Review: Samsung Galaxy A7 2018 ครั้งแรกกับกล้องหลัง 3 ตัวจากซัมซุง ดีไซน์สวยหรู ในราคาระดับกลาง

MheeYokLoh | 5 พ.ย. 2561 22:28:02

1880

VIEWS MheeYokLoh

Review: Samsung Galaxy A7 2018 ครั้งแรกกับกล้องหลัง 3 ตัวจากซัมซุง ดีไซน์สวยหรู ในราคาระดับกลาง

ปีนี้ถือเป็นปีที่ซัมซุงมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจมากครับ เพราะก่อนหน้านี้ส่วนมากสมาร์ทโฟนระดับกลางอย่างซีรีย์ A ว่ากันตรงๆ ก็มักจะเป็นรุ่นที่จะได้รับสเปคมรดกตกทอดจากรุ่นเรือธงจากซีรีย์ S หรือ Note รุ่นปีก่อน อย่างเช่นสมาร์ทโฟน Galaxy A ในปีนี้ ก็จะได้กล้อง, CPU หรือฟีเจอร์อื่นๆ มาจาก S หรือ Note ในปีที่แล้ว ซึ่งจริงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องแย่ครับ เพราะอย่างน้อยมันก็เป็นฟีเจอร์เด่นที่ซัมซุงคัดมาให้แล้วว่ามันเวิร์ค จึงได้จัดมาลงในรุ่นระดับกลางให้ได้ใช้บ้าง

แต่ที่ผมบอกว่ามันแปลกก็เพราะว่า ในปีนี้สมาร์ทโฟนตระกูล A จะมีฟีเจอร์ หรือลูกเล่นใหม่ก่อนตระกูลเรือธงอย่าง S หรือ Note นั่นเอง กับรุ่นนี้เลยครับ Samsung Galaxy A7 2018 ที่เพิ่งเปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ โดยจุดเด่นของรุ่นนี้ที่เห็นกันได้ชัดๆ ตั้งแต่ยังไม่เปิดเครื่องก็คือ “กล้องหลัง 3 ตัว” ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกจากซัมซุงที่มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัวเลยด้วย (ซึ่งคาดว่าจะ Samsung S10 ก็จะใช้กล้อง 3 ตัวเช่นกัน)

วันนี้ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้รู้กันครับว่าสมาร์ทโฟนกล้อง 3 ตัวรุ่นนี้จะมีอะไรน่าสนใจ หรือมีจุดสังเกตอะไรบ้าง เราไปชมพร้อมๆ กันเลยครับ

Design การออกแบบ

Samsung Galaxy A7 2018 มาพร้อมดีไซน์การออกแบบที่เรียบหรูดูพรีเมี่ยมสุดๆ เรียกได้ว่าทำออกมาได้สวยแบบไม่มีกั๊กเลยครับ และน่าจะเป็นการบอกใบ้ด้วยว่าในปีหน้าดีไซน์แบบนี้จะถูกนำไปใช้ในรุ่นอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

ทางด้านวัสดุรุ่นนี้เลือกใช้กรอบตัวเครื่องเป็นโลหะทนทานต่อการใช้งาน บวกกับความหรูหราของกระจกสุดเงางามทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยเสริมให้ตัวเครื่องดูดีขึ้นอีกเป็นเท่าตัว แต่แน่นอนครับว่า การที่บอดี้มีความเงาแบบนี้ ก็ทำให้เครื่องเกิดรอยนิ้วมือง่ายด้วยเช่นกัน ต้องคอยเช็ดบ่อยๆ หรือไม่ก็ใส่เคสสวยๆ ไปก็จบละ

และเห็นเป็นฝาหลังกระจกแบบนี้ อย่าคิดว่ารองรับ wireless charging หรือชาร์จไร้สายนะครับ เพราะรุ่นนี้ยังไม่รองรับนั่นเองจ้า

การวางตำแหน่งกล้องก็ถือเป็น design language ใหม่ของซัมซุงเช่นกันครับ เพราะก่อนหน้านี้การจัดเรียงกล้อง แฟลช หรือเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่ด้านหลัง ก็มันจะถูกจัดเรียงในแนวนอน (เมื่อจับเครื่องในแนวตั้ง) แต่ใน A7 2018 นี้ layout กล้องถูกจัดเรียงในแนวตั้งครับ ซึ่งถือว่าดูสวยแปลกใหม่ไม่เหมือนซัมซุงในยุคก่อน

Samsung A7 2018 เปิดตัวมาทั้งหมด 4 สีด้วยกัน ประกอบไปด้วย สีทอง, น้ำเงิน, ดำ, และสีชมพูสุดหวาน เรียกได้ว่าสีที่เปิดตัวออกมาสามารถจับกลุ่มลูกค้าได้หลายกลุ่มทีเดียว เช่น สำหรับใครที่ชอบความเรียบหรูก็อาจเลือกสีที่ไม่ฉูดฉาดอย่างสีดำ หรือสีทอง แต่ถ้าเป็นวัยรุ่น อยากได้อะไรที่สดใสเห็นแล้วสดชื่น ก็จัดไปที่สีน้ำเงิน หรือสีชมพูสุดหวานก็ได้เช่นกันครับ (แต่ที่ขายในไทยตอนนี้ยังไม่มีสีชมพูเข้ามา)

ทางด้านเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ บางคนอาจพลิกเครื่องไปพลิกเครื่องมา หาเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือไปไหน ก็อย่างที่บอกครับว่ารุ่นนี้มาพร้อมการออกแบบรูปแบบใหม่ ปุ่มโฮมและที่สแกนนิ้วมือนั้นเป็นปุ่มเดียวกัน และถูกวางเอาไว้ข้างเครื่องในตำแหน่งที่นิ้วโป้งแตะใช้งานได้ทันที หรือจะถนัดซ้ายนิ้วชี้ก็จะแตะตรงนี้ได้พอดี จุดนี้ส่วนตัวผมถือว่าสะดวกดีครับ ใช้แล้วไม่รู้สึกขัดแต่อย่างใด

ใครไม่อยากสแกนนิ้ว รุ่นนี้ก็มีระบบสแกนใบหน้า หรือ Face Unlock ให้ใช้นะ

 

และแม้ว่าจะไม่มีปุ่ม Bixby มาให้ ซึ่งเป็นระบบผู้ช่วยส่วนตัวของ Samsung แต่คุณสามารถปัดหน้าจอไปทางซ้ายเพื่อใข้งานได้ครับ

นอกจากนี้ที่ต้องขอบคุณก็จะเป็นพอร์ต 3.5 มม. สำหรับเสียบชุดหูฟังที่ยังไม่ถูกตัดออกไป เพราะพอร์ตนี้ผมเชื่อว่ายังไงการมี ก็ยังดีกว่าไม่มีครับ ใครจะใช้หูฟังบลูทูธได้ทั้งวัน แบตหมดตอนกลับบ้านแล้วจะทำยังไง (555+) แต่ที่น่าเสียดายคือ พอร์ตชาร์จยังใช้เป็น microUSB อยู่ ยังไม่เปลี่ยนไปใช้ USB-C

Performance ประสิทธิภาพ

Samsung A7 2018 ใช้ชิปประมวลผล Exynos 7885 ที่ผลิตโดย Samsung เอง แต่อย่าดูถูกชิปตัวนี้นะครับ มาลองฟังสเปคของมันกันก่อน โดยชิปตัวนี้เป็นชิปแบบ octa-core 8 แกนสมอง ที่ประกอบไปด้วยชิป Cortex-A73 ตัวแรงโดย 2 แกนนี้มีความเร็ว 2.2GHz สำหรับทำงานหนักๆ เช่นการเล่นเกมที่ต้องรีดประสิทธิของเครื่องให้ถึงขีดสุด และอีก 6 แกน Cortex-A53 ความเร็ว 1.6GHz ชุดนี้จะทำงานกับงานประเภทที่ไม่ต้องใช้การประมวลผลระดับสูงครับ เช่นการใช้งานทั่วไป โทรเข้า-ออก เช็คสถานะ หรือฟังเพลงทั่วไป แต่มีข้อดีคือจะประหยัดพลังงานกว่ามาก

เรียกง่ายๆ ว่า ทั้ง 8 แกนนี้มีการแบ่งแยกการทำงานให้ครบทุกองศาชีวิตของคุณ แต่ยังคงรักษาการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพไว้ด้วย

ทางด้าน RAM รุ่นนี้ให้มาที่ 4GB ถือว่าตามมาตราฐานสมาร์ทโฟนในปี 2018 และหน่วยความจำภายใน 64GB อันนี้ดี ถือว่าดีกว่ารุ่นทั่วไปที่มักเริ่มต้นที่ 32GB ซึ่งถ้าหาก 64GB ยังไม่พออีก แนะนำไปซื้อเมม microSD Card เพิ่มครับ เพราะรุ่นนี้สามารถใส่ได้สูงสุดถึง 512GB เลยทีเดียว แถมยังใส่ได้แบบไม่ต้องตัดซิม 2 ออกด้วยครับ เพราะถาดใส่ซิมของรุ่นนี้เป็นแบบช่องใส่ซิมการ์ดนาโนซิม 2 ช่อง และแยกช่องใส่ microSD Card มาให้อีก 1 ช่องเลย อันนี้ก็ถือว่าดีเช่นกัน

ระบบปฏิบัติการรุ่นนี้เป็น Android 8 Oreo จากในกล่องเลยครับ และคาดว่าน่าจะมีอัพเดตเวอร์ชั่นใหม่ๆ ได้ในอนาคต

รุ่นนี้มาพร้อมแบตเตอรี่ 3300mAh ที่ถือว่าใช้งานทั่วไปแบบใช้เล่น Facebook, โทรศัพท์, เล่นเน็ตท่องเว็บ, เปิดฟังเพลงเวลาไปทำงาน หรือเปิดดูยูทูประหว่างทางกลับบ้าน ใช้งานแบบนี้อยู่ได้ข้ามวันสบายมากครับ แต่ถ้าคุณเป็นสายเกมเมอร์จ๋า ข้าจะเล่นเกมแบบยิงยาวไม่มีพัก แบบนี้ประมาณครึ่งวันก็ต้องหาที่ชาร์จแล้วครับ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติครับ โดยรวมถือว่าแบตตัวนี้ค่อนข้างอึดดีทีเดียว และใช้เวลาชาร์จจนเต็มประมาณ 2.5 ชม. ครับ

ทางด้านการแสดงผล รุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอขนาด 6 นิ้วแบบ Super AMOLED สัดส่วนเต็มหน้าจอแบบ Infinity Display ความละเอียด Full HD+ ที่แม้จะมีหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6 นิ้ว แต่ขนาดที่เพิ่มขี้นจะไปยืดหน้าจอส่วนบนขึ้นไป ทำให้ความกว้างยังอยู่ในระดับที่จับถือได้สะดวกด้วยมือข้างเดียวครับ ความสวยของจอ Super AMOLED ก็ไม่ต้องพูดถึง สวยงามสดใสแน่นอน ความสว่างสามารถใช้งานกลางแจ้งสู้แสงได้สบาย แต่ไม่แนะนำให้ไปยืนใช้งานกลางแดดนานๆ ครับ โทรศัพท์น่ะไม่เป็นอะไรหรอก แต่คุณจะไม่สบายเอา เป็นห่วงครับ (555+)

เสียงสนทนา คมชัดชัดเจนทั้งต้นสายและปลายสาย ลำโพงนอกเสียงดังฟังชัด เรื่องความดังไม่ต้องห่วงครับ ถือว่าดี มีระบบเสียง Dolby Atmos คุณภาพเสียงถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีตามมาตราฐานครับ เปิดดูหนังฟังเพลงได้สบายบนหน้าจอสวยๆ เลย

ด้านการนำทาง หรือใช้งานเป็น GPS รุ่นนี้ก็มาพร้อมกับเซ็นเซอร์นำทางพร้อมครับ สามารถใช้เป็น GPS นำทางได้เป็นอย่างดี

ด้านล่างนี้เป็นข้อมูลสเปคจาก AnTuTu นะครับ มีพวกข้อมูลลึกๆ อย่างพวกเซ็นเซอร์ต่างๆ ว่ามีอะไรบ้าง และใช้เซ็นเซอร์ของอะไร อันนี้ลงไว้ให้เป็นข้อมูลสำหรับท่านที่สนใจชมครับ

Gaming การเล่นเกม

พูดถึงการเล่นเกมกันบ้าง เพราะเชื่อว่ายุคนี้การเล่นเกมไม่ใช่เรื่องของเด็ก หรือเรื่องของผู้ชายอีกต่อไปแล้ว เพราะผมเห็นเดี๋ยวนี้ผู้หญิงเอง หรือคนทุกเพศทุกวันก็เล่นเกมกันบนสมาร์ทโฟนเยอะกว่าบนเครื่องเกมคอนโซลจริงๆ ด้วยซ้ำ

เกมที่ผมได้ทดลองก็เป็นเกมยอดฮิตแห่งชาติอย่าง RoV เล่ากันถึงเกมนี้ก่อน จากที่ลองเล่นทั้งในแบบเปิดกราฟฟิกสูงสุด ต้องบอกว่ามันเปิดได้ครับ แต่พอไปซัดกันจริงๆ ต้องบอกว่าตรงๆ ว่ามีอาการกระตุกให้เห็นอยู่บ้างครับ ดังนั้นผมแนะนำว่า หากเล่นเกมนี้ปรับกราฟฟิกระดับกลางๆ ก็พอครับ ภาพสวยเหมือนกัน แต่เล่นได้ลื่นกว่า จังหวะบวกก็ไม่กระตุกให้เรายืนค้างดูเหมือนแจก จะได้ไม่โดนเพื่อนร่วมทีมรีพอร์ทท้ายเกมให้เสียคะแนนด้วยนะ

ต่อไปเป็นเกม PUBG เกมนี้ปรับกราฟฟิกเต็มๆ ไม่เวิร์คครับ มีอาการกระตุกชัดเจน แนะนำให้ปรับให้อยู่ในระดับกลางๆ หรือลองเล่น Free Fire หรือเกมแนวนี้เกมอื่นดีกว่าครับ น่าจะเล่นได้ลื่นกว่า

และเกมสุดท้ายที่ผมทดสอบจะเป็นเกม Contra Return บอกสั้นๆ เลยว่า “ลื่นมาก” เล่นได้สบายครับ

จากที่ทดลองเล่นเกมแบบต่อเนื่องยาวๆ ด้านการระบายความร้อนรุ่นนี้ถือว่าทำได้ดีครับ ตัวเครื่องก็แค่อุ่นๆ นิดเดียวจริงๆ ถือว่าดีงามตามท้องเรื่อง

Camera กล้องถ่ายภาพ

มาถึงจุดขายของรุ่นนี้ คือการมาพร้อมกับกล้องหลังเยอะถึง 3 ตัว ที่ถือว่าเป็นรุ่นแรกของซัมซุงที่มาพร้อมกล้องแบบนี้ครับ โดยก่อนไปพูดถึงคุณภาพ ลองมาดูสเปคกันว่ากล้องหลักตัวแรกก่อนเลยครับ กล้องตัวนี้จะมีเซ็นเซอร์ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้างมากที่ f/1.7 สามารถรับแสงได้ดี คุณภาพของภาพถ่ายถือว่ามีความคมชัดดีในที่แสงดีครับ ให้สีสันค่อนข้างดี รายละเอียดของภาพ รวมถึง contrast ก็ถือว่าทำได้ดีเช่นกัน แต่เวลาถ่ายภาพในที่แสงน้อย ด้านความสว่างผมถือว่าทำได้ดี แต่ยังมี noise ให้เห็นบ้าง

กล้องตัวที่สองมีความละเอียดที่ 8 ล้านพิกเซล แต่มีจุดเด่นที่การใช้เลนส์มุมกว้าง 120 องศา เลนส์ตัวนี้ผมถือว่าทำให้กล้องตัวนี้ถ่ายสนุกขึ้นเยอะเลยครับ โดยเฉพาะการถ่ายภาพในสถานที่ท่องเที่ยว การได้เลนส์มุมกว้างดีๆ ถือว่าช่วยเก็บบรรยากาศสวยๆ ในสถานที่ต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น เก็บภาพความประทับใจได้ทั้งคนทั้งวิวเลย

ส่วนกล้องตัวที่ 3 ถ้าให้เดาผมเชื่อว่าคงมีบางคนเดาว่าต้องเป็นกล้อง tele แน่ๆ แต่ไม่ใช่ครับ เพราะกล้องตัวนี้จะถูกใช้งานเป็นกล้อง depth สำหรับทำภาพชัดตื้น หรือเรียกง่ายๆ ว่าภาพหน้าชัดหลังเบลอนั่นเอง โดยตัวกล้องมีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 โดยในโหมดถ่ายภาพบุคคล หรือ portrait นั้นถือว่าทำได้อยู่ในระดับที่ดีครับ ระบบการถ่ายภาพประมวลผลได้ค่อนข้างไวใช้ได้เลยทีเดียว

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ก็จัดว่าดีงามครับ โดยให้มาที่ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล แถมยังมีไฟแฟลช LED ให้มาสำหรับถ่ายในที่มืด หรือถ่ายย้อนแสงก็ถือว่าใช้ได้ดีในระดับหนึ่งครับ

ในด้านคุณภาพของกล้องโดยรวมผมถือว่าอยู่ในระดับที่ดีครับ มีโหมดต่างๆ ให้เลือกใช้ค่อนข้างเยอะตามสไตล์ซัมซุง มีโหมดหน้าสวยไว้เซลฟี่ลงโซเชียลหน้าเนียนๆ ได้ ที่ต้องชมคือในด้านการถ่ายวีดีโอครับ กล้องหลังสามารถถ่ายได้ที่ความละเอียดระดับ 4K กล้องหน้าถ่ายได้ที่ Full HD ซึ่งก็ยังเป็นกล้องวีดีโอบนสมาร์ทโฟนที่ไว้ใจได้ดีเช่นเคย มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ EIS คือกันสั่นด้วยซอฟท์แวร์ คุณภาพเสียงและภาพถือว่าอยู่ในระดับดีมากเหมือนเดิม

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Samsung A7 2018

Conclusion สรุป

Samsung Galaxy A7 2018 เปิดตัวมาที่ราคา 10,990 บาท ซึ่งถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนซัมซุงที่ราคาจัดว่าพอสมน้ำสมเนื้อกับสเปคระดับกลางๆ แต่มาพร้อมดีไซน์ที่หรูหราระดับพรีเมี่ยมไม่แพ้รุ่นระดับเรือธงเลยทีเดียวครับ

ทางด้านประสิทธิภาพการใข้งานก็ถือว่ารองรับการใช้งานทั่วไปได้อย่างครบถ้วนลงตัวครับ จะดูหนังฟังเพลง ท่องเว็บเล่นเน็ต ก็สามารถดูได้อย่างเต็มตากับหน้าจอแบบ Infinity Display สีสันสดใสแบบ Super AMOLED กับแบตเตอรี่ที่ให้มา 3300mAh ก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปได้แบบเต็มวันแน่นอน

แต่ถ้าเป็นทางด้านเกมมิ่งการเล่นเกมก็ต้องบอกว่า สามารถเล่นได้ทุกเกมครับ แต่อาจต้องปรับระดับกราฟฟิกลงมาอีกสักนิดนึงสำหรับบางเกมที่กินสเปคสูง โดยปรับระดับกราฟฟิกให้อยู่ในระดับกลางๆ ก็จะสามารถเล่นได้ลื่นไม่มีสะดุดแล้วล่ะครับ

ส่วนทางด้านกล้องที่เป็นจุดขายของรุ่นนี้ ต้องบอกว่าการมาพร้อมกล้องถึง 3 ตัวนั้น ไม่ได้ใส่มาแค่เป็นแฟชั่นเท่ๆ เกร๋ๆ เท่านั้นนะครับ กล้องทุกตัวสามารถใช้งานได้จริง ช่วยเพิ่มโอกาสในการเก็บภาพความประทับใจสวยๆ ได้ในสถานะการณ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น ทั้งกล้องหน้า และกล้องหลังบอกเลยว่า ถ้าคุณเป็นคนชอบท่องเที่ยวและถ่ายรูป รับรองว่าจะถ่ายสนุกขึ้นอย่างแน่นอนครับ

เอาเป็นว่าในงบประมาณระดับนี้ Samsung A7 2018 ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจมากครับ โดยเฉพาะคนที่ชอบถ่ายภาพ นี่ยังไม่นับในส่วนของบริการเสริมมากมายอย่างเช่น Galaxy Gift และบริการหลังการขายหากเครื่องมีปัญหา ก็สามารถเข้าศูนย์บริการที่มีอยู่มากมายทั่วประเทศได้เลย แถมหาซื้อเคสได้ง่ายตามสไตล์ซัมซุงด้วยจ้า เอาเป็นว่าสรุปจุดเด่น และจุดสังเกตให้ชมง่ายๆ ดังนี้เลย

จุดเด่น

- หน้าจอสวยแบบ Super AMOLED ไม่มีติ่งรอยบาก

- การออกแบบวัสดุแบบพรีเมี่ยม สวยหรู ดูแพง

- กล้องหลัง 3 ตัว ถ่ายสนุก

- กล้องหน้าคุณภาพดี มีไฟแฟลช

- แบตเยอะ ใช้ได้เต็มวัน

- รองรับ 2 ซิม + 1 ช่องเพิ่มเมมได้สูงสุด 512GB

- มีแอปเสริมแจ่มๆ แบบ exclusive อย่าง Galaxy Gift หรือแอป BNK48 เป็นต้น

 

จุดสังเกต

- ยังใช้พอร์ต microUSB อยู่

- ไม่รองรับชาร์จไร้สาย

- ฝาหลังเป็นรอยนิ้วมือได้ง่าย