จอร์จ ออสบอร์น (George Osborne) หัวหน้าฝ่ายกิจการต่างประเทศของ OpenAI ประกาศอย่างเป็นทางการในงาน SXSW ที่กรุงลอนดอนว่า บริษัทจะปฏิบัติตามคำสั่งบริหารด้านปัญญาประดิษฐ์ฉบับใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ด้วยความสมัครใจ โดยคำสั่งดังกล่าวที่ทรัมป์ลงนามเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เป็นการรณรงค์ขอความร่วมมือ (ไม่ใช่การบังคับ) ให้ผู้พัฒนาส่งมอบโมเดล AI รุ่นล่าสุดให้ภาครัฐเข้าถึงก่อนการเปิดตัวสู่สาธารณะเป็นเวลา 30 วัน ซึ่งปรับลดลงจากร่างแรกที่เคยกำหนดไว้สูงถึง 90 วัน เนื่องจากถูกกระแสต่อต้านจากสาธารณะประกอบกับตัวทรัมป์เองก็ยอมรับว่ามีความกังวลในเรื่องนี้
การแสดงจุดยืนดังกล่าวส่งผลให้ OpenAI เตรียมส่งมอบโมเดล AI เจเนอเรชันถัดไปเข้าร่วมกระบวนการทดสอบมาตรฐาน (Benchmarking process) ของรัฐบาล เพื่อประเมินขีดความสามารถด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ขั้นสูง และร่วมกำหนดเกณฑ์ชี้วัดว่าโมเดล AI ระดับใดที่ควรถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม "โมเดลระดับแนวหน้าภายใต้การควบคุม" (Covered frontier model) ซึ่งออสบอร์นระบุเสริมว่า ที่ผ่านมา OpenAI เป็นฝ่ายรุกคืบในการนำเสนอแนวทางให้รัฐบาลต่าง ๆ สามารถติดตามประเด็นด้านความปลอดภัยและความมั่นคงของ AI มาโดยตลอด ทั้งในสหรัฐอเมริกาและในระดับสากลที่กว้างขึ้น

หมีเด้งวิเคราะห์ : การยอมโอนอ่อนตามคำสั่งบริหารของ OpenAI จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกรอบเวลาการแข่งขันในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก โดยการก้าวเข้ามาเป็นเสือปืนไวที่ยอมรับกระบวนการตรวจสอบล่วงหน้า 30 วันของ OpenAI จะกลายเป็นการกดดันและสร้างมาตรฐานใหม่บังคับให้คู่แข่งรายอื่นอย่าง Google, Anthropic หรือ Meta ต้องยอมปฏิบัติตามคำสั่งนี้ด้วยความสมัครใจเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ กระบวนการตรวจสอบที่กินเวลา 1 เดือนเต็ม อาจส่งผลให้ความเร็วในการปล่อยนวัตกรรมและฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ ออกสู่ท้องตลาดล่าช้าลงกว่าเดิม แต่ในทางกลับกัน จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและนักลงทุนในการนำเทคโนโลยี AI ไปใช้งานในระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีความอ่อนไหวสูงได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง
source: gsmarena