีเจอร์โฟนที่ดูคุ้มค่าดีทีเดียว ด้วยความคลาสสิกของการออกแบบและความสามารถทั่วๆไปที่ทำได้สมราคา ส่วนการจัดจำหน่ายเห็นว่าตอนนี้วางจำหน่ายเฉพาะที่ TG Fone เท่านั้น ของอาจจะหายากนิดนึงเนาะ ในช่วงฮิตๆแบบนี้

สรุป

Nokia 3310 3G รุ่นนี้ออกมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใหญ่ที่ต้องการมือถือทีไม่ยุ่งยาก ซับซ้อนหรือผู้ที่ต้องการมือถือสำรองสักเครื่องแบตฯอึดๆ Standby ได้ยาวนานเป็นระดับ 10 - 20 วันต่อหนึ่งการชาร์จ พกพาง่ายและรูปทรงที่มีเอกลักษณ์สุดคลาสสิคตามสไตล์ Nokia ความสามารถต่างๆที่ติดมาก็ค่อนข้างครบในแบบฟีเจอร์โฟนไม่ว่าจะเป็น เครื่องคิดเลข, ไฟฉาย, วิทยุ รวมไปถึงเกมงูด้วยครับ :D

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite