Google ประกาศเปิดตัว "Gemini Go" เวอร์ชันปรับลดขนาดของระบบปัญญาประดิษฐ์ Gemini เพื่อนำมาใช้งานบนสมาร์ตโฟนระบบปฏิบัติการ Android (Go Edition) ซึ่งเป็นกลุ่มอุปกรณ์ระดับเริ่มต้นที่ถูกปรับแต่งมาเพื่อตัวเครื่องที่มีความจุ พื้นที่จัดเก็บ และกำลังการประมวลผลต่ำ โดยเงื่อนไขสำคัญคือตัวเครื่องจะต้องมีหน่วยความจำ RAM อย่างน้อย 2GB ซึ่งเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำของอุปกรณ์ Go Edition มาตั้งแต่เวอร์ชัน Android 13 ทำให้มีสมาร์ตโฟนในตลาดจำนวนมากที่รองรับฟังก์ชันนี้ โดยมันถูกออกแบบมาให้ประหยัดพื้นที่จัดเก็บแต่ยังคงประสิทธิภาพในการช่วยเหลือผู้ใช้งานได้อย่างครบครัน
.jpg)
การมาของ Gemini Go ในครั้งนี้จะเข้ามาทำหน้าที่แทนที่ผู้ช่วยเดิมอย่าง Google Assistant Go โดยผู้ใช้สามารถเรียกใช้งานได้ผ่านแอปพลิเคชัน Google Search ด้วยวิธีการกดปุ่มโฮมค้างไว้ หรือกดปุ่มเปิด-ปิดเครื่องค้างไว้ในอุปกรณ์รุ่นที่รองรับ ในด้านความสามารถ Gemini Go สามารถสั่งการให้โทรออก, ส่งข้อความ, ตรวจสอบระยะเวลาการเดินทาง, ค้นหาร้านอาหารและจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV), ตั้งปลุก, บันทึกปฏิทินกิจกรรม, เล่นสื่อบันเทิง และอื่น ๆ อีกมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นผู้ใช้ยังสามารถอัปโหลดเอกสาร รูปภาพ หรือไฟล์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มบริบทในการสนทนากับ AI ได้ด้วย ทั้งนี้ Google จะเริ่มทยอยปล่อยอัปเดตฟีเจอร์นี้แบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าที่ผู้ใช้เครื่องที่เข้าเกณฑ์จะได้รับฟังก์ชันนี้อย่างทั่วถึง
หมีเด้งวิเคราะห์ : การเปิดตัว Gemini Go จะส่งผลกระทบครั้งใหญ่ต่อตลาดสมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้น (Entry-level) โดยเป็นการทลายกำแพงความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและยกระดับให้โทรศัพท์มือถือราคาประหยัดสามารถเข้าถึงฟีเจอร์ AI ระดับสูงได้ การเคลื่อนไหวนี้จะบีบให้ผู้ผลิตชิปเซ็ตและผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการคู่แข่งต้องเร่งพัฒนา AI ขนาดเล็กที่กินทรัพยากรต่ำลงมาสู้ นอกจากนี้ กลยุทธ์ของ Google จะช่วยกระตุ้นยอดขายสมาร์ตโฟนกลุ่มราคาถูกในประเทศกำลังพัฒนา เนื่องจากผู้บริโภคสามารถเข้าถึงนวัตกรรมอัจฉริยะได้โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินซื้อเครื่องราคาสูง ส่งผลให้เกิดการแข่งขันด้านฟังก์ชัน AI ในทุกระดับราคาอย่างดุเดือดในช่วงครึ่งปีหลัง
source: gsmarena