Review : Sony NEX-F3 ถ่ายสนุกลุกนั่งสบาย ด้วยหน้าจอบิดพับได้ 180 องศา

น้าป๋วย | 28 ก.ย 2555 13:29:49 (อัพเดต 28 ก.ย 2555 18:12:39)

44709

VIEWS น้าป๋วย
มองหากล้องคุณภาพสูงแบบ DSLR แต่ขี้เกียจแบกกล้องหนักๆอยู่ใช่ไหม ลองดู Sony NEX-F3 กล้อง Mirrorless จาก Sony ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติเด่นด้านการถ่ายภาพที่สนุกขึ้น ง่ายขึ้น แถมคุณภาพไฟล์เทียบเท่ากับกล้อง DSLR ในราคาประหยัด อยากรู้ว่ากล้อง Sony NEX-F3 ถ่ายภาพสนุกขึ้นยังไงบ้าง ต้องลองดูรีวิวนี้ครับ



เริ่มจากดีไซน์และตัวบอดี้ของกล้องก่อนเลยครับ ตัวบอดี้ของ Sony NEX-F3 ได้รับการปรับปรุงในเรื่องของการจับถือ โดยมีการออกแบบในส่วนกริปให้หนามากขึ้น เพิ่มความกระชับมือในการจับถือ ในขณะที่ตัวบอดี้เองก็มีน้ำหนักเบา ขนาดเล็กตามคอนเซปต์กล้อง Mirrorless ตรงนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบกล้องขนาดเล็กสำหรับไว้พกพาไปท่องเที่ยวมากๆครับ






จุดเด่นที่พัฒนาขึ้นมาก็คือเรื่องของหน้าจอบิดพับแบบ 180 องศา ซึ่งตรงนี้เองถือเป็นจุดเด่นที่ช่วยให้การถ่ายภาพง่ายและสะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการถ่ายภาพตนเอง ซึ่งตรงนี้ตอบโจทย์ในเรื่องความสนุกของการถ่ายภาพตัวเองมากๆ



ในส่วนของปุ่มควบคุมกล้องต่างๆนั้น ถือว่าปุ่มไม่เยอะมากนัก ดังนั้นคนที่ไม่คุ้นเคยกับกล้องที่มีปุ่มต่างๆเยอะๆก็จะใช้งานง่ายขึ้น แต่อาจจะขัดใจสำหรับท่านที่ต้องการความรวดเร็วในการปรับตั้งค่ากล้อง เพราะส่วนใหญ่เมนูต่างๆจะต้องเข้าไปเซ็ตกันด้านในอีกที แต่โดยรวมแล้วถือว่าใช้งานได้ดีและง่ายมากครับ เช่น มีปุ่มเปิดแฟลช ปุ่มถ่ายวีดีโอกับปุ่มชัตเตอร์แยกจากกัน รวมถึงแป้นหมุนด้านหลังก็ควบคุมการทำงานกล้องได้ง่ายและรวดเร็ว



สำหรับในเรื่องของสเป็คคร่าวๆของตัวกล้องก็คือ เซ็นเซอร์ CMOS แบบ Exmor™ APS HD (ขนาด APS-C) 16.1 ล้านพิกเซล ซึ่ง Sony ระบุว่าช่วยให้ได้ภาพสวยงามและแน่นอนว่าคุณภาพเทียบเท่ากับกล้อง DSLR แถมถ่ายวีดีโอด้วยความละเอียดแบบ Full HD 1080p/60i โดยทั้งหมดนี้ก็คือสเป็คที่อัพเกรดเพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมอย่าง Sony NEX-C3 นั่นเอง



ที่เพิ่มมาให้อีกอย่างก็คือแฟลชป๊อปอัพที่ใส่มาให้ในตัวกล้อง เพิ่มความสะดวกในการถ่ายภาพเวลากลางคืนหรือที่แสงน้อย เพราะรุ่นก่อนหน้านี้อย่าง Sony NEX-C3 ไม่ได้ใส่แฟลชมาให้ในตัว



ด้านบนตัวกล้องยังมีจุดหนึ่งที่ซ่อนเอาไว้ นั่นคือพอร์ตเชื่อมต่อเมื่อต้องการต่อแลชภายนอกหรือว่าวิวไฟนเดอร์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับคนที่ชอบมองภาพผผ่านวิวไฟน์เดอร์มากกว่าหน้าจอ โดยอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นอุปกรณ์เสริมที่ต้องซื้อแยกต่างหาก และถ้าเอาแฟลชมาใช้งานพร้อมกับเปิดแฟลชป๊อปอัพในตัวกล้อง แฟลชป๊อปอัพจะไม่ทำงานครับ



ด้านล่างของตัวกล้องนั้นมีช่องใส่แบตเตอรี่บริเวณกริป และช่องใส่เมมโมรี่การ์ดซึ่งรองรับทั้ง SD และ Memory Stick DUO ของ Sony เอง ตรงจุดนี้บานพับออกมาแข็งแรงทนทาน แถมไม่ต้องเปิดปิดบ่อยๆครับ เพราะสามารถชารจ์แบตเตอรี่และโอนภาพถ่ายจากสาย USB ได้เลย



มาดูพอร์ตเชื่อมต่อกันครับ ที่บอกว่าสามารถชาร์จแบตเตอรี่หรือโอนภาพถ่ายลงคอมพิวเตอร์ได้เลยโดยไม่ต้องไปยุ่งกับการถอดแบตเตอรี่หรือเมมโมรี่การ์ด เพิ่มความสะดวกในการใช้งานครับ ส่วนพอร์ตหลักๆอย่าง HDMI ก็มีมาให้ครบถ้วน



หน้าจอ LCD และเมนูการใช้งานเหมือนกับ Sony ตระกูล NEX ตัวก่อนๆ เข้าใจง่ายและแสดงผลได้ชัดเจนดีครับ



ด้วยบอดี้ที่เล็กกะทัดรัดรวมถึงการถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ ทำให้ Sony NEX-F3 ตัวนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกล้องดิจิตอลเล็กๆสักตัวที่ตอบสนองการถ่ายภาพได้มาก และได้คุณภาพไฟล์รวมถึงลูกเล่นต่างๆเยอะแยะ กล้อง Sony NEX-F3 ตอบโจทย์ในเรื่องของการนำเอาข้อดีในส่วนการทำงานและคุณภาพไฟล์ของกล้อง DSLR มารวมกับลูกเล่นของกล้องคอมแพกต์ครับ



เดี๋ยวมาดูไฟล์ภาพกันเลยดีกว่า ว่ากล้อง Sony NEX-F3 จะให้ประสิทธิภาพได้มากน้อยแค่ไหน เริ่มจากเรื่องของความแม่นยำในระบบ White Balance ที่เมื่อนำไปทดสอบในสภาพแสงภายในอาคารที่มีทั้งแสงของหลอดไฟทังสเตนและแสงธรรมชาติ พบว่าแม่นยำดีมาก ส่วนพื้นที่สีขาวยังคงสีขาวได้อย่างแม่นยำ



ในเรื่องของ Noise นั้น จากภาพตัวอย่างด้านล่างถ่ายที่ ISO 3200 ซึ่งเป็นค่า Auto ที่กล้องดันขึ้นให้สูงสุด (จริงแล้วสามารถเร่งได้ถึง 16000) ลองมาดูว่า ISO ประมาณนี้เหลือเฟือเพียงพอในการใช้งานหรือเปล่า เมื่อย่อภาพลงเว็บ



สำหรับภาพตัวอย่างที่ทดสอบนั้น ต้องบอกว่าทำได้เนียนและเห็นรายละเอียดดีอยู่ ซึ่งถ้าครอปภาพต้นฉบับ 100% ออกมาให้ชม แล้วสังเกตดีๆจะพบว่า Noise ที่ ISO 3200 นั้น มีอยู่น้อยมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ส่วนมืดซึ่งปกติจะเห็นเม็ดสีออกมาเป็นจุดๆในกล้องรุ่นเก่าๆหลายๆตัว แต่กับ Sony NEX-F3 ทำได้ดีมากครับในเรื่องการจัดการ Noise



ส่วนอีกโหมดที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ HDR Auto ที่กล้องจะทำการถ่ายภาพอย่างรวดเร็วจำนวน 3 ภาพแล้วนำมาประมวลผลเพื่อดึงเอารายละเอียดในส่วนมืดและส่วนที่สว่างออกมา ทำให้ได้ภาพที่เห็นรายละเอียดในเงามืดและจุดที่สว่างจ้าได้ ช่วยเพิ่มความแปลกตาให้กับภาพถ่ายครับ ลองไปดูตัวอย่างเปรียบเทียบระหว่างภาพที่ปิดการทำงาน HDR กับภาพที่เปิดการทำงานครับ





นอกเหนือจากนี้แล้ว ความสนุกของการถ่ายภาพนั้นอยู่ที่การบิดพับหน้าจอ 180 องศาเพื่อถ่ายภาพตัวเองนี่แหละครับ ฟังก์ชั่นนื้คุณผู้หญิงทั้งหลายน่าจะชอบทีเดียว ว่าแล้วก็ไปดูภาพถ่าย Self Portrait กันเลยครับ (คนที่อยู่ซ้ายมือคือ ป๋าเอกแห่ง TechXcite นี่แหละ ส่วนคนที่อยู่ขวามือนั้น ผู้บริหารชาวญี่ปุ่นของ Sony สายผลิตภัณฑ์กล้องถ่ายภาพครับ :P)



ส่วนถ้าเอาไปถ่าย Portrait จะสวยงามแค่ไหนเชิญรับชมได้ครับ ต้องบอกว่าภาพตัวอย่างนี้ใส่ฟิลเตอร์เอฟเฟคท์ Retro ประกบกับเลนส์ Fisheye คุณก็จะได้ภาพสวยๆแบบนี้ หรือใครอยากชมอัลบั้มเต็มของนางแบบที่ถ่ายด้วยกล้อง Sony NEX-F3 ตัวนี้ คลิกไปที่นี่ครับ



พูดถึงเรื่องเอฟเฟคท์ของภาพ กล้อง Sony NEX-F3 ก็มีลูกเล่นมาให้พร้อมสรรพ เรียกได้ว่าไม่ต้องพึ่งโปรแกรมตกแต่งภาพในคอมพิวเตอร์ครับ สวยและง่ายมากๆ


หรือจะลูกเล่นอย่างพวกดูดสี เอาเฉพาะสีที่ต้องการให้โดดเด่นก็มีให้เล่นเหมือนเดิมครับ



ในเรื่องประสิทธิภาพอื่นๆอย่างเช่นเรื่องโฟกัส จากการทดสอบในสภาพแสงน้อย กล้อง Sony NEX-F3 โฟกัสได้รวดเร็ว ไม่วืดวาด เรียกว่าถ้าเอาไปเทียบกับกล้อง DSLR แล้ว ทำได้สูสี ไว้ใจการทำงานได้ครับ



พูดถึงเรื่องการถ่ายภาพในที่มืดนั้นก็ขอพูดถึงจุดเด่นในเรื่องฟีเจอร์อีกตัวที่น่าสนใจนั่นคือ การใช้งานโหมด Hand-Held Twilight ที่จะช่วยในเรื่องของการถ่ายภาพในที่แสงน้อยโดยไม่ต้องพึ่งขาตั้งกล้อง โดยเจ้า Sony NEX-F3 จะรัวภาพต่อเนื่องรวมถึงปรับตั้งค่าที่เหมาะสมให้ แล้วนำภาพที่ดีที่สุดมาใช้งาน ทำให้เราได้ภาพสวยๆจากการถ่ายภาพแสงน้อยๆได้ดีเลยครับ



ส่วนโหมดการถ่ายภาพอื่นๆที่น่าสนใจก็เช่น Auto Portrait ที่กล้องจะช่วยปรับครอปภาพให้อัตโนมัติเพื่อให้ได้ภาพ Portrait สวยๆ หรือโหมด Soft Skin ถ่ายภาพออกมาแล้วหน้าเนียน รวมถึงการถ่ายภาพพาโนรามาด้วย เรียกว่าจัดเต็มมีเยอะครับ ซึ่งหากจะสรุปแล้วต้องบอกว่ากล้อง Sony NEX-F3 ตัวนี้มีดีพอตัวเลยทีเดียว แถมราคาก็ไม่แพงมากนัก เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากได้กล้องดีๆสักตัว



สุดท้ายสำหรับการสรุปเจ้ากล้อง Sony NEX-F3 ตัวนี้ หลังจากทดลองใช้มา บอกได้เลยว่าคุ้มค่าคุ้มราคา แถมลูกเล่นที่ให้มานั้นเยอะแยะไปหมด และที่สำคัญคือเรื่องของคุณภาพไฟล์ที่ดีและสวยงาม ถ้าให้แนะนำก็คือ กล้อง Sony NEX-F3 เหมาะสำหรับมือใหม่หรือผู้ที่ต้องการใช้กล้องเพื่อถ่ายภาพในวันพักผ่อนสบายๆ ไม่ต้องการแบกกล้องหนักๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ซีเรียสกับคุณภาพไฟล์และอยากได้ลูกเล่นรวมถึงการทำงานของกล้องที่ง่าย สะดวกกว่ากล้อง DSLR



จุดเด่น
  • หน้าจอบิดพับได้ 180 องศา ถ่ายสนุกเวลาถ่ายภาพตัวเอง
  • ไฟล์คุณภาพสูง
  • ลูกเล่นต่างๆเยอะ และให้โหมดการถ่ายภาพต่างๆมาครบถ้วน
  • แบตเตอรี่ทนทานใช้งานได้นาน แถมชาร์จไฟผ่านกล้องได้เลย
  • วีดีโอแบบ Full HD 
จุดสังเกต
  • หน้าจอบิดขึ้นได้ แต่บิดลงไม่ได้ ถ่ายมุมเสยยากเลยครับ
  • เมนูอยู่ลึก บางครั้งหาไม่เจอ


บทความโดย : น้าป๋วย TechXcite