Review : Microsoft Lumia 950 สมาร์ทโฟนดีไซน์หรูฟีเจอร์คับคั่ง มาพร้อมวินโดว์ส์ 10

TeamXcite | 15 มี.ค. 2559 10:58:12 (อัพเดต 29 มี.ค. 2559 10:14:13)

13126

VIEWS TeamXcite

 Review : Microsoft Lumia 950 สมาร์ทโฟนดีไซน์หรูฟีเจอร์คับคั่ง

มาพร้อมวินโดว์ส์ 10

และแล้วก็ถึงเวลาที่ทาง TechXcite จะทำการรีวิวสมาร์ทโฟนจากไมโครซอฟท์ ที่มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการรุ่นล่าสุดอย่างวินโดวส์ 10 นั่นก็คือ Lumia 950  ส่วนสเปคจะจัดเต็มแค่ไหน และการใช้งานจะเป็นยังไงนั้นมาชมกันเลย

ดีไซน์ Micosoft Lumia 950

สำหรับดีไซน์ตัวเครื่องเป็นทรงสี่เหลี่ยมขอบข้างมีความโค้งมนเล็กน้อยส่วนวัสดุที่ใช้จะเป็นโพลีคาร์บอเนต โดยจะเน้นไปที่ความเรียบหรูถึงแม้ว่ารูปทรงจะดูใหญ่แต่เวลาหยิบจับรู้สึกกระชับถนัดมือเลยทีเดียว


มาถึงเรื่องของหน้าจอแสดงผลกันบ้างโดยขนาดคือ 5.2 นิ้ว และมีความละเอียด 2560x1440 พิกเซล ซึ่งทำให้หน้าจอคมชัด ส่วนด้านบนจะมีกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ถัดมาตรงกลางจะเป็นลำโพง และมีเซ็นเซอร์วัดแสงและตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับตัวเครื่องสมาร์ทโฟน ด้านขวาสุดจะเป็นอินฟาเรดสำหรับการสแกนม่านตา 2 ข้าง (ใช้ปลดล็อคเครื่อง)


ในส่วนด้านล่างของหน้าจอจะไม่มีปุ่มใดๆเพราะว่าถูกตัดออกไปใช้ปุ่มสัมผัสบนหน้าจอแทน (On-Screen) ขณะที่ปุ่มควบคุมหลักมี 3 ปุ่มคือ Back, Home, Search 

คราวนี้มาถึงฝั่งขวาของตัวเครื่องจะมีปุ่มเปิดกล้องและกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ, ปุ่มเปิด-ปิด และ ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง

และฝั่งซ้ายมือไม่มีปุ่มใดๆเพราะถูกรวมไว้ที่ด้านขวาทั้งหมดแล้ว

ต่อมาทางด้านบนของตัวเครื่องจะมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม.


ส่วนด้านล่างของตัวเครื่องจะมีช่องแกะฝาหลัง, ช่องเสียบ USB TYPE-C สำหรับชาร์จแบตเตอรี่, เชื่อมต่อสัญญาณภาพ-เสียงและโอนถ่ายข้อมูล 


ด้านหลังของตัวเครื่อง ฝาหลังเป็นพลาสติกพื้นผิวสีด้าน โดยด้านบนจะเป็นกล้องถ่ายรูปที่นู้นออกมาเล็กน้อย มาพร้อมความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ที่ 30 fps พร้อมระบบป้องกันภาพสั่น OIS และไฟแฟลช LED 3ดวง ซึ่งส่วนนี้จะช่วยให้ภาพออกสวยเป็นธรรมชาติมากขึ้น สุดท้ายด้านขวาสุดจะเป็นช่องลำโพง

เมื่อแกะออกมาจะพบแบตเตอรี่ 3,000 mAh (ฝาหลังสามารถเปิดได้โดยการงัดร่องที่ด้านล่างตัวเครื่อง แล้วค่อยๆ งัดออกทีละด้าน) 

เมื่อเปิดฝาหลังแล้วจะพบช่องใส่ซิมการ์ด 2 ช่อง ซึ่งรองรับ 2 ซิม แบบ NanoSIM และมาพร้อมช่องใส่ MicroSD แยกต่างหาก (รองรับสูงสุดถึง 200 GB)

อุปกรณ์ภายในกล่อง Microsoft Lumia 950

ภายในจะมีสมาร์ทโฟน Lumia 950, สาย USB TYPE-C (Fast Charger), อแดปเตอร์ชาร์จไฟ, คู่มือการใช้งาน, หูฟัง

 

USB Type-C

หลายคนอาจสงสัยว่า USB TYPE-C คืออะไร? โดยทีมงานจะขออธิบายสั้นๆ ดังนี้ สำหรับพอร์ต USB TYPE-C นี้เราสามารถเสียบสายใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องสนใจว่าจะต้องเสียบด้านไหน ซึ่งจะเหมือนกับพอร์ต Lightning ของ Apple (iPhone, iPad ) รวมถึงความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลและชารจ์แบตเตอรี่ ที่ใช้เวลาน้อยกว่าสาย USB แบบเดิม ซึ่งหลังจากที่ทดลองชาร์จแบตเตอรีจาก 0 – 50% จะใช้เวลาประมาณ 28 นาที และถ้าชาร์จจนเต็มจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 8 นาที (ถือว่าเร็วใช้ได้เลย)

 

การใช้งานแบตเตอรี่ของ Lumia 950

ตอนนี้มาพูดถึงความอึดแบตเตอรี่ Microsoft Lumia 950 กัน ซึ่งแบตเตอรี่ที่ให้มาจะมีความจุถึง 3,000 mAh และจากการใช้งานจริงก็ถือว่าแบตเตอรี่นั้นอยู่ได้ยาวนาน และอึดใช้ได้เลยล่ะ เพราะหลังจากที่ใช้งานหนักๆ ไม่ว่าจะเปิด 3G, 4G ไว้ตลอดก็สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน ขณะเดียวกันถ้าใช้งานทั่วๆไปก็สามารถอยู่ได้เกินวันเลยทีเดียว

 

สเปคโดยรวม Lumia 950

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 5.2 นิ้วความละเอียด WQHD (1440 x 2560 พิกเซล) ความหนาแน่นพิกเซลต่อตารางนิ้วสูงสุดที่ 564 PPI กระจก Gorilla Glass 3
  • ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 808 Hexa-Core ความถี่สัญญาณนาฬิกา 1.8 GHz
  • แรม 3 GB
  • หน่วยความจำภายใน 32 GB ขยายได้เพิ่มสูงสุดด้วยการ์ด Micro SD ขนาด 200 GB (และได้ 2 TB เมื่อมีผลิตออกมา)
  • กล้องหลักความละเอียด 20 MP f/1.9 เซ็นเซอร์ขนาด 1/2.4 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี PureView และเทคโนโลยีกันสั่น OIS Generation ที่ 5 รวมถึงแฟลชแบบ LED 3 ดวงให้แสงเป็นธรรมชาติ และปุ่มชัดเตอร์กล้อง
  • รองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ที่ 30 fps
  • กล้องหน้าความละเอียด 5 MP มุมมองกว้าง f/2.4
  • พอร์ต USB Type C ทำหน้าที่เป็นส่วนเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เสริมต่างๆมากมาย และรองรับการชาร์จด่วน (Fast charging) ด้วย โดยสามารถชาร์จแบต 50% ได้ใน 30 นาที
  • แบตเตอร์รี่ขนาด 3,000 mAh รองรับการชาร์จไร้สาย
  • ขนาด (กว้าง x ยาว x หนา): 73.2 x 145 x 8.2 มม.
  • หนัก 150 กรัม
  • รองรับ 4 G

ประสิทธิภาพของ Lumia 950 

มาต่อกันที่เรื่องของประสิทธิภาพกันบ้าง ซึ่งผลคะแนนที่ได้จากการทดสอบผ่านแอป AnTuTu Benchmark ออกมาได้ 69,172 คะแนน ส่วนการทดสอบ MultiTouch รองรับการสัมผัสหน้าจอได้สูงสุด 10 จุดพร้อมกัน


หน้าตาอินเทอร์เฟส (User Interface)

Lumia 950 รันบนระบบปฎิบัติการวินโดวส์ 10 ซึ่งหน้าตาแถบจะเหมือนวินโดวส์บน พีซี, โน๊ตบุ๊คที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี (แสดงผลบนหน้าจอหลักเป็นแบบ Live Tile) ส่วนการใช้งานทำได้ลื่นไหลไม่มีอาการกระตุกให้เห็นครับ


หน้าจอล็อคสกรีน

ในส่วนหน้าจอล็อคสกีน และจุดเด่นคือสามารถแสดงผลขณะที่ไม่ได้ใช้งาน โดยข้อมูลจะแสดงเวลา วัน, เวลา, สภาพอากศ (สามารถปรับเพิ่มได้) รวมไปจนถึงแจ้งเตือนจากโซเชียลมีเดียต่างๆ อีกด้วย


คราวนี้มาพูดถึงเรื่องการปลดล็อกหน้าจอกัน โดยนอกจากการใส่รหัสปลดล็อกแล้วใน Lumia 950 ยังสามารถใช้ฟีเจอร์ Windows Hello (Beta) เพื่อปลดล็อคเครื่องได้ ซึ่งวิธีคือให้ผู้ใช้มองไปที่กล้องหน้า จากนั้นมือถือจะทำการสแกนดวงตา 2 ข้างของผู้ใช้ แล้วเครื่องจะทำการปลดล็อค (อย่าลืมเข้าไปตั้งค่าเปิดใช้งาน Windows Hello (beta) ก่อนนะ)


หลังจากที่ทดลองใช้ฟีเจอร์ Windows Hello (beta) แล้ว ทีมงานพบว่ายังมีข้อผิดพลาดออยู่เหมือนกัน เช่น ระบบสแกนดวงตาผิดพลาด พูดง่ายๆก็คือบางครั้งไม่ใช่ดวงตาของเราเอง ก็สามารถปลดล็อคเครื่องได้ (สำหรับปัญหานี้ต้องลองดูเวอร์ชันจริงๆก่อน คิดว่าทางไมโครซอฟท์น่าจะแก้ปัญหานี้ได้)


หน้าจอโฮมสกรีน

หลังจากปลดล็อคเข้ามาหน้าจอหลักก็จะพบแอปขั้นพื้นฐานต่างๆ อาทิ Facebook, Skpye, Bowser, Word, Excel, Powerpoint, Onenote เป็นต้น


การจัดหน้าจอโฮมสรีน

สำหรับหน้าโฮมสกรีนนี้เราสามารถจัดการหน้าจอได้เอง ไม่ว่าจะขยับ, ย้ายแอป ก็ทำได้ตามสไตล์ของเราเลย ส่วนการเปิดดูแอปทั้งหมดที่มีหรือติดตั้งไว้ ก็แค่สไลด์ไปทางขวาหน้าจอเท่านั้น


และถ้าเพื่อนๆต้องการที่จะเพิ่มแอปที่ใช้งานบ่อยไปยังหน้าจอโฮมสกรีนก็แค่แตะไอคอนแอปที่ต้องการแล้วเลือก "Pin to Start" 


ฟีเจอร์สั่งการด้วยเสียง (Cortana)

Cortana เป็นการสั่งงานด้วยเสียงซึ่งเปรียบเสมือนผู้ช่วยส่วนตัว โดยการใช้งาน Cortana นี้จำเป็นจะต้องต่ออินเทอร์เน็ตด้วย เพราะจะได้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะคุยเล่นกับ Cortana สั่งให้ร้องเพลงให้ฟังก็ได้แหม่งานนี้ไม่ต้องกลัวเหงาแล้ว (แต่ถ้าไม่ได้ต่อเน็ตก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน แต่จะใช้ได้แค่เพียงบางคำสั่ง เช่น Enable WiFi, Enble Bluetooth, Open apps เท่านั้น)

 

เคล็ดลับการใช้งาน Lumia 950

สำหรับเพื่อนๆ ที่มือเล็กเคยเจอปัญหาเวลาที่ใช้สมาร์ทโฟนจอใหญ่แล้วเอื้อมนิ้วทัชสกรีนไม่ถึงบ้างไหม? ซึ่งปัญหานี้จะแก้ไขได้ โดยให้กดปุ่มวินโดวส์ค้างเพื่อย่อหน้าต่างลงมา จากนั้นเราก็สามารถใช้งานด้วยมือข้างเดียวได้ ส่วนการรีเซ็คค่ากลับเป็นเหมือนเดิมก็ให้ใช้นิ้วกดบริเวณพื้นที่ว่างด้านบน หน้าจอจะกลับเป็นเหมือนเดิมทันที

 

แนะนำแอปเด่นบน Lumia 950

Map Here เป็นแอปนำทางโดยแอปนี้ถูกติดตั้งมาใน Lumia 950 เลยไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดเพิ่ม โดยเราสามารถเลือกการแสดงผลเป็นแบบ 3D ได้ นอกจากนี้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดแผนที่มาเก็บไว้ในตัวเครื่อง เพื่อใช้นำทางเวลาไปต่างประเทศ ซึ่งข้อดีคือเวลาใช้งานเราไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (ทวีปที่ให้เลือกดาวน์โหลด Africa, Asia, Australia/Oceanoa, Eurpoe, America, South America)


Microsoft EDGE
 
หรือเว็บเบราว์เซอร์จากไมโครซอฟท์ จุดเด่นคือฟีเจอร์ "Listen" ที่ใช้พูดสั่งพิมพ์ค้นหาเว็บที่ต้องการ แต่ขอบอกก่อนว่าขอสำเนียงเป๊ะนิดนึง ส่วนการใช้งานอื่นๆ ก็เหมือนกับเว็บเบราว์เซอร์ทั่วไปเช่น บันทึกเว็บโปรด, บันทึกหน้าเว็บไว้อ่านภายหลังและบันทึกหน้าเว็บเป็นเว็บหลัก เป็นต้น


Shazam
เป็นแอปค้นหาเพลง ซึ่งทีมงานคิดว่าทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว เพราะใช้ระยะเวลาเพียงไม่นานก็สามารถค้นหาเพลงได้แม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นเพลงสากลหรือไทย และเมื่อทำการค้นหาพบเราก็สามารถเปิดฟังตัวอย่างเพลง ดูเนื้อร้อง รวมไปถึงชมคลิปวิดีโอได้อีกด้วย 

 

เกมส์

สำหรับวันนี้เกมส์ที่นำมาทดสอบกับ Microsoft Lumia 950 ก็มีทั้งเกมส์ที่ใช้กราฟฟิกสูงอย่าง Nitro Nation และ Moden Frontline 

หลังจากที่ทดสอบเล่นเกมส์แล้ว สามารถเล่นได้อย่างสบายๆลื่นไหลสุดๆ ซึ่งถ้าเพื่อนๆนำไปเล่นเกมส์กราฟฟิกทั่วไปก็ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน แต่ต้องบอกก่อนเลยว่าเกมส์ในสโตร์ของวินโดว์โฟนค่อนข้างมีตัวเลือกน้อยพอสมควร

 

Display Dock อุปกรณ์แปลงมือถือให้กลายเป็นคอมพิวเตอร์ย่อมๆ

สำหรับ Display Dock เป็นอุปกรณ์เสริมที่จะเปลี่ยนสมาร์ทโฟนให้เป็นคอมพิวเตอร์ย่อมๆ ซึ่งเราสามารถเชื่อมต่อจอมอนิเตอร์ เมาส์ และคีย์บอร์ดเพื่อใช้งานแทนพีซีได้ ถ้าจะพูดกันง่ายๆก็คือระบบจะแปลงสมาร์ทโฟนให้กลายเป็นคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปนั่นเอง 

 

ด้านที่เห็นนี้จะเป็นส่วนที่ใช้เสียบช่อง USB TYPE-C ซึ่งเอาไว้ต่อกับสมาร์ทโฟน Microsoft Lumia 950


ส่วนอีกด้านจะมีช่องเสียบ USB 2.0 จำนวน 3 Port (จะใช้เสียบ เมาส์, คีย์บอร์ด, แฟลชไดร์ฟในช่องไหนก็ได้), ถัดลงมาจะเป็นช่อง USB TYPE-C ใช้ต่ออแดปเตอร์,  Display port (DP) และ HDMI (ใช้สำหรับต่อออกจอมอนิเตอร์)

คราวนี้มาดูการเชื่อมต่อกันบ้างโดยเราจะต้องเข้าไปที่ แอป Continuum เสียก่อน (แอป Continuum จะติดมาใน Lumia 950 อยู่แล้ว) สำหรับวิธีเชื่อมต่อจะทำได้ 2 วิธี คือ แบบ Wired dock (เชื่อมต่อตรง) และ Wireless adapter (เชื่อมต่อแบบไร้สาย)

 

ส่วนการทำงานก็ใช้คีย์บอร์ดหรือเมาส์ควบคุมได้เลย หรือเราจะใช้ Lumia 950 สั่งงานก็ได้ ซึ่งวิธีก็แค่ใช้นิ้วควบคุมแทนเมาส์หรือถ้าต้องการพิมพ์ข้อความก็กรอกข้อมูลได้เช่นกัน แต่ขอแนะนำว่าให้เพื่อนๆ ใช้เมาส์และคีย์บอร์ดจะทำงานสะดวกมากกว่า


และหากต้องการสลับการทำงานจากจอมอนิเตอร์มายังสมาร์ทโฟนก็ให้กดปุ่ม Windows ที่มือถือ แต่หากจะให้แสดงผลกลับไปยังมอนิเตอร์ก็แตะที่แถบด้านบน (Tap to control) โดยชื่อที่แสดงก็คือมอนิเตอร์ที่เชื่อมต่อไว้นั่นเอง


กล้องหลัง

ในส่วนกล้องหลังมีความละเอียดถึง 20 ล้านพิกเซล มาพร้อมเทคโนโลยี PureView ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้ภาพที่ออกมาคมชัดรวมถึงสีที่เป็นธรรมดา ในส่วนการตั้งค่าของกล้องจะมีด้วยกัน 2 โหมด คือ

โหมดที่ 1 โหมด Auto ซึ่งเป็นการใช้งานทั่วไป สลับกล้องหน้า-หลัง, เปิด-ปิดแฟลช, ปรับแสงอัตโนมัติ

โหมดที่ 2 โหมด Pro เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับลูกเล่นในการถ่ายภาพ โดยสามารถตั้งค่าต่างๆได้ อย่างเช่น ค่า White Balance (ปรับค่าสมดุลแสงสีขาว), Focus (ปรับจุดโฟกัส), ISO (ปรับค่าความไวแสง), Speed Shutter (ความเร็วในการถ่ายภาพ) Brightness (ปรับค่าความสว่าง) เป็นต้น

 

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยกล้องหลังของ Microsoft Lumia 950

ภาพถ่ายที่ใช้โหมดอัตโนมัติ





ภาพที่ถ่ายด้วยการเปิดแฟลช

 

ภาพถ่ายที่ใช้โหมด Pro

 

ตัวอย่างวิดีโอที่ถ่ายจาก Microsoft Lumia 950

หลังจากทดลองถ่ายภาพจากกล้อง Lumai 950 แล้ว ผลที่ได้คือภาพออกมาสีสันสวยงามและคมชัด ส่วนการถ่ายภาพเวลากลางคืนคุณภาพก็อยู่ในระดับดีเยี่ยม และถ้าถ่ายภาพโดยเปิดแฟลชภาพและสีทีได้ออกมาค่อนข้างสมจริง แต่ข้อสังเกตคือเวลาถ่ายภาพตอนกลางคืนระบบโฟกัสไม่ค่อยแม่นในบางครั้ง ส่วนตอนกลางวันไม่มีปัญหาใดๆ สำหรับเรื่องการถ่ายวิดิโอสามารถปรับความละเอียดสูงสุดถึง 3840x2160 (4K) ซึ่งคุณภาพไฟล์วิดิโอที่ออกมาถือว่าคมชัด 


กล้องหน้า

ต่อกันที่กล้องหน้ากันบ้างซึ่งมีความละเอียดถึง 5 ล้านพิกเซล แต่การปรับแต่งภาพค่อนข้างทำออกมาซับซ้อนไปนิด โดยเราจะต้องถ่ายภาพออกมาก่อนแล้วค่อยเข้าไปปรับแต่งอีกทีในอัลบั้มรูปภาพ



ภาพตัวอย่างที่ถ่ายด้วยกล้องหน้า

โดยรวมแล้วกล้องหน้าของ Lumia 950 ภาพที่ได้ถือว่าสีสันสมจริง แต่น่าเสียดายไปนิดสำหรับขาเซลฟี่อาจต้องโหลดแอปเพิ่มเติมเพราะว่ากล้องหน้าไม่มีโหมดบิวตี้มาให้ 

ส่วนราคาของเจ้า Micorosoft Lumia 950 อยู่ที่ 20,700 บาท

ข้อดี

  • แบตเตอรี่อึดใช้ได้
  • เวลาในการชาร์จแบตเตอรี่เร็ว
  • กล้องหลังสีสันสวยงามและคมชัด 
  • ถ่ายวิดิโอความละเอียดได้ถึง 4K
  • รองรับ 2 ซิม
  • รองรับ MicoSD หน่วยความจำเสริมได้ถึง 200 GB
  • สามารถแปลงสมาร์ทโฟนให้กลายเป็นคอมพิวเตอร์ย่อมๆ ด้วย Display Dock 

ข้อสังเกต

  • เวลาปรับแต่งภาพถ่ายใช้งานยากไปหน่อย
  • แอปฟรีในสโตร์ยังมีน้อยไปนิด

 

เช็คสเปคและเปรียบเทียบมือถือ Microsoft Lumia 950


เป็นไงกันบ้าง ได้เห็นรีวิวเเล้วชอบกันไหมเอ่ย? ถ้าใครชอบ อยากได้ จัดไปเลยจ้า

>>>คลิก<<<