Hands On : Xiaomi Mi Mix 3 สมาร์ทโฟนสไลด์จอได้พร้อมสเปคจัดเต็มประสิทธิภาพเยี่ยม !!

เฮียแม็พ | 31 ต.ค. 2561 12:58:38

2699

VIEWS เฮียแม็พ

Hands On : Xiaomi Mi Mix 3 สมาร์ทโฟนสไลด์จอได้
พร้อมสเปคจัดเต็มประสิทธิภาพเยี่ยม
!!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราพามาดูสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของ Xiaomi กับ Mi Mix 3 รุ่นนี้ก็น่าจะสร้างความแตกต่างให้กับวงการสมาร์ทโฟนได้ดีขึ้นไปอีก เพราะมาพร้อมกับนวัตกรรมกล้องสไลด์ได้นั่นเอง ซึ่งจะช่วยในเรื่องหน้าจอที่เต็มมากขึ้น ตัดปัญหาจอติ่งหรือคางหนาแบบเดิมๆไปได้หมดสิ้น เอ้า ! เปิดมาซะขนาดนี้แล้ว อย่ารอช้าเริ่มกันเลยดีกว่าครับ :D

สวยหรูด้วยหน้าจอเต็มๆ !

เริ่มต้นกันด้วยดีไซน์รูปลักษณ์สวยๆของ Mi Mix 3 กันก่อนเลย รุ่นนี้มาพร้อมกับหน้าจอ Amoled ขนาดใหญ่เต็มตา 6.39 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ในอัตราส่วนแบบ 19.5:9 ซึ่งแน่นอนว่าการแสดงผลเต็มตามากๆจอยาวแบบที่เห็นนี่แหละๆ

ในส่วนของหน้าจอจะเห็นว่าแสดงผลได้เต็มตาเพราะตัดติ่งบนหน้าจอออกไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้ใช้การแสดงผลหน้าจอกับตัวเครื่องกว่า 93.4% เรียกว่าสูงสุดๆไปเลยล่ะ ในเรื่องการแสดงผลก็ทำได้ดีมากๆ พร้อมทั้งยังเป็นกระจกกันรอย Gorilla Glass 5 ทนทานสุดๆ

ซึ่งอย่างที่เห็นครับ ตัวขอบหน้าจอด้านบนจะชิดสุดไปเลยเหลือเพียงช่องลำโพงสนทนาไว้เพียงเล็กๆเท่านั้น ตัวหน้าจอก็จะสุดไปเลยที่ด้านบนของตัวเครื่องครับ

ส่วนแถบด้านล่างหรือที่มักเรียกกันว่าคางของสมาร์ทโฟนนี่จะลดขนาดลงไปอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน (Mi Mix 2S)ที่มีขอบล่างหนามากๆเพราะต้องวางกล้องหน้าไว้ รุ่นนี้ก็หายไปเกือบหมด เหลือน้อยๆแบบรุ่นอื่นๆแล้วครับ

มือถือสไลด์ยังไม่ตาย กลับมาแล้วบนรุ่นนี้

แล้วทำไมถึงทำหน้าจอเต็มได้ กล้องหน้าหายไปแบบนี้ไปอยู่ที่ไหนกัน นี่แหละครับคือจุดเด่นของรุ่นนี้เลยกับเทคโนโลยีสไลด์กล้องแบบ Magnetic ที่เราสามารถเลื่อนตัวหน้าจอลงมาเพื่อเปิดกล้องหน้าได้ทันที

ใช่ครับ เทคโนโลยีตัวนี้จะต่างจากกล้อง Pop Up ที่มีการยกตัวกล้องหรือแผงด้านบนขึ้น เพราะตรงนี้เราจะใช้การสไลด์ตัวแผงหน้าจอทั้งชุดลงมาแทน คล้ายกับแบบ Spring Slider แบบเก่าที่เรามักจะสไลด์มือถือขึ้น-ลงอย่างสนุกสนานในยุคหนึ่ง

ซึ่งบนรุ่นนี้เราก็ยังสามารถเลื่อนขึ้นเลื่อนลงได้เรื่อยๆเช่นกัน โดยทาง Mi เคลมไว้แล้วว่าสามารถใช้งานได้กว่า 300,000 ครั้ง วันๆคุณจะเลื่อนเล่นๆแก้เหงามือก็เอาเลย :P

ซึ่งเมื่อเลื่อนหน้าจอลงมาแล้วด้านบนสุดจะมีซ่อนตัวกล้องหน้า, เซ็นเซอร์และช่องลำโพงสนทนาไว้เพิ่มอีกหนึ่งตัวสำหรับการใช้งานโทรศัพท์ที่เสียงดังมากขึ้นกว่าแบบปกติครับ

วัสดุหรูหราแบบเซรามิกและโลหะ

พลิกกลับมาดูที่ด้านหลัง Mi Mix 3 ใช้วัสดุสุดหรูอย่างเซรามิกในทุกรุ่นแล้ว หลังจากที่รุ่นก่อนหน้านี้มีเฉพาะในรุ่นพิเศษเท่านั้น ซึ่งตัววัสดุก็ดูหรูหรามากจริงๆ ให้ความรู้สึกถึงความมันวาวและผิวสัมผัสทำได้ดีครับ

ตัวเลนส์กล้องหลังยังคงวางไว้ตำแหน่งเดิม อย่างที่บอกครับตัวนี้ใช้การสไลด์หน้าจอลงมาไม่ใช่ Pop Up ชุดกล้องขึ้นไป ทำให้ตัวกล้องหลังยังอยู่ที่เดิมได้ไม่ได้ซ่อนไปซะทั้งหมด ซึ่งตัวกล้องก็เป็นกล้องคู่แนวตั้งเหมือนกับของ Mi 8 เลย พร้อมกันนี้ก็มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ที่ด้านหลังนี้ด้วย ยังไม่ได้ปรับไปไว้ที่อื่นนะ

ตัวด้านล่างจะมีโลโก้ Mix สีทองวางไว้อยู่ มองแบบนี้จะเห็นได้เลยว่าถ้ามีการสไลด์หน้าจอลงมาตัวหน้าจอก็จะเลยออกมานิดหน่อยแบบที่้เห็นนี้เลยครับ

กรอบตัวเครื่องใช้วัสดุเป็นโลหะจับถือได้อย่างดีมีปุ่มกดอยู่ที่ด้านขวาของตัวเครื่องตามสไตล์ Mi นะครับ

ส่วนด้านซ้ายมือจะมีปุ่มพิเศษที่เอาไว้ใช้เรียกผู้ช่วยอัจฉริยะ ในรุ่น Global น่าจะเป็นตัว Google Assistant นะครับ

ด้านล่างตัวเครื่องจะมีพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และลำโพงกับไมโครโฟนอยู่ทั้ง 2 ข้างนั่นล่ะครับ

ขนาดตัวเครื่องใหญ่เต็มตาแต่แอบหนักไปนิด

อย่างที่เห็นว่าตัวเครื่องนั้นมีดีไซน์ที่ค่อนข้างสวยและครบดีทีเดียว ด้านหน้าจอเต็มที่เป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ Mi Mix อยู่แล้ว แต่รอบนี้ทำให้เต็มตาแบบเต็มใจขึ้นไปอีก ต่างจากรอบก่อนๆที่เหลือขอบล่างไว้ค่อนข้างเยอะ ส่วนวัสดุที่ดูหรูขึ้นมาแบบนี้ก็ดูดีขึ้นจริงๆ

แต่ ! น้ำหนักก็เพิ่มขึ้นมาจริงๆ เท่าที่ลองจับถือว่าแอบรู้สึกว่าหนักขึ้นแบบชัดเจน ด้วยน้ำหนักกว่า 218 กรัม ถือนานๆอาจมีเมื่อยได้นะเนี่ย

สำหรับ Mi Mix 3 ที่วางจำหน่ายในบ้านเราจะมาครบทุกสีเลยคือ สีดำ, สีน้ำเงิน Sapphire Blue และ สีเขียว Jade Green ครับ

สเปค Mi Mix 3

  • หน้าจอ Super Amoled ขนาด 6.39 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (19.5:9)
  • ซีพียู Snapdragon 845 Octa-core
  • จีพียู Adreno 630
  • แรม 6/8GB
  • ความจุ 128GB/256GB
  • แบตเตอรี่ 3200mAh
  • รองรับระบบชาร์จไว QuickCharge 4.0+
  • กล้องหน้าคู่ 24 + 2 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลังคู่ 12 + 12 ล้านพิกเซล
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง
  • รองรับระบบ AI Face Unlock
  • รองรับ 2 ซิม
  • รัน Android 9.0 Pie (MIUI 10)

ในส่วนของสเปคอาจจะไม่แตกต่างจาก Mi 8 เท่าไหร่ แต่ก็ใส่มาเต็มครบทั้งหมดทั้งหน่วยประมวลผลตัวท็อป Snapdragon 845, แรมสูงสุด 8GB, ความจุสูงสุด 256GB, และกล้องหลังคู่ความละเอียดสูง รวมๆแล้วคล้ายเดิมแต่จุดเด่นที่จริงๆก็คือดีไซน์ที่สวยล้ำมากขึ้นนี่แหละครับ

อ้อ ! แต่ที่จริงจุดเด่นของ Mi Mix 3 ที่เด่นจนน่าจับตามองจริงๆก็คือแรมที่รุ่นนี้ถือว่าเป็นรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมกับแรม 10GB แต่ในประเทศไทยยังไม่คอนเฟิร์มว่าจะนำเข้ามาจำหน่ายรึเปล่า แต่ที่แน่ๆมีรุ่นแรม 6GB และ 8GB มาแน่ๆครับ

กล้องหลังคู่ฉลาดกว่าเดิม

ในส่วนของกล้องหลังรุ่นนี้ให้ความละเอียดมาที่ 12 + 12 ล้านพิกเซลแบ่งเป็นเลนส์ปกติและเลนส์ซูม 2X เท่ากับตัว Mi 8 เดิม แต่มีการปรับปรุงในเรื่องของซอฟต์แวร์และ AI ให้ฉลาดมากขึ้น ตรวจจับวัตถุและซีนต่างๆได้รวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิม

มี Night Mode ด้วย

อีกจุดที่เพิ่มกว่าตอน Mi 8 ก็คือมี Night Mode มาให้ด้วย หลักการทำงานของ Night Mode นี้ก็จะคล้ายๆกับบางแบรนด์ที่เคยทำมาแล้ว เราสามารถถ่ายภาพแสงน้อยได้ดียิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยีการรวมภาพด้วยการกดชัตเตอร์เป็นเวลาราวๆ 2 วินาทีจากนั้นตัวกล้องจะรวมเอาภาพแบบ HDR ทั้งแสงมากและแสงน้อยมารวมกันเป็นภาพที่สว่างและคมชัดมากขึ้นไปอีก

กล้องหน้าคู่ด้วย

ส่วนกล้องหน้าก็ความละเอียดสูงถึง 24 ล้านพิกเซลพร้อมเลนส์ 2 ล้านพิกเซลเพื่อใช้วัดระยะสำหรับ Portrait Mode ได้ด้วยครับ

ราคายังไม่ประกาศแต่มาไทยแน่ !

ปิดท้ายกับเรื่องที่หลายคนสงสัยกับราคาค่าตัว ซึ่งเราก็ยังตอบไม่ได้ครับ (แป่ว) แต่จากราคาเริ่มต้นที่จีนคาดว่าจะเริ่มต้นที่หมื่นกลางๆ (ประมาณ 15,900 บาท) ไม่สูงจนเกินไปครับ ยังไงก็รอติดตามกันต่อไปครับ ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมทั้งราคาและวันวางจำหน่ายทางเราจะรีบอัปเดตให้ทราบเลยครับผม :D

 

บทความโดย : เฮียแม็พ. TechXcite