Review : OPPO Enco W31 หูฟัง True Wireless ทรงตลับแป้ง เสียงดี ฟีเจอร์น่าใช้ !!

เฮียแม็พ | 29 เม.ย. 2563 13:16:45 (อัพเดต 30 เม.ย. 2563 09:00:56)

8195

VIEWS เฮียแม็พ

Review : OPPO Enco W31 หูฟัง True Wireless ทรงตลับแป้ง เสียงดี ฟีเจอร์น่าใช้ !!

สวัสดีเพื่อน ๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวแก็ตเจ็ตใหม่ ๆ กับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เรามีหูฟัง True Wireless ตัวล่าสุดของ OPPO กับ OPPO Enco W31 มารีวิวให้ชมกัน มาพร้อมจุดเด่นเรื่องดีไซน์และการพกพา พร้อมฟีเจอร์การใช้งานที่ครอบคลุมมาก ๆ และที่สำคัญราคาเปิดตัวมาเพียง 1,999 บาทเท่านั่นเอง มาครับ มาอ่านรีวิวของหูฟัง OPPO Enco W31 ตัวนี้กันเลย :D

แกะกล่อง

ก่อนอื่นเรามาดูอุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องกันก่อนเลยดีกว่า OPPO Enco W31 มาในกล่องทรงกะทัดรัด ที่ด้านหน้ามีภาพตัวหูฟังโชว์อยู่เด่น ๆ ระบุสีของตัวหูฟังไว้ชัดเจน สีที่วางจำหน่ายในบ้านเราจะมี 2 สีคือขาวกับดำนะครับ

เปิดกล่องออกมาจะเจอกับตัวเคสหูฟังที่มาในทรงกลมขนาดพอดีมือคล้ายตลับแป้งเลยล่ะ

ภายในกล่องจะมีอุปกรณ์เสริมมาให้อย่างสายชาร์จ USB Type-C ความยาว 0.5 เมตร เป็นสายสั้นที่เอาไว้ชาร์จกับพวก Powerbank ได้ไม่เกะกะครับ

มีตัวจุกยางของหูฟังมาให้ 2 ไซซ์คือ S กับ L ส่วนตัวไซซ์ M จะถูกใส่มาในตัวหูฟังอยู่แล้วครับ

มีคู่มือการใช้งานและใบรับประกัน เผื่อการเชื่อมต่อครั้งแรกเนาะ ก็อ่านรายละเอียดกันก่อนได้หรือไม่ก็อ่านวิธีตั้งค่าจากเราก็ได้

ดีไซน์ทรงนี้ ตลับแป้งชัด ๆ

มาดูตัวอุปกรณ์กันเลยดีกว่าครับ OPPO Enco W31 จะมาในทรงตลับแป้ง เล็กกะทัดรัดดี สาว ๆ น่าจะชอบเพราะพกติดกระเป๋าไปได้ง่ายไม่เทอะทะครับ ผิวสัมผัสของตัวเคสจะเป็นแบบด้าน วัสดุเป็น Polycarbonate บางน้ำหนักเบาครับ และมีโลโก้ OPPO อยู่ที่ด้านหน้านี้ด้วย

ยิ่งเปิดฝานี่ยิ่งเหมือนตลับแป้งจริง ๆ ครับ เปิดขึ้นมาเราจะเจอกับตัวหูฟัง 2 ข้างวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ข้างในนี้จะมีตัวไฟแจ้งสถานะพร้อมปุ่มกดสำหรับการเชื่อมต่ออีก 1 ปุ่มด้วยครับ

ตัวหูฟังจะยึดติดกับตัวเคสผ่านแม่เหล็กเวลาดึงออกหรือใส่กลับเข้าไปก็จะมีความกรึ๊บ ๆ หน่อย

หูฟังทรง In-Ear พร้อมก้านควบคุม

ตัวหูฟังจะเป็นทรง In-Ear ที่มีก้านหูฟังยาวออกมาหน่อย ที่ก้านหูฟังจะมีผิวสัมผัสแบบเมทัลลิคเหลือม ๆ หน่อยให้ความรู้สึกเนียนมือเวลาจับ

ตรงก้านหูฟังนี้ยังมาพร้อมกับแผงควบคุมที่ให้เราแตะเพื่อควบคุมเครื่องเล่นเพลงได้อีกด้วย

ตัวเคสจะมาพร้อมพอร์ต USB Type-C ง่ายต่อการใช้งาน เพราะเราสามารถใช้พวกสายชาร์จของสมาร์ทโฟนทั่วไปได้เลย ไม่ต้องพกแยกเนาะ

โดยรวมในเรื่องของดีไซน์ OPPO ENCO W31 ถือว่าออกแบบมาได้ดีด้วยขนาดที่กะทัดรัด ทรงเป็นตลับแป้งจริง ๆ น้ำหนักเบาเพียง 42 กรัม พกพาได้ง่ายไม่เทอะทะ ตัวหูฟังก็เป็นแบบ In-Ear หลายคนที่ชอบแบบแน่น ๆ หูคงชอบทรงนี้เลยล่ะครับ

เชื่อมต่อง่าย ๆ ผ่าน Bluetooth

ในเรื่องการเชื่อมต่อ ก็เปิดฝาละหาชื่อ OPPO Enco W31 ได้เลย เชื่อมต่อกันง่าย ๆ ผ่าน Bluetooth นี่แหละครับ ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่น่าเสียดายที่ตัวนี้ไม่มีฟีเจอร์ Fast Pair แบบ OPPO Enco Free ที่แค่เปิดฝาก็เชื่อมต่อกันพร้อมอนิเมชั่นสวย ๆ แล้ว

เช่นเดียวกับรุ่นก่อนตัวนี้ยังไม่มีแอปมาให้ใช้งานควบคู่ด้วย ก็คือเชื่อมแล้วใช้งานได้เลย และหลังจากเชื่อมต่อครั้งแรกแล้ว ครั้งต่อ ๆ ไปก็แค่เปิดฝาแล้วเชื่อมต่อกันเองอัตโนมัติเลยล่ะ

ลองฟังกันเลยไหม ?

เชื่อมต่อกันเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลามาฟัง ลองเสียงกันเลย OPPO Enco W31 มาในทรง In-Ear ก็ใส่ได้ง่ายและแน่นพอดีหูครับ ใครที่ชอบทรงนี้อยู่แล้วคงจะถูกใจตัวนี้ด้วย ตัวจุกยางมีความนุ่มรับกับรูหูได้ดี ใส่แล้วไม่อึดอัดครับ

มีโหมดให้ปรับด้วยนะ

ในเรื่องเสียงต้องบอกก่อนว่า OPPO Enco W31 นั้นมีโหมดให้เลือกปรับ 2 โหมดคือ Balance mode และ Bass mode ซึ่งในค่าเริ่มต้นจะอยู่ที่โหมดนี้ ให้เสียงกลาง ๆ เบสมีนิดหน่อย เหมาะสำหรับใช้งานทั่วไป ฟังเพลงแนวป๊อป เพลงคลาสสิคทั่วไป รวมถึงดูพวกรายการทีวีต่าง ๆ

แต่ถ้าอยากได้แบบเร้าใจหน่อยก็ปรับเป็น Bass mode จะช่วยให้เสียงเบสแน่นขึ้นอีกหน่อย อยากฟังเพลงแนวร็อคหรือ EDM ใช้โหมดนี้เหมาะเลย ซึ่งการสลับโหมดการใช้งานก็ง่าย ๆ เพียงแค่แตะที่ก้านหูฟังฝั่งซ้าย 2 ครั้งเท่านั้นตัวหูฟังจะพูดกับเราว่าใช้โหมดไหนครับ

ส่วนเรื่องไมโครโฟน OPPO Enco W31 ก็ทำได้ดีครับ เพราะมีระบบ Dual-Microphone Beamforming ตอบสนองและแยกแยะเสียงพูดคุยได้เป็นอย่างดี เท่าที่ลองใช้งานคุยโทรศัพท์ก็ให้เสียงที่คมชัดใช้ได้ครับ

ในเรื่องการตัดเสียงรุ่นนี้มีระบบ Anti-Wind Noise Chambers ช่วยตัดเสียงลมมาให้ ด้วยไมโครโฟนคู่มาให้และทรง In-Ear แบบนี้ก็ช่วยให้การรับเสียงและการตัดเสียงภายนอกทำได้ดีประมาณหนึ่งแล้วด้วย ถ้าเลือกจุกยางไซซ์ที่พอดีกับหูก็ทำให้เสียงไม่ลอดเข้ามาเท่าไหร่เลย

ควบคุมได้ผ่านหูฟัง

อย่างที่บอกว่าที่ก้านหูฟังนี้จะมีระบบความคุมให้เราได้แตะได้ อย่างในเครื่องเล่นเพลงเราใช้การแตะ 1 ครั้งจะเป็นการเล่นหรือหลุดเพลง, แตะที่ด้านขวา 2 ครั้งเพื่อเลื่อนเพลง, แตะที่ด้านซ้าย 2 ครั้งเพื่อเปลี่ยนโหมดเสียง หรือจะแตะ 3 ครั้งเพื่อเรียกผู้ช่วยอัจฉริยะได้ด้วยครับ

มีระบบตรวจจับการสวมใส่มาให้ด้วย เมื่อเราเอาหูฟังออกจากหู ตัวแอปอย่างเครื่องเล่นเพลงหรือ YouTube ก็จะหยุดอัตโนมัติ ใส่กลับเข้าไปก็เล่นต่อได้ ตรงนี้สะดวกดีเวลาเราอยากเก็บหูฟังก็ถอดออกและใส่เคสได้เลย ไม่ต้องมากดหยุดเพลงอีกทีเนาะ

กันละอองน้ำด้วยนะ

สำหรับสายออกกำลังกาย ตัว OPPO Enco W31 นี่ก็เหมาะไม่น้อย เพราะสามารถกันน้ำได้ที่มาตรฐาน IPX4 โดนละอองน้ำหรือเหงื่อได้ เผื่อใช้ออกกำลังกายก็ไม่ต้องกลัวเหงื่อโดนหูฟังแล้วจะพังไปง่าย ๆ เนาะ

ไฟ LED แจ้งสถานะบอกอะไรบ้าง ?

เช่นเดียวกับตอน OPPO Enco Free เจ้า OPPO Enco W31 นี้มีไฟ LED บอกสถานะสถานะด้วย ซึ่งจะแสดงผลตามการใช้งานคือ เมื่อหูฟังอยู่ในเคสไฟจะแสดงแบตเตอรี่ของหูฟัง แต่ถ้าเอาหูฟังออกมาไฟจะแสดงสถานะของตัวเคสแทนซึ่งมี 3 สีหลัก ๆ ดังนี้

ไฟสีเขียว : แบตเตอรี่คงเหลือสูง

ไฟสีส้ม : แบตเตอรี่ระดับปานกลาง

ไฟสีแดง : แบตเตอรี่เหลือน้อย

แบตเตอรี่โอเค ใช้งานได้ต่อเนื่อง 15 ชม.นะ

ปิดท้ายด้วยเรื่องของแบตเตอรี่ OPPO เคลมว่า OPPO Enco W31 นั้นสามารถใช้งานได้ราว 15 ชม. โดยแบ่งเป็นตัวหูฟังอย่างเดียว 3.5 ชม. และแบตเตอรี่จากเคสอีก นอกจากนี้ตัวหูฟังยังรองรับการชาร์จเร็วเสียบกลับเข้าเคสชาร์จ 10 นาทีก็ฟังได้ต่ออีก 80 นาทีแล้วครับ

สรุปแล้ว

ก็ถือว่าเป็นหูฟัง True Wireless อีกตัวที่น่าสนใจเพราะราคาค่าตัวนั้นเปิดมาย่อมเยากำลังดี พร้อมความสามารถและคุณภาพที่ใช้ได้เลย ตัวหูฟังเป็นแบบ In-Ear พร้อมจุดซิลิโคนแบบ Softfit ใส่ได้แบบไม่ปวดหู เพื่อน ๆ ที่ชอบหูฟังทรงนี้อยู่แล้วคงจะถูกใจในส่วนของพลังเสียงมี Bass mode มาเพิ่มความแน่นของเสียงขึ้นมาอีกด้วย การตัดเสียงก็ถือว่าทำได้ดีทีเดียว ขนาดที่พกพาได้ง่ายไม่เทอะทะแถมน้ำหนักเบา ถือว่าเป็นหูฟัง True Wireless รุ่นเริ่มต้นที่น่าสนใจมาก ๆ อีกตัวเลยครับ

ราคาค่าตัวของ OPPO Enco W31 อยู่ที่ 1,999 บาท

สำหรับราคาค่าตัวของ OPPO Enco W31 จะอยู่ที่ 1,999 บาทเท่านั้น ถือว่าคุ้มค่ามากจริง ๆ มีให้เลือกด้วยกัน 2 สีคือ ขาวและดำครับ เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 8 พฤษภาคมนี้

จุดเด่น

  • คุณภาพเสียงใช้ได้
  • มีโหมดเสียงให้เลือกปรับ 2 โหมด
  • ไมโครโฟนคู่ทำงานดี
  • รองรับการควบคุมที่ตัวหูฟัง
  • ราคาคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพ

จุดสังเกต

  • ไม่มีแอปมาทำงานร่วม ปรับแต่งเพิ่มไม่ได้

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite