Review : PlayStation Classic ย้อนวันวานกับเครื่องเกมที่เราคุ้นเคยในขนาดที่กะทัดรัดกว่าเดิม !!

เฮียแม็พ | 2 ธ.ค 2561 11:38:02

4618

VIEWS เฮียแม็พ

Review : PlayStation Classic ย้อนวันวานกับเครื่องเกมที่เราคุ้นเคย
ในขนาดที่กะทัดรัดกว่าเดิม
!!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับเครื่องเกมตัวใหม่ที่ชวนให้เพื่อนๆหวนรำลึกถึงความหลังกันอย่างแน่นอน ใช่แล้วครับจะเป็นเครื่องอะไรไปไม่ได้นอกจาก PlayStation Classic นั่นเอง ! เนื่องในวาระครบรอบ 24 ปี PlayStation รุ่นแรกแบบนี้ทาง Sony ก็ไม่ยอมปล่อยโอกาสให้หลุดหลายทำเครื่องเกมเวอร์ชั่นคลาสสิคออกมาให้แฟนๆได้หายคิดถึงกันซะหน่อย ว่าแต่แล้วเจ้า Playstation Classic ตัวนี้จะมีอะไรเหมือนหรือต่างไปจากรุ่นดั้งเดิมบ้าง มาตามหาคำตอบในรีวิวนี้เลยดีกว่าครับ :D

แกะกล่องกันเลยให้อะไรมาบ้างนะ !?

เริ่มจากกล่องก่อนกันเลย แค่กล่องก็ดูคลาสสิคมากๆแล้ว ภาพประกอบที่หน้ากล่องมาในทรงเดียวกับเครื่อง PlayStation รุ่นแรกของโซนญี่ปุ่นเป๊ะๆเลย มีภาพตัวเครื่องพร้อมกับเส้นสีทองตัดคาดไปที่ด้านหน้า เพียงแต่มีเพิ่มคำว่า PlayStation Classic เข้ามาให้รู้ว่านี่รุ่นใหม่แล้วนะจ๊ะ :P

ด้านหลังของกล่องก็จะมีภาพปกและรายชื่อของเกมกว่า 20 เกมที่ใส่มาให้ในเครื่องนี้ มีเกมอะไรบ้างเช็คได้จากในภาพเลยจ้า อ๊ะลืมบอกไปว่าเครื่องที่เราได้มาทดสอบนี้เป็นเครื่องศูนย์ไทยเลย ตัวเกมที่ใส่มาก็จะเป็นแบบเดียวกับเครื่องโซนยุโรปโดยจะมีเกมที่แตกต่างจากเครื่องญี่ปุ่นอยู่ 8 เกม (เดี๋ยวไว้อธิบายเพิ่มเติมเนาะ)

เอาล่ะในเมื่อเป็นเครื่องศูนย์ไทยแบบนี้แล้ว ใครที่กำลังมีแผนจะซื้ออยู่ มาเช็คของไปพร้อมๆกับเราเลยว่าได้อะไรมาในกล่องบ้างเนาะ :D

อุปกรณ์ภายในกล่องก็จะให้มา 5 อย่างดังนี้ครับ

  • ตัวเครื่อง PlayStation Classic
  • จอย PlayStation Controller 2 ตัว
  • สาย Micro-USB
  • สาย HDMI
  • คู่มือการใช้งาน

ในกล่องไม่มีตัวอแดปเตอร์มาให้นะครับ แต่ด้วยความเป็นสาย Micro-USB แบบนี้ก็ใช้พวกอแดปเตอร์ของมือถือมาเสียบใช้งานได้เลย

ตัวเครื่องทรงคุ้นเคยในขนาดที่เล็กลง !

แน่นอนว่าใช้ชื่อว่า PlayStation Classic แบบนี้หน้าตาต่างๆก็ถอดแบบมาจาก Playstation รุ่นดั้งเดิมเป๊ะๆ แต่มีการลดขนาดต่างๆลงให้กะทัดรัดกว่าเดิม ถือได้ในฝามือเลยล่ะ

ตัวจอยรอบนี้ใจดีให้มาถึง 2 ตัวในกล่องเลย พร้อมให้เล่นกับเพื่อนๆได้ทันทีไม่ต้องไปซื้อเพิ่มแบบรุ่นปกตินะจ๊ะ

จอยยังคงมาในทรงแบบดั้งเดิม ตัวแรกเลยไม่มีอนาล็อคหรือระบบสั่นใดๆทั้งสิ้น พอร์ตการเชื่อมต่อดีไซน์ออกมาได้ดีคือยังคงทรงต่างๆได้เหมือนกับรุ่นเก่าแต่ตัวเชื่อมจริงๆจะเป็น USB แทนนั่นเองครับ ตัวสายมีความยาว 1.5 เมตรก็ลากออกมาเล่นได้ไกลหน่อย

มาเชื่อมต่อลองเล่นกันได้เลย !

เอาล่ะอย่าเสียเวลามาเริ่มเล่นกันเลยดีกว่า ด้านหลังเครื่องจะมีช่องเชื่อมต่อแบบ Micro-USB และ HDMI อยู่ ก็เสียบเข้ากับทีวีและอแดปเตอร์แล้วมาเปิดเครื่องกันเลยครับ ไฟที่เครื่องติดมาเป็นสีส้มก่อนที่เราจะเปิดแบบคลาสสิคสุดๆครับ

พอกดที่ปุ่มเปิดเครื่องไฟสถานะติดเป็นสีเขียว พร้อมเสียงเปิดเครื่องสุดคลาสสิคชวนนึกถึงวันวาน "ตึ่งงงงงง แช่ๆ" โลโก้ Playstation ขึ้นแบบโอ้ยยยยย ฟินมาก ! ตั้งค่าเลือกภาษาอะไรเรียบร้อยก็จะเข้าสู่หน้าเมนูเลือกเกมเลยครับ

อธิบายตัวปุ่มกดเพิ่มกันหน่อย 3 ปุ่มที่ตัวเครื่องใช้งานเป็นปุ่ม Reset คือออกจากเกม, ปุ่ม Power ก็เปิด-ปิดปกติ และปุ่ม Eject เปลี่ยนแผ่นนั้นเป็นการสลับแผ่นเกมจำลองในเครื่องครับ ตัวฝาที่ใส่แผ่นไม่สามารถเปิดขึ้นมาได้จริงๆครับ มาในทรงให้เราคิดถึงเฉยๆ

มีเกมอะไรให้เล่นบ้างคุณภาพเป็นไง !?

ตัวเกมที่ให้มาก็มากถึง 20 เกมอย่างที่เห็นที่ด้านหลังกล่องครับ มาถึงตรงนี้เดี๋ยวบอกรายชื่อเกมกันแบบครบๆให้เลยละกันครับ 20 เกมที่ให้มาก็จะมีดังนี้ครับ

  • Battle Arena Toshinden
  • Cool Boarders 2
  • Destruction Derby
  • Final Fantasy VII
  • Grand Theft Auto
  • Intelligent Qube
  • Jumping Flash
  • Metal Gear Solid
  • Mr Driller
  • Oddworld: Abe's Oddysee
  • Rayman
  • Resident Evil Director's Cut
  • Revelations: Persona
  • Ridge Racer Type 4
  • Super Puzzle Fighter II Turbo
  • Syphon Filter
  • Tekken 3
  • Tom Clancy’s Rainbow 6
  • Twisted Metal
  • Wild Arms

ที่มา Wikipedia

โดยเกมของเครื่องโซนยุโรป อเมริกากับญี่ปุ่นนั้นจะมีเกมที่แตกต่างกันอยู่ 8 เกม ดูจากลิสต์ด้านบนจะเห็นว่าแนวเกมนั้นแตกต่างกันไปตามความนิยมของแต่ละโซน (เครื่องศูนย์ไทยจะเป็นแบบของอเมริกานะ) แต่ก็เกมหลักๆที่ฮิตๆในยุคนั้นก็จะให้มาเหมือนกันถึง 12 เกมอาทิ Tekken 3, Resident Evil, Super Puzzle Fighter หรือ Final Fantasy VII เป็นต้นครับ แต่น่าเสียดายที่บางเกมที่ฮิตๆในบ้านเราทั้ง Chocobo Racing, Dokapon หรือ Crash Bandicoot นั้นไม่ได้ถูกใส่มาในเครื่องนี้ด้วย

หน้าเมนูต่างๆใช้งานได้ไม่ยากเย็นนัก เปิดเครื่องมาก็จะมีหน้าตัวเกมเรียงกันแบบครบ 20 เกมให้เราเลือกจิ้มได้เลยว่าอยากลองอันไหนก่อน มีสถานะของการตั้งค่าต่างๆอยู่ด้วย มุมล่างเป็นการตั้งค่าพวกไฟล์เซฟเกมต่างๆด้วย ส่วนเรื่อง Memory Card ที่ใช้เก็บเซฟต่างๆสมัยก่อนเราต้องพกหลายถ้ามีการเซฟเกมเยอะๆ แต่บน PlayStation Classic นี้จะให้ Memory Card 1 ตัวต่อ 1 เกมเลย ทีนี้ก็ไม่ต้องกลัวเซฟเต็มแล้วล่ะ แถมยังมีระบบ Resume Point ที่เราสามารถกลับมาเล่นต่อในจุดๆเดิมได้เลยอีกด้วย

มาเข้าในเรื่องการเล่นเกมจริงๆกันหน่อย เปิดเข้าเกมก็มีเสียงที่เราคุ้นเคย (อีกแล้ว) และโลโก้ PlayStation ที่คลาสสิคมากๆโปล่ขึ้นมา ฟินๆๆ 555

เท่าที่ลองทดสอบมาจริงๆตัวเกมเป็นเหมือนตัว Original ตั้งแต่สมัย PSOne นู่นจริงๆ ภาพกราฟิกก็เหมือนยกเอามาใช้เลย ไม่ได้ปรับภาพใหม่แต่อย่างใดแค่ทำให้สามารถรันออกจอผ่าน HDMI ได้เท่านั้น เพราะฉะนั้นภาพกราฟิกระดับ 10 ปีที่ผ่านมาก็อาจจะเจอความแตกความหยักบ้าง อันนี้ต้องยอมกันเนอะ :D

ตัวเกมที่มีให้เล่นก็ถือว่าคุ้มค่าดีทีเดียว ให้มาถึง 20 เกม ถึงแม้จะไม่ได้เป็นเกมฮิตที่เราคุ้นเคยกันซะทั้งหมด แต่ก็มีถือว่าเป็นการได้ลองเกมในยุคนั้นที่เราอาจจะพลาดไปบ้างด้วยเช่นกันนะแบบนี้

ราคา 3,590 บาท

สำหรับราคาค่าตัวของ PlayStation Classic เครื่องนี้ตั้งราคามาที่ 3,590 บาทไทย แน่นอนว่ารอบนี้ทาง Sony ประเทศไทยนำเข้ามาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเองด้วย หาซื้อเครื่องแท้ประกันศูนย์ได้ง่าย ไม่มีปัญหาเลย โดยเจ้ารุ่นนี้จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 ..นี้ ใครที่อยากกลับมาลองเล่นเกมในยุคนั้นอีกก็ไปตำกันได้เลยครับ

สรุปแล้ว !

ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งของเครื่องเกมที่ออกมาตอบโจทย์เราๆที่ต้องการรำลึกถึงเครื่องเกมตัวโปรดที่เปิดตัวมากว่า 24 ปีแล้ว มองในมุมความคุ้มค่าถ้าซื้อมาเล่นจริงๆก็คุ้มเพราะได้เกม Bundle มากว่า 20 เกมกันเลย แต่ถ้าไม่ซื้อมาเล่นจริงจังก็ยังเก็บเป็นของสะสมได้ด้วยเช่นกัน ทรงมีความคลาสสิคขนาดนี้ แฟนๆ PlayStation จะพลาดได้ไงล่ะครับเนี่ย :D

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite