Review : Sony Xperia X Performance เรือธงลำใหม่กับการพยายามครั้งใหญ่เพื่อชาวอารยธรรม !!

เฮียแม็พ | 23 ก.ค. 2559 10:09:45

52301

VIEWS เฮียแม็พ

Review : Sony Xperia X Performance เรือธงลำใหมกับการพยายาม
ครั้งใหญ่เพื่อชาวอารยธรรม !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่กับ เฮียแม๊พ. TechXcite กันอีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนเรือธงต้นปีรุ่นล่าสุดของ Sony อย่าง Xperia X Performance หลังจากที่ก่อนหน้านี้เราได้ทำการพรีวิวตัวเครื่องคร่าวๆไปจากงานเปิดตัวไปแล้ว วันนี้เราก็จะมาบรรยายความรู้สึกหลังได้ใช้งานจริงกว่า 1 สัปดาห์มาให้อ่านกัน อย่ารอช้าไปติดตามกันเลยดีกว่าฮะ

การดีไซน์ของ Sony Xperia X Performance

มาเริ่มกันที่เรื่องการดีไซน์กันก่อนเลย Xperia X Performance นั้นหน้าตาก็จะออกแนวเรียบหรู ดีไซน์ลงตัวสไตล์ Sony ได้เป็นอย่างดี ด้านหน้ามาพร้อมหน้าจอกระจกโค้งแบบ 2.5D มีความเว้าโค้งตามมุมเล็กน้อย พองาม ซึ่งหน้าตาแบบนี้ก็จะคล้ายกับ Xperia X รุ่นน้องฝาแฝดในตระกูลด้วย เรียกว่าภายนอกนี่เหมือนกันเป๊ะมาก

รุ่นนี้มาพร้อมขนาดหน้าจอ 5 นิ้ว มาพร้อมชนิดจอแบบ IPS มีเทคโนโลยี Triluminos  และ Dynamic Contast Enhancer ที่จะช่วยให้ตัวสีสันและมุมมองสวยงามสมจริงยิ่งขึ้น ส่วนความละเอียดก็ให้มาที่ Full-HD 1080p มองด้วยตาเปล่าก็สวยเนียนทีเดียว มองเผินๆนี่คิดว่าเครื่อง Mock-UP จอเนียนอย่างกับใครปริ้นกระดาษมาแปะ :P

เหนือหน้าจอมีตัว NFC สำหรับการเชื่อมต่ออยู่ซ้ายสุด (จริงๆจะมีสติ๊กเกอร์แปะอยู่ แต่ผมแกะออกไปแล้ว) เลนส์กล้องหน้าขนาดใหญ่ , ลำโพงสนทนา (ตรงนี้มีไฟ LED แจ้งเตือนซ่อนอยู่ด้วย) และตัวเซ็นเซอร์วัดแสง จับระยะ

ล่างหน้าจอก็จะเป็นลำโพงอีกหนึ่งตัว เท่ากับว่ารุ่นนี้มีลำโพง Stereo คู่นะจ๊ะ :D

ตัวเครื่องมาพร้อมขนาดที่กะทัดรัด พอดีมือ ไม่สูงและไม่อ้วนจนเกินไป ด้วยขนาดหน้าจอที่ 5 นิ้ว ทำให้ไม่ดูเทอะทะ จับถือเลื่อนนิ้ว ไปแตะตามมุมได้กำลังสะดวกครับ สัดส่วนของตัวเครื่องอยู่ที่ มม.

กรอบด้านข้างวัสดุคล้ายๆโลหะ มาพร้อมปุ่มกดอยู่ทางด้านขวามือทั้งหมด ทั้งปุ่ม Power แบบแบนที่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้วย , เพิ่ม-ลดเสียง และปุ่มชัตเตอร์แบบ 2 จังหวะ

ด้านบนของตัวเครื่องมีพอร์ทหูฟัง  3.5 มม. และไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงรบกวน

ด้านล่างมีพอร์ทเชื่อมต่อ Micro-USB และไมโครโฟนสำหรับสนทนา

ส่วนฝั่งซ้ายมือมีช่องใส่ซิมที่จะเป็นถาดให้เราได้แงะออกมาได้เลยโดยไม่ต้องใช้เข็มจิ้มเข้าไป ตรงนี้ก็สะดวกดี เผื่อเวลาต้องเปลี่ยนซิมฉุกเฉินก็ไม่จำเป็นต้องหาเข็มมาจิ้ม แงะออกมาได้เลย

ตัวถาดซิมจะเป็นแบบไฮบริด สามารถใช้งานได้ทั้งแบบ 2 ซิม หรือ 1 ซิม 1 เม็ม

วัสดุงานประกอบก็ยังเป็นเลิศ ในซีรีส์ Xperia X มีการปรับเปลี่ยนวัสดุจากซีรีส์ Z ที่เป็นกระจกมาเป็นโลหะ รุ่นนี้ที่ฝาหลังก็จะมีการขัดลายเป็นแบบ Brush Finish ด้วยเพื่อสร้างความแตกต่างจากรุ่น Xperia X ปกติ เพราะฉะนั้นถ้าเห็นฝาหลังมีลายๆแบบนี้แสดงว่ารุ่นนี้เป็น X Performance นะ :P

ตัวเลนส์กล้องยังคงวางตำแหน่งเดิมตามสไตล์ Sony พร้อมไฟแฟลช LED อยู่ด้านล่างเช่นเคย

สเปค Sony Xperia X Performance

  • รัน Android 6.0.1 Marshmallow
  • หน้าจอ IPS ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 820 Quad-core 2.15GHz
  • ชิปกราฟิก Adreno 530 GPU
  • แรม 3GB
  • รอม 64GB
  • รองรับ Micro-SD 200GB
  • แบตเตอรี่ 2700 mAh
  • กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซลมี Auto-Focus
  • กล้องหลัง 23 ล้านพิกเซล พร้อม Predictive Hybrid Auto-Focus
  • รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับ 2 ซิม
  • กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP65/68
  • สัดส่วน 143.7 x 70.4 x 8.7 มม.
  • น้ำหนัก 164.4 กรัม
  • มี 4 สี ดำ , ขาว , ทองมะนาว (Lime Gold) และทองชมพู (Rose Gold)
  • ราคา 25,990 บาท

มาดูสเปคกันหน่อย Sony Xperia X Performance รุ่นนี้ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องศูนย์รุ่นแรกที่ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 820 เลยทีเดียว ซึ่งนอกจากหน่วยประมวลผลจะเร็วแรงสุดๆแล้ว สเปคอื่นๆก็เยี่ยมไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ทั้งแรม 3GB , หน่วยความจำภายใน 64GB (รองรับ Micro-SD สูงสุด 200GB อีก) เรียกว่าสเปคนี่เรือธงของจริงเลยล่ะ

ประสิทธิภาพของ Sony Xperia X Performance

อย่างที่บอกไปว่ารุ่นนี้เป็นหนึ่งรุ่นที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลสุดแรงอย่าง Snapdragon 820 ซึ่งประสิทธิภาพนั้นเรียกว่าแรงสุดๆในตลาดตอนนี้แล้วแหละ แต่ถ้าจะให้เห็นภาพหน่อยก็คงต้องมาดูคะแนนคร่าวๆจากตัวแอป AnTuTu Benchmark กันสักหน่อย

ผลคะแนนที่ออกมาก็อยู่ระดับหลักแสนไปแล้วเรียบร้อย ด้วยคะแนน 118,755 คะแนน

ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์เบื้องต้น

Sony ก็ขึ้นชื่อเรื่องความเสถียรของซอฟต์แวร์อยู่แล้ว บนบรุ่นนี้ก็มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 6.0.1 Marshmallow พร้อมครอบตัว Xperia UI เวอร์ชั่นล่าสุดมาให้ด้วย

ตัว UI ก็จะมีการปรับแต่งจาก Pure Android เล็กน้อย แต่ก็มีความแตกต่างจาก UI เดิมบน Xperia Z5 เล็กน้อยตรงพวกไอคอนต่างๆมีการปรับให้เป็นทรงกลมๆ และหน้า App Drawer ปรับให้ใช้งานง่ายขึ้นอีกหน่อย แต่ติดนิดหน่อยตรงที่พวกไอคอนแอปนั้นจะไม่มีเลขแจ้งเตือนมาโชว์แบบรุ่นก่อนๆแล้ว (มีเลขเฉพาะพวกแอปของทาง Sony เองเท่านั้น)

หน้า Recent App บน Xperia UI ใหม่นั้นจะเพิ่มปุ่ม Clear All เอาไว้เคลียร์ App ในหน้านี้ทั้งหมดได้ แต่ที่น่าเสียดายก็คือถูกตัดพวกหน้า Small App ที่เคยมีอยู่ออกไปด้วย

ถึงจะบอกว่ามันมีความเรียบๆคล้ายกับ Pure Android ก็เถอะ แต่ก็มีการปรับแต่งอย่างพวก Theme มาให้เลือกด้วย ตรงนี้บอกเลยว่า Theme ของ Sony นั้นมีให้เลือกเพียบเพราะเริ่มสร้างกันมาตั้งแต่สมัย Xperia Z นู่นแล้ว

มีแอป What's New ที่ช่วยแนะนำแอปดีๆ , เพลง หรือเกมที่ทาง Sony คัดมาให้ด้วย

คีย์บอร์ดหลักที่ติดมากับเครื่องของ Xperia X Performance ก็เปลี่ยนจาก Xperia Keyboard มาเป็น Swift Keyboard ตรงนี้ผมชอบนะ เพราะดูใช้งานง่ายกว่าเดิม มีระบบเดาคำ ฟีเจอร์พวก Swipe ก็ยังคงมีอยู่

NFC ตำแหน่งใหม่

เป็นอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจดีที่ทาง Sony ย้ายตำแหน่งของ NFC ที่ปกติเราจะเห็นมือถือส่วนใหญ่วางตำแหน่งไว้ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง แต่บนรุ่นนี้ (Xperia X ก็ด้วย) ถูกย้ายมาไว้ที่ด้านหน้าที่มุมซ้ายบน บริเวณข้างๆกล้องหน้า เลยทำให้การส่งไฟล์หรือเชื่อมต่อมันจะดูขัดๆไปนิด อย่างในภาพจะเอาไฟล์ภาพจากบน Xperia X Performance (เครื่องด้านล่าง) ส่งมาที่ Xperia XA (ด้านบน) ก็ต้องเอาเครื่องบนมาแตะล่างแล้วใช้เครื่องล่างแตะส่งกลับมาที่เครื่องบน โอ้ย สับสน >< เหตุผลเท่าที่ถามมาจาก Sony เขาให้เหตุผลว่าเพราะตัวเครื่องที่เปลี่ยนมาใช้ฝาหลังแบบโลหะเลยอาจจะมีผลต่อสัญญาณได้เลย ย้ายมาด้านหน้าแทน

ระบบสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power

ปุ่ม Power ของ Sony นั้นจะวางตำแหน่งอยู่ที่ขวามือของตัวเครื่องตลอดๆในยุคหลัง และบนรุ่นนี้ก็ใส่เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้แบบเดียวกับตอน Xperia Z5 ด้วย ซึ่งปุ่มตรงนี้จะลึกลงไปกว่าปุ่มแบบก่อนๆนิดหน่อย การกดอาจจะต้องกดแรงขึ้นอีกหน่อย

ส่วนในเรื่องความเร็วในการสแกนลายนิ้วมือนั้นก็ทำได้รวดเร็วเอามากๆ แทบจะเหมือนกดแล้วปลดล็อคได้เลย แต่พอเอาเซ็นเซอร์มาไว้ตรงมุมขวามือแบบนี้การสแกนด้วยมือซ้ายอาจจะไม่ถนัดเท่าไหร่ เพราะตำแหน่งมันวางเด่นไว้ที่นิ้วโป้งมือขวา ซะมากกว่า แต่ถ้าปรับตัวให้ชินหน่อยก็ใช้ได้ไม่ยากเย็นอะไรครับ :D

กันน้ำกันฝุ่นตามาตรฐาน IP65/68

เป็นจุดเด่นของแบรนด์ Sony มาอย่างเนิ่นนานสำหรับ ความสามารถกันน้ำกันฝุ่น ซึ่งหลายๆคนที่ผิดหวังไปตอน Xperia X ว่าไม่สามารถกันน้ำได้ แต่เรือธงอย่าง Xperia X Performance กันน้ำได้นะจ๊ะ รุ่นนี้ก็มาพร้อมมาตรฐาน IP65/68 สามารถลงน้ำลึก 1.5 เมตร นาน 30 นาทีเช่นเคยจ้า

ความบันเทิงเต็มรูปแบบทั้งภาพและเสียง

มาต่อในเรื่องความบันเทิงในการใช้งานด้านมัลติมีเดียกันบ้าง อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าหน้าจอของรุ่นนี้นั้นโดดเด่นมากๆ เพราะ Sony ใส่เทคโนโลยีต่างๆนาๆเข้ามามากมายทีเดียว ทั้ง Triluminos และ Dynamic Contast Enhancer อีกทั้งยังมีพวกเอฟเฟกแสดงผลในแอป Album กับ Movies อย่าง X-Reality และ Super Vivid ให้เลือกปรับด้วย

ซึ่งถ้าเปิดตัวพวกเอฟเฟกต่างๆแหล่านั้นการแสดงผลพวกไฟล์หนังหรือภาพถ่ายก็จะยิ่งสวยสด มีมิติขึ้นอีกขึ้นไปอีก แบบนี้เวลาเราดูรูป หรือดูไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงๆนี่ยิ่งฟินหนักเข้าไปใหญ่ สวยคมเอามากๆเลย *0*

ส่วนเรื่องเสียงนั้นทาง Sony ก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง เพราะว่าใส่เทคโนโลยีและเอฟเฟกเสียงต่างๆมาให้เลือกกันเพียบทั้ง Clear Audio+ , Dynamic normalizer หรือ Sound Effects ที่มีให้เลือกปรับ Equalizer ตามต้องการระบบ DSEE HXแถมรุ่นนี้ยังรองรับการเล่นเพลงคุณภาพ Hi-Res ผ่านหูฟังไร้สายที่รองรับอีกต่างหาก

ตัวลำโพงของตัวเครื่องก็ให้มาแบบ Stereo เสียงอาจจะไม่ได้ดังมาก แต่มีมิติใช้ได้เลยล่ะครับ

ส่วนในเรื่องการเล่นเกมก็ไม่ต้องห่วงเลยล่ะ ด้วยชิปประมวลผลสุดแรงอย่าง Snapdragon 820 แรม 3GB นี้ก็เล่นแอปเกมฮิตๆได้หมดอยู่แล้ว เท่าที่ได้ลองเกมอย่าง NOVA 3 ก็ทำได้ลื่นไหล ไม่มีสะดุดเลยจริงๆ ขนาดก็กำลังพอดีมือถึงแม้หน้าจอจะไม่ได้ใหญ่มาก แต่ก็พอเล่นได้เพลินๆล่ะฮะ

กล้องถ่ายภาพที่ Sony ภูมิใจเสนอ

มาต่อกันเรื่องทีเด็ดของ Sony อย่างกล้องถ่ายภาพกันบ้าง รุ่นนี้ก็มีการอัพเกรดกล้องขึ้นมาจากตอน Xperia Z5 อีกขั้น ทั้งกล้องหน้าและหลังที่ความละเอียด 23 ล้านพิกเซลและ 13 ล้านพิกเซล ซึ่งจุดที่ชูเด่นมาเลยก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของความเร็วที่รุ่นนี้สามารถเปิดกล้อง โฟกัสภาพ และถ่ายภาพได้ในเวลาเพียง 0.6 วินาทีเท่านั้นในโหมด Quick Launch (กดปุ่มชัตเตอร์ค้างไว้ขณะหน้าจอล็อค)

UI การถ่ายภาพก็ยังคงมาตามสไตล์ Sony มีให้เลือกเป็นโหมดๆชัดเจนทั้งภาพนิ่งมีให้เลือกทั้ง Superior Auto , Manual , Video และพวกส่วนเสริมอื่นๆ

แต่น่าเสียดายที่ตัวโหมด Manual นั้นยังไม่สามารถปรับตั้งค่าอื่นๆได้นอกจาก White Balance และ EV ยังดีที่มีพวก Scene ให้เลือกปรับอยู่ แต่การเลือก Scene นี้เราจะต้องเลือกความละเอียดของภาพไปที่ 8 ล้านพิกเซลเท่านั้นถึงจะเลือกได้ (อะไรของแกเนี่ย = =")

ตัวส่วนเสริมหรือลูกเล่นต่างๆของ Sony ก็มีมาให้เลือกปรับเช่นเคย ทั้ง AR Effect , Sound Photo , Style Portrait , Creative Effect , Sticker Creator , Face in Picture , Sweep Panorama , Timeshift video

เด็ดๆในพวกนี้ก็คงเป็น Ar Effect ที่ใช้พวก AR เข้ามามีบทบาทในภาพถ่ายเรา อย่างในภาพก็เป็นพวก ไดโนเสาร์ (จุดขายเลย)ในเวอร์ชั่นใหม่นี้เราสามารถเลือกปรับตำแหน่งของตัวเอฟเฟกต่างๆหลังถ่ายได้แล้ว ไม่ต้องเล็งตอนถ่ายให้มากมาย ไว้จัดท่าทางเอาเองหลังถ่ายเสร็จ :P

ภาพถ่ายตัวอย่างจากโหมด AR Effect เหล่าไดโนเสาร์มาบุกอนุสาวรีย์แล้ววววว 555

แวะไปดูโหมดลูกเล่นเล็กๆน้อยกันไปแล้ว ถึงคราวโหมดหลักอย่างตัว Superior Auto กันบ้าง นอกจาก Quick Lauch จุดขายเรื่องความเร็วแล้ว รุ่นนี้ก็ยังมีระบบโฟกัสจุดเจ๋งอย่าง Predictive Hybrid Auto-Focus มาให้ด้วย ตรงนี้จะเป็นการจับโฟกัสแบบตามการเคลื่อนไหวพร้อมเดาการเคลื่อนไหวล่วงหน้าเพื่อจะได้จับภาพนั้นๆให้ทันด้วย เพราะด้วยความเร็วในการโฟกัสเพียง 0.03 วินาทีบวกกับ Predictive Hybrid Auto-Focus แบบใหม่นี้จะทำให้คุณไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวแน่นอน

ภาพถ่ายตัวอย่างจากการโฟกัส Predictive Hybrid Auto-Focus

โหมด Superior Auto ก็ยังคงมาพร้อมความสามารถ Auto มากมาย ตัวกล้องถือว่าฉลาดใช้ได้ เพราะจะคำนวณภาพต่างๆแล้วเลือก Scene ที่เหมาะสมมาให้เลย อาทิ เวลาเอากล้องไปถ่ายภาพใกล้ๆก็จะเลือก Scene Macro มาให้ ถ่ายภาพอาหารก็จะเป็น Gourmet เป็นต้น

ภาพถ่ายตัวอย่างจากโหมด Superior Auto จะเห็นว่าตัวภาพที่ได้นั้นสวยงามทีเดียว ยิ่งในเวลาที่มีแสงสด ฟ้าใสๆนี่ภาพที่ได้ยิ่งสดเข้าไปอีก สวยงามมากๆ ส่วนในที่แสงน้อยหรือกลางคืนก็จะเห็นว่าเก็บรายละเอียดได้ดีอยู่ ถึงแม้ภาพจะไม่ได้สว่างจ้า เหมือนตอนกลางวัน แต่รายละเอียดกลางคืนก็สวยแบบกลางคืนจริงๆ แถมช่วงเลนส์ยังกว้างเอามากๆอีกด้วย

การบันทึกวิดีโอบนรุ่นนี้ถึงแม้จะใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 820 ตัวท็อปแต่เสียดายที่ความละเอียดสูงสุดของวิดีโอที่ถ่ายได้จะอยู่ที่ Full-HD 60fps เท่านั้น ไม่สามารถถ่ายที่ความละเอียด 4K แบบซีรีส์ก่อนได้

แต่ทีเด็ดของมือถือ Sony ก็คือการกันสั่นภาพซอฟต์แวร์ Steady Shot ซึ่งเท่าที่ลองก็รู้สึกว่ามันนิ่งเอามากๆ จากในคลิปตัวอย่างด้านบน ขนาดขี่จักรยานไปด้วยอัดไปด้วยยังรู้สึกว่านิ่งเอามากๆ (ไม่ได้ใช้ขาตั้งยึดกับจักรยานด้วย)

กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล

กล้องหน้าก็เป็นจุดที่เพิ่มขึ้นมาจากซีรีส์ก่อนหลายขั้นเลยทีเดียว เพราะให้ความละเอียดมาที่ 13 ล้านพิกเซลเลย แถมยังมี Auto-Focus อีกด้วย มีให้เลือกปรับ Auto Soft Skin ช่วยให้ใบหน้าสวยเนียนขึ้นไปอีกด้วย

ภาพถ่ายตัวอย่างจากกล้องหน้าของ X Performance อย่างที่เห็นว่าความเนียนของกล้องนั้นทำได้ดีจริงๆ และพอมี Auto-Focus แบบนี้เรื่องความลึกของภาพก็จะเนียนตายิ่งขึ้น แถมเลนส์ก็ยังมุมกว้างมากๆไม่แพ้กล้องหลัง เวลาจะเซลฟี่เป็นกลุ่มก็เก็บได้หมด

เรื่องร้อนที่ยังแก้ไม่หาย !

ชมข้อดีของกล้องไปหมดละ ก็มาดูข้อเสียกันบ้าง อย่างที่ทราบๆกันว่า Sony นั้นมีปัญหาเรื่องความร้อนมานานแล้วตั้งแต่สมัย Xperia Z2 , Z3 แล้ว จนมาถึง Xperia X Series ปัญหาเรื่องความร้อนก็ยังไม่หมดไป เท่าที่ลองถ่ายภาพมา เจอปัญหาความร้อนมา 2-3 ครั้งได้ ซึ่งตัวเครื่องจะแนะนำให้ทำให้เครื่องเย็นก่อนใช้งานต่อแบบในภาพ

ถ้าเรายังดันทุรังเข้าแอปกล้องอยู่ ก็ยังเข้าได้อยู่นะ แต่ฟีเจอร์บางอย่างก็จะถูกตัดออกไปด้วยอย่าง Predictive Hybrid Auto-Focus จุดเด่นก็ไม่สามารถใช้งานได้

หรือถ้าร้อนจริงๆตัวแอปก็จะเด้งไปเลย แล้วต้องรอจนเครื่องเย็นขึ้นจริงๆถึงจะใช้ได้ล่ะนะ เห้อออ = ="

การใช้งานแบตเตอรี่

ต่อด้วยหัวข้อเรื่องแบตเตอรี่ ทาง Sony มักจะโฆษณาในคลิปเปิดตัวและชูจุดเด่นว่าสมาร์ทโฟนของเค้านั้นสามารถใช้งานได้ยาวนานตลอด 2 วัน แต่เอาเข้าจริงก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานด้วย ซึ่งเจ้า X Performance นี้ก็ให้แบตเตอรี่มาที่ 2700 mAh ถ้าดูจากสเปคและขนาดหน้าจอก็น่าจะใช้งานได้ราบลื่นอยู่ และจากที่ได้ทดสอบใช้มาจริงๆ ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์กลางๆครับ ไม่ได้อึดมากที่จะใช้งานได้ถึง 2 วันในโหมดปกติ แต่ก็อยู่ได้ถึงค่ำๆล่ะครับ แต่ถ้าอยากได้แบบอึดใช้งานได้ 2 วันอย่างที่บอกมาก็เพียงเปิดโหมด Stamina Mode หรือ Ultra Stamina Mode ช่วยยืดอายุการใช้งานไปได้ยาวเลยล่ะ

สรุปผลการทดสอบ Xperia X Performance

เป็นหนึ่งรุ่นเรือธงตัวล่าสุดที่ครบครันที่สุดตอนนี้ของ Sony จริงๆ ให้สเปคที่โดดเด่นมากๆกับ Snapdragon 820 , แรม 3GB กันน้ำกันฝุ่นได้ รูปลักษณ์ที่อาจจะดูเปลี่ยนไปจากซีรีส์ก่อนไม่มาก แต่ก็ลงตัวมากขึ้นทั้งในเรื่องขนาดและวัสดุ แต่ที่เด่นชัดจริงๆก็คงเป็นกล้องที่จัดเต็มเอามากๆความละเอียด 23 ล้านพิกเซลในกล้องหลังพร้อมระบบโฟกัสจุดเจ๋ง Predictibe Hybrid Auto-Focus ที่ทั้งรวดเร็วและแม่นยำ ส่วนกล้องหน้าเนียนสุดๆมุมมองกว้าง ความละเอียดก็ดี รวมๆแล้วถือว่า Xperia X Performance เป็นการกลับมาอีกครั้งของรุ่นเรือธงจากตระกูล X ซึ่งก็เห็นความพยายามครั้งใหญ่ของ Sony มากๆในครั้งนี้ แต่จุดที่ยังคงเป็นปัญหาอย่างเรื่องความร้อนนี่ยังคงเป็นปัญหาที่ทาง Sony คงต้องทำการบ้านอย่างหนักกันต่อไป :D

ราคา 25,990 บาท

Sony Xperia X Performance เปิดราคาค่าตัวมาที่ 25,990 บาท ดูเผินๆอาจจะดูสูงไปสักนิด แต่ถ้าลองดูสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์เรือธงในตลาดตอนนี้ก็ราคาแตะไปที่ 20,000 ต้นๆ - กลางๆกันหมดแล้ว แต่รุ่นนี้ก็มีทีเด็ดที่หน่วยประมวลผล Snapdragon 820 , กล้องถ่ายภาพความละเอียดสูงและความสามารถเพียบ , กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP65/68 ซึ่งถ้าดูจากคู่แข่งตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้น Galaxy S7 ที่มีขนาดตัวเครื่องใกล้เคียงกัน ความสามารถต่างๆสูสีกันสุดๆในราคาห่างกันราวๆ 2,000 บาท แต่อย่าลืมว่ารุ่นนี้ให้ความจุภายในมาที่ 64GB ในขณะที่ S7 ได้ 32GB

จุดเด่น

  • หน้าจอสวยเนียนมากๆ
  • วัสดุและงานประกอบพรีเมี่ยมตามสไตล์ Sony
  • ขนาดเครื่องกะทัดรัดเหมาะมือ
  • หน่วยประมวลผลสุดแรง Snapdragon 820
  • กล้องหน้าและหลังคุณภาพเยี่ยม
  • กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP65/68
  • รองรับ 2 ซิม
  • หน่วยความจำภายใน 64GB

จุดสังเกต

  • เรื่องความร้อนที่ยังแก้ไม่หายขาด

 

รีวิวโดย : เฮียแม๊พ. TechXcite