Preview : Samsung Galaxy A9 สมาร์ทโฟน 4 กล้องหลังรุ่นแรกของโลก จบทุกมุมมองในเครื่องเดียว !!

เฮียแม็พ | 21 พ.ย. 2561 16:01:39

5499

VIEWS เฮียแม็พ

Preview : Samsung Galaxy A9 สมาร์ทโฟน 4 กล้องหลังรุ่นแรกของโลก
จบทุกมุมมองในเครื่องเดียว !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความพรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราพามาอยู่กับสมาร์ทโฟนที่สร้างกระแสความฮือฮาอย่างมากในช่วงเดือนที่ผ่านมากับ Galaxy A9 (2018) สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมกับกล้องหลังถึง 4 ตัว โอ้โห อื้อหือกันเลยทีเดียวกับกล้องที่มากมายขนาดนี้ นอกจากเรื่องกล้องที่ดูเด่นขนาดนี้แล้ว ตัวรูปลักษณ์ภายนอกและสเปคภายในของรุ่นนี้ก็ไม่ธรรมดาอีกด้วย เอาเป็นว่าอย่ารอช้ากันอยู่เลย มาอ่านบทความพรีวิวของรุ่นนี้ไปพร้อมๆกันเลยดีกว่าครับ :D

รูปลักษณ์สวยเรียบตามสไตล์ Samsung !

เริ่มต้นกันที่รูปลักษณ์ภายนอกกันก่อนเลย สำหรับ Galaxy A9 นั้น ก็มาพร้อมกับดีไซน์ทรงคุ้นตาของ Samsung ในยุคหลังนี้ ที่เริ่มใช้หน้าจอแบบ Infinity Display ในอัตราส่วนที่ยาวๆแบบนี้ ตัวหน้าจอ Super Amoled แสดงผลด้วยความละเอียด FHD+ (2220 x 1080 พิกเซล) ขนาด 6.3 นิ้ว เรียกว่าใหญ่เต็มตาดีทีเดียวกับไซส์นี้

ถึงแม้หลายแบรนด์จะหนีไปเล่นดีไซน์แบบหน้าจอติ่งหรือหน้าจอรอยบากกันอย่างล้นหลามในปีนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ Samsung ยังเลือกไม่ตามใครก็คือหน้าจอ Infinity Display ที่อาจจะมีตัวขอบหน้าขอหนาไปบ้าง ไม่ได้ชิดไปซะหมด แต่ก็ได้หน้าจอแบบเต็มๆไม่มีอะไรมาบดบังเวลาดูคอนเทนต์ต่างๆนะจ๊ะ ซึ่งอัตราส่วนของ Galaxy A9 นี้ก็จะอยู่ที่ 18.5:9 นั่นเองครับ

ขนาดตัวเครื่องของรุ่นนี้มีความใกล้เคียงกับพวก Galaxy A8 หรือ A8 Star ที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ ดูเต็มไม้เต็มมือดี ให้ความรู้สึกที่แข็งแกร่งจับถือได้สะดวกในมือด้วยวัสดุงานประกอบแบบกระจกผสานเข้ากับกรอบโลหะของตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี

เหนือหน้าจอจะมีตำแหน่งของเซ็นเซอร์ต่างๆ พร้อมลำโพงสนทนาและกล้องหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล และด้วยความที่หน้าจอไม่มีติ่งเลยอาจจะมีขอบดำที่ด้านบนหนาไปนิดหนึ่งเนาะ :P

ขอบหน้าจอด้านล่างก็มีเผื่อไว้ให้วางนิ้เวลาถ่ายรูปหรือจับถือแนวนอนประมาณหนึ่ง (ก็คือขอบล่างหนานั่นล่ะ :P)ไม่ได้ชิดขอบเข้าไปแบบพวกรุ่นเรือธงซีรีส์ S หรือ Note สักเท่าไหร่

กรอบตัวเครื่องมาใช้วัสดุเป็นโลหะแบบมันวาวให้ความรู้สึกที่หนืดๆมือนิดหน่อย ตัวปุ่มกดรอบนี้ปรับตำแหน่งให้แตกต่างไปจากรุ่นก่อนๆที่เราคุ้นเคย โดยย้ายปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงไปไว้ที่มุมขวาของตัวเครื่องแทนที่ตำแหน่งซ้ายมือเรียบร้อย

ส่วนซ้ายมือของตัวเครื่องก็จะเหลือไว้เพียงปุ่ม Bixby ปุ่มเดียวเท่านั้น ซึ่งหลายคนก็อาจจะไม่ชินในการปรับปุ่มตรงนี้สักเท่าไหร่เนาะ ค่อยๆปรับตัวกันไปล่ะ

พอร์ตการเชื่อมต่อของรุ่นนี้จะอยู่ที่ด้านล่างตัวเครื่องทั้งหมดเริ่มจากพอร์ตหูฟัง 3.5 มม., พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C, ไมโครโฟนสำหรับสนทนาและลำโพงหลักของตัวเครื่องครับ วางตำแหน่งไว้ได้อย่างมาตรฐานดี

ด้านบนของตัวเครื่องจะมีช่องใส่ซิมการ์ดแบบ 3 Slot แบ่งการใช้งานได้ครบถ้วนจะเลือกใส่ 2 ซิม (Nano-SIM)พร้อมกับ Micro-SD ก็ทำได้ด้วยเลยครับ ไม่ต้องมากังวลว่าจะเพิ่มหน่วยความจำเพิ่มไม่ได้เนอะ

ฝาหลังสวยแปลกตาพร้อมกล้องหลังถึง 4 ตัว !

ดูด้านหน้าและด้านข้างกันไปครบแล้ว ได้เวลาพลิกเครื่องกลับมาที่ด้านหลังพร้อมยลโฉมความแปลกใหม่บนรุ่นนี้กันแล้ว เริ่มแรกเลยที่สะดุดตาก็คือเรื่องของสีสันที่รุ่นนี้ถือว่าเป็นรุ่นแรกของ Samsung ที่มีการใช้ฝาหลังกระจกไล่เฉดสี ตามเทรนด์ของฝาหลังยุคใหม่นี้ ซึ่งสีที่เราได้มาลองในครั้งนี้ก็เป็นสีฟ้า Lemonade Blue ซึ่งจะเป็นการไล่เฉดสีจากสีฟ้าอ่อนลงไปถึงสีน้ำเงินที่ด้านล่างของตัวเครื่อง

ซึ่งการไล่เฉดสีแบบนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกของสมาร์ทโฟน Samsung เลยก็ว่าได้ครับ ตัวฝาหลังของรุ่นนี้ก็เป็นแบบกระจก 3D โค้งตัดเข้าหาตัวกรอบโลหะของเครื่องได้เป็นอย่างดีและก็รู้สึกถึงความเผยอออกมาของกรอบกับตัวฝาหลังเพียงเล็กน้อยเท่านั้นอีกด้วย

และเอ๊ะ ! สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยจริงๆก็คือพระเอกของเราอย่างกล้องหลัง 4 ตัวของรุ่นนี้ที่เรียงกันลงมาเป็นแนวนอนอย่างกับไฟจราจร (แซวๆ :P)โดยกล้องทั้ง 4 ตัวของ Galaxy A9 นี้ก็จะแบ่งการทำงานออกไปเลยอย่างชัดเจนประกอบด้วยเลนส์ Ultra-Wide ตัวบนสุด, เลนส์ Tele 2X ตัวรอง, เลนส์หลักความละเอียด 24 ล้านพิกเซล และเลนส์วัดระยะนั่นเอง เรียกว่าจัดมาครบและเรียงกันซะสวยพร้อมไฟแฟลช LED อยู่นอกกรอบเลนส์อีกที ส่วนตัวเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือก็จะอยู่ตรงกลางเครื่องเด่นๆแบบนี้แหละครับ

สำหรับสีสันที่วางจำหน่ายในบ้านเราจะนำเข้ามาด้วยกัน 3 สีคือ Lemonade Blue, Bubblegum Pink และ Cavier Black ซึ่ง 2 สีแรกฟ้ากับชมพูจะมีการไล่เฉดสีสวยๆแบบที่เห็น ส่วนสีดำก็เป็นดำเงาสะท้อนเบสิคๆเลยครับ

สเปค Samsung Galaxy A9 (2018)

  • หน้าจอ Super Amoled 6.3" FHD+
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 660 Octa-core
  • แรม 6GB
  • ความจุ 128GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 512GB
  • แบตเตอรี่ 3800 mAh
  • กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 4 ตัว
  • - 8 ล้านพิกเซล f/2.4 (Ultra Wide)
  • - 10 ล้านพิกเซล f/2.4 (เทเล)
  • - 24 ล้านพิกเซล f/1.7 (ตัวหลัก)
  • - 5 ล้านพิกเซล f/2.2 (วัดระยะ)
  • รองรับสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง
  • รองรับ ซิม
  • รัน Android 8.0 Oreo ครอบด้วย Samsung Experience 9.0
  • มาพร้อม สี Caviar Black, Lemonade Blue and Bubblegum Pink
  • ราคา 19,990 บาท

ในส่วนของสเปคก็จัดมาให้เต็มๆในแบบฉบับของซีรีส์ A ที่เลือกใช้หน่วยประมวลผลระดับกลางอย่างซีรีส์ Snapdragon 660 ที่มีประสิทธิภาพในการประมวลผลที่ดีและลงตัว, หน่วยความจำก็ให้มาสูงเหมาะกับการใช้งาน 6GB + 128GB, แบตเตอรี่จุใจ 3800mAh และที่ขาดไม่ได้เลยจริงๆก็คือกล้องหลังของรุ่นนี้ที่ให้มามากถึง 4 ตัว และแน่นอนเป็นรุ่นแรกของโลกที่จัดมาให้กันขนาดนี้เลยล่ะครับ

ซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นเดียวกับเรือธง

ในส่วนของระบบปฏิบัติการของ Galaxy A9 นั้นให้ Android 8.0 Oreo มาพร้อมครอบทับด้วย Samsung Experience 9.0 ตัวเดียวกับรุ่นเรือธงทั้ง Galaxy Note 9 หรือ S9 ในตอนนี้ หน้าตาเราก็คงคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วมีการทำไอคอนต่างๆให้ดูเฟรนลี่และโค้งมนเข้ากับทรงของตัวเครื่องได้เป็นอย่างดีครับ

กล้องหลัง 4 ตัวรุ่นแรกของโลก ไหนมีอะไรเด็ด !?

กล้อง พูดถึงเรื่องกล้องกันเลยละกันครับ ไหนๆก็เป็นจุดเด่นสุดของรุ่นนี้อยู่แล้ว อย่างที่ทราบกันดีว่า Galaxy A9 นั้นมาพร้อมกับจุดเด่นในเรื่องของจำนวนกล้องที่เยอะมาก รวมทั้งตัวก็ 5 กล้องเข้าไปแล้ว ซึ่งกล้องตัวละตัวก็จะมีความสามารถที่แตกต่างกันออกไป ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกันก่อนเลยละกัน โดยกล้องทั้ง 4 ตัวจะมีหน้าที่ดังนี้ครับ

  • กล้อง Ultra Wide - เลนส์มุมกว้าง 120 องศาความละเอียด ล้านพิกเซล f/2.4
  • กล้อง Tele - เลนส์ซูม 2X ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล f/2.4
  • กล้องตัวหลัก เลนส์ปกติความละเอียด 24 ล้านพิกเซล f/1.7
  • กล้องวัดระยะ ความละเอียด ล้านพิกเซล f/2.2 ใช้จับระยะในโหมด Live Focus

โดยแต่ละช่วงก็ใช้งานที่แตกต่างกันไป เราสามารถสลับตัวเลนส์ที่จะใช้งานได้ง่ายๆด้วยการแตะที่ไอคอนรูปต้นไม้ที่อยู่เหนือปุ่มชัตเตอร์นี่แหละครับ โดยจะแบ่งเป็นต้นไม้ต้นเดียวคือเลนส์ซูมเทเล 2X, ต้นไม้ 2 ต้นเลนส์หลักช่วงปกติและต้นไม้ 3 ต้นคือเลนส์ Ultra-Wide นั่นเองครับ UI ทำมาได้เข้าใจง่ายดี ซึ่งในค่าเริ่มต้นตัวกล้องจะเลือกไอคอนรูปต้นไม้ 2 ต้นหรือเลนส์หลักมาให้เราได้ใช้งานก่อน แต่จะเปลี่ยนยังไงก็กดสลับเอาได้ครับ หรือจะใช้การซูมเข้าซูมออกด้วยการจีบหรือถ่างบนหน้าจอก็ได้เช่นกัน :P

กล้อง Ultra-Wide เก็บมุมสวยกว้างกว่าที่เคย !

ซึ่งตัวกล้องที่เห็นชัดที่สุดก็คือตัวเลนส์ Ultra-Wide แบบเดียวกับที่เห็นบน Galaxy A7 คือปกติเราจไม่ค่อยได้เห็นเลนส์มุมกว้างแบบนี้บนสมาร์ทโฟนรุ่นกลางสักเท่าไหร่ พอมีมาให้ใช้จริงก็รู้สึกถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจนว่าเป็นเลนส์ที่น่าสนใจ เพราะเราจะได้ภาพมุมแปลกๆ หรือในสถานที่ที่แคบมากจริงๆแล้วอยากเก็บภาพกว้างๆมาให้ได้ครบก็สลับมาที่เลนส์ตัวนี้ได้เลย กว้าง 120 องศาเก็บได้ครบจริงๆ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง Ultra-Wide จะเห็นว่าภาพมุมกว้างที่ได้มานั้น เปลี่ยนภาพแบบเดิมๆที่เราคุ้นเคยไปได้เยอะดีทีเดียว ช่วยให้เราได้สร้างสรรค์ภาพแนวใหม่ๆออกมาได้ รวมไปถึงการเก็บภาพในที่แคบได้ดีจริงๆ แต่ตัวเลนส์จะแอบมี Distortion หรือความเบี้ยวของขอบอยู่พอประมาณ ทำให้ตามมุมของภาพอาจจะเว้ากว่าที่ควรจะเป็น แต่ทาง Samsung ก็มีตัวเลือกการแก้ Distortion มาให้เลือกเพิ่มเติมด้วย ถ้าถ่ายออกมาแล้วกลัวจะเบี้ยวเกินไปน่ะเนอะ :D

กล้อง Tele ซูมเข้าไปได้ 2 เท่า เข้าไปให้ใกล้กว่าเดิม !

ส่วนกล้องซูม 2X ตรงนี้ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเท่าไหร่ แต่บน Galaxy A9 นั้นก็ถือว่าเป็นเลนส์ที่เพิ่มเข้ามาเติมเต็มในส่วนที่ขาดไปตอน A7 ได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากช่วงปกติแล้วเวลาเราอยากได้ภาพที่เข้าใกล้ไปกว่าปกติ ก็ใช้เลนส์ตัวนี้กดซูมเข้าไปได้เลย โดยที่ความคมชัดจะยังมีมากกว่าการถ่ายแบบ Digital Zoom แบบรุ่นอื่นๆครับ

\

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง Tele ในส่วนของเลนส์ซูมนั้นถึงแม้จะมีความละเอียดมาเพียง 10 ล้านพิกเซล แต่ซอฟต์แวร์จะมีการปรับรวมความละเอียดร่วมกับตัวเลนส์หลักทำให้ผลลัพธ์ออกมาเป็น 24 ล้านพิกเซลในที่สุด คุณภาพที่ได้ก็ถือว่าคมชัดดีเลย เพียงแต่เราต้องรอตัวกล้องประมวลผลในการเลือกกล้องก่อนถ่ายนิดหน่อย ไม่งั้นถ้ารีบกดซูมและกดถ่ายเลยภาพอาจจะประมวลผลไม่ทันและเกิดความแตกหรือหยักได้ครับ

กล้องตัวหลัก f/1.7 ถ่ายในที่แสงน้อย สวยยย !

มาเข้าถึงกล้องหลักที่มีความละเอียดถึง 24 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงกว้างถึง f/1.7 แน่นอนว่าสเปคแบบนี้ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีใช้ได้เลย มีโหมด Auto HDR มาให้อยู่แล้ว จะถ่ายย้อนแสงหน่อยๆก็เก็บรายละเอียดได้ดีครับ

รวมไปถึง Scene Optimizer หรือที่ทุกคนเรียกว่า AI Scene อะไรทำนองนี้ก็มีให้ใช้งานด้วย แต่จะแยกออกจากโหมด Auto มาเลย ถ้าอยากได้สีสันที่สวยงามหรือการปรับแต่งเพิ่มเติมโดยที่ไม่ต้องยุ่งยากก็สลับมาโหมดนี้ได้ครับ จะเล็งอาหาร, ดอกไม้ หรือท้องฟ้าระบบก็จะจัดการให้เองหมด

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลักโหมด Auto เน้นความง่ายในการกดถ่ายไว้ก่อน เราก็กดด้วย Auto อย่างเดียวเลยละกัน ตัวกล้องทำงานได้ดีทีเดียว ด้วยค่ารูรับแสงที่กว้างทำให้ภาพถ่ายในที่แสงน้อยนั้นออกมาดูดีเลย แถมมีความง่ายของ Auto ที่เล็งๆแล้วกดถ่ายออกมาก็สวยแบบไม่ต้องพยายามเยอะครับ

 

กล้อง Depth ใช้คู่กับกล้องหลักถ่ายภาพคนเนียน !

ปิดท้ายด้วยเลนส์ตัวสุดท้ายกับกล้องวัดระยะ เพื่อใช้งานในโหมด Live Focus หรือถ้าเรียกแบบเข้าใจง่ายๆก็คือ Portrait นั่นล่ะครับ ตัวกล้องสุดท้ายนี้จะใช้ในการจับระยะของแบบและวัตถุแยกออกจากกันเพื่อวิเคราะห์ว่าตรงไหนควรชัดตรงไหนควรเบลอ ใช้งานควบคู่กับกล้องตัวหลัก เท่ากับว่าเวลาเราสลับมาที่โหมด Live Focus ระยะจะไม่เปลี่ยนแบบรุ่นเรือธง (S9+ หรือ Note 9)ทำให้การเล็งมุมนั้นง่ายกว่านั่นเอง

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Live Focus ถ้าเกิดได้แสงที่มากพอ โหมด Live Focus ของ Galaxy A9 นั้นทำงานได้ยอดเยี่ยมดีทีเดียว เพราะใช้กล้องตัวหลักถ่ายภาพที่ได้ก็จะเหมือนว่าเราถ่ายในโหมด Auto ที่มีการละลายฉากหลังได้สวยๆ บวกกับมี Bokeh Effect ให้เลือกปรับอยากได้เป็นรูปหัวใจหวานๆ, ดาวหลายๆดวงก็เลือกได้ด้วยนะ

กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซลก็เนียนเหมือนกัน

เห็นกล้องหลังเด็ดซะขนาดนี้ อย่าเพิ่งคิดว่ากล้องหน้าจะด้อยไปเลยนะ เพราะรุ่นนี้เขาก็ไม่ธรรมดาให้กล้องหน้าความละเอียมากถึง 24 ล้านพิกเซลมาด้วย ทำให้การเซลฟี่ของสาวๆนั้นสมบูรณ์ขึ้นเยอะเลย มีโหมดหน้าเนียนและ Smart Beauty และ Palm Sefie แบมือเพื่อลั่นชัตเตอร์มาให้ด้วย หามุมดีๆเล็งถ่าย สวยยย !

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ Galaxy A9

ระบบปลดล็อคมีทั้งใบหน้าและสแกนนิ้ว

ในส่วนของระบบปลดล็อครุ่นนี้ให้ระบบสแกนลายนิ้วมือมาที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ต่างจากตอน A7 ที่วางอยู่ที่ปุ่ม Power ด้านข้างตัวเครื่อง ส่วนตัวชอบที่ไว้หลังเครื่องมากกว่าเพราะเป็นตำแหน่งที่ใช้กันชินและสามารถใช้ได้ถนัดทั้ง 2 มือครับ แต่ถ้าไม่ชอบการเอื้อมนิ้วมาหาเซ็นเซอร์ที่ด้านหลังก็มีระบบสแกนใบหน้ามาให้เลือกด้วย รวดเร็วกดปลุกจอแล้วปลดล็อคได้เลย :D

แบตเตอรี่ 3800 mAh รองรับ Fast Charge

ปิดท้ายด้วยเรื่องของแบตเตอรี่รุ่นนี้ให้ความจุมาเยอะดีทีเดียวที่ 3800 mAh บวกกับตัวหน่วยประมวลผล Snapdragon 660 ที่ใช้พลังงานไม่มากนัก ทำให้เราสามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน จะถ่ายรูปกันทั้งวัน ก็เอาอยู่ครับ ส่วนระบบชาร์จก็รองรับระบบ Fast Charge ของทาง Samsung เอง มาตรฐานเดียวกับที่ใช้บน Note 9 นั่นล่ะครับ เร็วกำลังดีนะ

ราคาและโปรโมชั่น !

มาถึงราคาและโปรโมชั่นกันเลย ! สำหรับ Galaxy A9 นั้นเคาะราคาค่าตัวมาที่ 19,990 บาท มีให้เลือก 3 สีคือ Caviar Black, Lemonade Blue and Bubblegum Pink เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 ..นี้ และเพื่อนๆที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 23 .. - 31 .. นี้จะได้รับของแถมเป็นพาวเวอร์แบงค์ Fast Charge 10,000mAh และรับประกันจอแตกนาน 1 ปีมูลค่ากว่า 4,490 บาทไปเลยอีกด้วยครับ

สรุปหลังลองจับ !

หลังจากที่ได้ลองจับและใช้งาน Galaxy A9 มา 1 วันเต็ม ต้องบอกว่ารอบนี้ทาง Samsung สร้างสรรค์ซีรีส์ A ออกมาได้ค่อนข้างครบดีจริงๆ รู้ว่าควรจับจุดเด่นในเรื่องของกล้องด้วยการใส่กล้องหลังมามากถึง 4 ตัวครบทุกช่วงการใช้งาน และทำได้ดีทีเดียวสำหรับรุ่นกลางค่อนสูงแบบนี้ บวกกับเรื่องดีไซน์ที่เป็นจุดเด่นของซีรีส์นี้ที่เล่นกับเฉดสีสวยๆพร้อมบอดี้ที่น่าจับถือ ส่วนสเปคภายในที่หลายคนอาจจะคิดว่าแอบน้อยไปรึเปล่า เท่าที่ลองใช้งานจริงก็ตอบสนองการทำงานต่างๆได้อย่างราบรื่นนะครับแถมแบตเตอรี่ก็อึดใช้ได้เลย รวมๆแล้วก็ถือเป็น Galaxy A ที่ออกมาได้ถูกจังหวะมากๆ ใครที่กำลังหาสมาร์ทโฟน Samsung รุ่นกลางที่เน้นกล้องแจ่มๆอยู่ตัวนี้น่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีครับ :D

 

พรีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite