Preview : เลนส์ SIGMA 85mm F1.4 DG DN I Art รุ่นใหม่ 2020 ที่ไม่หนักไหล่อีกต่อไป

น้าป๋วย | 6 ก.ย 2563 18:59:25 (อัพเดต 9 ก.ย 2563 02:19:01)

2363

VIEWS น้าป๋วย

Preview : เลนส์ SIGMA 85mm F1.4 DG DN I Art รุ่นใหม่ 2020 ที่ไม่หนักไหล่อีกต่อไป

Preview : เลนส์ SIGMA 85mm F1.4 DG DN I Art รุ่นใหม่ 2020 ที่ไม่หนักไหล่อีกต่อไป

เป็นเลนส์ใหม่ที่เปิดตัวออกมาแล้วได้รับการตอบรับที่ดีมากๆสำหรับเลนส์ SIGMA 85mm F1.4 DG DN I Art เพราะก่อนหน้านี้ SIGMA เองก็มีเลนส์ 85mm F1.4 สำหรับกล้อง DSLR ในรหัส DG เหมือนกัน และค่อยออกเมาท์สำหรับกล้อง Mirrorless ออกมาทั้งเมาท์ L ของ Leica , SIGMA และเมาท์ FE ของ Sony แต่ด้วยขนาดและน้ำหนักที่หลายๆคนบ่นกัน มารอบนี้ SIGMA เลยนำเอาเลนส์ 85mm F1.4 เวอร์ชั่นใหม่ที่เล็กและเบาลงสำหรับกล้อง Mirrorless มาให้ใช้งานกันทั้งเมาท์ L และเมาท์ FE เช่นเดิม โดยเพิ่มรหัส DN เข้ามาในเลนส์รุ่นใหม่ตัวนี้นั่นเอง

สำหรับบทความนี้ก็เป็นพรีวิวคร่าวๆเกี่ยวกับเลนส์ SIGMA 85mm F1.4 DG DN I Art แต่ว่าก็เป็นแค่พรีวิวยังไม่ได้ทดสอบจริงจัง อย่างไรก็ตามก็พอมีภาพให้ได้ชมเป็นตัวอย่างก่อน ยังไงเดี๋ยวเรามาไล่เรียงดูสเปคของเลนส์ตัวนี้กันก่อนดีกว่าว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

  • ชิ้นเลนส์ 15 ชิ้น 11 กลุ่ม
  • ชิ้นเลนส์พิเศษ SLD 5 ชิ้น และ Aspherical 1 ชิ้น
  • กลีบรูรับแสง 11 ใบ
  • ระยะโฟกัสใกล้สุด 85 เซนติเมตร
  • ขนาดหน้าฟิลเตอร์ 77mm
  • รองรับเมาท์ L และ FE
  • น้ำหนักเลนส์ 630 กรัม
  • มีซีลป้องกันละอองน้ำและฝุ่น
  • มีวงแหวนปรับรูรับแสง

สำหรับจุดเด่นแรกของเลนส์ SIGMA 85mm F1.4 DG DN I Art ก็คือเรื่องของขนาดและน้ำหนัก เพราะต้องบอกว่าก่อนหน้านี้เลนส์แต่ละตัวของ SIGMA ที่ออกมาแม้ว่าจะเน้นเรื่องคุณภาพแบบสุดๆแต่ก้ต้แงแลกมาด้วยหน้าเลนส์ขนาดใหญ่ซึ่งส่งผลต่อขนาดและน้ำหนักของเลนส์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ดูเหมือนว่า SIGMA เองก็รู้ถึงปัญหาดังกล่าว ดังนั้นเลนส์รุ่นใหม่อย่าง SIGMA 85mm F1.4 DG DN I Art ตัวนี้จึงออกแบบมาให้มีขนาดเล็กลงมากๆ เมื่อนำไปเทียบขนาดกับเลนส์ Sony FE 85mm f1.8 แล้วจะเห็นได้ชัดว่ามีขนาดที่ใหญ่กว่าเพียงเล็กน้อย แต่ได้ค่ารูรับแสงกว้างกว่า

เมื่อใส่เข้ากับบอดี้กล้องแล้วปรากฎว่ามีขนาดที่เหมาะกับตัวกล้องมากๆ นี่แหละเลนส์สำหรับกล้อง Mirrorless อย่างแท้จริง ไม่ใช่เลนส์ใหญ่แต่บอดี้เล็ก แต่ตอนนี้มีแค่ให้เลือกใช้แค่เมาท์ Sony กับเมาท์ L ที่เป็นของ Leica กับ SIGMA แค่นั้น ยังไม่มีเมาท์ค่ายอื่นมาให้ใช้เหมือนรุ่นเก่าที่ออกแบบมาสำหรับกล้อง DSLR

ในขณะที่ตัวเลนส์เองก็มีวงแหวนหมุนปรับรูรับแสงมาให้ ซึ่งเหมาะกับการใช้งานด้านวีดีโอ พร้อมสวิตซ์ปรับค่า AF/MF , ปุ่ม AF-L ที่ทำงานร่วมกับกล้องได้เต็มระบบในการปรับเปลี่ยนเป็นปุ่ม Custom เองได้ รวมถึงสวิตซ์ปรับ Click ของวงแหวนรูรับแสง ตัวเลนส์มีสกรีน Made in Japan และวงแหวนหมุนโฟกัสขนาดใหญ่

ส่วนอีกด้านมีสวิตซ์ล็อควงแหวนรูรับแสงนั่นเอง ป้องกันการหมุนวงแหวนโดยไม่ตั้งใจ ส่วนตัวฮูดจะสังเกตเห็นว่ามีปุ่มล็อคฮูดด้วย ทำให้ล็อคฮูดได้แน่นหนา

จากการได้ลองจับถือเลนส์ตัวนี้ก็ต้องบอกเลยว่าน้ำหนักเบากว่าเลนส์ 85mm F1.4 ตัวเดิมเยอะ การจับถือทำได้ดีมากๆ ประกบกล้องแล้วไม่หนักมากเกินไป แต่ดีไซน์ท้ายเลนส์ยังคงเอกลักษณ์เดิมคือทำเป็นผิวมันต่างจากตัวเลนส์ ซึ่งหลายคนไม่ค่อยชอบ เพราะดูไม่เข้ากับตัวเลนส์โดยรวม

และที่หลายๆคนคาดหวังเกี่ยวกับเลนส์ตัวนี้ก็คือเรื่องของคุณภาพว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งจากการได้ลองนำมาถ่ายภาพแบบเร็วๆ ยังไม่ได้ลองแบบจริงจังพบว่าให้คุณภาพสมกับเป็นเลนส์ Art จริงๆ ความคมนี่ไม่ต้องพูดถึง คมตั้งแต่ F1.4 เลย และถ้าใครไปลองดูชาร์ต MTF ในเว็บไซต์ของ SIGMA เปรียบเทียบระหว่าง 85mm F1.4 DG HSM ตัวเก่าและ 85mm F1.4 DG DN จะพบว่าเลนส์รุ่นใหม่ตัวนี้ให้คุณภาพที่ดีขึ้นอีกด้วย

ว่าแล้วก็ต้องมีภาพประกอบแบบครอป 100% เพื่อให้ลองนับขนตากันเล่นๆว่า F1.4 นั้นให้ความคมเป็นที่น่าพอใจแค่ไหนสำหรับเลนส์ SIGMA 85mm F1.4 DG DN I Art ตัวนี้

ส่วนระบบโฟกัสเมื่อใช้งานร่วมกับกล้อง Sony A7R III พบว่าทำงานได้รวดเร็ว (ถ้าจะบอกว่ารู้สึกเร็วกว่า Sony FE 85mm F1.4 GM ก็น่าจะได้) ส่วนความแม่นยำนั้นยังไม่ได้ทดสอบจริงจัง แต่โดยรวมๆแล้วเข้าเป้าดี ทำงาน Tracking กับระบบ Eye-AF ได้อย่างไม่มีปัญหา ตรงนี้เดี๋ยวต้องรอทดสอบกันอีกที

ส่วนเรื่องสีสันและคอนทราสต์ของเลนส์ตัวนี้จะได้ออกมาสมจริง และด้วยความที่เป็นเลนส์ที่ออกแบบมาสำหรับเน้นการถ่ายภาพ Portrait ทำให้ได้ความเด้งของภาพออกมาได้อย่างง่ายดาย ดูมีมิติ ใครที่มองหาเลนส์สำหรับการถ่ายภาพ Portrait ก็ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว

อีกเรื่องที่น่าสนใจจากการทดสอบคร่าวๆและทางเว็บไซต์ของ SIGMA เองก็พูดถึงประเด็นนี้เหมือนกันก็คือเรื่องของ Chromatic aberration หรือที่เรียกย่อๆว่า CA ซึ่งมักจะปรากฎเป็นลักษณะขอบม่วงหรือแสงฟุ้งที่บริเวณขอบวัตถุสีขาว ซึ่งจากการลองถ่ายภาพออกมาดูพบว่าเลนส์ตัวนี้แทบไม่มี CA เลย คุมได้ดีมากๆ

ตอนลองถ่ายยังไม่ได้ลองถ่ายภาพย้อนแสงแบบจังๆ เลยยังไม่รู้คุมแฟลร์ได้เก่งแค่ไหน แต่ในลักษณะที่เป็นแสงด้านหลังตัดกับขอบวัตถุแบบที่เห็นในภาพก็ทำได้ดี แน่นอนว่าไม่เกิดอาการขอบม่วงให้เห็น

ลองถ่ายอะไรที่มันเป็นเส้นสายดูเรื่อง Distortion กันบ้าง ด้วยความที่เป็นเลนส์ 85mm เรื่องความบิดเบี้ยวของภาพก็จะไม่ค่อยมีให้เห็นแต่อย่างใด แต่เดี๋ยวตรงนี้อาจจะต้องทดสอบแบบจริงจังกันอีกที เพราะเห็นรีวิวต่างประเทศพบว่ามีปรากฏอาการหุบเข้าตรงกลางภาพเหมือนกัน แต่ตรงจุดนี้น่าจะผ่านไปได้ ไม่มีอะไรเป็นปัญหาแก้ได้ด้วยโปรไฟล์เลนส์อีกที (รวมถึงพวกขอบมืดก็ยังไม่ได้ทดสอบด้วย คงต้องรอรีวิวเต็มๆอีกครั้ง)

มาชมลักษณะของโบเก้กันบ้างดีกว่า สำหรับเลนส์รูรับแสงกว้างๆแบบนี้ สามารถให้โบเก้ที่สวยงามได้อยู่แล้ว บวกกับกลีบรูรับแสง 11 ใบเข้าไปอีก ลักษณะวงโบเก้ก็จะได้กลมและวงใหญ่ ใครที่ชอบเสพโบเก้ เลนส์ SIGMA 85mm F1.4 DG DN I Art ถือเป็นเลนส์ที่ตอบโจทย์แน่นอน

การละลายหลังด้วย F1.4 ทำได้โหดมาก สามารถทิ้งฉากหลัง มี DOF ที่บางมากๆ มันทำให้ภาพมีมิติขึ้นมากได้อย่างง่ายดาย ตรงจุดนี้บวกกับน้ำหนักของเลนส์ที่ไม่หนักมาก ถ้ากำลังมองหาเลนส์สำหรับการถ่ายภาพ Portrait หรือเน้นเรื่องการละลายฉากหลัง สร้างมิติของภาพ จัดไปได้เลย ไม่น่าผิดหวัง

และนี่ก็เป็นภาพตัวอย่างบางส่วนจากเลนส์ SIGMA 85mm F1.4 DG DN I Art ซึ่งทำออกมาได้ดีเกินคาด โดยในส่วนที่ประทับใจมากที่สุดเห็นจะเป็นเรื่องของขนาดและน้ำหนักที่ลดลงไปเยอะ พร้อมค่ารูรับแสง F1.4 แถมยังมีฟีเจอร์ที่ครบครันไม่แพ้เลนส์ค่าย อีกทั้งเมื่อเทียบกับเลนส์ระยะเดียวกันในตลาดแล้วถือว่าเป็นเลนส์ที่น่าใช้มากๆ สุดท้ายกับราคาเปิดตัวอยู่ที่ 38,900 บาท ใครที่คิดว่าเลนส์ตัวนี้เหมาะกับตัวเองก็ไปจับจองกันได้เลย!!