ถ้าใครติดตามข่าววงการ Apple มานาน คงจำได้ว่าคำว่า "iPhone พับได้" ถูกพูดถึงมาตั้งแต่สมัยที่ Samsung เพิ่งเปิดตัว Galaxy Fold รุ่นแรกๆ ด้วยซ้ำ ผ่านมาเป็นสิบปี ข่าวลือก็ยังคงเป็นข่าวลือ จนหลายคนเริ่มไม่แน่ใจว่าจะได้เห็นของจริง แต่ปีนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแบบชัดเจน เพราะ Apple ประกาศแล้วอย่างเป็นทางการว่าจะจัดงานอีเวนต์ใหญ่ประจำปีในวันที่ 9 กันยายน 2026 ภายใต้ชื่องานว่า "Surprise and Shine" ซึ่งจากทุกสัญญาณที่หลุดออกมาตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา แทบทุกสำนักข่าวเทคโนโลยีต่างฟันธงไปในทิศทางเดียวกันว่า นี่คือปีที่ Apple จะเปิดตัว iPhone พับได้เครื่องแรกในประวัติศาสตร์บริษัทสักที

งานจะจัดขึ้นที่ Steve Jobs Theater ภายใน Apple Park เมือง Cupertino เริ่มเวลา 10 โมงเช้าตามเวลา Pacific หรือคิดเป็นเวลาบ้านเราก็ราวเที่ยงคืนของคืนวันที่ 9 ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 10 กันยายน ใครอยากดูถ่ายทอดสดสามารถรับชมได้ผ่านเว็บไซต์ apple.com แอป Apple TV หรือช่อง YouTube ของ Apple โดยตรง
ที่น่าสังเกตคือปีนี้ Apple ขยับวันจัดงานจากวันอังคารที่คุ้นเคยมาเป็นวันพุธ เนื่องจากติดวันหยุด Labor Day ของสหรัฐฯ พอดี
ส่วนการ์ดเชิญที่ส่งออกไปนั้น เป็นภาพโลโก้ Apple เรืองแสงคล้ายพระอาทิตย์กำลังฉายแสง และมีคนช่างสังเกตขุดพบว่าคำแปลภาษาจีนบนการ์ดเชิญมีคำว่า "unfold" (พับกาง) ซ่อนอยู่ด้วย ยิ่งตอกย้ำว่าตัวเอกของงานนี้น่าจะเป็นมือถือพับได้อย่างแน่นอน

รวมโผผลิตภัณฑ์ที่คาดว่าจะเปิดตัวในงานนี้
จากข้อมูลของสื่อเทคชั้นนำอย่าง MacRumors, Bloomberg (Mark Gurman), 9to5Mac และ Geeky Gadgets คาดว่าปีนี้ Apple จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างน้อย 6 รายการ ได้แก่
- iPhone 18 Pro
- iPhone 18 Pro Max
- iPhone พับได้รุ่นแรก (คาดว่าจะใช้ชื่อ iPhone Fold หรือ iPhone Ultra)
- Apple Watch Series 12
- Apple Watch Ultra 4
- AirPods 5

iPhone 18 Pro และ Pro Max: จิ๊กซอว์ตัวคุ้นเคยที่ยกระดับพลังประมวลผล
ชิปใหม่ A20 Pro บนเทคโนโลยี 2 นาโนเมตร
หัวใจสำคัญของรุ่นนี้คือชิป A20 Pro ซึ่งจะเป็นชิปตัวแรกของ Apple ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีการผลิตขนาด 2 นาโนเมตร (2nm) ของ TSMC ถือเป็นการอัปเกรดจาก 3nm ในรุ่นก่อนหน้า พูดให้เข้าใจง่ายคือยิ่งขนาดทรานซิสเตอร์เล็กลงเท่าไหร่ ก็ยิ่งใส่วงจรได้มากขึ้นในพื้นที่เท่าเดิม ผลลัพธ์ที่ตามมาคือประสิทธิภาพแรงขึ้นและประหยัดพลังงานมากขึ้นไปพร้อมกัน แต่ก็ต้องแลกกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งนี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ราคาของรุ่นใหม่มีแนวโน้มขยับขึ้น
นอกจากนี้ยังมีข่าวว่า Apple จะใช้เทคนิคการแพ็กเกจชิปแบบใหม่ที่เรียกว่า WMCM (Wafer-Level Multi-Chip Module) ซึ่งเมื่อรวมกับกระบวนการผลิต 2nm แล้ว คาดว่าจะทำให้ A20 Pro มีการพัฒนาด้านประสิทธิภาพที่ก้าวกระโดดกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ

กล้องรูรับแสงปรับได้ (Variable Aperture) และสีใหม่
อีกหนึ่งจุดขายที่หลายคนรอคอยคือฟีเจอร์ กล้องรูรับแสงปรับได้ (Variable Aperture) ซึ่งช่วยให้ควบคุมปริมาณแสงที่เข้าสู่เซนเซอร์ได้ดีขึ้น เหมาะกับการถ่ายภาพในสภาพแสงหลากหลาย ทั้งกลางวันจ้าและกลางคืนมืด มีข่าวลือว่าฟีเจอร์นี้อาจเป็นที่มาของภาพพระอาทิตย์ฉายแสงบนการ์ดเชิญงานด้วย
ในแง่ดีไซน์ คาดว่าจะมีสีใหม่เพิ่มเข้ามาในไลน์อัปคือสี "Sky Blue" เพิ่มความสดใสให้กับรุ่น Pro ที่ปกติเน้นโทนสีหรูหราเรียบง่าย
iPhone Fold หรือ iPhone Ultra: มือถือพับได้เครื่องแรกของ Apple ในที่สุด
iPhone พับได้จะใช้ดีไซน์แบบ book-style หรือพับเปิด-ปิดแบบหนังสือ เหมือนกับที่ Samsung Galaxy Fold ใช้ ประกอบด้วย
- หน้าจอด้านนอก (Cover Display): ขนาด 5.5 นิ้ว
- หน้าจอด้านใน (Inner Display): ขนาด 7.7-7.8 นิ้ว เมื่อกางออก
ที่น่าประทับใจคือรอยพับตรงกลางจอถูกออกแบบให้ แทบมองไม่เห็นรอยยับ (Nearly invisible crease) ซึ่งเป็นจุดที่คู่แข่งในตลาดฟอลด์ยังแก้ปัญหาได้ไม่สมบูรณ์แบบมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ในเรื่องความบาง เครื่องนี้ถูกออกแบบให้บางเป็นพิเศษ โดยมีความหนาประมาณ 4.5 มิลลิเมตรเมื่อกางออก และ 9-9.5 มิลลิเมตรเมื่อพับเก็บ ถือว่าบางกว่ามือถือพับได้หลายรุ่นในตลาดปัจจุบัน
ที่สำคัญ จอพับนี้จะผลิตโดย Samsung Display ภายใต้สัญญาความร่วมมือ 3 ปีที่ประกาศไปเมื่อเดือนเมษายน 2026 โดยใช้เทคโนโลยี OLED ขั้นสูงที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับหน้าจอพับได้ นับเป็นความร่วมมือที่น่าสนใจระหว่างสองคู่แข่งในตลาดสมาร์ทโฟน
สเปกภายในและกล้อง
ด้านการปลดล็อกเครื่อง Apple เลือกใช้ Touch ID แทน Face ID ซึ่งต่างจากไอโฟนรุ่นอื่นๆ ในปัจจุบัน เหตุผลหลักน่าจะมาจากข้อจำกัดด้านพื้นที่ในการติดตั้งเซนเซอร์ Face ID บนดีไซน์แบบพับได้
ระบบเชื่อมต่อเครือข่ายใช้โมเด็ม Apple C2 ซึ่งเป็นชิปโมเด็มที่ Apple พัฒนาขึ้นเอง ต่อยอดจากรุ่น C1 ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ สว่นด้านกล้อง มาพร้อม
- กล้องหลังคู่ ความละเอียด 48MP
- กล้องหน้าคู่ ความละเอียด 18MP (ติดตั้งทั้งด้านนอกและด้านในเครื่องเพื่อรองรับการใช้งานทั้งแบบพับปิดและกางออก)
แบตเตอรี่และระบบปฏิบัติการ
เนื่องจากมีหน้าจอสองแผ่นที่ต้องใช้พลังงาน เครื่องนี้จึงถูกออกแบบให้มีแบตเตอรี่สองก้อน หนึ่งก้อนในแต่ละฝั่งของตัวเครื่อง โดยความจุรวมคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 5,400-5,800mAh ถือว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับไอโฟนรุ่นทั่วไป
ในแง่ซอฟต์แวร์ เครื่องจะมาพร้อม iOS 27 ที่ปรับแต่งมาเฉพาะสำหรับหน้าจอพับได้ โดยมีฟีเจอร์ Split View ที่คาดว่าจะช่วยให้ใช้งานหลายแอปพร้อมกันบนหน้าจอขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ราคาที่คาดการณ์ไว้
ด้วยสเปกระดับนี้ ราคาก็คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจถ้าจะสูงตามไปด้วย มีการคาดการณ์ราคาไว้ในช่วง 2,000-2,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 68,000-85,000 บาท ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน) ซึ่งจะทำให้เป็นไอโฟนที่แพงที่สุดเท่าที่ Apple เคยผลิตมา
แนวโน้มราคาปรับขึ้นทั้งไลน์อัป
นอกจากมือถือพับได้ที่จะมีราคาสูงเป็นประวัติการณ์แล้ว มีรายงานว่า Apple อาจปรับราคาสินค้าทั้งไลน์อัปขึ้นในปีนี้ โดยมีข่าวลือว่าอาจปรับขึ้นราวๆ 250 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับบางรุ่น สอดคล้องกับที่ Mark Gurman จาก Bloomberg คาดการณ์ไว้ว่าไอโฟนบางรุ่นในปีนี้จะมีราคาสูงขึ้น
ที่น่าสนใจคือแนวโน้มนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับ Apple เท่านั้น เพราะทั้ง Google และ Samsung ก็ได้ปรับราคาสมาร์ทวอทช์เรือธงของตัวเองขึ้นไปแล้วในปี 2026 เช่นกัน ทำให้การที่ Apple Watch จะแพงขึ้นตามไปด้วยไม่ใช่เรื่องที่เกินความคาดหมาย
Apple Watch Series 12 และ Ultra 4: อัปเกรดที่รอคอยมานาน
สำหรับกลุ่มสมาร์ทวอทช์ คาดว่า Apple Watch Series 12 จะมาพร้อมการอัปเกรดที่หลายคนรอคอย ได้แก่
- แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น ช่วยให้ใช้งานได้นานขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
- การอัปเกรดชิปประมวลผล ที่ค้างมานานหลายรุ่น
- ฟีเจอร์ตรวจสุขภาพขั้นสูงเพิ่มเติม เสริมความแข็งแกร่งด้านสุขภาพและฟิตเนสที่เป็นจุดขายหลักของ Apple Watch มาโดยตลอด
ส่วน Apple Watch Ultra 4 ก็คาดว่าจะได้รับการอัปเกรดในทิศทางเดียวกัน ทั้งเรื่องอายุแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้นและประสิทธิภาพการประมวลผลที่ดีขึ้น เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานสายผจญภัยและกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่เป็นฐานลูกค้าหลักของรุ่นนี้
ที่น่าเสียดายคือ Apple Watch SE รุ่นใหม่ยังไม่มีคิวเปิดตัวในงานนี้ คาดว่าต้องรอไปอีกอย่างน้อยหนึ่งปี
สรุปส่งท้าย: 9 กันยายนนี้ เตรียมตัวให้พร้อม
รวมๆ แล้วงาน "Surprise and Shine" ในวันที่ 9 กันยายนนี้ ดูจะเป็นหนึ่งในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่สำคัญที่สุดของ Apple ในรอบหลายปี เพราะไม่ใช่แค่การอัปเกรดสเปกประจำปีแบบที่เคยเห็นกันมา แต่เป็นการเปิดตัวหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งหมดอย่าง iPhone พับได้ ที่ Apple เก็บเงียบและพัฒนามานานกว่าทศวรรษ
ด้วยราคาที่คาดว่าจะสูงถึง 2,000-2,500 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับรุ่นพับได้ และแนวโน้มราคาที่ปรับขึ้นทั้งไลน์อัป คำถามที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ว่า "Apple จะทำมือถือพับได้ออกมาดีแค่ไหน" แต่เป็น "คนจะยอมจ่ายแพงขนาดนี้เพื่อได้ลองของใหม่หรือเปล่า"
อีกไม่กี่วันก็จะได้รู้คำตอบกันแล้ว ใครที่รอลุ้นอยู่ อย่าลืมตั้งนาฬิกาปลุกให้ตรงกับเที่ยงคืนของวันที่ 9 กันยายนตามเวลาบ้านเรา แล้วมาลุ้นไปพร้อมกันว่าข่าวลือทั้งหมดที่เล่ามาจะตรงกับของจริงมากแค่ไหน