ลองนึกภาพเช้าวันจันทร์ คุณรีบเดินเข้าร้านสะดวกซื้อไปซื้อกาแฟก่อนขึ้นรถไฟฟ้า หยิบมือถือขึ้นมาสแกนจ่ายเงิน หน้าจอค้างอยู่ที่โลโก้แอปพลิเคชันธนาคารนานจนพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ยิ้มแหยๆ ส่วนคนต่อคิวข้างหลังถอนหายใจดังจนได้ยินทั่วร้าน สุดท้ายต้องพูดกับพนักงานว่า "รอแป๊บนึงนะ เครื่องมันค้าง" จนต้องควักเงินสดมาจ่ายแทน
ถ้าชีวิตประจำวันของคุณต้องคอยลุ้นกับมือถือแบบนี้อยู่บ่อยๆ คำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวคงหนีไม่พ้นว่า มือถือช้าแบบนี้ ควรเปลี่ยนไหม หรือมือถือเก่ายังใช้ได้อยู่ไหม วันนี้เรามาเช็กกันให้ชัดว่าเครื่องที่ถืออยู่ตอนนี้แค่งอนนิดหน่อยเฉยๆ หรือถึงเวลาต้องบอกลากันจริงจังแล้ว
ลองถามตัวเองตรงๆ ว่าทุกวันนี้ยังใช้มือถือเครื่องนี้อยู่ เพราะมันยังทำงานได้ดี หรือเพราะแค่ขี้เกียจตั้งรหัสแอปพลิเคชันธนาคารใหม่ในเครื่องอื่นกันแน่ ถ้าออกจากบ้านตอนเช้าแบตเต็มร้อย พอถึงป้ายรถเมล์เหลือแปดสิบ หรือพอจะเปิดกล้องจะถ่ายรูปน้องแมวแต่กล้องค้างอดถ่าย อย่าเพิ่งรีบไปรูดบัตรซื้อเครื่องใหม่ครับ บางทีลูกรักของคุณอาจแค่พื้นที่เก็บข้อมูลเต็ม หรือแบตเสื่อม เปลี่ยนอะไหล่นิดหน่อยก็กลับมาลื่นไหลได้เหมือนเดิม แต่ถ้าอ่านสิบอาการนี้แล้วตรงเกินครึ่ง ปล่อยมือถือเก่าๆไปเถอะครับ มันไม่ไหวจริงๆ
อาการ "ยังไหวอยู่" หรือ "ฝืนใช้ไปวันๆ"
คนเรามักผูกพันแปลกๆ กับมือถือเครื่องเก่า รู้ทั้งรู้ว่ามันช้า รอยร้าวบนหน้าจอเริ่มบาดนิ้วเวลาปัดหน้าจอ แต่ก็ยังทนใช้ด้วยประโยคติดปากว่า "ก็มันยังโทรออกได้อยู่นี่หว่า" ความจริงคือแค่ขี้เกียจย้ายข้อมูล ขี้เกียจล็อกอินไลน์ใหม่ ขี้เกียจตั้งลายนิ้วมือใหม่แต่ยังไงถ้ามือถือเริ่มทำให้ชีวิตยุ่งยากขนาดนี้ ต้องมาคุยกันจริงจังแล้วไล่ดูทีละข้อกันเลยว่าอาการไหนแก้เองได้ อาการไหนต้องพึ่งช่าง และอาการไหนที่บอกว่ามือถือของเราพร้อมกลับไปรีไซเคิลแล้วจริงๆ

1. แบตหมดไวจนไหลเป็นน้ำ
จำวันแรกที่ซื้อมาได้ไหม ชาร์จทีเดียวอยู่ยาวถึงก่อนนอน ตัดกลับมาที่วันนี้ นั่งรถไปทำงานแป๊บเดียว เปิดดูฟีดเฟซบุ๊กนิดหน่อย แบตร่วงจากแปดสิบเหลือหกสิบต่อหน้าต่อตา นั่นเพราะว่าแบตเตอรี่ก็คือสารเคมีชนิดหนึ่งที่ยิ่งใช้นาน ผ่านรอบชาร์จมามาก ความสามารถในการเก็บไฟก็ยิ่งลดลงตามธรรมชาติ ยังไงลองสังเกตอาการเหล่านี้ดู
- แบตลดฮวบแบบหาสาเหตุไม่เจอ
- เครื่องดับไปเลยทั้งที่ตัวเลขแบตยังโชว์อยู่ 20%
- ชาร์จไปเล่นไปแล้วเครื่องร้อนวูบวาบ
- หรือฝาหลังเริ่มโป่งพองผิดปกติแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ถ้าเจออาการแบบนี้แต่เครื่องยังทำงานลื่นไหลอยู่ ควรเดินเข้าศูนย์บริการปลี่ยนแบตก้อนใหม่เลยครับ จ่ายหลักพันต้นๆ แต่ได้มือถือกลับคืนมาใช้สบายๆ

2. เปิดแอปพลิเคชันทีนึง มีเวลาไปต้มมาม่ารอ
เคยกดแอปพลิเคชันอะไรสักอย่าง แล้วหน้าจอค้างที่โลโก้นานจนคิดว่าเครือข่ายล่มใช่ไหม หรือเล่นเกมอยู่ดีๆ ก็ดับไปเลย ก่อนจะบ่นว่ามือถือไม่ดี ลองสำรวจก่อนว่าเปิดค้างไว้เป็นร้อยแอปพลิเคชันหรือเปล่า เพราะถ้าพื้นที่เก็บข้อมูลเต็มจนระบบทำงานไม่คล่องตัว มันก็ทำให้เครื่องช้าได้ วิธีแก้เบื้องต้นคือลบแอปพลิเคชันที่ไม่ได้ใช้ทิ้ง ลบรูปเก่าๆที่ไม่ใช้ออก เช่น รูปเสาบอกตัวเลขที่จอดรถที่ไม่เคยเปิดดูอีกเลย เป็นต้น แล้วลองปิด-เปิดเครื่องใหม่สักรอบ ถ้าทำหมดแล้วยังช้าเหมือนเดิม แปลว่าชิปประมวลผลข้างในเริ่มไม่ไหวจริงๆแล้ว

3. พื้นที่เก็บข้อมูลเต็มตลอด จนแทบไม่เหลือความทรงจำ
ยุคนี้มือถือความจุน้อยใช้งานลำบากจริงๆ ไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนถ่ายวิดีโอสวยๆ แป๊บเดียวพื้นที่เต็ม อัพเดตใหม่มาก็ดาวน์โหลดไม่ได้ เวลาเพื่อนชวนถ่ายรูปต้องพูดว่า "รอแป๊บนะ ขอลบรูปก่อน" แล้วต้องมานั่งเลือกว่าจะลบรูปอะไรดี ถ้าไม่อยากเปลี่ยนเครื่องทั้งที่มันยังใช้งานได้ดีอยู่ ลองหาตัวช่วยมาโอนข้อมูลออกไปเก็บไว้ข้างนอกดูครับ เช่น ฮาร์ดดิสก์แบบพกพา (External SSD) ความจุสูงโยนไฟล์ใหญ่ลงไปได้สบายใจ หรือถ้าอยากได้แบบเสียบเข้าพอร์ตมือถือแล้วโอนออกเลย แฟลชไดรฟ์แบบ Type-C ก็ช่วยได้ไวมาก

4. แอปพลิเคชันสำคัญใช้งานไม่ได้ ปิดตัวเองตลอดเวลา
เกมปิดตัวเองยังพอทน แต่ถ้าแอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันธนาคาร หรือแอปพลิเคชันจองตั๋วคอนเสิร์ตศิลปินที่รอมาทั้งปีดันปิดตัวเองตอนกำลังจะกดจ่ายเงิน อันนี้เรียกได้ว่าเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ สาเหตุมักมาจากมือถือเก่าเกินกว่าที่ผู้พัฒนาแอปพลิเคชันจะดูแลต่อแล้ว เขาปรับปรุงระบบกันไปไกลลิบ แต่มือถือเรายังใช้ระบบปฏิบัติการรุ่นเก่าอยู่ พอแอปพลิเคชันใหม่พยายามทำงานบนระบบเก่า มันเลยทำงานไม่ได้แล้วปิดตัวเองไปซะอย่างนั้น ถ้าถึงขั้นนี้แล้ว ซื้อใหม่เถอะครับ ใช้งานได้อุ่นใจกว่าเยอะ
.png)
5. หมดระยะปรับปรุงระบบความปลอดภัย
บางคนใชื้มือถือรุ่นเก่ามากจนไม่สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นธนาคารได้ นั่นเป็นเพราะเครื่องเก่ามากเกินไป จนบริษัทเลิกส่งตัวปรับปรุงระบบมาให้แล้ว ทำให้เวอร์ชั่นของระบบไม่รองรับการทำงานหรือระบบความปลอดภัยใหม่ๆ ได้
Google ระบุไว้ชัดว่าการปรับปรุงระบบความปลอดภัยสำคัญมากในการอุดช่องโหว่ที่มิจฉาชีพชอบใช้เจาะเข้ามา ลองคิดดูว่าเราเก็บเงินเก็บทองทั้งชีวิตไว้ในแอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือที่ระบบความปลอดภัยเก่ามาก มันก็เหมือนเก็บเงินสดไว้ในบ้านที่กลอนประตูผุพังนั่นแหละครับ โดนแฮกเมื่อไหร่ก็ลำบากแน่นอน
.png)
6. ถ่ายรูปทีไร ได้แต่ภาพเบลอ
เห็นน้องหมา น้องแมวทำท่าน่ารัก แต่หยิบมือถือมาถ่ายไม่ทัน เพราะรูปที่ได้เบลอๆ หรือเดินหลุดออกนอกเฟรมไปแล้ว แบบนี้คืออาการกล้องหน่วง โฟกัสช้า ถ่ายวิดีโอกระตุก ซึ่งทำให้คนชอบถ่ายรูปหงุดหงิดที่สุด เพราะตัวประมวลผลภาพไม่ไหวแล้วจริงๆ การเปลี่ยนเครื่องใหม่ที่กล้องทำงานลื่นไหลจะทำให้ไม่พลาดโมเมนต์สำคัญในชีวิตอีก แต่ถ้าเลนส์แตก ระบบกันสั่นของกล้องพัง อันนี้ส่งซ่อมได้

7. เครื่องร้อนจัดผิดปกติ
ปกติเล่นเกมหนักๆ เครื่องอุ่นๆ เป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าแค่ยืนรอวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอยแล้วเปิดดูฟีดเฉยๆ เครื่องกลับร้อนจี๋จนแทบถือไม่ไหว อันนี้เริ่มน่าเป็นห่วงแล้ว เพราะความร้อนคือตัวการสำคัญที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้น อาจเป็นเพราะระบบทำงานหนักเกินไป หรือแบตเตอรี่เสื่อมสภาพขั้นสุดแล้ว ถ้าเครื่องร้อนจนดับเองบ่อยๆ รีบวางให้ห่างตัวเลยครับ และควรเปลี่ยนใหม่ เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง
.png)
8. ต้องหามุมเสียบสายชาร์จให้พอดี ถึงจะไฟเข้า
ใครเคยเสียบสายชาร์จแล้วไฟไม่เข้า ต้องเอาหนังสือมารองตรงตัวเครื่อง เอียงทำมุมชาร๋จไฟ แล้วบอกทุกคนในบ้านว่าห้ามเดินผ่านโต๊ะนี้เด็ดขาด อาการนี้คือพอร์ตชาร์จหลวมหรือสายชาร์จเสีย ลองเปลี่ยนสายชาร์จก่อนเป็นอันดับแรก ถ้ายังไม่หายอาการพอร์ตหลวมซ่อมได้ครับ แต่ถ้ากำลังมองหาหัวชาร์จดีๆ ที่เสียบทีเดียวชาร์จได้ทั้งมือถือ แท็บเล็ต ไปจนถึงโน้ตบุ๊ก หัวชาร์จแบบ GaN กำลังไฟสูงตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีที่สุด พกหัวเดียวใช้ได้ทั้งบ้าน
.png)
9. ซ่อมจุดนี้เสร็จ อีกจุดพังต่อทันที
เพิ่งเสียเงินเปลี่ยนแบตไปเมื่อเดือนที่แล้ว เดือนนี้ลำโพงแตกฟังเสียงไม่ชัด เดือนหน้าหน้าจอเริ่มกะพริบเอง ช่างซ่อมเขาไม่ได้วางยาหรอก แต่มือถือเก่ากำลังบอกว่าอะไหล่ทุกชิ้นหมดอายุการใช้งานพร้อมกันแล้ว ลองรวมค่าซ่อมแต่ละรอบดูสิครับ เผลอๆ ได้มือถือเครื่องใหม่ระดับกลางไปแล้วด้วยซ้ำ ถ้ารู้สึกว่าเดินเข้าศูนย์ซ่อมบ่อยๆ ตัดสินใจนำไปทิ้งที่จุดรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้เลย

10. ทำให้อารมณ์เสียในชีวิตประจำวันบ่อยเกินไป
ข้อนี้สำคัญที่สุด ลองถามตัวเองว่ามือถือเครื่องนี้ทำให้อารมณ์เสียวันละกี่ครั้ง หงุดหงิดที่แบตหมดกลางวันช่วงทำงาน หงุดหงิดที่สแกนจ่ายเงินไม่ติดตอนต่อคิวยาวเหยียด หงุดหงิดที่ตอบแชทแฟนไม่ได้เพราะคีย์บอร์ดไม่ยอมขึ้น ถ้าเครื่องมือสื่อสารกลับทำให้ชีวิตยุ่งยากขนาดนี้ การซื้อเครื่องใหม่ก็ถือเป็นการลงทุนเพื่อความสบายใจและเวลาที่คุ้มค่ากว่าครับ
สรุปคะแนน อาการหนักขนาดไหน
ลองนับดูว่าเจอไปกี่ข้อ เจอ 1 ถึง 2 ข้อ แค่ลบแอปพลิเคชัน เคลียร์พื้นที่เก็บข้อมูล เปลี่ยนแบต ก็ยังพอใช้ต่อได้อีกยาว แต่ถ้าเจอ 3 ถึง 4 ข้อ เริ่มต้องคิดหนักแล้ว ลองประเมินค่าซ่อมดูว่าคุ้มไหม สำรองข้อมูลรอไว้ได้เลย ส่วนใครเจอ 5 ข้อขึ้นไป ถึงเวลาบอกลาได้เลยครับ เก็บเงินไปเลือกเครื่องใหม่ ชีวิตจะดีขึ้นแบบเห็นได้ชัด
มือถือควรใช้กี่ปี ถึงจะเรียกว่าคุ้ม
โดยทั่วไปมือถือหนึ่งเครื่องมีอายุการใช้งานที่คุ้มค่าอยู่ที่ประมาณ 2 ถึง 3 ปี หลังจากนั้นทั้งแบตเตอรี่และการรองรับการปรับปรุงระบบซอฟต์แวร์จะเริ่มถดถอยลงตามที่เล่ามาทั้งสิบข้อ ถ้าเครื่องของคุณอายุเกิน 3 ปีแล้วเจออาการเกินครึ่งในลิสต์นี้ นั่นคือสัญญาณชัดเจนว่าถึงเวลามองหาเครื่องใหม่แล้วจริงๆ
ซื้อใหม่ทั้งที เลือกกลุ่มไหนให้ตอบโจทย์ที่สุด
ถ้าตัดสินใจจะเปลี่ยนเครื่องใหม่แล้ว อย่าเพิ่งถามใครว่ารุ่นไหนดี ให้ถามตัวเองก่อนว่าปัญหาไหนที่รบกวนใจมากที่สุด แล้วเลือกตามงบและไลฟ์สไตล์ เราแบ่งตัวเลือกออกเป็นสามกลุ่มให้เห็นภาพง่ายขึ้นกลุ่มเรือธง เหมาะกับคนที่ใช้มือถือหนักทั้งทำงานและถ่ายคอนเทนต์ลงโซเชียล ต้องการสเปกแรงที่สุด กล้องดีที่สุด ใช้งานได้ยาวนานไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย งบในกลุ่มนี้จะสูงหน่อยแต่คุ้มค่าในระยะยาว และได้คุณภาพจัดเต็มแบบใช้งานได้นานๆ ตัวเลือกในกลุ่มนี้อย่าง Apple iPhone รุ่นท็อป หรือ Samsung Galaxy S ซีรีส์ ตอบโจทย์ได้ครบในเครื่องเดียว
กลุ่มคุ้มค่า เหมาะกับคนทั่วไปที่อยากได้เครื่องแรงพอตัว หน้าจอสวย กล้องดี แต่ไม่อยากจ่ายแพงเท่ากลุ่มเรือธง กลุ่มนี้มีหลายตัวเลือกเลย ถ้าแนะนำก็พวกมือถืออย่าง POCO หรือ vivo ซีรีส์รุ่นกลาง ตอบโจทย์ได้ดี ใช้งานลื่นไหล ดีไซน์ไม่ซ้ำใคร ศูนย์บริการมีหลายสาขา อุ่นใจเรื่องอะไหล่
กลุ่มประหยัด เหมาะกับคนงบจำกัดแต่ยังอยากได้ฟีเจอร์ครบ ใช้งานทั่วไปโทรแชทถ่ายรูปเบาๆ ไม่ได้เน้นเกมหนักหรือคอนเทนต์จัดหนัก กลุ่มนี้สำหรับคนที่แค่เอามือถือไว้สื่อสารได้ เน้นอึดๆ ทนๆ ตัวเลือกอย่างแบรนด์ Honor หรือแบรนด์อื่นๆ คือมีรุ่นที่จ่ายไม่แพงแต่ได้ของแรง หน้าจอสวย มีเยอะ เหมาะกับคนที่อยากอัปเกรดจากเครื่องเก่าโดยไม่กระทบเงินในกระเป๋ามาก
ถ้าเจอปัญหาพื้นที่เก็บข้อมูลเต็มบ่อยไม่ว่าจะเลือกกลุ่มไหน แนะนำมองหารุ่นที่ความจุ 256GB ขึ้นไปเลยครับ จะได้ไม่ต้องกลับมาเจอปัญหาเดิมซ้ำอีก ส่วนใครที่แบตหมดไวเป็นปัญหาหลัก ให้เช็กสเปกเรื่องความจุแบตเตอรี่ และเทคโนโลยีการชาร์จเร็วของแต่ละรุ่นดีๆ ก่อนตัดสินใจ
สำคัญมาก ก่อนซื้ออย่าลืมเช็กโปรโมชัน โค้ดส่วนลด และเลือกร้านค้าที่เป็นทางการ เชื่อถือได้ จะได้ไม่ต้องมาปวดหัวทีหลัง