Review : Huawei nova 4 สมาร์ทโฟนรุ่นกลางตัวจี๊ด สเปคจัดเต็ม หน้าจอ Punch Display สวยโดนใจ พร้อมกล้องหลัง 3 ตัว !!

เฮียแม็พ | 3 ก.พ. 2562 13:18:26

23456

VIEWS เฮียแม็พ

Review : Huawei nova 4 สมาร์ทโฟนรุ่นกลางตัวจี๊ด สเปคจัดเต็ม
หน้าจอ Punch Display สวยโดนใจ พร้อมกล้องหลัง 3 ตัว !!

สวัสดีเพื่อน ๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ กับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนที่มีเทคโนโลยีหน้าจอแบบใหม่ล่าสุดกับ Huawei nova 4 นั่นเอง รุ่นนี้ก็มีจุดเด่นในเรื่องของหน้าจอ Punch Display หรือจอรูรุ่นแรกของไทย ! แต่นอกจากเรื่องหน้าจอแล้วรุ่นนี้ก็ยังมีดีอีกเพียบ ทั้งสเปคเร็วแรงระดับเรือธง, ดีไซน์ไล่เฉดสีอันโดดเด่น หรือจะเป็นกล้อง 3 ตัวทำงานได้อย่างหลากหลายอีก แต่ทั้งหมดที่ว่ามานี้คือสมาร์ทโฟนรุ่น Super Mid-Range เท่านั้นนะ ราคาค่าตัวเปิดมาเพียง 16,990 บาทเท่านั้นนะ ! นั่นไงเห็นราคาแบบนี้แล้วชัดสนใจเลยใช่ไหมล่ะ มาอ่านรีวิวของ Huawei nova 4 ไปพร้อม ๆ กันเลยดีกว่าครับ :D

แกะกล่องเลย มีอะไรบ้าง !?

เริ่มต้นกันที่กล่องก่อนเลย ตัวกล่องที่ให้มายังคงใช้สีขาวเรียบ ๆ ตามฉบับของ Huawei ที่หน้ากล่องระบุชื่อรุ่นชัดเจน Huawei nova 4

เปิดกล่องออกมาจะเจออุปกรณ์วางเรียงกันด้านในอย่างครบถ้วน มีทั้งสิ้น 7 อย่างด้วยกัน ประกอบด้วย

  • ตัวเครื่อง Huawei nova 4
  • คู่มือการใช้งาน
  • สาย USB Type-C
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟ (รองรับ Quick Charge)
  • หูฟัง (3.5 มม.)
  • เคสซิลิโคนใส
  • เข็มจิ้มถาดซิม

ราคาสมาร์ทโฟน HUAWEI nova 4 ราคาถูกที่สุดเมื่อซื้อพร้อมแพ็กเกจ dtac

HUAWEI nova 4 สมาร์ทโฟนที่โดดเด่นด้วยหน้าจอ Punch Display ไร้ติ่งไร้ขอบ พร้อมกล้องหลัง 3 ตัว เลนส์ Ultra Wide ถ่ายรูปวิวได้กว้างหรือเก็บภาพได้ครบในพื้นที่จำกัด กล้องหน้า 25 MP มีฟีเจอร์ถ่ายภาพเซลฟี่ที่ปรับแต่งภาพให้สวยงาม พร้อมด้วยการถ่ายภาพเซลฟี่แบบ HDR Pro ที่มี AI ช่วยจำแนกภาพถ่ายเซลฟี่ได้ถึง 8 แบบ มากกว่า 200 ฉาก และแบตเตอรี่ขนาด 3750 mAh

ซื้อสมาร์ทโฟน HUAWEI nova 4 ที่ dtac online store ราคาถูกที่สุดเริ่มต้นเหลือเพียง 9,990 บาท จากราคาปกติ 16,990 บาท รับสิทธิ์ผ่อน 0% พร้อมกันทั้งค่าเครื่องและค่าบริการล่วงหน้า ทั้งลูกค้าเก่าและเปิดเบอร์ใหม่ ลูกค้าย้ายค่ายออนไลน์รับส่วนลดเพิ่ม 1,500 บาท พร้อมรับฟรี HUAWEI FreeBuds Wireless Earphones มูลค่า 3,990 บาท (เฉพาะช่วงสั่งซื้อล่วงหน้าบนออนไลน์เท่านั้น)

รายละเอียด ราคาสมาร์ทโฟน HUAWEI nova 4 ถูกที่สุดเมื่อซื้อพร้อมแพ็กเกจ dtac(อัปเดตราคา วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562)

ตรวจสอบรุ่นและราคาสมาร์ทโฟน เพิ่มเติมได้ที่ dtac online store

สมาร์ทโฟนหน้าจอเต็มตา Punch Display รุ่นแรกของไทย !

เริ่มกันที่หน้าจอก่อนเลย เพราะเป็นอย่างแรกที่สะดุดตาเรามาก ๆ ตัวหน้าจอของ nova 4 นั้นแสดงผลได้เต็มตาดีมาก ๆ กับขนาดที่ใหญ่ถึง 6.4 นิ้ว เรียกว่าแทบจะชิดขอบไปหมด และที่สำคัญไม่มีติ่งหรือรอยบากมากวนสายตาเราแล้วนะจ๊ะ

ตัวชนิดหน้าจอใช้เป็น LTPS LCD ความละเอียด FHD+ (2310 x 1080 พิกเซล) ในอัตราส่วนแบบใหม่ 19.25:9 ใช้สัดส่วนหน้าจอกับตัวเครื่องไปมากถึง 91.8% ทำให้ตัวหน้าจอนั้นดูเต็มตามากจริง ๆ อย่างที่บอกไปครับ เรียกว่าแทบจะเต็มพื้นที่ไปหมดเลยล่ะ

ที่บอกว่ารอบนี้ไม่มีติ่งมากวนตาเราแล้ว เพราะ Huawei เลือกที่จะฝังกล้องหน้าไว้บนหน้าจอแสดงผลเลย ทำให้ตัวเครื่องนั้นไร้ติ่งกับพวกเซ็นเซอร์มาเพิ่มความหนาของขอบจอเข้าไปอีก หน้าจอแบบนี้ทาง Huawei เรียกชื่อว่า Punch Display นั่นเองครับ

ด้วยกระบวนการผลิตที่ลดขนาดของกล้องหน้าให้เล็กลงเพียง 3.05 มม. ทำให้เมื่อฝังกล้องลงไปบนจอจริง ๆ ก็ไม่ได้รู้สึกขัดใจเท่าไหร่ แต่เห็นกล้องเล็ก ๆ แบบนี้ก็ต้องบอกก่อนว่าคุณภาพไม่ธรรมดานะจ๊ะ เพราะความละเอียดสูงถึง 25 ล้านพิกเซลเลยเชียว

ด้วยปัญหาเรื่องติ่งบนหน้าจอที่หลายคนขัดใจ พอย้ายออกไปแบบนี้พวกเซ็นเซอร์นี้ก็มีการเขยิบขึ้นไปที่ด้านบนของตัวเครื่องแทน ตัว Light Sensor หรือเซ็นเซอร์วัดแสงเวลามีการปรับแสงอัตโนมัติ ก็จะถูกซ่อนไว้ที่มุมจอ ปกติเราไม่เห็นเลยแต่จะสังเกตได้ก็เพราะตรงฟิล์มกันรอยที่มีเว้นไว้นั่นล่ะครับ ตัวเซ็นเซอร์ซ่อนอยู่ตรงนั้น

ตัวลำโพงสนทนาจะอยู่ที่ด้านบนสุดชิดกับขอบหน้าจอด้านบนในขนาดเพียง 0.85 มม. แต่เห็นบาง ๆ แบบนี้ก็ยังมีไฟ LED แจ้งเตือนซ่อนอยู่ด้านในด้วยนะจ๊ะ แล้วตัวเซ็นเซอร์ตรวจจับวัตถุหรือ Proximity Sensor ล่ะไปไหน ? คำตอบก็อยู่ที่ด้านบนนี้เลยครับ ที่เห็นเป็นช่องดำ ๆ นี่ไม่ใช่ตัว IR Blaster แต่อย่างใด แต่คือตัว Proximity Sensor นี่แหละ ย้ายมาอยู่ด้านบนและทำมุมเอียงให้รับกับหูของเราเวลาคุยโทรศัพท์หน้าจอก็จะดับไปนั่นเอง ด้านบนนอกจากเซ็นเซอร์แล้วยังมีช่องหูฟัง 3.5 มม. อยู่ด้วยนะจ๊ะรุ่นนี้

กรอบเครื่องแวววาว โค้งรับรูปมือ

มาดูกันที่กรอบเครื่องกันต่อ ความรู้สึกหลังจับ nova 4 บอกเลยว่าตัวเครื่องให้ความรู้สึกที่พรีเมี่ยมดีทีเดียว ให้อารมณ์ความโค้งมนของตัวเครื่องได้ดี เพราะตัวขอบและฝาหลังมีการทำมุมให้รับกับรูปมือได้เป็นอย่างดี ไม่แบนราบหรือดูแข็งกระด้างจนเกินไปครับ

ปุ่มกดต่าง ๆ จะอยู่ที่ด้านขวามือในตำแหน่งนิ้วโป้งที่กดได้ง่ายและไม่ต้องเอื้อมจนเกินไป

พอร์ตการเชื่อมต่อใช้เป็น USB Type-C วางตำแหน่งไว้ที่ด้านล่างของตัวเครื่องแบบมาตรฐาน และยังมีลำโพงหลักอยู่ข้าง ๆ กันด้วย

ช่องใส่ซิมของรุ่นนี้จะอยู่ที่มุมซ้ายของตัวเครื่อง ถาดซิมด้านในเป็นแบบ 2 ซิม (nano-SIM) ไม่รองรับการเพิ่ม micro-SD นะครับบนรุ่นนี้

ฝาหลังไล่เฉดสีพร้อมกล้อง 3 ตัวเรียงกันสวย ๆ

พลิกกลับมาดูที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ยังคงเอกลักษณ์ของซีรีส์ nova ที่ให้ความสวยแวววาวของฝาหลังมาด้วยการไล่เฉดสี ซึ่งสีของ nova 4 นี้ก็เป็นสีใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า Crush Blue มีการสะท้อนแสงในมุมต่าง ๆ ที่ต่างกันไป โดยไล่จากสีฟ้าไปจนถึงม่วงได้อย่างลงตัว

ตัวฝาหลังมีความโค้งมนรับรูปมืออย่างที่บอกไป กระจกมีความสะท้อนแสงได้สวย แต่ก็เก็บรอยนิ้วมือได้ค่อนข้างเยอะเหมือนกันในการจับถือ

ตำแหน่งของกล้องก็วางเรียงกัน 3 ตัวคล้ายกับที่เราเคยเห็นกันมาแล้ว โดยในกรอบที่เป็นเลนส์คู่จะเป็นกล้องตัวหลัก 20 ล้านพิกเซล + กล้อง Ultra-Wide 16 ล้านพิกเซล ส่วนตัวเล็กที่แยกออกมาจะเป็นกล้องวัดระยะความละเอียด 2 ล้านพิกเซลครับ ถัดไปอีกก็เป็นไฟแฟลช LED และมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ตรงกลางถัดลงมาอีกหน่อยครับ

ดีไซน์ใหม่ของ #มือถือ2019

สรุปแล้วในเรื่องดีไซน์ของ Huawei nova 4 ต้องบอกว่าคงเป็นมาตรฐานใหม่ของมือถือในปีนี้ได้อย่างดี ทั้งในเรื่องของหน้าจอแบบ Punch Display ที่ทาง Huawei เริ่มนำมาวางจำหน่ายในไทยเป็นเจ้าแรก แสดงผลได้สวยงามและเต็มตากว่าที่เคย, ฝาหลังแบบไล่เฉดสีที่อาจจะไม่ได้ใหม่มากแล้ว แต่ก็ยังคงเป็นเทรนด์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย รวมไปถึงกล้อง 3 ตัวที่น่าจะเป็นจุดขายได้ดีอีกด้วย

สเปค Huawei nova 4

  • หน้าจอ Punch Display 6.4" ความละเอียด FHD+ (19.5:9)
  • ซีพียู Kirin 970 Octa-core 2.4GHz
  • จีพียู Mali-G72 MP12
  • แรม 8GB
  • ความจุ 128GB
  • แบตเตอรี่ 3,750 mAh
  • รองรับชาร์จไว QC (18W)
  • กล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 3 ตัว 20 + 16 + 2 ล้านพิกเซล
  • รัน Android 9.0 Pie ครอบด้วย EMUI 9
  • รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับระบบสแกนใบหน้า
  • วางจำหน่าย 2 สี Crush Blue, Midnight Black
  • ราคา 16,990 บาท

เข้าสู่เรื่องเปคต้องบอกเลยว่า nova 4 นั้นให้สเปคระดับเรือธงมาจริง ๆ ครับ ทั้งตัวหน่วยประมวลผล ที่ยกเอา Kirin 970 ตัวแรงจากปีที่แล้วมาให้, แรมที่ให้มาถึง 8GB สูงที่สุดของสมาร์ทโฟน Huawei ตอนนี้แล้ว, ความจุภายใน 128GB ใช้กันได้ยาว ๆ ถึงแม้จะเพิ่ม micro-SD ไม่ได้ก็ตาม, แบตเตอรี่ 3750 mAh ใช้งานได้ครบถ้วนแน่นอน รวมไปถึงกล้องความละเอียดสูงอีกเพียบ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่กล้าให้สเปคจัดเต็มขนาดนี้มาในราคาค่าตัวที่ไม่ถึง 20,000 บาทเลยจริง ๆ ครับ

เช็กคะแนนกันเลย !

เห็นสเปคแรง ๆ แบบนี้แล้ว ในส่วนของการทดสอบคะแนนก็ไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน สำหรับ Huawei nova 4 นี้จากการทดสอบผ่านแอป AnTuTu Benchmark คะแนนที่ได้จะเฉลี่ยอยู่ที่ราว ๆ 195409 ครับ ถือว่าทำได้ดีทีเดียว

แรมที่ให้มาเยอะถึง 8GB เช็คในแอป AnTuTu Benchmark หลังจากเคลียร์แอปเรียบร้อย จะเหลือใช้ประมาณ 3.5GB ครับผม ก็ถือว่าเหลือ ๆ สำหรับการใช้งานหนัก ๆ แล้วล่ะครับ

EMUI 9.0.1 ทำงานลื่นไหลบนพื้นฐาน Android 9 Pie

สำหรับซอฟต์แวร์ทาง Huawei ก็ให้เวอร์ชั่นล่าสุดมาเลยกับ EMUI 9.0.1 ที่มีการครอบทับอยู่บนพื้นฐานของ Android 9.0 Pie อีกที การทำงานลื่นไหลมาก ด้วยการจัดการอนิเมชั่นแบบใหม่ที่ลดและช่วยให้ดูเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

หน้าตา UI ยังคงให้ความคุ้นเคยตามฉบับของ Huawei มีรูปแบบการใช้งานแบบ Gesture มาให้เลือกปรับ ทำงานได้เป็นอย่างดี อาทิ เลื่อนหน้าจอจากมุมซ้ายหรือขวาเป็นการย้อนกลับ, เลื่อนจากล่างขึ้นบนเป็นการกลับหน้าโฮม หรือจะเป็นการเลื่อนแล้วค้าไว้เพื่อเปิดหน้า Recent App ก็ทำได้อย่างลื่นไหล ใครที่ไม่ชอบการแตะที่ปุ่ม Navigation Bar แบบเดิม ๆ ก็สามารถเข้าไปตั้งค่าเปลี่ยนเป็นแบบนี้ได้ครับ

ตั้งค่าได้ที่ Settings > System > System Navigation

Theme มีให้เลือกปรับตามสีสันของตัวเครื่องเช่นเคย หรือจะอยากเปลี่ยนให้เข้ากับเทศกาลต่าง ๆ ทาง Huawei ก็มีมาให้เลือกอีกเพียบ แถมฟรีด้วยแหละ

การใช้งานเป็นยังไงบนหน้าจอ Punch Display นี้

ในเรื่องของการใช้งานจริง หลายคนคงสงสัยว่าหน้าจอแบบใหม่นี้จะมีผลต่อแอปต่าง ๆ มากน้อยแค่ไหน ถ้ามองในมุมของแอปทั่วไปที่ใช้งานแนวตั้ง ส่วนตัวผมบอกเลยว่าไม่มีปัญหาอะไรแน่ ๆ ครับ เพราะตำแหน่งของกล้องนั้นจะอยู่ในส่วนของแถบแจ้งเตือนพอดี อย่างแอปหลัก ๆ Facebook, Twitter หรือ IG ก็จะมีการแบ่งในส่วนของแถบแจ้งเตือนแยกออกไปอยู่แล้ว ตัวกล้องหน้าไม่ได้ไปกันในส่วนของเนื้อหาเท่าไหร่

แต่ถ้าเป็นแอปอื่น ๆ อย่างเกมที่เป็นแนวตั้ง ตัวระบบจะถมเป็นแถบสีดำด้านบนให้แบบเดียวกับที่เคยเห็นตอน P20 ล่ะครับ ซึ่งถ้าเทียบกับอัตราส่วนหน้าจอแล้วก็ไม่ถือว่าถูกลดทอนไปเท่าไหร่

ส่วนการใช้งานแนวนอนดูหนังดูวิดีโอ แน่นอนว่าถ้าเป็นวิดีโออัตราส่วน 16:9 ทั่วไป ตัวเนื้อหากินมาไม่ถึงกล้องหน้าอย่างแน่นอน เหลือขอบดำด้านข้างไว้อยู่แล้ว แต่ถ้าเราทำการขยายหน้าจอให้เต็ม เนื้อหาที่อยู่มุมจอก็ไม่ถึงกับถูกบดบังไปมากนัก กลับให้ความรู้สึกที่เต็มตามากกว่าจอติ่งแบบเดิม ๆ ด้วยนิดหน่อยครับ

แล้วถ้าเล่นเกมแนวนอนล่ะ ? ถ้ามองจากการที่ตัวหน้าจอนั้นมีส่วนเกินเข้ามาบนจอแบบนี้ อาจจะเจอปัญหาการบังตัว UI บางอย่างของเกมได้ แต่เท่าที่ลองเทสกับเกมฮิต ๆ แล้ว ต้องบอกเลยว่า ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ครับ เพราะตัวเกมส่วนใหญ่นั้นมักจะไม่มีปุ่มอยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว แอบจะเป็นมุมอับสำหรับการวางนิ้วด้วยซ้ำ

และการแสดงผลก็อย่างที่บอกไปครับ ไม่ได้กวนใจเราเลย ปกติเรามักจะไม่ได้สนใจที่มุมล่างของจอนี้สักเท่าไหร่ ถือว่าเลือกตำแหน่งของกล้องหน้าได้ดีครับที่เลือกมามุมซ้ายขอบหน้าจอแบบนี้

ประสิทธิภาพการเล่นเกมเป็นไง !?

ไหน ๆ ก็มาเรื่องนี้แล้ว มาดูเรื่องการเล่นเกมกันต่อเลย สำหรับ nova 4 ก็อย่างที่บอกไปให้สเปคระดับท็อปมาเลย ทั้งหน่วยประมวลผลตัวแรง Kirin 970 บวกกับแรม 8GB เข้าไปอีก เรื่องเล่นเกมนี่บอกเลยว่าสบาย ๆ เรียกว่าเคยเล่นเกมเทพ ๆ แบบไหนบน P20 Pro ได้ เจ้านี่ก็เล่นได้หมดเหมือนกันครับ

อย่างเกม PUBG Mobile แน่นอนว่าปรับกราฟิกได้ที่ระดับ HDR, เฟรมเรตสูงสุดที่ Ultra ตัวเกมเล่นได้อย่างลื่นไหลบนหน้าจอที่เต็มตาเอามาก ๆ ไม่เจออาการสะดุดใด ๆ เลย ประสิทธิภาพดีมากบนรุ่นนี้ ด้วยการทำงานของ GPU Turbo 2.0 ที่เร่งประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผลได้อย่างขั้นสุด

หรืออย่าง ROV ก็แน่นอนว่าทำได้อย่างดีเช่นกันครับ คุณภาพกราฟิกต่าง ๆ ไปให้สุดไปเลย ปรับได้เล่นได้หมด ตัวเฟรมเรตวิ่งอยู่ที่ราว ๆ  50 - 51fps ครับ แต่ถ้าเปิดตัว GPU Turbo หรือ AppAssitant ก็จะเร่งประสิทธิภาพไปได้มากขึ้นอีก วิธีการเปิดอยู่ถัดไปนี่แหละครับ

Game Suite ที่เปลี่ยนชื่อและซ่อนอยู่ภายใน

ถ้ายังจำกันได้ในเรื่องการเล่นเกมของสมาร์ทโฟน Huawei นั้นจะมีแอปอย่าง Game Suite เข้ามาช่วยจัดการเร่งประสิทธิภาพของตัวเครื่องให้มากขึ้น ใช้ความสามารถของตัว GPU Turbo และมีการปิดการแจ้งเตือนขณะเล่นเกมด้วย ซึ่งบน EMUI 9 นั้นแอปนั้นไม่ได้โผล่มาอยู่ที่หน้า Home Screen เหมือนเดิมแล้ว แต่ก็ใช่ว่าหายไปซะทีเดียวเพราะ Huawei เลือกเปลี่ยนชื่อเป็น AppAssistant แทน การทำงานเหมือนกันครับ เร่งประสิทธิภาพและปิดการแจ้งเตือนขณะเล่นเกม

ซึ่งถ้าใช้งานทั่วไปจะไม่รู้เลยว่ามันมีมาให้ด้วย เราสามารถเข้าไปเซ็ตเกมต่าง ๆ ได้ที่ Settings > Apps > AppAssistant เลยครับ บวกเกมที่เล่นหลัก ๆ เข้าไปได้เลย ถ้าไม่อยากเข้ามาลึกขนาดนี้ก็สามารถเลือก Add to Home Screen ได้ด้วย ตัวแอปจะไปโผล่ที่หน้าจอแล้วล่ะครับ

ระบบเสียงก็ดังใช้ได้ !

เรื่องเสียงรุ่นนี้มีลำโพงหลักอยู่ที่ด้านล่างของตัวเครื่อง ให้เสียงที่ดังใช้ได้เลย วางตำแหน่งได้ดีด้วย เวลาใช้งานแนวนอนไม่เอามือไปบังจนเสียงหายไปได้ง่าย ๆ ครับ ส่วนใครที่ชอบใช้งานผ่านหูฟังรุ่นนี้ก็ยังมีช่องหูฟัง 3.5 มม. อยู่ที่ด้านบนของตัวเครื่อง ใช้หูฟังที่เราคุ้นเคยมาเสียบใช้งานได้เลยไม่ต้องผ่านพวก Dongle นะ

ระบบปลดล็อคมีให้ทั้ง สแกนหน้า และ สแกนนิ้ว

อีกส่วนที่น่าจะเป็นฟีเจอร์พื้นฐานของมือถือยุคนี้ไปแล้วก็คือระบบปลดล็อคที่มีมาให้เลือกมากกว่า 1 เสมอ บน Huawei nova 4 นี้เราก็สามารถใช้งานระบบสแกนนิ้วมือแบบที่คุ้นเคยได้ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง แตะปุ๊บก็ติดปั๊บ เร็วใช้ได้เลย 

หรือไม่อยากคลำหาที่ด้านหลังก็มีสแกนหน้าที่ที่ใช้ตัวกล้องหน้าในการสแกน ทำงานได้รวดเร็วไม่แพ้กันครับ

กล้องหลัง 3 ตัว ไฮไลท์ตกอยู่ตรงนี้อีกนั่นแหละ !

นอกจากเรื่องการดีไซน์และสเปคแล้ว nova 4 ก็ยังโดดเด่นในเรื่องของกล้องมาก ๆ อีกด้วย เพราะมาพร้อมกับกล้องหลัง 3 ตัว ใช้งานได้ครอบคลุมเอามาก ๆ ด้วยกล้องหลักความละเอียดสูง 20 ล้านพิกเซล, กล้อง Ultra Wide มุมกว้าง 117 องศา และปิดท้ายกับกล้องวัดระยะที่จะมาช่วยในการทำหน้าชัดหลังเบลอได้อย่างดี

ในส่วนของโหมด Auto ปกติ กล้องมาพร้อมกับระบบ AI ที่จะช่วยแยกแยะซีนในการถ่ายภาพได้ดีตามสไตล์ของ Huawei เร่งสี ปรับแสงให้ภาพออกมาสวยทุกการกดชัตเตอร์ ไม่ให้เราต้องยุ่งยากต่อการใช้งานสักเท่าไหร่

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังของ Huawei nova 4 ไม่ต้องอธิบายเยอะครับ ตัว AI นั้นฉลาดตกแต่งภาพได้อย่างสวยเนียน โดยที่เราแทบไม่ต้องปรับสีอะไรเพิ่มเลย ภาพออกมาสีสดและตรงใจได้อย่างดีครับ

กล้อง Ultra Wide มุมกว้างแบบนี้เก็บอะไรก็ครบ

อย่างที่บอกว่า nova 4 นั้นให้กล้อง Ultra Wide มาด้วย เพราะฉะนั้นการเก็บภาพมุมกว้างแบบที่ตาเราเห็นก็ทำได้ไม่ยากแล้วล่ะ ตัวกล้องมีมุมกว้างถึง 117 องศา เรียกว่าช่วยเพิ่มระยะของภาพได้เป็นอย่างดี ใครที่เคยเห็นความสามารถเทพ ๆ แบบนี้บน Mate 20 Series บนรุ่นนี้ก็ทำได้ดีไม่แพ้กันเลยล่ะครับ การใช้งานก็เหมือนกันเลยครับ กดที่ปุ่มข้างล่าง 1X ก็จะสลับมาที่ Wide แล้ว ง่าย ๆ

ตัวอย่างภาพถ่ายเปรียบเทียบจากกล้องหลัก กับ กล้อง Ultra Wide

ตัวอย่างอย่างภาพจากกล้อง Ulra Wide เช่นเดียวกับตอน Mate 20 เลยครับ ส่วนตัวผมชอบมุมกว้างแบบนี้มาก ๆ มันช่วยให้ได้ภาพในแบบที่สมาร์ทโฟนทั่วไปทำได้ยาก และเก็บรายละเอียดของภาพได้ค่อนข้างครบ แต่จะมีจุดที่น่าเสียดายอยู่ก็คือกล้องตัวนี้จะไม่มีระบบ Autofocus แบบของ Mate 20 นะครับ ทำให้เวลาเราอยากถ่ายในระยะใกล้ ๆ จะโฟกัสไม่ได้เลย แต่ถ้าเก็บวิวทั่วไปอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใกล้มากนี่เนอะ :P

Portrait Mode ก็มี หน้าชัดหลังเบลอเนียน ๆ เหมือนเคย

กล้องหลักกับกล้อง Ultra Wide ไปแล้ว มาต่อที่กล้องตัวที่ 3 อย่างกล้องวัดระยะหรือ Depth Camera กันบ้าง เอาจริง ๆ กล้องตัวนี้จำเป็นต้องใช้งานร่วมกับกล้องหลักอีกทีในการถ่ายภาพ Portrait หรือหน้าชัด-หลังเบลอนี่แหละครับ โดยตัวกล้องจะแยกแยะตัวแบบกับฉากหลังและปรับความเบลอของฉากหลังด้วยซอฟต์แวร์อีกที นอกจากละลายฉากหลังได้แล้วตัวกล้องยังมี Beauty Mode มาให้ทำหน้าสวยเนียนอีกด้วยจ้า

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Portrait

Night Mode ก็มีถ่ายกลางคืนไม่ใช้ขาตั้งกล้อง

อีกหนึ่งโหมดฮิตทีเด็ดของ Huawei ในปีที่แล้วอย่าง Night Mode ก็ถูกส่งต่อมาถึงซีรีส์ nova เรียบร้อย โดยโหมดนี้จะใช้การถ่ายภาพเยอะ ๆ แล้วมาประมวลผลรวมกันเป็นภาพกลางคืนที่สวยและมีมิติกว่าบน Auto ทั่วไป แถมยังมีระบบ Huawei A.I.S. ระบบกันสั่นที่เราสามารถถือมือถือได้นาน 4 - 6 วินาทีโดยที่ภาพไม่สั่นอีกด้วย

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Night Mode

เซลฟี่สวยด้วยกล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล !

ในกล้องหน้ารุ่นนี้เห็นกล้องเล็ก ๆ แบบนี้ แต่อย่างที่บอกครับ ความละเอียดให้มามากถึง 25 ล้านพิกเซล เซลฟี่ได้สวยเนียนเลยล่ะ ในกล้องหน้านั้นมีโหมด Portrait แยกออกมาเลยให้ใช้งานปรับหน้า Beauty ได้ 10 ระดับ, มีโหมดหน้าชัด-หลังเบลอ พร้อมทั้งยังมี Portrait Lighting แสงเอฟเฟกต์มาให้เลือกปรับกันครบเลยครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ nova 4

วิดีโอได้สูงสุด 4K นาจา

อีกเรื่องที่ทำได้ดีก็คือวิดีโอ รุ่นนี้สามารถบันทึกวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4K (30fps) มีระบบกันสั่น EIS แต่จะใช้ได้จริงก็ในความละเอียด FHD เท่านั้นนะจ๊ะ การกันสั่นถือว่าทำได้ดีทีเดียว ถือเดินขยับเยอะ ๆ นิ่งใช้ได้เลย

แบตเตอรี่ใช้งานได้ดี อยู่ได้ทั้งวัน

เรื่องแบตเตอรี่ก็ถือว่าเป็นส่วนสำคัญบนสมาร์ทโฟนเดี๋ยวนี้เนอะ สำหรับ nova 4 นั้นให้แบตฯมาเยอะถึง 3750 mAh เรียกว่าใช้งานได้อย่างดีเลย เท่าที่ลองใช้งานมาจริง ๆ เล่นโซเชี่ยลทั่วไป บวกกับเกมบ้านิดหน่อย ถ่ายรูปอีก ก็ถือว่าใช้งานได้ตลอดทั้งวันครับ ไม่ถึงกับหมดไวหรือต้องพกพาวเวอร์แบงค์ติดตัวเพราะกลัวจะหมดเร็ว

ส่วนระบบชาร์จรุ่นนี้ให้ระบบ Quick Charge (18W) มา ก็ถือว่าช่วยให้แบตฯเยอะ ๆ แบบนี้ชาร์จไวขึ้นมาหน่อย แต่ถ้าเทียบกับมาตรฐานขั้นสุดของ Huawei เองอย่าง SuperCharge ก็ต้องบอกว่ายังไม่เร็วขนาดนั้นเนาะ อาจจะต้องใช้เวลาหน่อยในการชาร์จ แต่ดีกว่าไม่มีชาร์จไวเลยนี่เนอะ

สรุป !

Huawei nova 4 ก็ถือว่าเป็นรุ่นกลางตัวจี๊ดมาก ๆ อีกหนึ่งรุ่นของ Huawei ออกมาต่อยอดจากรุ่นที่แล้วได้ดีทีเดียว ทั้งในเรื่องของสเปคที่อัปเกรดขึ้นมา (เพิ่มแรมเป็น 8GB) ดีไซน์ที่เป็นจุดเด่นเห็นได้ชัด ไม่มีติ่งบนหน้าจอแล้ว ปรับมาเป็นจอรูแทน จอสวยขึ้นและน่าใช้งานไปอีกขั้น รวมถึงกล้องที่เพิ่มเลนส์ Ultra Wide เข้ามาช่วยให้การถ่ายภาพนั้นสนุกมากยิ่งขึ้น นอกนั้นก็ยังคงมาตรฐานของ Huawei ได้ดี ทั้งในเรื่องประสิทธิภาพการทำงานต่าง ๆ ด้วยสเปคที่ยอดเยี่ยมบวกเข้ากับ EMUI ตัวใหม่ที่ลื่นไหลมาก ๆ ทำงานได้อย่างลงตัว ดีไซน์ที่จับได้ถนัดมือดีอยู่แล้ว วัสดุ งานประกอบหรูหรา สมราคา รวม ๆ แล้วใครที่กำลังมองหามือถือราคาหมื่นกลาง ๆ ที่ได้ครบทั้งสเปคจัดเต็ม หน้าตาสวย กล้องลูกเล่นเยอะ และความสดใหม่ของเทคโนโลยี (Punch Display) เจ้า Huawei nova 4 ตัวนี้ตอบโจทย์มาก ๆ เลยล่ะครับ :D

ราคาและวันวางจำหน่าย

สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจ Huawei nova 4 นั้นก็เตรียมเงินกันให้พร้อม ราคาค่าตัวอยู่ที่ 16,990 บาทเท่านั้น ! ตัวเครื่องจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 ก.พ.นี้แล้ว ที่ Huawei Brand Shop ทุกสาขา รวมถึงในงาน Thailand Mobile Expo 2019 นี้ด้วย และพิเศษสำหรับเพื่อน ๆ ที่ไปซื้อในงานจะได้รับเป็นหูฟัง FreeBud Wireless มูลค่า 3,990 บาทไปด้วยนะจ๊ะ

จุดเด่น

  • หน้าจอ Punch Display ปรับโฉมติ่งได้อย่างดี แสดงผลสวยงาม
  • สเปคเร็วแรงด้วยมาตรฐานชิปเซ็ตเรือธง
  • กล้องหลัง 3 ตัวฟีเจอร์เยอะ ถ่ายสนุก
  • EMUI 9.0.1 ทำงานลื่นไหล
  • ดีไซน์สวย สีสันไล่เฉด งานประกอบดี

จุดสังเกต

  • ไม่สามารถเพิ่ม Micro-SD ได้
  • ตัวกล้อง Ultra Wide ไม่มี Auto Focus

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite