Unbox : พรีวิวแกะกล่อง OPPO Reno 10x Zoom พรีเมี่ยมตั้งแต่กล่อง จนถึงเครื่องด้านใน มือถืออะไรซูมได้ไกลสุดพลัง !!

เฮียแม็พ | 2 มิ.ย. 2562 23:46:10 (อัพเดต 4 มิ.ย. 2562 15:33:09)

9353

VIEWS เฮียแม็พ

Unbox : พรีวิวแกะกล่อง OPPO Reno 10x Zoom พรีเมี่ยมตั้งแต่กล่อง
จนถึงเครื่องด้านใน มือถืออะไรซูมได้ไกลสุดพลัง !!

สวัสดีเพื่อน ๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความพรีวิวมือถือรุ่นใหม่ ๆ กับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เรามีสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งจะเปิดตัวไปหมาด ๆ กับ OPPO Reno 10x Zoom มาพรีวิวแกะกล่องให้ชมกัน ใช่แล้วครับชื่อเต็ม ๆ ของรุ่นนี้คือแบบนี้เลยออกเสียงว่า "รีโน่ เท็นไทม์ซูม" นั่นเอง ไม่ใช่ "สิบเอ็กซุมนะ" โดยรุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นรุ่นท็อปสุดนั่นเอง จริง ๆ Reno มีด้วยกัน 2 รุ่นคือรุ่นปกติและ Reno 10x Zoom นี่แหละ เอ้า ! มัวแต่แนะนำซะเยอะ เรามาเข้าเรื่องของเรากันเลยดีกว่า มาดูกันว่ารุ่นนี้ให้อะไรมาในกล่องบ้างและจุดเด่นที่ชูาจะมีอะไรบ้าง มามะ เริ่มกัน !

แค่กล่องก็ไม่เหมือนใครแล้ว !

เริ่มแรกมาดูที่ตัวกล่องกันก่อนเลย ใช่แล้วครับอย่างที่ได้เห็นจากภาพด้านบนตัวกล่องมาในทรงที่แปลกตากว่ารุ่นอื่น ๆ ของ OPPO (รวมถึงแบรนด์อื่น ๆ ด้วย) ทรงกล่องจะเป็นแบบแนวตั้งที่สูงกว่าแบบทั่ว ๆ ไป ใช้สีเงินสะท้อนแสงสวย ๆ มีรูปทรงของกล้องวางพาดลงมายาว ๆ พร้อมชื่อรุ่น OPPO Reno 10x Zoom ปั้มนูนอยู่ สวย ๆ เลยล่ะ

เครื่องที่เราได้มารีวิวนั้นก็เป็นเครื่องศูนย์ไทยเลย เพราะฉะนั้นอุปกรณ์ภายในต่าง ๆ ก็คือเซ็ตที่ขายจริงเลยนะ ใครที่จองเครื่องไว้ตั้งแต่ช่วง Early Bird หรือกำลังจะไปจับจองก็จะได้อุปกรณ์ตามที่เราจะแกะนี้เลย รอบนี้หน้ากล่องไม่มีภาพตัวเครื่องโชว์แล้ว สีตัวเครื่องจะมีระบุไว้ที่ด้านหลังนี้ เช็คกันได้จ้า ซึ่งสีที่เราได้มารีวิวก็คือสีเขียว Ocean Green นั่นเองจ้า !

เปิดกล่องขึ้นมาชั้นแรกจะเจอซองสำหรับใส่คู่มือการใช้งานและคำแนะนำก่อนเลย

เอาซองชั้นบนออกก็จะเจอกับตัวเครื่อง Reno 10x Zoom นอนอยู่พร้อมซองที่มีระบบจุดเด่นของรุ่นนี้ไว้ครบถ้วน ทั้งระบบซูม 10x Hybrid, หน้าจอ Panoramic Screen, Ultra Night Mode 2.0 และระบบชาร์จ VOOC 3.0 ตัวกล่องเว้นช่องว่างไว้ได้พรีเมี่ยมดี มีโลโก้ OPPO แบบใหม่วางอยู่เด่น ๆ ด้วย

ยกถาดชั้นบนนี้ออกมาก็จะเจอกับตัวเคสพร้อมกับอแดปเตอร์ชาร์จที่รองรับ VOOC 3.0 วางอยู่ด้วย

ในส่วนของตัวเคสนี่ต้องบอกเลยว่าเป็นเคสที่หน้าตาดูไม่ใช่เคสแถมแบบทั่ว ๆ ไปเอาซะเลย ปกติเราจะเห็นเคสซิลิโคนใสทั่ว ๆ ไปเนาะ เวลาแถมมาในกล่อง แต่รุ่นนี้จะเป็นแบบหนังเทียมมาให้เลย เว้นช่องไว้โชว์ลวดลายด้านหลังตัวเครื่องด้วย สวยมาก ๆ

ด้านในจะเป็นแบบกำมะหยี่ที่ช่วยรับตัวเครื่องเวลาใส่เข้าไปได้อย่างดี ชอบตรงมีคำว่า Designed by OPPO นี่ด้วย หรูดี :P

ใส่แล้วหน้าตาประมาณนี้ เว้นช่องของดีไซน์ด้านหลังไว้สวย ๆ

ยกตัวเคสขึ้นมาก็จะเจอกับอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมคือหูฟัง ซึ่งรอบนี้ก็เปลี่ยนทรงมาอีกครั้งดูสวยงามและน่าใช้มากขึ้น, สาย USB Type-C ที่รองรับระบบชาร์จ VOOC 3.0, และเข็มจิ้มถาดซิมที่ซ่อนอยู่ในนี้ด้วย

เอาล่ะ แกะกันจนครบก็มาเรียงกันให้ดูว่าทั้งหมดของที่ให้มาในกล่องของ OPPO Reno 10x Zoom นั้นจะมีด้วยกัน 7 อย่างดังนี้ครับ

  • ตัวเครื่อง OPPO Reno 10x Zoom
  • เคสหนังเทียม
  • อแดปเตอร์ชาร์จ รองรับ VOOC 3.0
  • สาย USB Type-C
  • หูฟัง USB Type-C
  • เข็มจิ้มซิม
  • คู่มือการใช้งาน

มาลองสัมผัสตัวเครื่องกันเลย

เปิดเครื่องแล้วมาดูตัวเครื่องกันเลย แว้บแรกที่รู้สึกได้จากการสัมผัสตัว Reno 10x Zoom นี้เลยก็คือ ผิวสัมผัสดีมากกก ! ขนาดตัวเครื่องใหญ่แต่พอดีมือสุด ๆ ขอพูดถึงผิวสัมผัสที่ด้านหลังของตัวเครื่องก่อนเลยละกันงั้น ตัวบอดี้ใช้วัสดุแบบกระจกโค้งรับกับรูปมือได้เป็นอย่างดี แถมมีการเคลือบผิวสัมผัสแบบด้าน (คล้ายตอน R17 Pro) ที่ให้ความรู้สึกที่ดี ไม่หนืดมือจนเกินไปเวลาจับถือ และก็ไม่เก็บคราบรอยนิ้วมือจนชัดเจนอีกด้วย

ตัวหน้าจอที่ให้มารอบนี้บอกเลยว่าเต็มตามาก ๆ ด้วยขนาดที่ใหญ่ถึง 6.6 นิ้ว แถมเป็นแบบ Panoramic Screen ใช้พื้นที่ด้านหน้าได้เยอะถึง 93.1% ไม่มีติ่ง ไม่มีรูมากวนใจเราอีกด้วย คือหลังจากเปิดเครื่องขึ้นมานี่ทึ่งกับความเต็มของหน้าจอมาก ๆ เลยนะ มันเต็มแบบสุด ๆ และความที่เป็นหน้าจอแบน ก็แอบรู้สึกว่ามันคือหน้าจอทั้งหมดจริง ๆ อะ

น้ำหนักตัวเครื่องให้มาที่ 215 กรัม ถ้าดูจากตัวเลขก็แอบเยอะไปนิด แต่เท่าที่ลองจับถือดูก็ไม่ถึงกับหนักจนเกินไป เพราะการถ่ายเทน้ำหนักของตัวเครื่องทำได้ดีทีเดียวครับ แถมยังให้ความรู้สึกที่แน่นหนาดีด้วย

ในเรื่องการแสดงผลรุ่นนี้ได้หน้าจอแบบ AMOLED ที่มีความละเอียด FHD+ มา แน่นอนว่าในเรื่องการแสดงผลทำได้ดีตามสไตล์ OPPO อยู่แล้ว สีสันสวยงามมาก และยิ่งมาดูบนหน้าจอที่ขอบจอชิด ๆ แบบนี้อีก ยิ่งสวยย !

จอไม่มีติ่งแบบนี้ ก็ง่าย ๆ ซ่อนกล้องยกได้ไว้ข้างในล่ะสิ หลายคนอาจจะคิดแบบนั้น แต่ OPPO ที่ก็เข้าใจคิดและไม่ยอมให้ตัวเองเหมือนใครอีกแล้ว เพราะกล้องหน้าที่ซ่อนอยู่นั้นมาในทรงแปลกใหม่ได้แรงบันดาลใจมาจากครีบฉลามไปอีก เวลากล้องหน้ายกขึ้นมาจะเป็นทรงเฉียง ๆ ขึ้นมา 11 องศา แบบในภาพด้านบนเลย ภายในก็จะมีลำโพงสนทนาอีกตัว ไฟแฟลช Soft Light และกล้องหน้าพร้อมเซ็นเซอร์อยู่ในนั้นด้วย ตรงนี้ OPPO ก็มีชื่อเรียกเฉพาะอีกนะว่า Pivot Rising Camera ล่ะ

ซึ่งนอกจากตรงนี้จะซ่อนกล้องหน้าไว้ด้วยแล้ว ก็ยังเป็นการซ่อนตัวไฟแฟลช LED ของกล้องหลังไว้ด้วยเช่นกัน เห็นเทียบกันแบบนี้เลยว่าถ้าด้านหน้าจะเป็นกล้อง ด้านหลังก็ไฟแฟลชเนอะ

เพราะฉะนั้นเท่ากับว่าเวลาตัว Pivot Rising Camera ไม่ได้ยกขึ้นมา ด้านหลังก็จะเรียบ ๆ มีเพียงกล้องหลังอย่างเดียวไม่มีไฟแฟลชเป็นดวง ๆ โชว์อยู่เลย ซึ่งกล้องหลังของ Reno 10x Zoom นั้นจะให้มาด้วยกัน 3 ตัวเรียงกันลงมาแบบนี้เลย และตัวกล้องทั้ง 3 ตัวนี้จะไม่ยื่นออกมาจากตัวเครื่องสัก มม. เลยด้วย เรียบสนิทไปกับตัวเครื่องเป๊ะ ๆ ไม่ต้องกลัวปัญหา Camera Bump หรือกล้องนูนอีกต่อไป

เอ…ว่าแต่ แล้วไอตุ่มกลมเขียว ๆ นั่นอะไรเหรอ ? ตรงนี้ OPPO เรียกว่า O-Dot เป็นจุดเซรามิกขนาดเล็ก ที่ช่วยยกตัวเครื่องขึ้นเล็กน้อย เวลาเราวางเครื่อง เพื่อไม่ให้ตัวเครื่องนั้นสัมผัสกับพื้นผิวโดยตรง รวมถึงตัวกล้องหลังด้วย คิดมาเผื่อแล้ว

การวางดีไซน์ของฝาหลังจะวางได้สมมาตรกันได้ทั้ง 2 ด้าน มีการวางตำแหน่งของโลโก้รวมถึงตัวอักษรให้เหมาะกับการจับถือในแนวนอน มีสลักคำว่า Designed by OPPO และโลโก้ OPPO แบบใหม่อยู่ตรงแถบตรงกลางที่เป็นผิวสัมผัสแบบมันวาวตัดกับผิวตัวเครื่องแบบด้านได้เป็นอย่างดี ตัวเครื่องดูมีมิติมาก ๆ เลยล่ะ

ขอบตัวเครื่องใช้วัสดุเป็นโลหะฟิวสัมผัสแบบด้านและมีสีเดียวกับตัวฝาหลัง เนียนกันไปได้อย่างดี ที่มุมซ้าย-ขวามีการทำมุมเว้าลงไปอีกเล็กน้อย ทำให้เวลาจับถือแล้วไม่เรียบแบนจนเกินไปด้วย

ปุ่มกดยังคงวางไว้ในที่มาตรฐานของมือถือยุคนี้ และตำแหน่งก็ไม่ได้แปลกแหวกแนวจนเอื้อมไปกดได้ยากครับ อยู่ในจุดที่กดได้ง่าย ด้านซ้ายจะเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และด้านขวาเป็นปุ่ม Power ซึ่งตัวปุ่ม Power จะมีการเพิ่มลูกเล่นเป็นแถบสีเขียวเข้าไปด้วย คล้ายกับตอน F11 Pro ครับ

ด้านบนอย่างที่บอกไปเนอะว่ามีตัวกล้องหน้า Pivot Rising อยู่ เลยจะเห็นเป็นช่องยาว ๆ หน่อย ตรงนี้ก็มีซ่อนไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงรบกวนอยู่ด้วยนะ

ส่วนด้านล่างมีการทำมุมเว้าลงไปแบบตอน F11 Pro เลยมีพอร์ตการเชื่อมต่อ USB Type-C, ไมโครโฟน, ลำโพง และช่องใส่ซิมอยู่ที่ด้านล่างนี้ครับ

ถาดใส่ซิมของรอบนี้แอบใหญ่กว่ารุ่นก่อน ๆ นิดหน่อย เพราะว่า…Reno 10x Zoom นี้สามารถใส่ micro-SD เพิ่มได้ด้วย โดยตัวถาดซิมจะเป็นแบบไฮบริดนะครับ ช่องใส่ซิม 2 นั้นถ้าไม่ได้ใส่ซิมก็เลือกใส่ micro-SD ได้ ส่วนอีกฝั่งก็เป็นช่องใส่ซิม 1 ไปนั่นเองครับ

รอบ ๆ ตัวก็ประมาณนี้ครับ ช่องหูฟัง 3.5 มม. ไม่ต้องถามเนอะ ตัดออกไปเรียบร้อยตั้งแต่รุ่นก่อน ๆ แล้ว (ทั้ง Find X, R17 Pro) รวม ๆ แล้วดีไซน์ของ Reno 10x Zoom ต้องบอกเลยว่าสวยบาดใจมาก ๆ OPPO ไม่ทำให้ผิดหวังจริง ๆ ชอบดีไซน์ฝาหลังด้าน ๆ ที่มีความสะท้อนแบบนี้มาก บวกกับหน้าจอที่เต็มไปหมด แถมยังได้กล้องหน้าซ่อนได้แบบใหม่ Pivot Rising นี้อีก สวยจับใจเลยล่ะ

ในส่วนของสี Reno 10x Zoom ที่วางจำหน่ายในบ้านเรานั้น มีให้เลือกด้วยกัน 2 สีคือ Ocean Green ที่เรารีวิวนี้กับ Jet Black สองสีสองสไตล์ไปเลย ตัวผิวสัมผัสของฝาหลังจะแตกต่างกันนิดหน่อย คือสี Jet Black จะเป็นผิวแบบมันวาว ในขณะที่ Ocean Green เป็นผิวแบบด้านครับ

สเปค OPPO Reno 10x Zoom

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (19.5:9)
  • ซีพียู Snapdragon 855 Octa-core
  • จีพียู Adreno 640
  • แรม 8GB
  • ความจุ 256GB
  • รองรับ micro-SD สูงสุด 256GB
  • แบตเตอรี่ 4065 mAh
  • รองรับระบบชาร์จไว VOOC 3.0
  • กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล f/.20
  • กล้องหลัง 3 ตัว
  • กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล f/1.7
  • กล้อง Wide Angle 8 ล้านพิกเซล f/2.2
  • กล้อง Tele (Periscope) 13 ล้านพิกเซล f/3.0
  • รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ
  • รองรับระบบสแกนใบหน้า
  • รองรับ 2 ซิม
  • รองรับ 4G, Bluetooth 5.0, NFC, OTG
  • พอร์ตการเชื่อมต่อ USB Type-C
  • ไม่มีช่องหูฟัง 3.5 มม.
  • รัน Android 9.0 Pie ครอบด้วย ColorOS 6

ในเรื่องของสเปค ต้องบอกเลยว่าไม่น้อยหน้าใคร ๆ เลยจริง ๆ ด้วยหน่วยประมวลผลตัวท็อปสุด Snapdragon 855, แบตเตอรี่ความจุ 4065mAh ใช้งานสะใจ มีชาร์จไว VOOC 3.0 และรุ่นที่วางจำหน่ายในไทยก็จะได้ความจุสูงสุดคือ 8GB + 256GB เลยด้วย นะจ๊ะ

ColorOS 6 ลูกเล่นใหม่ ๆ ก็มาหมด

ในส่วนของซอฟต์แวร์ OPPO Reno 10x Zoom นั้นได้ ColorOS 6 ที่ครอบทับอยู่บน Android 9.0 Pie อีกที ซึ่งถือว่าเป็นซอฟต์แวร์ตัวล่าสุดของทาง OPPO แล้ว การทำงานลื่นไหลใช้ได้เลย มีฟีเจอร์ใหม่ ๆ เสริมเข้ามาทำให้ตัวเครื่องทำงานได้ดียิ่งขึ้น

HyperBoost 2.0 เร็วขึ้นกว่าเดิมอีก 30%

ตัวระบบการทำงานภายในของ ColorOS 6.0 ก็ยังปรับปรุงประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย โดยมีการเพิ่มระบบ Hyperboost เพิ่มเข้ามา ช่วยในเรื่องของการทำงานทั้งหมด ให้เร็วขึ้นกว่าเดิม 30% ไม่ใช่แค่เรื่องการเล่นเกม แต่รวมถึงการเปิดแอปและระบบภายในทั้งหมดด้วยนะ

ระบบสแกนนิ้วบนหน้าจอ เร็วสุด ๆ !

Reno 10x Zoom จะมาพร้อมกับระบบสแกนลายนิ้วมือแบบ Hidden Fingerprint 2.0  ซ่อนอยู่บนหน้าจอ ที่อัปเกรดเพิ่มความเร็วให้มากกว่าเดิมถึง 28.5% และแม่นยำกว่าเดิมอีก 30% เลยทีเดียว เท่าที่ลองตั้งค่าแล้วสแกนดูก็เร็วจริงครับ เรียกว่ายังไม่ทันได้แช่นิ้วลงไปเลย ตัวหน้าจอก็ปลดล็อคให้แล้ว

หน้าจอ Panoramic Screen กว้างที่สุดที่เคยมีมา !

หน้าจอเป็นอีกจุดที่ OPPO ทำได้เสมอมา ทั้งการลดติ่งบนหน้าจอ ไปจนถึงซ่อนกล้องจนด้านหน้านั้นเป็นหน้าจอเต็ม ๆ ทั้งหมด ซึ่งบน Reno 10x Zoom นี้ก็ได้หน้าจอที่เต็มตาที่สุดเท่าที่ OPPO เคยทำมาเลย ด้วยขนาดหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.6 นิ้ว ใหญ่ที่สุดของ OPPO ตอนนี้ แถมได้การแสดงผลบนหน้าจอกว่า 93.1% เยอะมาก ๆ จะเห็นเลยว่าทั้งด้านหน้านี่เป็นหน้าจอจริง ๆ อะ เลยเรียกชื่อเท่ ๆ ไปเลยว่า Real Full Screen ง่อลลลล !

ระบบเสียงที่ดีขึ้น ได้ลำโพงคู่มาสักที !

อีกจุดที่ทาง OPPO ยังขาดอยู่บนรุ่นพรีเมี่ยมก็คือลำโพงคู่ ซึ่งบน Reno 10x Zoom นั้นก็จัดมาให้แบบเข้ม ๆ แล้ว ด้วยลำโพงคู่บน-ล่างแบบ Stereo แต่การมาของลำโพงคู่ก็ไม่ใช่แค่ 2 ตัวธรรมดานะ เพราะได้ระบบเสียงแบบ Dolby Atmos มาเลย เสียงที่ออกจากลำโพงต้องบอกว่า ดังมาก ๆ แถมมิติของเสียงก็ดีสุด ๆ นี่แหละที่รอเลย ในที่สุด !!

ชาร์จไวได้ VOOC 3.0 เหมือนกันจา

ระบบชาร์จเป็นสิ่งที่ OPPO ไม่เคยทิ้งและก็เป็นผู้นำด้านนี้มาตลอด บน Reno 10x Zoom จะได้ระบบชาร์จไวตัวใหม่อย่าง VOOC 3.0 ที่ช่วยให้ชาร์จได้เร็วกว่า VOOC เดิม 20% และในเรื่องความปลอดภัย หายห่วงได้เลยครับ มีระบบป้องกัน 5 ขั้นตอน พร้อมมาตรฐานจาก TUV Rheinland เช่นเคย

กล้องหน้าโฉมใหม่ Pivot Rising Camera !

กล้องหน้าเป็นอีกจุดที่ Reno นั้นทำได้น่าสนใจกว่ารุ่นอื่น ๆ ด้วยรูปทรงแปลกใหม่ ยกขึ้นมาเฉียง ๆ คล้ายครีบฉลาม ตรงนี้ทาง OPPO ใช้ชื่อเรียกว่า Pivot Rising Camera ให้มุมสูงสุด 11 องศา เห็นเป็นกลไกแบบนี้แต่การยกขึ้น-ลงก็ใช้เวลาเพียง 0.8 วินาทีเท่านั้น ไม่ต้องกลัวไม่ทันใจเวลาจะใช้กล้องหน้าเนอะ แถมความทนทานก็ทำได้ดีมาก สามารถยกขึ้นลงได้กว่า 200,000 ครั้ง เทียบเป็นการใช้งานเฉลี่ยวันละ 100 ครั้งก็ได้ราว ๆ 5 ปีเลยทีเดียวล่ะ

ตัวกล้องหน้ารอบนี้ให้ความละเอียดมาที่ 16 ล้านพิกเซล เซลฟี่ได้สวยทุกมุมมองกับโหมด AI Beauty ที่มีการปรับระดับความเนียนของใบหน้าได้อย่างสมดุล ไม่หลอกตาจนเกินไป รวมถึงโหมด Portrait หน้าชัด-หลังเบลอจากกล้องหน้าก็ทำได้เช่นกัน

กล้องหลัง 3 ตัวนี่แหละ ไฮไลท์เลย !

เรียกว่าเป็นไฮไลท์หลักของ Reno 10x Zoom เลยก็ว่าได้สำหรับ กล้องหลังที่รอบนี้ให้มาด้วยกัน 3 ตัว ถือเป็นครั้งแรกของ OPPO ซึ่งการให้กล้องหลัง 3 ตัวมานี้ก็ไม่ธรรมดา เพราะมีทั้งกล้องหลักคุณภาพสูง, กล้อง Wide Angle มุมกว้าง และกล้อง Tele ที่สามารถซูม 10 เท่าได้แบบไม่เสียรายละเอียดตามชื่อรุ่นเลยด้วย ในส่วนของสเปคกล้องก็ตามนี้เลยครับ

  • กล้องหลัก: 48 ล้านพิกเซล, เซ็นเซอร์ Sony IMX586 ขนาด 1/2", f/1.7, มี OIS
  • กล้อง Wide Angle: 8 ล้านพิกเซล, เซ็นเซอร์ขนาด 1/3.13", f/2.2, มุมกว้าง 120 องศา
  • กล้อง Tele: 13 ล้านพิกเซล, เซ็นเซอร์ขนาด 1/3.44", f/3.0, มี OIS

เรียกว่าให้มาครบช่วงเลยตั้งแต่มุมกว้าง 120 องศา ไปจนถึงซูมที่ทำได้แบบไฮบริดถึง 10x ด้วยกัน โดยตัวกล้องหลักและกล้อง Tele จะได้ระบบกันสั่น OIS มาให้ด้วย ช่วยในเรื่องการซูมที่นิ่งมากขึ้น

ตัว UI กล้องจะมีค่าการซูมให้เราได้เลือกกดอยู่ 4 แบบคือ 1x, 2x, 6x และ 10x ช่วยให้เราใช้งานซูมได้ง่ายขึ้น กดเลือกระยะได้เลย รวมไปถึงมีตัวเลือกกล้อง Wide Angle ให้กดที่ด้านบนด้วยถ้าอยากสลับกล้องไปน่ะเนาะ

ซูมได้ 10 เท่าไม่เสียรายละเอียดเหมือนชื่อรุ่น !

ตัวกล้อง Tele ของ Reno 10x Zoom นั้นจะสามารถซูมแบบ Optical ได้ที่ 5x ถือว่าไกลมาก ๆ แล้วในมือถือยุคนี้ แต่ด้วยการปรับแต่งซอฟต์แวร์ที่ยอดเยี่ยมของ OPPO จะทำให้รุ่นนี้สามารถซูมเข้าไปได้ไกลกว่าเดิมอีกที่ 10x แบบไม่เสียรายละเอียด ตรงนี้เรียกว่า Hybrid Zoom นั่นเอง โดยใช้เทคโนโลยีการรวมภาพของตัวกล้องหลักที่มีความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล มารวมเข้ากับกล้อง 13 ล้านพิกเซลได้อย่างลงตัว

แต่ทีเด็ดกว่านั้นก็คือการซูมแบบดิจิทัลที่เราสามารถซูมไปได้ไกลลลลแบบสุด ๆ ถึง 60x เรียกว่า "ไกลแค่ไหนคือใกล้" เลยล่ะ 555 แต่ตรงนี้ต้องบอกว่าเป็นเพียงการซูมแบบดิจิทัลเท่านั้น อาจจะหวังผลความคมชัดไม่ได้แบบ 6x หรือ 10x ที่ตัวเครื่องทำได้จริง ๆ แต่ก็ช่วยให้เราได้เข้าไปได้ใกล้กว่าเดิมจริง ๆ

60x นี่ใกล้แค่ไหน ดูได้จากคลิปด้านบนเลยครับ :D

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ OPPO Reno 10x Zoom

สรุปคร่าว ๆ หลังลองจับ

หลังจากที่ได้ลองเล่นมาคร่าว ๆ ต้องบอกเลยว่า Reno 10x Zoom นั้นจัดเป็นพรีเมี่ยมโฟนตัวใหม่ของ OPPO ที่จัดเต็มมาให้ครบในทุก ๆ ส่วนจริง ๆ ทั้งในเรื่องของดีไซน์ที่ยอมรับว่า OPPO นี่ OPPO จริง ๆ ออกแบบมาได้มีเสน่ห์และโดดเด่นสุด ๆ ฟิลลิ่งการจับถือดีมาก ถึงแม้จะแอบหนักไปนิด ตัวสเปคยังไม่ได้เล่นแบบจริงจังมาก แต่ก็ไม่เจออะไรที่ติดขัดเลย (ก็แหมให้มาสุดขนาดนี้แล้ว) ปิดท้ายเรื่องที่ได้ลองจริง ๆ ก็คงหนีไม่พ้นกล้อง เท่าที่ลองซูม ลองถ่ายมา แอบประทับใจมาก ดีขึ้นกว่าตอน Prototype ที่ลองในงาน MWC โขเลย ซูมนิ่งขึ้นเยอะ ซอฟต์แวร์ปรับให้ลงตัวแบบที่ควรจะเป็นสักที แต่นี่ก็เป็นเพียงความรู้สึกหลังลองสัมผัสคร่าว ๆ เท่านั้นเนาะ จริง ๆ ยังมีความสามารถอีกเพียบ ทั้งโหมดกลางคืน โหมด Portrait สเปคเทพไปเล่นเกม บลา ๆ ไว้เดี๋ยวรีวิวเต็มมาบอกอีกทีว่ามันเป็นยังไง งั้นขอตัดจบบทความแกะกล่องของ Reno 10x Zoom ไว้เท่านี้ก่อนละกันเนอะ :P

ราคาและโปรโมชั่นการจองเล่า !!?

เบรกเอี๊ยดแทบไม่ทัน จะจากไปทั้ง ๆ ที่ไม่บอกราคาได้ไง สำหรับ OPPO Reno 10x Zoom ก็ประกาศราคาอย่างเป็นทางการเรียบร้อย โดยเคาะมาที่ 28,990 บาท เริ่มเปิดให้จองกันตั้งแต่วันที่ 4 - 14 มิ.ย.นี้ ที่ OPPO Brand Shop ทุกสาขา โดยจะมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้ที่จอง ได้รับเป็นบัตร Diamond Card  มีปัญหา เปลี่ยนเครื่องใหม่ให้ทันที พร้อมขาตั้ง Tripod มูลค่ารวม 11,000 บาทครับ

อ่านรีวิว OPPO Reno 10x Zoom ได้ที่นี่

 

พรีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite