Review : realme 3 Pro สมาร์ทโฟนที่จะมาปลุกความเร็วด้วย Snapdragon 710 และระบบชาร์จไว VOOC 3.0 ในราคาไม่ถึง 9,000 !!

เฮียแม็พ | 13 พ.ค. 2562 16:47:43 (อัพเดต 15 พ.ค. 2562 17:37:52)

947

VIEWS เฮียแม็พ

Review : realme 3 Pro สมาร์ทโฟนที่จะมาปลุกความเร็วด้วย Snapdragon 710
และระบบชาร์จไว VOOC 3.0 ในราคาไม่ถึงหมื่นบาท !!

สวัสดีเพื่อน ๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวมือถือใหม่ ๆ กับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดของ realme ที่เพิ่งจะเปิดตัวไปหมาด ๆ กับ realme 3 Pro สุดยอดสมาร์ทโฟนสุดคุ้มรุ่นใหม่ที่จะมาตีตลาดมือถือต่ำหมื่นจนแตกกระจายอีกครั้ง รอบนี้ realme ใช้คอนเซ็ปต์ Speed Awakens ชื่อมาขนาดนี้บอกเลยว่ามีทั้งความเร็วแรงแบบจุใจแน่นอนครับ ว่าแล้วก็อย่ารอช้าไปอ่านรีวิวของ realme 3 Pro กันเลยดีกว่า !! :D


แกะกล่องเลยจ้า !

มาดูกับที่อุปกรณ์ภายในกล่องกันก่อนเลยว่ารอบนี้ realme ให้อะไรมาบ้างเนาะ ตัวกล่องบอกเลยว่ามาในทรงเดียวกับ realme 3 เลย เพิ่มคำว่า "Pro"มาหนึ่งจุด กล่องใช้โทนสีของแบรนด์อย่างเทาและเหลืองสวย ๆ

เปิดมาชั้นแรกจะเจอกล่องที่ทักทายเราก่อนเลย "Hey, Welcome to realme Family" หวัดดี, ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัว realme นาจา

ในกล่องนี้ก็จะมีคู่มือการใช้งานอยู่ร่วมกับเคสซิลิโคนใสด้วย นอกจากนี้ในกล่องนี้ยังมีตัวเข็มจิ้มถาดซิมอยู่ด้วย อย่าลืมเปิดมาดูด้วยนาจา

ชั้นลึกลงไปล่างสุดก็มีอุปกรณ์สาย micro-USB และ อแดปเตอร์ชาร์จไฟอยู่ ตัวอแดปเตอร์ชาร์จไฟรอบนี้ได้แบบชาร์จไวมาแล้วนะจ๊ะ หลังจากที่ให้ชาร์จแบบปกติมาหลายรุ่น โดยรอบนี้ได้อแดปเตอร์ VOOC 3.0 (20W) มาให้แล้ว

โดยอุปกรณ์ชาร์จก็จะเป็นแบบเฉพาะเพราะรองรับมาตรฐานแบบ VOOC ตัวอแดปเตอร์มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเวอร์ชั่นปกตินิดหน่อย สายชาร์จก็เป็นแบบพิเศษ 7 Pin โดยสีของตัวแถบ USB ของตัวสายและอแดปเตอร์จะเป็นสีเหลืองมาให้ด้วยนะ

เบ็ดเสร็จแล้วอุปกรณ์ภายในกล่องที่ให้มาจะมีทั้งหมด 6 อย่างตามนี้ครับ

  • ตัวเครื่อง realme 3 Pro
  • เคสซิลิโคนใส
  • คู่มือการใช้งาน
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • สาย micro-USB (รองรับ VOOC)
  • อแดปเตอร์ชาร์จ VOOC 3.0 (20W)

 

 

ดีไซน์สวยขึ้นเยอะ แรงบันดาลใจจากเส้น Speed !

มาเข้าสู่เรื่องดีไซน์กันเลย realme 3 Pro ต้องบอกเลยว่ามาพร้อมกับดีไซน์ที่มีสตอรี่ดีทีเดียว ตามที่คำนิยามของรุ่นนี้บอกไว้ว่า Speed Awakens หรือปลุกความเร็ว เหนือระดับ แบบนี้ ไม่ได้สื่อออกมาแค่สเปคภายในเท่านั้น เพราะในเรื่องดีไซน์ก็ด้วยเช่นกัน โดยดีไซน์ฝาหลังของรุ่นนี้ได้แรงบันดาลใจจาก Le Mans track หรือเส้นทางของรถแข่ง จะมีการใช้ลวดลายของเส้นความเร็วมาผนวกเข้ากับสีสันที่ดึงดูสายตาเราได้อย่างดี

และจะเห็นได้ว่าเมื่อตัวเครื่องกระทบกับแสง จะเกิดเอฟเฟกต์แสงรูปตัว S ลอยขึ้นมา ซึ่งลวดลายรูปตัว S นั้นคล้ายกับ Chicane ของสนามแข่งรถ นอกจากนี้ทิศทางของ S Shape ได้จัดสัดส่วน ที่สแกนลายนิ้วมือ กล้อง และโลโก้ของ realme ด้านล่างให้อยู่ฝั่งเดียวกันได้อย่างสวยงามอีกด้วย

สี Nitro Blue ที่เราได้มารีวิวนั้นต้องบอกเลยว่าสื่อถึงสีสันของความเร็วในสนามแข่งได้เป็นอย่างดี พอมาสังเกตใกล้ ๆ หน่อยจะเห็นการแกะสลักเป็นขนาดไมครอนลากยาวพาดมาที่ตัวเครื่องได้อย่างดี มองละมีเสียงในหัวเลย "ฟู้ววววว"!!

ตำแหน่งของกล้องจะอยู่ที่มุมบนซ้ายวางเรียงลงมา โดยตัวกล้องบนสุดจะมีวงแหวนสีเหลืองหรือ realme Ring ครบอยู่ด้วย ช่วยในตัวกล้องหลังนั้นดูไม่เกลี้ยงจนเกินไป มีลูกเล่นเล็ก ๆ อยู่ด้วยนะงี้

ส่วนโลโก้ realme ก็วางไว้ให้เหมาะกับการวางเครื่องแบบแนวนอนมากกว่าตั้ง ใช้ตัวอักษรเป็นตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด มองใกล้ ๆ แบบนี้ก็ยิ่งเห็นการไล่เฉดสีของม่วงไปน้ำเงินได้ชัดขึ้นตามแบบของสี Nitro Blue ครับ

พลิกกลับมาดูที่ด้านหน้าตัวเครื่องบ้าง สำหรับ realme 3 Pro ก็มาพร้อมกับหน้าจอทรง Dewdrop หรือหยดน้ำขนาดใหญ่ 6.3 นิ้ว ชนิดหน้าจอเป็นแบบ IPS การแสดงผลทำได้ดีทีเดียว มุมมองกว้างใช้ได้ครับ ขอบหน้าจอบนล่างก็บางเลย ไม่หนาจนขัดใจ

ตัวกระจกหน้าจอรอบนี้เสริมความแข็งแกร่งเข้าไปด้วยกระจกแบบ Gorilla Glass 5 แล้ว ช่วยให้การใช้งานนั้นทนทานต่อรอยขีดข่วนมากขึ้น แต่ตัวเครื่องก็มีการติดฟิล์มกันรอยมาให้อีกชั้นหนึ่งอยู่แล้ว เพื่อความสบายใจเนาะ

เหนือหน้าจอจะมีลำโพงสนทนาและกล้องหน้าอยู่บนติ่งหน้าจอเล็ก ๆ นี้ด้วย ขอบหน้าจออย่างที่บอกว่าบางลงกว่ารุ่นก่อนอีกนิดหน่อย

ขอบหน้าจอด้านล่างแอบมีให้เห็นอยู่บ้าง ถึงจะไม่ได้เกือบชิดไปเลย แต่ก็ไม่ถึงกับขัดใจเวลาใช้งานครับ

วัสดุงานประกอบดูพรีเมี่ยมมากขึ้น กรอบตัวเครื่องจะใช้วัสดุแบบ Polycarbonate ผิวด้านมีการตัดขอบทำมุมโค้งที่กรอบเพื่อความสวยงาม ผิวสัมผัสแบบนี้ช่วยให้จับถือได้อย่างดี ไม่หนืดมือเท่าไหร่ ส่วนตัวเฮียชอบแบบนี้มากเลย

ปุ่มกดต่าง ๆ วางอยู่ในมุมมาตรฐานของ realme คือปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงที่อยู่ด้านซ้ายมือ ปุ่ม Power ที่อยู่ขวามือของตัวเครื่อง

ช่องใส่ซิมของรุ่นนี้ก็จะอยู่ที่ฝั่งซ้ายมือของตัวเครื่องเช่นกัน โดยถาดซิมจะเป็นแบบ Triple Slot ให้มาแบบจุใจ ใส่ไปเลยซิม 2 ใบและ micro-SD อีก (รองรับสูงสุด 256GB)

ด้านล่างจะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งนิดหน่อย โดยสลับเอาลำโพงหลักของตัวเครื่องไปอยู่ฝั่งขวาแทน เพื่อให้การใช้งานในแนวนอนนั้นได้รับเสียงที่ชัดเจนมากขึ้น ช่องหูฟังเลยสลับมาที่ฝั่งซ้ายแทน อยู่คู่กับไมโครโฟนสนทนา ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อยังอยู่ตรงกลางและเป็นแบบ micro-USB อยู่ครับ แอบเสียดายตรงนี้นิดหน่อย ถ้าได้ Type-C มาน่าจะแจ่มกว่านี้

ด้านบนตัวเครื่องเรียบ ๆ มีเพียงไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงรบกวนอยู่เท่านั้น

ขนาดตัวเครื่องโดยรวมถือว่าทำได้ดีครับ สามารถจับถือใช้งานได้อย่างไม่ฝืนจนเกินไป ขอบหน้าจอที่บางลงทำให้ตัวเครื่องไม่หนาออกข้างมากนัก และทรงยาว ๆ ของหน้าจอก็ไม่ได้เป็นปัญหาของมือถือยุคนี้เท่าไหร่แล้ว ปุ่มกดวางไว้ได้ถนัดมือถือดี เวลาจับตัวเครื่องแบบมั่น ๆ ก็ไม่ต้องขยับนิ้วไปเยอะ น้ำหนัก 172 กรัมก็ดูไม่หนักหรือเบาจนเกินไปด้วย

ภาพรวมในเรื่องของดีไซน์ก็บอกเลยว่าปรับโฉมมาได้สวยงามดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นฝาหลังที่มีลูกเล่นสะท้อนกับแสงได้สวย พร้อมกับลายเส้นที่ได้แรงบันดาลใจจากเส้น Speed และการไล่เฉดสีที่มีมิติกว่าเดิม ขอบตัวเครื่องที่มีมิติด้วยการตัดขอบพร้อมผิวสัมผัสแบบด้านก็ช่วยให้อยากจับถือแบบไม่ใส่เคสมากขึ้น ปิดท้ายด้วยหน้าจอขนาดใหญ่พร้อมติ่งหยดน้ำที่สวยลงตัวดีเหลือเกิน

สำหรับ realme 3 Pro ที่วางจำหน่ายในบ้านเรานั้นจะมีด้วยกัน 3 สีคือ Carbon Gray, Lightning Purple และ Nitro Blue (สีที่รีวิว) สวยสะท้อนแสงกันทั้งหมดเลย

 

 

สเปคจัดเต็ม แรงขึ้นกว่าเดิม 20% !

เข้าสู่เรื่องสเปคที่อิงคำนิยาม Speed Awakens ปลุกความเร็ว เหนือระดับ เช่นกัน โดยรอบนี้ realme 3 Pro ก็มีการอัปเกรดในเรื่องของหน่วยประมวลผลเป็นซีรีส์ 700 ที่แรงขึ้นกว่าเดิม 20% ช่วยให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น คอเกมสะใจแน่นอน

สเปค realme 3 Pro

  • หน้าจอ 6.3" FHD+(19.5:9)
  • ซีพียู Snapdragon 710 AIE Octa-core 2.2GHz (10nm)
  • จีพียู Adreno 616
  • แรม 4GB/6GB
  • ความจุ 64GB/128GB
  • รองรับ micro-SD สูงสุด 256GB
  • แบตเตอรี่ 4045mAh
  • รองรับระบบชาร์จไว VOOC 3.0
  • กล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลังคู่ 16 + 5 ล้านพิกเซล f/1.7+ f/2.4
  • รัน Android 9.0 Pie ครอบด้วย ColorOS 6
  • รองรับ 2 ซิมด้วยถาดซิมแบบ 3 slot
  • ขนาดตัวเครื่อง 156.8 x 74.2 x 8.3 มม.
  • น้ำหนัก 172 กรัม
  • วางจำหน่าย 3 สี Carbon Gray, Lightning Purple, Nitro Blue

นอกจากเรื่องของหน่วยประมวลผลแล้วแบตเตอรี่ก็เพิ่มความจุมาได้อย่างเต็มที่ 4045mAh และที่สำคัญคือมาพร้อมระบบชาร์จไวแล้วด้วย VOOC Flash Charge 3.0 (ในที่สุด) สำหรับ realme 3 Pro รุ่นที่วางจำหน่ายในไทยนั้นจะมีให้เลือก 2 ความจุคือ 4GB + 64GB และ 6GB + 128GB ครับ โดยรุ่นที่เรารีวิวนี้ก็เป็นรุ่นท๊อปสุด 6GB + 128GB นี่เอง


คะแนนเป็นไงนะ Snap 710 !?

เห็นสเปคเทพ ๆ แบบนี้แล้ว ขอมาทดสอบประสิทธิภาพบนแอป Benchmark ดูหน่อยละกัน ซึ่ง Snapdragon 710 นี้ก็จัดว่าเป็นหน่วยประมวลผลที่แรงและประหยัดพลังงานไปในตัวด้วย (แบบ 10nm) ส่วนตัวเท่าที่ลองทดสอบมา บอกเลยว่าประสิทธิภาพดีมาก ๆ และคะแนนทดสอบของ realme 3 Pro ที่มีชิปเซ็ตตัวนี้อยู่ก็ออกมาที่ 154745 คะแนนเลยทีเดียวล่ะ สูงนะ !


เอ้า ! แรงแค่ไหน เล่นเกมซิ !?

จะคะแนนสูงแค่ไหน ถ้าเล่นเกมแล้วไม่สุดก็คงไม่โอเคเนอะ งั้นมาลงสนามจริงอย่างการเล่นเกมกันเลยดีกว่า สำหรับเกมที่ทดสอบบน realme 3 Pro ให้สมกับความเป็น Speed Awakens สักหน่อย ก็เลยหยิบเอาเกมแข่งรถสุดฮิตอย่าง Asphalt 9 มาลองกันเลยดีกว่า

สำหรับ Asphalt 9 บอกเลยว่าเล่นได้อย่างราบรื่นดีทีเดียว ถ้าเทียบกับรุ่นที่ใช้ Snapdragon 660 หรือ 675 ที่เคยทดสอบมา บอกเลยว่าเล่นบน realme 3 Pro นี้ลื่นกว่าชัดเจน ตัวกราฟิกในเกมก็สามารถปรับได้ที่ระดับสูงสุด เอฟเฟกต์ในเกมก็ครบสวยงามทีเดียว

จังหวะเบียดหรือเลี้ยวก็ไม่มีความดีเลย์ให้เห็น ทำให้เล่นแล้วฟินใช้ได้เลยล่ะ ตัวเฟรมเรตในเกมอาจจะมีแกว่งบางนิดหน่อย (นิดเดียวจริง ๆ) เวลาที่มีรถหรือองค์ประกอบเยอะ ๆ ในฉาก แต่โดยรวมถือว่าเล่น Asphalt 9 บน realme 3 Pro ได้อย่างราบรื่นเลย ชอบนะชอบ !

จะแข่งรถอย่างเดียวก็ไม่ได้เนอะ ขอ PUBG อีกสักเกมละกัน โดยตัวเลือกกราฟิกของ PUBG นั้นเราสามารถปรับคุณภาพสูงสุดที่ HD และเฟรมเรต High เท่านั้น แต่เท่านี้ก็คิดว่าเพียงพอแล้วล่ะ ตัวเกมรันกราฟิกออกมาได้คมชัด ฉากเรนเดอร์ได้เร็วดีทีเดียว

จังหวะการเล็งในเกมจะซูมเข้าออก ทำได้อย่างแม่นยำและไม่กระตุก ทำให้เล่นได้อย่างสะใจ จะเล็งยิง วิ่งยิงแค่ไหนก็สะใจครับ เฟรมเรตในเกมนิ่งมาก ๆ เลยด้วย แฟน PUBG ถูกใจแน่นอนล่ะ

รวม ๆ ในเรื่องการเล่นเกมถือว่าสอบผ่านเลยล่ะ ตามคำนิยามที่พูดถึงเรื่องความเร็วแบบนี้ realme 3 Pro ก็ถือว่าจัดมาให้เร็ว แรงสะใจมาก ๆ ไม่เจอปัญหากวนใจเลย เทียบในกลุ่มราคาเท่านี้แล้ว คงต้องยอมรับว่ารุ่นนี้ถือว่าเป็นอีกรุ่นที่ตอบโจทย์มาก ๆ !

 

 

ColorOS 6 ทำงานได้เร็วขึ้น หน้าตาดูดีย์ !

ในเรื่องของระบบปฏิบัติการ realme 3 Pro ได้ซอฟต์แวร์ตัวล่าสุดมาเลย กับ ColorOS 6 ที่ครอบอยู่บนฐาน Android 9.0 Pie ทำงานลื่นไหลแน่นอน แถมยังมีลูกเล่นและการปรับปรุงประสิทธิภาพภายในให้ทำงานได้ลื่นไหลมากขึ้นอีกด้วย !

หน้าตาของ UI ก็มีการปรับโฉมให้สวยมากขึ้น เรียบแต่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ใช้แนวคิดแบบเหลี่ยม ๆ กลม ๆ เข้ามาสอดคล้องกันได้อย่างดี แถมสีสันก็ยังเล่นให้รู้สึกถึงความวัยรุ่นไม่โบราณจนเกินไปด้วย

มีหน้ารวมแอปมาให้แล้วในค่าเริ่มต้นเราสามารถเลื่อนหน้าจอจากด้านล่างที่มีไอคอนลูกศรชี้ขึ้นนั่นล่ะ ยกขึ้นมาได้เลย แอปที่โหลด ๆ มาหรือติดมาในเครื่องจะอยู่ตรงนี้ทั้งหมด เผื่อใครที่ไม่ชอบให้หน้าหลักรก ก็เคลียร์ในหน้าหลักออกไปได้ ไม่ต้องไปกดลบแอปจริง ๆ เนาะ

หน้าซ้ายสุดมีฟีเจอร์ Smart Assistant ที่จะโชว์พวกอุณหภูมิในแต่ละวันให้เรารู้ ปฏิทิน หรือฟังค์ชั่นพิเศษเช่นอัตราแลกเปลี่ยนเงิน ก็กดมาดูที่หน้านี้ได้เลยครับ สะดวกดีนะ

มีแถบทางลัดพิเศษหรือ Smart Bar เลื่อนมาจากมุมขวาของหน้าจอได้ เวลาด่วน ๆ อยากถ่ายรูปหาไอคอนกล้องไม่เจอก็เลื่อนที่แถบนี้แทนได้ แล้วจิ้มเอาเลย หรืออยากจะแคปหน้าจอแบบไม่กดปุ่ม บันทึกวิดีโอหน้าจอก็เช่นกันครับ กดได้เลย

มี Hyberboost 2.0 ด้วยนะ !

อีกหนึ่งสิ่งที่เข้ามาช่วยให้การทำงานนั้นลื่นไหลมากขึ้นบน ColorOS 6 นี้ก็คือระบบ Hyperboost 2.0 ที่เข้ามาจัดแจงระบบภายในให้ทำงานได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ทั้งในการเปิดแอปเร็วขึ้น, ระบบภายในลื่นขึ้น รวมถึงการเล่นเกมให้เร็วขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีระบบ Frameboost และ Touchboost ที่ช่วยให้การสัมผัสกับตัวหน้าจอนั้นแม่นยำและการตอบสนองนั้นดียิ่งขึ้นอีกด้วย


มีสแกนลายนิ้วมือที่หลังเครื่อง เร็วสุด ๆ อะ !

ในเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย realme 3 Pro มีระบบสแกนลายนิ้วมือติดมาที่ด้านหลังของตัวเครื่อง แน่นอนว่าเป็นตำแหน่งที่หลาย ๆ คนคุ้นเคย การทำงานก็รวดเร็วเอามาก ๆ แตะปุ๊บติดปั๊บละ แถมตัวสแกนยังเป็นทรงกลม พอดีนิ้ว วางได้อย่างถนัดไม่ยุ่งยาก

หรือถ้าใครที่อยากใช้สแกนใบหน้าก็มีเช่นกัน ระบบ Face Unlock จะมีให้เลือก 2 แบบคือ สแกนปุ๊บเข้าหน้าจอปั๊บ หรือสแกนปุ๊บแล้วก็ค่อยมาสไลด์หน้าจอขึ้นไปอีกที ตรงนี้ก็แล้วแต่การใช้งาน บางคนอยากได้สแกนเข้าไปไว ๆ บางคนอยากอ่านพวกการแจ้งเตือนที่หน้าล็อคก่อนงี้ก็เลือกปรับได้ครับ

 

 

จอหยดน้ำแสดงผลเต็มตา ความละเอียด FHD+

ในเรื่องของการแสดงผลหน้าจอ realme 3 Pro ให้หน้าจอทรง Dewdrop ขนาด 6.3 นิ้วมาพร้อมกับความละเอียด FHD+ ใช้ดูหนังหรือไฟล์วิดีโอได้อย่างดีทีเดียวล่ะ สีสันของจอจะแอบอมเหลืองนิดหน่อย ส่วนความคมชัดแบบ FHD+ นี้ก็เรียกว่าเพียงพอเลย

ขอบเขตหน้าจอก็กว้างใช้ได้อัตราส่วนหน้าจอแบบ 19.5:9 นี้ก็กว้างดูไฟล์วิดีโอแบบ 21:9 พวกตัวอย่างหนังหรือหนังสเกลเต็ม ๆ ก็จะเหลือขอบดำนิดเดียวเท่านั้น ตัวติ่งบนหน้าจอก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เท่าไหร่ในการแสดงผลเพราะไม่ถึงกับบังคอนเทนต์หลักเท่าไหร่นัก ดูผ่าน ๆ ก็ไม่กวนสายตาครับ


ระบบเสียงดีขึ้น สลับตำแหน่งลำโพงแล้วนะ !

เรื่องเสียงของ realme 3 Pro ก็มีการขยับตำแหน่งมาไว้ที่มุมขวาล่างของตัวเครื่องแล้ว แถมยังเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้นกว่ารุ่นก่อน ๆ ด้วย ถึงแม้มิติของเสียงจะไม่ได้มีมากเท่ากับพวกลำโพงสเตอริโอแต่เสียงที่ขับออกมาก็ใช้ได้เลยล่ะ

และอย่างที่เห็นตำแหน่งใหม่ตรงนี้จะช่วยให้เวลาเราจับถือเล่นเกม หรือดูหนังนั้นได้ยินชัดเจน ไม่เผลอเอาอุ้งมือไปปิดแล้ว เวลาเล่นแนวนอนก็จะได้เพลินเต็มที่ ไม่ใช่เล่น ๆ อยู่แล้วเสียงเงียบไปซะดื้อ ๆ เพราะเผลอเอามือไปบังเนาะ

ส่วนเรื่องฟังเพลงผ่านหูฟัง ก็เอาหูฟังแบบมาตรฐานมาเสียบใช้งานได้เลย เพราะตัวเครื่องยังมีช่องหูฟังอยู่ด้วย เสียงที่ได้ก็ทำได้ดีครับ มีระบบ Real HD Sound มาให้ด้วย เสียงจะออกก้องและกว้างกว่าปกติ แต่ถ้าไม่ชอบก็เลือกปิดได้ครับ (ซึ่งเฮียก็ปิด :P)

 

 

กล้องหลังคู่ใหม่ คุณภาพอย่างแจ่ม !

สำหรับกล้องหลังของ realme 3 Pro นี้ก็ให้กล้องหลังคู่ตัวใหม่ประกอบด้วยตัวหลัd 16 ล้านพิกเซล f/1.7 ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX519 + กล้องวัดระยะ 5 ล้านพิกเซล f/2.4 ตัวฮาร์ดแวร์ถือว่ามีการอัปเกรดขึ้นมาจากรุ่นก่อนพอควรเลยล่ะ

ส่วนตัวซอฟต์แวร์ก็อัปเกรดขึ้นมาเช่นกัน ด้วยโหมดการใช้งานที่ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งภาพนิ่งที่มี AI Scene Recognition ถ่ายง่ายด้วย Auto เลือกซีนให้, Super Chroma Boost ภาพย้อนแสงสีสดสะใจ, Super Nightscape ภาพกลางคืนสวยคมกว่าเคย, Ultra HD ที่ช่วยเก็บภาพที่ความละเอียดสูงสุดถึง 64 ล้านพิกเซลได้ในแชะเดียว ! เด็ด ๆ ทั้งนั้นเลยใช่ไหมล่ะ เดี๋ยวเรามาดูความสามารถทีละโหมดกันเลยดีกว่า

เริ่มกันที่โหมด Auto แบบปกติก่อนเลย ตรงนี้จะมีตัว AI Scene Recognition ที่จะมาคอยจัดแจงซีนให้เราเวลาถ่ายรูปให้ได้อย่างเหมาะสม จะเล็งอาหาร, ดอกไม้, วิว, คน หรือภาพกลางคืนก็จะแนะนำขึ้นมาให้หมด และเร็วด้วยนะ ซึ่งตรงนี้ก็ดูง่ายสำหรับเพื่อน ๆ ที่ไม่อยากปรับค่าเยอะ และสวยในแชะเดียวเนอะ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Auto with AI Scene Recognition จะเห็นว่าภาพที่ได้นั้นออกมาสวยสมกับที่มี AI คอยจัดการให้จริง ๆ ไม่ต้องปรับแต่งเยอะเท่าไหร่แล้ว รวมถึงตัว Auto HDR ที่มีมาให้ก็พร้อมถ่ายในทุก ๆ สถานการณ์เลย เล็ง กดถ่าย สวย ! แต่ในบางซีนยังแอบรู้สึกว่ามีความเพี้ยนของสีอยู่บ้าง อย่างภาพถ่ายอาหารนั้นจะติดเหลืองในทุกภาพอย่างชัดเจนจนบางที่ก็เขียวไปเลย ตรงนี้ AI อาจจะยังเรียนรู้มาไม่มากพอ คงต้องรออัปเดตในเวอร์ชั่นถัด ๆ ไปน่าจะโอเคขึ้นครับ


 

Super Chroma Boost เร่งสีสวย ย้อนแสงก็แจ่ม ! อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ติดมาให้ตั้งแต่รุ่น realme 3 ก็คือ Chroma Boost ที่จะมาช่วยเพิ่มสีและความสดของภาพในจุดที่มืดให้สว่างและสวยสดขึ้นมาได้เป็นอย่างดี บนรุ่นนี้เป็น Super Chroma Boost แล้วนะ เด็ดกว่าเดิม จะใช้งานก็ง่าย ๆ ครับแตะที่ไอคอนรูปกรอบรูปตรงกลางได้เลย

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Super Chroma Boost จะเห็นว่าในภาพที่มีการย้อนแสงมาก ๆ โหมดนี้ช่วยแรงให้ได้ภาพที่สวยสดดีทีเดียวครับ ทำให้ส่วนที่มืดมาก ๆ เพราะย้อนแสงไม่มืดจนเกินไปแล้ว ภาพที่ได้สวยขึ้นมาได้ดีมาก แถมความสดก็ตรงใจเลย แต่ยังแอบมีบางสถานการณ์ที่ใส่ความสดมากเกินไปหน่อย บวกกับโทนสีอมเขียวที่ติดมาในโหมด Auto นี้ด้วย แต่ย้ำว่าเป็นแค่บางภาพเท่านั้นนะ


 

Portrait สวยด้วยกล้องคู่ ! สำหรับโหมด Portrait หรือภาพถ่ายบุคคล realme 3 Pro ก็น่าสนใจเพราะสามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ ได้อย่างเนียน ๆ แถมการทำงานก็ง่ายครับ เล็ง ถ่าย ก็สวยแล้ว แถมยังมีการปรับใบหน้าให้เนียนขึ้นมาอีกนิดอย่างเป็นธรรมชาติ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Portrait การละลายฉากหลังนั้นทำได้ดีทีเดียว ละลายได้เนียนและเป็นธรรมชาติ ส่วนใบหน้าที่บอกว่าปรับแต่งความเนียนขึ้นมา ก็ทำได้อย่างลงตัว ไม่เฟคจนเกินไป ยังดูธรรมชาติอยู่ ส่วนเรื่อง White Balance ที่อมเขียว อมเหลือง ก็ยังมีอยู่บ้างในโหมดนี้ แต่รวม ๆ ถือว่าทำได้ดีมากแล้วล่ะ


 

Super Nightscape กลางคืนมันเด็ดจริง ๆ ! เคยพูดไปแล้วตั้งแต่รอบ realme 3 ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีโหมดกลางคืนที่โหดมาก ๆ รอบนี้ realme 3 Pro ก็ไม่ทำให้ผิดหวังครับ เพิ่มความเทพในการเก็บภาพขึ้นมาให้อีก แถมประมวลผลได้เร็วขึ้นด้วย แต่จะมีจุดที่น่าเสียดายนิดหน่อยตรงเวลาเราเปิดมาที่โหมด Nightscape รอบนี้ตัวกล้องจะครอปภาพเข้าไปอีกหน่อยจากมุมมองปกติ อาจจะต้องถอยออกมานิดหน่อยถ้าจะถ่ายในมุมปกติน่ะนะ

เปรียบเทียบระยะภาพจาก Super Nightscape กับ Auto ปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Super Nightscape คุณภาพยังคงน่าประทับใจเช่นเคยคครับ สำหรับโหมดนี้ สีสันที่ได้นั้นสวยและสดดีมาก ๆ ทำให้ภาพกลางคืนที่ได้มานั้นไม่จืดซีดจนเกินไป แถมยังได้รายละเอียดของแสงครบถ้วน การประมวลผลในการรวมภาพรอบนี้เร็วขึ้น และผลลัพธ์ถูกใจดีจริง ๆ


 

Ultra HD ถ่ายภาพได้ที่ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ! อีกโหมดที่อาจจะเคยเห็นกันมาบ้างแล้ว ก็กลับมาให้เราหายคิดถึงอีกกับ Ultra HD ที่กล้องสามารถจับภาพถึง 8 ภาพในเวลาเดียวกันแล้วรวมประมวลผลให้เป็นความละเอียดสูงสุด ๆ ถึง 64 ล้านพิกเซลอย่างที่บอกนั่นล่ะครับ


 

กล้องวิดีโอได้ที่ 4K และมี Super Slomo 960fps ด้วยนะ !

อีกจุดที่รุ่นนี้นำเสนอเลยก็คือเรื่องของวิดีโอ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่รุ่นใหญ่หลักหมื่นปลาย ๆ แต่ก็ได้ความสามารถของกล้องวิดีโอมาอย่างน่าทึ่ง เพราะ realme 3 Pro นั้นสามารถถ่ายวิดีโอได้สูงสุดที่ความละเอียด 4K 30fps เลยนะจ๊ะ แถมทีเด็ดกว่าก็คือสามารถถ่ายวิดีโอแบบ Super Slomo 960fps ได้ด้วย อื้อหือออ ไม่ธรรมดาจริง ๆ

 

ตัวอย่างวิดีโอ Super Slomo 960fps จาก realme 3 Pro


 

กล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล อัปเกรดแล้ว !

ในส่วนของกล้องหน้าก็อัปเกรดความละเอียดขึ้นมาอีกเป็น 25 ล้านพิกเซลเลย ทีนี้เซลฟี่กันสวยงามสะใจแน่นอน มีโหมดหลัก ๆ ที่กล้องหน้าดี ๆ ควรมีทั้ง AI Beauty, Portrait หน้าชัดหลังเบลอ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ realme 3 Pro

 

 

แบตเตอรี่เยอะจุใจ พร้อมชาร์จไวก็ต้องมา !

เข้าสู่เรื่องของแบตเตอรี่ของ realme 3 Pro ต้องบอกเลยว่ารอบนี้ให้มาอย่างจุใจถึง 4045mAh เทียบกับสเปคและขนาดหน้าจอแล้ว ต้องบอกเลยว่าหายห่วงครับ ใช้งานได้อย่างสบายใจแน่นอน แต่แค่ฮาร์ดแวร์ที่เข้ากันได้อย่างเดียวคงไม่พอเพราะบน ColorOS 6 ยังโหมด CABC (Content Adaptive Backlist Control) ที่เข้ามาช่วยในการจัดการพลังงานให้อึดยิ่งกว่าเดิมด้วย

และเท่าที่ทดลองใช้งานจริงมากกว่า 2 สัปดาห์ต้องบอกเลยว่า แบตเตอรี่นั้นอึดใช้ได้เลย ไม่ต้องกังวลว่าเล่นหนัก ๆ แล้วแบตฯจะหมดไว แถมตัวเครื่องยังไม่ได้หนักมากด้วย ถึงแม้จะใส่แบตฯมามากถึง 4045mAh แหนะ


ชาร์จไวด้วย VOOC Flash Charge 3.0

และ ! ระบบชาร์จที่หลายคนเป็นห่วงเพราะ realme นั้นยังไม่มีรุ่นไหนที่รองรับระบบชาร์จไวเลย รุ่นนี้ไม่ต้องเป็นห่วงแล้วเพราะได้ระบบชาร์จไวแบบ VOOC 3.0 มาเลยนาจา ด้วยความเร็วที่ 20W นั้นช่วยให้ชาร์จได้เร็วขึ้นเยอะ ชาร์จจาก 0 - 100% ได้ในเวลาราว ๆ 80 นาทีเท่านั้นเอง

แถมตัวอแดปเตอร์ก็ยังไม่ใหญ่จนเกินไป พกติดไปไหนมาไหนได้สะดวกดีทีเดียวครับ เรื่องชาร์จที่ดูจะเป็นจุดอ่อนของ realme อยู่ รอบนี้ทำได้ดีขึ้นเยอะแล้วนะ สบายใจได้


 

 

ราคาค่าตัว

สำหรับราคาค่าตัวของ realme 3 Pro นั้นเปิดมาได้แบบคุ้มค่าสุด ๆ แบ่งเป็น 2 รุ่นคือ 4GB + 64GB และ 6GB + 128GB ราคาตามด้านล่างนี้เลยครับ

realme 3 Pro รุ่น 4GB + 64GB = 6,999 บาท

realme 3 Pro รุ่น 6GB + 128GB = 8,999 บาท


 

สรุปแล้วนะ !

มาจบที่บทสรุปกันเลยดีกว่า สำหรับ realme 3 Pro ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นสุดคุ้มที่ส่วนตัวชอบมาก ๆ ด้วยความที่ให้หลาย ๆ อย่างมาครบมาก เมื่อเทียบกับราคาที่ไม่ถึงหมื่นแบบนี้ เรียกว่าครบในแบบที่เราไม่จำเป็นต้องไปหาคู่แข่งเปรียบเทียบเลย ทั้งในเรื่องของดีไซน์ที่สวยงามและโดดเด่น, สเปคภายในที่จัดมาให้อย่างกับมือถือระดับหมื่นปลาย จัดเต็มตอบโจทย์ทุกความเร็วที่เราต้องการได้อย่างดี, กล้องที่ใช้งานได้อย่างดีทั้งคุณภาพ ความคมชัด รวมถึงโหมดต่าง ๆ ที่พร้อมใช้งานมาตั้งแต่ต้นเลย และที่ขาดไม่ได้ก็คือเรื่องแบตเตอรี่การใช้งาน realme 3 Pro ให้แบตฯมาเยอะมาก ใช้งานได้อึดทนสุด ๆ แถมรอบนี้ยังได้ระบบชาร์จเร็วมาแล้วด้วย สุดจริง ๆ

แต่ก็ยังมีจุดที่น่าเสียดายอยู่บ้างคือเรื่องของพอร์ตการเชื่อมต่อที่ยังคงเป็นแบบ micro-USB อยู่ ถ้าให้มาเป็น Type-C นี่น่าจะครบที่สุดแล้วล่ะ แต่ถึงจะยังไม่ได้เป็น Type-C มาแต่รองรับชาร์จไวด้วยก็โอเคอยู่ กับเรื่องของกล้องที่ยังจัดการในเรื่องของโทนสีและ White Balance ได้ไม่แม่นเท่าไหร่ ตรงนี้เชื่อว่าคงมีอัปเดตตามมาแก้อีกที

เบ็ดเสร็จแล้ว realme 3 Pro ถือว่าเป็นอีกรุ่นที่น่าจับตามองมาก ๆ เพื่อน ๆ ที่กำลังมองหามือถือที่คุ้มค่าทั้งสเปค รูปลักษณ์ รวมถึงกล้อง ในราคาที่ไม่สูงมากนัก มองมาที่ตัวนี้ได้เลย จัดเต็มแบบสุด ๆ เป็นหนึ่งในรุ่นต่ำหมื่นที่ใช้แล้วชอบมาก ๆ เลยล่ะ :D

จุดเด่น

  • ดีไซน์ไล่เฉดสีพร้อมลวดลายสวยโดดเด่น
  • หน้าจอขนาดใหญ่แสดงผลสวย
  • สเปคพร้อมใช้งานมาก เล่นเกม ประมวลผลจัดเต็ม
  • กล้องหลังทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมโหมดครบ
  • มีระบบชาร์จเร็วแล้วเป็น VOOC 3.0 ด้วย
  • ซอฟต์แวร์จัดการได้ดีทำงานลื่นไหล

จุดสังเกต

  • พอร์ตการเชื่อมต่อยังเป็น micro-USB
  • การประมวลผลกล้องยังมีสีเพี้ยนไปบ้างเมื่อเปิด AI Scene Recognition

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite