Review : OPPO Watch สมาร์ทวอทช์รุ่นแรกจาก OPPO ดีไซน์ทันสมัย น้ำหนักเบา มาพร้อม Wear OS by Google ในราคาเพียง 5,999 บาท !!

เฮียแม็พ | 19 ส.ค. 2563 14:40:12 (อัพเดต 21 ส.ค. 2563 12:09:59)

3025

VIEWS เฮียแม็พ

Review : OPPO Watch สมาร์ทวอทช์รุ่นแรกจาก OPPO ดีไซน์ทันสมัย
น้ำหนักเบา มาพร้อม Wear OS by Google ในราคาเพียง 5,999 บาท !

สวัสดีเพื่อน ๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับรีวิวแก็ตเจ็ตใหม่กับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เรามี OPPO Watch สมาร์ทวอทช์รุ่นแรกของ OPPO มารีวิวให้ชมกัน เจ้า OPPO Watch นี้ก็เปิดตัวมาได้อย่างน่าสนใจด้วยดีไซน์ที่สวยเด่น, ฟีเจอร์การใช้งานที่ยอดเยี่ยม และที่สำคัญราคาค่าตัวเริ่มต้นเพียง 5,999 บาทเท่านั้น เอาล่ะ ! ถ้าพร้อมแล้วเรามาอ่านรีวิวของ OPPO Watch ไปพร้อม ๆ กันเลยครับ :D

รุ่นและราคา

ก่อนอื่นเรามาแนะนำรุ่นกันก่อน OPPO Watch มีให้เลือกทั้งหมด 2 ขนาดคือ 41mm และ 46mm โดยทั้ง 2 รุ่นจะมีความแตกต่างกันที่ขนาดหน้าจอและแบตเตอรี่ภายใน แต่นอกนั้นฟีเจอร์การใช้งานต่าง ๆ เหมือนกันทั้งหมดครับ

โดยรุ่น 41mm จะเป็นหน้าจอแบบ 2.5D มีความโค้งนิด ๆ ที่ขอบจอเพิ่มความหรูหราในการใช้งานเนาะ ส่วนรุ่น 46mm จะมาพร้อมหน้าจอโค้งแบบ Flexible Dual - Curved Display หรือจอโค้งลงไปทั้ง 2 ด้าน หรูหราประหนึ่งสมาร์ทโฟนเรือธงที่มีหน้าจอโค้งแบบนี้เลยด้วย และที่สำคัญเป็นครั้งแรกของโลกที่มีหน้าจอแบบนี้บนสมาร์ทวอทช์เลยก็ว่าได้

สำหรับราคาค่าตัวและสีสันที่วางจำหน่ายในบ้านเราก็จะมีดังนี้ครับ

OPPO Watch 41mm = 5,999 บาท

วางจำหน่าย 2 สีชมพู Pink Gold และ สีดำ Black

OPPO Watch 46mm = 7,999 บาท

วางจำหน่ายสีเดียวคือสีดำ Black

และรุ่นที่เราจะมารีวิวให้ชมกันวันนี้ก็คือรุ่น 41mm นั่นเอง ทราบรายละเอียดคร่าว ๆ แบบนี้แล้ว มาดูตัวเรือนกันเลยเถอะ :D

ดีไซน์สวยหรู เข้าได้ทุกลุค

OPPO Watch มาพร้อมดีไซน์ที่สวยพรีเมี่ยมใช้ได้ ในงบประมาณ 5,999 บาท ถือว่าหรูหรากันเลยทีเดียว ตัวเรือนมีให้เลือก 2 สีอย่างที่บอกไปคือ สีชมพู Pink Gold และ สีดำ Black ซึ่งสวยกันคนละสไตล์ ถูกออกแบบมาให้เข้ากับผู้ชายกับผู้หญิงไว้ชัดเจนเนาะ

วัสดุงานประกอบของ OPPO Watch ใช้เป็นอลูมิเนียมอัลลอยด์ซีรีส์ 6000 ผิวด้านบนสีชมพู Pink Gold และผิวมันบนสีดำ Black เป็น 2 สีมาตรฐานที่เข้าได้กับทุกลุคจริง ๆ ครับ

ตัวหน้าจอของรุ่น 41mm จะมีขนาดใหญ่ 1.6” เป็นจอ AMOLED ให้สีสันที่สวยงามรวมถึงสู้แสงได้เป็นอย่างดีอีกต่างหาก และทรงของหน้าปัดก็ยังเป็นแบบสี่เหลี่ยมตัดมุมโค้งนิด ๆ แปลกตาไปจากอุปกรณ์ WearOS ที่ส่วนใหญ่มักจะใช้หน้าปัดแบบวงกลม

หน้าปัดมีให้เลือกหลากหลาย

สายแฟชั่นถูกใจแน่ ๆ ที่เบื่อง่ายหรือชอบเปลี่ยนหน้าปัดอยู่บ่อย ๆ ถูกใจเจ้า OPPO Watch แน่ครับ เพราะตัวเรือนเองมีรูปแบบ Watch Faces ให้เลือกมากมาย อยากได้แบบเข็มคลาสสิค ๆ หรือแบบดิจิทัลตัวเล็กเด่น ๆ ก็เลือกได้เลย

หน้าปัดสไตล์คุณแมทช์ได้กับทุกลุคทุกสไตล์

หรือถ้าอยากเลือกหน้าปัดให้เข้ากับชุดที่เราแต่งในแต่ละวันก็ทำได้ด้วย เพราะ OPPO Watch มีฟีเจอร์ที่เรียกว่า AI Outfit ให้เราเลือกภาพที่มีสีตามที่เราต้องการและตัว AI จะทำการคำนวณแล้วแปลงมาเป็นรูปแบบ Watch Faces ให้เหมาะกับชุดนั้น ๆ อันนี้ถูกใจสาว ๆ ที่ชอบแต่งตัวแน่นอน จะลุคไหนก็เข้าก๊านเข้ากัน

ไม่ใช่แค่ตัวหน้า Watch Faces ที่ปรับให้เข้ากับชุดได้อย่างเดียวตัวเรือนยังออกแบบมาได้เรียบหรู ไม่สปอร์ตจนเกินไป ทำให้แมทช์ได้ง่ายกับทุกชุด ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดเด่นเลยล่ะ

เลือกรูปมาใส่เลยก็ยังได้

หรือถ้าใครที่อยากได้หน้าปัดเป็นรูปภาพของเรา จะเป็นภาพคู่กับแฟน ภาพเซลฟี่ตัวเอง ก็สามารถนำมาโชว์บนหน้าจอได้เลยด้วย ทีนี้ก็จะยิ่งเป็นสมาร์ทวอทช์ในแบบของเราเข้าไปใหญ่

ที่ตัวเรือนจะมีปุ่มกดมาให้ 2 ปุ่มเป็นปุ่มโฮมและปุ่มฟังค์ชั่นสำหรับการเข้าใช้งานโหมดออกกำลังกาย ซึ่งตัวปุ่มนี้ก็ยังใช้เป็น Power Menu ได้ด้วยเมื่อกดค้างไว้ครับ แถบสีเขียวที่เป็นเอกลักษณ์ของ OPPO ยังคงอยู่ที่ปุ่มตรงนี้เห็นแล้วก็รู้เลยล่ะ

ส่วนฝั่งซ้ายมือจะมีลำโพงสำหรับใช้งานกับการคุยโทรศัพท์หรือการแจ้งเตือนกิจกรรมต่าง ๆ เสียงดังใช้ได้เลยล่ะครับ

ที่ด้านหลังเราจะเห็นเซ็นเซอร์มากถึง 5 ตัว ตรงนี้ก็จะเข้ามาช่วยในเรื่องการตรวจจับและวิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำ รวมถึง Pin Connector สำหรับเชื่อมต่อกับที่ชาร์จก็จะอยู่ที่ด้านหลังนี้ด้วยครับ

ตัวสายของ OPPO Watch สามารถถอดออกด้วยการกดที่ปุ่มด้านหลังนี้ได้เลย แต่ตัวสายยังจำเป็นต้องใช้ของ OPPO เองเท่านั้น ไม่สามารถใช้สายนาฬิกาทั่วไปมาใส่ได้เนาะ ซึ่งทาง OPPO น่าจะมีสายให้เลือกเปลี่ยนอีกหลากหลายเลย ยังไงรอติดตามกันเนาะ 

ตัวสายจะเป็นแบบปุ่มสวมใส่ได้ไม่ยากเย็น เพียงแค่นำมาคล้องกับข้อมือและเลือกช่องให้เหมาะกับขนาดข้อมือจากนั้นก็กดเข้าไปที่ปุ่มแล้วเอาหูมารัดอีกชั้นได้เลย ตัวสายเป็นแบบ Fluororubber ให้ความรู้สึกในการสวมใส่ที่สบายไม่เก็บคราบเหงื่อจะใช้งานทั้งออกกำลังกายหรือสวมใส่ทั่วไปก็โอเคเลย

นอกจากนี้ OPPO Watch ยังมาพร้อมคุณสมบัติการน้ำแบบจัดเต็ม รุ่น 41mm นี้สามารถกันน้ำได้ตามมาตรฐาน 3ATM คือลงน้ำได้ระดับ 30 เมตรเลย หรือถ้าเป็นรุ่นใหญ่ 46mm นี่ได้ระดับ 5ATM ลงน้ำได้ลึก 50 เมตรกันเลยครับ จะใส่ว่ายน้ำหรือออกกำลังกายที่ต้องเปียกเหงื่อก็ไม่ต้องห่วง ปลอดภัยแน่นอนครับ

โดยรวมในเรื่องของดีไซน์ตอบบอกเลยว่าออกแบบมาได้ดีทีเดียว หน้าตาทันสมัยมีลูกเล่นให้เลือกปรับหน้า Watch Faces หลากหลาย ขนาดและน้ำหนักก็กำลังดีเลย อย่างรุ่นที่เรารีวิวขนาด 41mm จริง ๆ ผู้ชายก็สามารถสวมใส่ได้ สวมใส่สบายไม่หนักข้อมือครับ

เชื่อมต่อกันง่าย ใช้ Wear OS

มาดูในเรื่องการทำงานกันต่อ OPPO Watch ใช้ระบบปฏิบัติการ Wear OS by Google เรียกว่าเป็นระบบปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับสมาร์ทโฟน Android แล้วก็ว่าได้ เพราะ Google พัฒนาขึ้นมาเอง มีการเข้ากันเป็นอย่างดี แถม OPPO Watch นี้ยังรองรับ Google Fast Pair ถ้าเป็นสมาร์ทโฟน Android 10 เมื่อเปิดเครื่อง OPPO Watch แล้วมาวางใกล้ ๆ ก็จะมี Pop Up ถามขึ้นมาทันทีว่าจะเชื่อมต่อเลยไหม ?

หรือถ้าอยากเชื่อมต่อเองก็ใช้เพียงแค่แอป Wear OS by Google เท่านั้นครับ แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องใช้สมาร์ทโฟน OPPO ก็ใช้งานได้ รวมถึงสมาร์ทโฟน iOS ก็สามารถเชื่อมต่อได้ด้วยเหมือนกัน OPPO นี่ใจกว้างดีไม่ใช่ใช้ได้แค่ของแบรนด์ตัวเองเนาะ

ซึ่งเมื่อเชื่อมต่อเรียบร้อยแล้ว ภายในแอปเราก็สามารถดูข้อมูลและตั้งค่าตัว OPPO Watch ได้ไม่ว่าจะเป็นหน้า Watch Faces, การแจ้งเตือน, การตั้งค่าต่าง ๆ หรือพวกข้อมูลแบตเตอรี่เป็นต้นครับ

และแน่นอนว่าการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนแบบนี้การแจ้งเตือนต่าง ๆ ก็มาครบ เช่นเดียวกับที่จะเด้งบนสมาร์ทโฟนเลย และที่สำคัญ OPPO Watch ก็รองรับภาษาไทยเต็มรูปแบบแล้ว แชทเข้ามาเป็นภาษาไทยก็อ่านและตอบกลับได้จากข้อมือเลยด้วยครับ ซึ่งรูปแบบการตอบกลับประกอบด้วย การพิมพ์ภาษาไทย เขียน หรือ พิมพ์ด้วยการพูด แต่อันนี้ยังรองรับแค่ภาษาอังกฤษอยู่ครับ

ส่วนเรื่องการใช้งานอื่น ๆ OPPO Watch ใช้ระบบ Wear OS อยู่แล้ว หายห่วงเรื่องแอปที่รองรับหรือฟังค์ชั่นเพราะครบครัน ซึ่งบน OPPO Watch ก็มีการปรับหน้าตา UI ให้เป็นของตัวเองเข้าไปอีก หน้าตาไอคอนก็สวยงาม เราสามารถดาวน์โหลดแอปเพิ่มเติมได้ผ่าน Play Store ได้หลายร้อยรายงานเลยด้วย

มีแอป HeyTap Health ตกแต่งได้มากขึ้น

ถึงแม้การเชื่อมต่อกับแอปหลักจะเป็น Wear OS by Google แต่ถ้าอยากใช้ลูกเล่นอื่นเพิ่มเติมก็ต้องนี่เลย แอป HeyTap Health อันนี้เป็นแอปของทาง OPPO เอง จะมาช่วยในเรื่องการปรับแต่งรวมถึงฟีเจอร์พวก AI Outfit หรือ ตั้งค่าภาพถ่ายเป็น Watch Faces ก็จากแอปนี้เลย

วิธีการก็ง่าย ๆ ให้เลือกไปที่ฟีเจอร์ AI Outfit แล้วถ่ายภาพชุดหรือสีที่เราอยากได้จากนั้นเลือกครอปจะเฉพาะส่วนและให้ตัว AI คำนวณขึ้นมา ก็จะมีให้เราเลือกปรับหลายแบบเลยครับ แค่นี้ก็ได้ชุด Watch Faces ที่เหมาะกับชุดของเราแล้ว เลือกเปลี่ยนได้ไม่ซ้ำในแต่ละวันด้วย

หรือจะเป็นการเลือกรูปภาพเข้าไปก็เลือกที่ฟีเจอร์รูปภาพในแอป HeyTap Health เหมือนกัน เราสามารถเลือกรูปภาพได้หลายภาพมาไว้บนหน้าจอ และรูปแบบที่จะแสดงตัวนาฬิกาไว้บนหรือล่างได้อีกด้วย

แต่น่าเสียดายที่แอป HeyTap Health ตัวนี้มีแค่เฉพาะบน Play Store เท่านั้น บน App Store จะไม่มีเราเลยไม่สามารถปรับแต่งฟีเจอร์หน้าปัดเพิ่มเติมได้จาก iOS อะเนอะ

เหมาะกับการออกกำลัง มีเซ็นเซอร์ครบ

แน่นอนว่าเป็นสมาร์ทวอทช์ทั้งทีก็ต้องมีฟีเจอร์การออกกำลังกายด้วย ซึ่ง OPPO Watch ก็มีเซ็นเซอร์สำหรับการออกกำลังกายมากถึง 5 ตัว จะตรวจจับการเต้นของหัวใจก็ทำได้แบบเรียลไทม์ , ตรวจจับการนอน เป็นต้น

ซึ่ง OPPO Watch ยังมีโหมดการออกกำลังกายมาให้อีก 5 โหมดหลักที่พัฒนาขึ้นมาเองได้แก่ การวิ่งเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย, การวิ่งเพื่อเผาผลาญไขมัน, การเดินกลางแจ้ง, การปั่นจักรยานกลางแจ้ง และว่ายน้ำครับ นอกจากนี้ยังสามารถติดตามการออกกำลังกายได้ด้วย Google fit มากกว่า 90 โหมดอีก โหลดเพิ่มเติมได้จาก Play Store เหมือนเดิม

หรือจะเป็นแอปออกกำลังกาย 5 นาทีก็เจ๋ง ให้เราเลือกขยับตามง่าย ๆ เป็นเวลา 5 นาทีโดยจะมีวิดีโอสั้น ๆ ให้เราดูท่าทางประกอบการออกกำลังกายได้ทันที อันนี้เจ๋งดีมีโค้ชส่วนตัวคอยอยู่กับเราเลย

แบตเตอรี่อยู่ได้สูงสุด 14 วัน

ปิดท้ายด้วยเรื่องแบตเตอรี่ สำหรับ OPPO Watch รุ่น 41mm นั้น OPPO เคลมว่าใช้งานได้ 24 ชม. ใน Smart Mode หรือการใช้งานแบบเปิดฟังค์ชั่นครบ เท่าที่ลองใช้งานมาจริง ๆ ก็ถือว่าอยู่ได้ในหนึ่งวันอยู่ครับ ส่วนถ้าเป็นรุ่น 46mm นั้นจะสามารถอยู่ได้นานกว่าเป็น 36 ชม.ใน Smart mode

แต่ถ้าอยากจะได้อึดกว่านั้น OPPO ก็มีตัวเลือก Power Saver Mode มาให้ด้วย โหมดนี้จะลดฟีเจอร์ให้เหลือเพียงนาฬิกา, การนับก้าว, การวัดการเต้นของหัวใจและการแจ้งเตือนเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้ประหยัดแบตฯขึ้นมาอีกเยอะ โหมดนี้ OPPO เคลมว่าใช้งานได้นาน 14 วันเลยทีเดียว

ชาร์จไวก็มี Watch VOOC Flash Charging

แต่ไม่ต้องกลัวว่าแบตฯใกล้หมดละจะไปต่อไม่ได้ เพราะ OPPO Watch มาพร้อมระบบชาร์จไว Watch VOOC Flash Chraging ชาร์จเพียง 15 นาทีก็เพียงพอต่อการใช้งานทั้งวันแล้ว หรือถ้าจะชาร์จจนเต็มก็ใช้เวลาเพียง 75 นาทีเท่านั้น ไม่ต้องชาร์จกันข้ามคืนเนาะ

สรุปแล้ว

OPPO Watch ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทวอทช์ที่น่าสนใจไม่น้อย ด้วยดีไซน์ที่สวยหรูหรา แมทช์ได้กับลุค รูปแบบการใช้งานที่สมบูรณ์แบบเพราะใช้ Wear OS by Google เข้ากันได้ดีกับสมาร์ทโฟน Android  ฟีเจอร์และการใช้งานตอบโจทย์ในยุคที่เราต้องการอุปกรณ์สมาร์ทมากกว่า 1 แบบนี้จริง ๆ และที่สำคัญราคาค่าตัวก็เปิดมาได้ดีกว่าที่คาดไว้ ย้ำราคากันอีกครั้ง OPPO Watch รุ่น 41mm ที่เรารีวิวนี้เปิดราคามาเพียง 5,999 บาทเท่านั้น ได้ทั้งงานประกอบดี, Wear OS by Google, ลูกเล่นการปรับแต่งเยอะตามสไตล์ OPPO พร้อมประกันตัวนาฬิกาสูงสุด 1 ปี (สามารถตรวจสอบเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่จุดจำหน่าย) คุ้มมาก ๆ แล้วครับราคานี้ ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทวอทช์เจ๋ง ๆ สักตัวในราคาไม่สูงมากนัก OPPO Watch ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าโดนไม่น้อยครับ :D

จุดเด่น

  • ดีไซน์สวย งานประกอบหรูหรา
  • ลูกเล่นการปรับแต่งเยอะ
  • หน้าจอ AMOLED แสดงผลสวยงาม
  • UI ลื่นไหลมาก
  • เซ็นเซอร์ครบดีใช้งานได้ครบ
  • มีลำโพงในตัวรองรับการคุยโทรศัพท์

จุดสังเกต

  • แบตเตอรี่อยู่ได้เพียงวันต่อวันใน Smart Mode ซึ่งเป็นมาตรฐานของ Wear OS อยู่แล้ว

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite