Review : แกะกล่อง DJI OSMO POCKET กล้องจิ๋วที่มาแรงที่สุด พร้อมตัวอย่างภาพนิ่งและวีดีโอ

น้าป๋วย | 8 ธ.ค 2561 00:15:34 (อัพเดต 15 ธ.ค 2561 19:20:45)

26398

VIEWS น้าป๋วย

Review : แกะกล่อง DJI OSMO POCKET กล้องจิ๋วที่มาแรงที่สุด พร้อมตัวอย่างภาพนิ่งและวีดีโอ

มาแรงแซงโค้งจนหลายคนยกให้เป็น Gadget ที่น่าเสียตังค์ที่สุดตัวหนี่งเลยก็ว่าได้กับ DJI OSMO POCKET กล้องจิ๋วประสิทธิภาพเยี่ยมที่มาพร้อมกับระบบกันสั่นขั้นเทพ โดยกล้องตัวนี้ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับการถ่ายวีดีโอ 4K 60fps บิตเรตสูงสุด 100Mbps แถมยังรองรับการถ่ายภาพนิ่ง 12 ล้านพิกเซล และแน่นอนว่า TechXcite ก็ได้มาอยู่ในมือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวเรามาแกะกล่องกันดีกว่าว่าเป็นอย่างไรกันบ้างกับ DJI OSMO POCKET ตัวนี้

ข้างในกล่อง DJI OSMO POCKET เปิดออกมาก็จะพบกับตัวเครื่อง DJI OSMO POCKET นี่หละ แล้วก็มีใบแจ้งข้อมูลของตัวเครื่องเกี่ยวกับการรับประกัน และเว็บไซต์ที่จะสามารถดูข้อมูลต่างๆได้ และสำหรับการใช้งาน DJI OSMO POCKET จำเป็นต้อง Activate เครื่องก่อนผ่านแอพพลิเคชั่นทที่ชื่อว่า DJI Mimo App

พอแกะอุปกรณ์ทั้งหลายออกจากกล่อง ก็จะพบกับตัวเคสที่ข้างในบรรจุคู่มือการใช้งาน สายคล้องมือ สาย USB แบบ Type-C และพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทั้งแบบ USB Type-C และ Lightning สำหรับ iPhone นั่นเอง ส่วนตัวเคสที่แถมมาให้สามารถเก็บ DJI OSMO POCKET ได้พอดีเลย ดังนั้นไม่ต้องไปหาซื้อเคสเพิ่ม

มาดูตัวเครื่องกันต่อเลยดีกว่า สำหรับ DJI OSMO POCKET ตามสเปคที่ระบุไว้ตอนเปิดตัวเลยก็คือ สามารถใช้งานถ่ายวีดีโอด้วยความละเอียด 4K 60fps หรือ Full HD 120fps ที่ 100Mbps นั่นหมายความกล้องตัวนี้ สามารถใช้งานได้หลากหลายทั้งถ่าย VLOG ท่องเที่ยว สัตว์เลี้ยงหรือจะนำมาทำวีดีโอ Slow Motion ก็สะดวก แถมยังมีโหมด Selfie หันมาถ่ายตัวเองได้ และแน่นอนว่ามาพร้อม Gimbal แบบ 3 แกนที่ให้ความนิ่งในการถ่ายวีดีโอได้อย่างยอดเยี่ยม ยังไม่พอยังมีระบบติดตามวัตถุหรือใบหน้าด้วย ดังนั้นหากใครเน้นเอาไว้ใช้ถ่ายวีดีโอทั่วไป น่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

 

ส่วนเรื่ององศารับภาพนั้น ตามข้อมูลที่ค้นๆมาบอกว่าให้มุมรับภาพกว้าง 80 องศา ซึ่งหลายคนอาจจะมองว่าไม่ได้กว้างมากนัก แต่มุมแค่นี้แหละพอที่จะถ่ายแล้วหน้าไม่บวมมาก และไม่ต้องเข้าใกล้วัตถุมากนักหากต้องการให้วัตถุในภาพมีขนาดใหญ่ ก็ถือว่า DJI OSMO POCKET เน้นงานถ่ายทั่วไปมากกว่าการถ่ายวีดีโอแนวแอ็คชั่น

ส่วนเซ็นเซอร์ของ DJI OSMO POCKET มีขนาด 1/2.3" มีรูรับแสงกว้าง F2 ถ่ายภาพนิ่งได้ที่ 12 ล้านพิกเซล แน่นอนว่ารูรับแสงกว้าง F2 ก็จะสามารถใช้งานถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดี มีโหมดถ่ายภาพขนาดใหญ่ด้วยการอาศัย Gimbal ในตัวนี่แหละ โดยจะถ่ายภาพแบบ 3x3 Panorama ได้ออกมา 9 ภาพมาต่อกันเพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่ความละเอียดสูง รวมถึงมี MotionLapse ซึ่งเป็นการบันทึกวิดีโอแบบ TimeLapse ที่มีการแพนกล้องเข้ามาเสริม และ NightShot ถ่ายภาพนิ่งตอนกลางคืน คล้ายบนมือถือที่จะมีการบันทึกภาพนาน 2 - 3 วินาที ซึ่งจุดนี้ตัว Gimbal จะทำหน้าที่เหมือนขาตั้งกล้องให้เรา

ส่วนขนาดและการจับถือก็ต้องบอกว่า หลังจากที่ลองเอามาถือเล่นก็พบว่าจับได้สะดวก อารมณ์เหมือนถือไม้ Selfie เล็กๆ แถมเบาด้วย ส่วน Gimbal ก็ทำงานได้ดีทีเดียว แต่ยังไม่แน่ใจเรื่องความทนทานเพราะตัว Gimbal เป็นมอเตอร์หมุนได้ รวมถึงตัวเครื่องไม่ได้กันน้ำกันกระแทก ถ้าไม่ระวังมอเตอร์อาจจะพังได้ จุดนี้ถือเป็นข้อสังเกตเอาไว้ละกัน ส่วนการใช้งานก็ไม่ยากเย็นนัก เนื่องจากมีปุ่มแค่ 2 ปุ่ม และมีหน้าจอเล็กให้มอง รวมถึงเป็นระบบสัมผัสด้วย พร้อมกับมีพอร์ตเชื่อมต่อกับอแดปเตอร์ที่เอาไว้ใช้งานกับสมาร์ทโฟนแค่นั้นเอง

และที่หลายคนกังวลนั่นก็คือเรื่องของแบตเตอรี่ ต้องบอกว่า DJI OSMO POCKET ไม่สามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ โดยระยะเวลาการใช้งานตามสเปคระบุไว้ที่ 140 นาที แต่ไม่ต้องกังวลเพราะเจ้าตัวนี้มาพร้อมกับพอร์ต USB Type-C ที่สามารถใช้แบตเตอรี่สำรองชาร์จได้ ดังนั้นใช้ไปชาร์จไปได้ไม่มีปัญหา ส่วนช่องเล็กด้านข้างตามที่เห็นในรูปด้านบนคือช่องใส่ Micro SD Card จ้า

เดี๋ยวต่อให้ดูว่าอแดปเตอร์ที่ให้มาในกล่องต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนแล้วจะเป็นยังไง ก็ตามภาพที่เห็นเลยนะ ต่อแล้วก็จะได้ภาพที่เต็มตาขึ้น แถมยังสามารถเชื่อมต่อการทำงานเพื่อใช้งานแชร์ไฟล์ได้โดยตรงลง Social Media ส่วนราคาเปิดตัวอยู่ที่ 13,500 บาท ใครที่สนใจกล้องตัวนี้ ก็ลองไปหาซื้อได้ และต้องขอบคุณ lnwGadget ที่เอื้อเฟื้อ DJI OSMO POCKET ให้เราได้รีวิวกันในครังนี้ด้วย


 

พูดถึงเรื่องสเปคและแกะกล่องกันไปแล้วมาถึงเรื่องตัวอย่างไฟล์วีดีโอ ไฟล์ภาพและการใช้งานจริงกันบ้าง สำหรับ DJI OSMO POCKET ในการนำไปใช้งานแล้วพบว่าเป็นกล้องที่ใช้งานได้ง่าย เมนูการเข้าถึงต่างๆทำความเข้าใจได้ไม่ยาก และที่สำคัญคือตัว Gimbal ที่สามารถใช้งานได้สะดวกนั่นเอง

ในเรื่องของภาพนิ่งของกล้องตัวนี้ถือว่าพอใช้ได้ โดยรวมแล้วเทียบได้กับพวกภาพจากสมาร์ทโฟนดีๆเครื่องหนึ่งเลย สามารถเก็บรายละเอียดของภาพและสีสันได้อยู่ในขั้นดี ความละเอียดของไฟล์ 12 ฃ้านพิกเซล สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย แต่เนื่องจากว่าเป็นกล้องที่เน้นความสามารถด้านการถ่ายวีดีโอมากกว่า เรื่องของภาพนิ่งจึงไม่มีอะไรที่โดดเด่นไปกว่านี้มากนัก

 

จุดเด่นของ DJI OSMO POCKET อยู่ที่เรื่องวีดีโอ จากการทดสอบพบว่าการใช้งานโดยทั่วไปถือว่าดีมาก ตัว Gimbal ช่วยให้สามารถได้ภาพที่นิ่งมาก แต่ด้วยความเป็น Gimbal แบบหัว 3 แกนแบบนี้เวลาถือเดินถ่ายต้องมีเทคนิคนิดนึงในการประคองระนาบกล้องไม่ให้กระตุกขึ้นลง เวลาเดินเร็วมันจะมีอาการให้เห็น ส่วนตัวหน้าจอเล็กไปหน่อย ควรต่อกับสมาร์ทโฟนจะได้ภาพที่เต็มตาขึ้น องศารับภาพเท่ากับระยะ 28mm ไม่ได้กว้างมากนัก ถ้าถ่ายตัวเองต้องยืดแขนนิดนึง และจุดเด่นอีกอย่างก็คือมีลูกเล่นในตัวทั้ง Slow Motion , Timelapse ให้เล่นนั่นเอง แถมแบตเตอรี่ก็อึดอยู่ถ่ายได้นานเลย จากการใช้จริงถ่ายวีดีโอสั้นมากว่า 30-40 คลิปเลย และยังตือกับแบตเตอรี่สำรองได้อีก และที่สุดยอดมาก จนประทับใจจริงๆก็คือเรื่องของไมโครโฟนที่บันทึกเสียงได้ดีมากๆ ยังไงลองดูตัวอย่างวีดีโอจาก DJI OSMO POCKET ตัวนี้ได้เลย (ตัดต่อจากแอพมือถือ ไม่มีการเกรดสีแต่อย่างใดผ่าน KINEMASTER)

ส่วนจุดสังเกตที่พบก็คือ ไม่สามารถใช้งานกับการ์ดยี่ห้ออื่นได้ ต้องใช้กับ Sandisk (อันนี้ใครเป็นยังไงบอกด้วยละกัน) กับเรื่องของการใช้งาน Tilt Control ที่ใช้งานไม่ค่อยสะดวกเท่าไรนัก และสุดท้ายก็คือเรื่องของการไม่กันน้ำนี่แหละ จะเอาไปสมบุกสมบันคงไม่ไหว แต่ถ้าเน้นเป็นกล้องท่องเที่ยวทั้วไป ทำ Vlog อะไรแบบนี้ก็แจ่มแลย

จุดเด่น

  • Gimbal ทำงานได้ดี ลดการสั่นไหวได้อย่างยอดเยี่ยม
  • ไฟล์วีดีโอสวย ความละเอียดสูง
  • มีลูกเล่นให้ใช้งานสะดวก
  • เมนูต่างๆใช้งานง่าย
  • ไมโครโฟนบันทึกเสียงดีมาก
  • ขนาดเล็ก พกพาง่าย

จุดสังเกต

  • หน้าจอเล็กมาก ต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนจึงจะเห็นภาพดีขึ้น
  • การ Tilt Control ผ่านตัวเครื่องใช้งานไม่สะดวก
  • องศารับภาพแคบไปนิดนึง