Preview : Samsung Galaxy Tab S7 | S7+ มาตรฐานใหม่ของแท็บเล็ตเรือธงแอนดรอยด์ด้วยจอ 120Hz และสเปคขั้นสุด !!

เฮียแม็พ | 23 ส.ค. 2563 00:39:08

5777

VIEWS เฮียแม็พ

Preview : Samsung Galaxy Tab S7 | S7+ มาตรฐานใหม่ของ
แท็บเล็ตเรือธงแอนดรอยด์ด้วยจอ
120Hz และสเปคขั้นสุด !!

สวัสดีเพื่อน ๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความพรีวิวแท็บเล็ตรุ่นใหม่กับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับ Galaxy Tab S7 Series แท็บเล็ตเรือธงรุ่นล่าสุดของ Samsung ปีนี้เปิดตัวมาด้วยกัน 2 รุ่นคือ Galaxy Tab S7 และ Galaxy Tab S7+ จัดเต็มทั้งคู่ ยังคงมาพร้อมจุดเด่นในเรื่องการทำงานควบคู่กับอุปกรณ์เสริมอย่างคล่องตัว รวมถึงสเปคที่ไม่กั๊กอีกต่อไป รายละเอียดเป็นยังไง ติดตามได้จากพรีวิวนี้เลยครับ :D

มี 2 รุ่น 2 ขนาด

เริ่มต้นที่ความแตกต่างของทั้ง 2 รุ่นกันก่อนเลย Galaxy Tab S7 และ Tab S7+ มาพร้อมขนาดหน้าจอที่แตกต่างกัน โดยรุ่น Tab S7 จะมาพร้อมหน้าจอขนาด 11” ส่วน Tab S7+ จอ 12.4” ครับ เรียกว่าใหญ่และใหญ่มาก 

นอกจากขนาดแล้ว ชนิดหน้าจอของทั้ง 2 รุ่นนี้จะแตกต่างกันด้วยครับ โดยรุ่น Tab S7 จะใช้จอแบบ LTPS LCD ส่วน Tab S7+ จะใช้ SuperAMOLED ครับ ทั้งคู่มาพร้อมอัตราส่วนแบบ 16:10 เหมาะการคอนเทนต์พวกวิดีโอหรือเล่นเกมอยู่แล้ว

Galaxy Tab S7

เวลาอยู่ในมือจะเห็นว่าขนาดของ Tab S7 นั้นจะกำลังพอพกพาระดับแท็บเล็ตใกล้เคียงกับรุ่นก่อน (Tab S6) ในเรื่องการแสดงผลก็ทำได้สวยงามครับ รุ่นนี้มีความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ WQXGA (2560 x 1600 พิกเซล)

Galaxy Tab S7+

ส่วน Tab S7+ อันนี้ก็จะใหญ่ขึ้นมามากเลยทีเดียว เรียกว่าใหญ่เกือบ ๆ เท่าโน้ตบุ๊คแล้วล่ะด้วยขนาด 12.4” นี้ แต่ก็เหมาะกับการทำงานแบบจริงจังเลย ในเรื่องการแสดงผลต้องบอกเลยว่าสวยงามเอามาก ๆ ความละเอียดก็จัดเต็มระดับ WQXGA+ (2800 x 1752 พิกเซล) ยกให้เป็นจอแท็บเล็ตที่สวยที่สุดที่เคยเห็นมาเลยครับ

จอ 120Hz มาแล้ว

สิ่งหนึ่งที่แท็บเล็ตแอนดรอยด์ยังตามฝั่ง iPad มาตลอดคงเป็นเรื่องของ refresh rate เพราะหลายปีที่ผ่านมาแม้หน้าจอจะสวยคมมากขึ้นแต่ refresh rate ก็ยังไม่เขยิบขึ้นไปเท่ากันสักที แต่ 2 รุ่นนี้ Galaxy Tab S7 | S7+ มาพร้อม refresh rate สูง 120Hz แล้วครับ ! นี่คือการสร้างมาตรฐานใหม่ของแท็บเล็ตแอนดรอยด์เลยก็ว่าได้ การทำงานลื่นไหลขึ้นอย่างมาก และที่สำคัญสามารถปรับความละเอียดหน้าจอสูงสุดบน refresh rate 120Hz ได้ด้วยนะ เยี่ยมมากกก !!

ตำแหน่งกล้องใหม่เน้นการทำงานแนวนอน

ตัวกล้องหน้าของ Galaxy Tab S7 | S7+ จะย้ายมาไว้ตรงเหนือหน้าจอแบบแนวนอนแทน เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานทั้งการ VDO Call รวมถึงปลดล็อคด้วยใบหน้าด้วย ตรงนี้ชมเลยครับเพราะยุคนี้การใช้งานกล้องหน้าบนแท็บเล็ตก็มักวางกันแบบแนวนอนนี่แหละย้ายมาตรงนี้สะดวกขึ้นเยอะ

สแกนนิ้วต่างกันนิดหน่อย

อีกจุดที่แตกต่างระหว่าง 2 รุ่นนี้ก็คือระบบสแกนลายนิ้วมือ อย่างที่บอกว่าชนิดหน้าจอของทั้ง 2 รุ่นนั้นต่างกัน การจะใส่เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ LCD ก็คงไม่เหมาะนัก บน Galaxy Tab S7 เลยใช้เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ที่ปุ่ม Power ด้านข้างเครื่องแทน

ในขณะที่ Galaxy Tab S7+ ใช้จอ SuperAMOLED เลยสามารถฝังเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้บนจอได้นั่นเองครับ

ดีไซน์บางเฉียบ

เรื่องความบาง Galaxy Tab S นั้นทำได้ดีมาทุกรุ่น 2 รุ่นนี้ก็เช่นกัน โดย Tab S7 มาพร้อมความบางเพียง 6.3มม. ส่วน Tab S7+ นี่บางเพียง 5.7มม. เท่านั้นเอง ! กรอบตัวเครื่องรอบนี้มีความเหลี่ยมมากขึ้น ใช้วัสดุเป็นโลหะเพิ่มความหรูหรา

ลำโพง 4 ตัวจัดเต็มเหมือนเคย

Galaxy Tab S7 | S7+ มาพร้อมกับลำโพง 4 ตัววางไว้ 2 ฝั่งกระจายเสียงได้ยอดเยี่ยมเหมือนเคย แน่นอนว่ามีการปรับแต่งเสียงจาก AKG ด้วย แท็บเล็ตเรือธงเรื่องพลังเสียงนี่ขาดไม่ได้เลยจริง ๆ 

พอร์ตการเชื่อมต่อของทั้ง 2 รุ่นนี้ก็เป็น USB Type-C เหมือนกัน ตัดเอาช่องหูฟังออกไปเรื่อยร้อยแล้วเนาะ

บอดี้โลหะ Unibody หรูทั้งเครื่อง

ที่ด้านหลังของ Galaxy Tab S7 | S7+ นั้นจะใช้วัสดุเป็นโลหะให้ความรู้สึกถึงความทนทานเอามาก ๆ ผิวสัมผัสก็จะเป็นแบบด้านช่วยให้การจับถือโดยที่ไม่ใส่เคสนั้นรู้สึกดีสุด ๆ 

ที่ด้านหลังจะมีแถบแม่เหล็กสำหรับเชื่อมต่อกับตัว S Pen เหมือนกับตอน Tab S6 ด้วย แต่รอบนี้จะทำสีตัวแถบแม่เหล็กให้เด่นชัดขึ้นไปอีกทำให้รู้จุดในการแปะปากกาเข้ากับด้านหลังได้นั่นเอง

กล้องหลังคู่มีเลนส์กว้างพิเศษ

กล้องหลังของ Galaxy Tab S7 | S7+ จะให้มา 2 ตัวแบ่งเป็นกล้องหลักความละเอียด 13MP + 5MP ที่เป็นเลนส์ Ultra Wide มุมกว้างครับ ถึงแม้แท็บเล็ตจะไม่ได้เน้นเรื่องกล้องมาก แต่การให้กล้องหลังคู่แถมเลนส์ Ultra Wide มาแบบนี้ก็ถือว่าไม่ธรรมดาครับ

สเปคแรงสมกับเรือธง

ต่อมาในเรื่องสเปค Galaxy Tab S7 | S7+ ถือว่าเป็นรุ่นเรือธงของทาง Samsung แล้ว แน่นอนว่าสเปคก็ให้มาแบบไม่กั๊ก ทั้งคู่ได้หน่วยประมวลผลตัวแรงที่สุดของฝั่งแอนดรอยด์อย่าง Snapdragon 865+ พร้อมแรมสูงสุดที่ 8GB และความจุมากสุดที่ 256GB ครับ เรียกว่าอัดแน่นมาให้เลย

ส่วนจุดที่แตกต่างระหว่างของ 2 รุ่นนอกจากเรื่องหน้าจอแล้วก็ยังมีความจุแบตเตอรี่ที่รุ่น Tab S7 จะได้แบตฯมาที่ 8,000mAh ในขณะที่รุ่น Tab S7+ นั้นได้มามากถึง 10,090mAh เลยทีเดียวครับ ทั้งคู่รองรับชาร์จไวสูงสุดที่ 45W เหมือนกันด้วยนะ

สเปค Samsung Galaxy Tab S7 | S7+

รุ่นGalaxy Tab S7Galaxy Tab S7+
OSAndroid 10 OneUI 2.5Android 10 OneUI 2.5
หน้าจอLTPS LCD 11"
2560 x 1600 พิกเซล
120Hz
SuperAMOLED 12.4"
2800 x 1752 พิกเซล
รองรับ HDR10+
120Hz
CPU Snapdragon 865+ (7nm)Snapdragon 865+ (7nm)
แรม6GB6GB/8GB
กล้องหน้า8MP f/2.0
วิดีโอ 1080p/30fps
8MP f/2.0
วิดีโอ 1080p/30fps
กล้องหลัง13MP f/2.0 [Wide]
5MP f/2.2 [Ultra Wide]
วิดีโอ 4K/30fps
13MP f/2.0 [Wide]
5MP f/2.2 [Ultra Wide]
วิดีโอ 4K/30fps
แบตเตอรี่8000mAh10090mAh
การชาร์จรองรับ Super Fast Charge 45W
รองรับ Super Fast Charge 45W 
ระบบปลดล็อคFace Recognition
Side Fingerprint
Face Recognition
InDisplay Fingerprint
 สีMystic Bronze
Mystic Black
Mystic Bronze
Mystic Black

แท็บเล็ตเรือธงทั้งทีต้องมีปากกา

มาถึงเรื่องอุปกรณ์เสริมที่ทำให้เจ้า Galaxy Tab S7 | S7+ นั้นทำงานได้ดีขึ้น ทั้ง 2 รุ่นยังคงแถมปากกา S Pen มาให้ในกล่องไม่ต้องซื้อเพิ่มเหมือนเดิมครับ รอบนี้เก่งขึ้นเพราะมีค่า Latency ต่ำเพียง 9ms เหมือนกับของ Note20 Ultra เลยเขียนแล้วทันมือสุด ๆ Samsung Notes ก็รองรับฟีเจอร์ใหม่ ๆ อย่างการจดบนไฟล์ PDF, Export ไฟล์เป็น Powerpoint หรือ Word ตอบโจทย์การทำงานได้เป็นอย่างดี

เคสคีย์บอร์ดฟังค์ชั่นครบพร้อมใช้งาน

นอกจากนี้ตัวเคสคีย์บอร์ดรอบนี้ยังน่าใช้งานมากขึ้น รองรับปุ่มฟังค์ชั่นแบบครบถ้วน รวมถึงมี TouchPad ไว้ให้ควบคุมการทำงานในรูปแบบของ Dex อีกด้วย ทำให้การใช้งานนั้นสมบูรณ์แบบมากขึ้นกว่าแท็บเลฃ็ตทั่ว ๆ ไปอีก

ตัว TouchPad ก็มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นก่อนเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ของ Tab S7 ก็ใหญ่ขึ้นถึง 42% ส่วนรุ่น Tab S7+ ใหญ่กว่า 63% กันเลยทีเดียว ทำให้เหมาะกับการใช้งาน การควบคุมที่ลงตัว

และรอบนี้ตัวเคสก็สามารถถอดแยกเป็นส่วน ๆ ได้ด้วย เมื่อเราไม่ใช้งานตัวคีย์บอร์ดแล้วก็สามารถถอดออกแล้วเหลือตัวเคสที่ติดกับด้านหลังเพื่อใช้เป็นขาตั้งในการตั้งตัวแท็บเล็ตเพื่อใช้งานด้านความบันเทิงต่อได้ด้วย

ที่ตัวเคสด้านหลังจะเชื่อมต่อกับตัว Tab S7 | S7+ แบบแม่เหล็ก มีช่องสำหรับกันปากกา S Pen ที่ด้านหลังหลุดออกไปด้วย เมื่อจะใช้งานก็แง้มที่ฝาหลังออกมา ออกแบบได้ดีทีเดียวครับ แต่เคสคีย์บอร์ดที่ว่ามานี้ต้องซื้อแยกเนาะ โดยราคาของเคสคีย์บอร์ดจะมีดังนี้

Tab S7 Keyboard Cover = 5,990 บาท

Tab S7+ Keyboard Cover = 6,590 บาท

ราคา

สำหรับราคาของ Galaxy Tab S7 | S7+ รอบนี้ก็จะมีให้เลือกหลายโมเดลทั้งแบบ Wifi, LTE รวมถึง 5G ด้วย ซึ่งราคาค่าตัวก็มีดังนี้เลย

Galaxy Tab S7 (WiFi) ความจุ 6GB + 128GB  = 22,900 บาท

Galaxy Tab S7 (LTE) ความจุ 6GB + 128GB = 26,900 บาท

Galaxy Tab S7+ (LTE) ความจุ 6GB + 128GB = 33,900 บาท

Galaxy Tab S7+ (5G) ความจุ 8GB + 256GB = 39,900 บาท

มีให้เลือก 2 สีคือ Mystic Black และ Mystic Bronze โดยทั้ง 2 รุ่นจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 กันยายนนี้ครับ

สรุปหลังลองจับ

สำหรับ Galaxy Tab S7 | S7+ ก็ถือว่าเป็นแท็บเล็ตเรือธงฝั่งแอนดรอยด์ที่น่าสนใจมาก ๆ ยกระดับของแท็บเล็ตเรือธงมาได้อย่างดี ทั้งเรื่องหน้าจอ refresh rate สูง 120Hz สองรุ่นแรกของฝั่งหุ่นเขียว งานประกอบหรูหรา รวมถึงสเปคภายในที่จัดเต็มและฟีเจอร์ของ S Pen และ DeX ที่เชื่อว่าถ้าได้ใช้งานจริง ๆ คงต้องหลงรักแน่นอน ครบขึ้นดีขึ้นมาก เป็นอีกรุ่นที่น่าจับตามองมาก ๆ ครับ ใครที่กำลังเล็งแท็บเล็ตของฝั่งแอนดรอยด์ดี ๆ สักตัวอยู่ ให้รอ 2 รุ่นนี้ไว้ได้เลยครับ :D

พรีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite