Preview : Samsung Galaxy Note 9 สมาร์ทโฟนเรือธงพร้อมปากการุ่นล่าสุด "ถึงไม่หวือหวา แต่ครบครัน" !!

เฮียแม็พ | 10 ส.ค. 2561 14:39:50

58035

VIEWS เฮียแม็พ

Preview : Samsung Galaxy Note 9 สมาร์ทโฟนเรือธงพร้อมปากการุ่นล่าสุด
"ถึงไม่หวือหวา แต่ครบครัน" !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความพรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนเรอธงรุ่นล่าสุดของ Samsung แน่นอนว่าจะเป็นรุ่นไหนไปไม่ได้นอกจาก Galaxy Note 9 นั่นเอง หลังจากที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา เราก็มีโอกาสได้จับตัวเครื่องจริงพร้อมทำพรีวิวคร่าวๆให้อ่านกันสักหน่อยเนอะ รอบนี้มีหลายอย่างที่อัปเกรดขึ้นจากปีที่แล้วอยู่หลายจุด แต่จะมีอะไรโดนใจเราบ้าง มาอ่านพรีวิวไปพร้อมๆกันเลยดีกว่าครับ :D

แรกสัมผัสเลย "ไม่หวือหวา แต่ลงตัว"

เริ่มแรกเลยก็มาดูที่ตัวดีไซน์ของรุ่นนี้กันก่อน อย่างที่เห็นครับ รูปลักษณ์ภายนอกของ Galaxy Note 9 นั้นออกแบบมาใกล้เคียงกับตอน Note 8 เดิมพอสมควร มาในทรงเหลี่ยมๆที่เป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์นี้ ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอด้านหน้าที่เต็มๆพื้นที่ ทาง Samsung ใช้ชื่อเรียกเป็นของตัวเองว่า Infinity Display หน้าจอเต็มเหลือขอบหน้าจอบนล่างไว้นิดเดียวเท่านั้น

ตัวหน้าจอของ Note 9 มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นก่อนนิดหน่อยจาก 6.3 นิ้วมาเป็น 6.4 นิ้ว อัตราส่วนของหน้าจอยังเป็น 18.5:9 เช่นเคย ส่วนชนิดหน้าจอเป็น Super Amoled QHD+ (2960 x 1440 พิกเซล) ในเรื่องการแสดงผลต้องยอมรับว่าสวยงามแบบไร้ที่ติดเหมือนเคย มองมุมไหนก็สวยคมครับ

ถึงแม้ว่าตัวหน้าจอจะใหญ่ขึ้นมาจากเดิมแต่ขนาดตัวเครื่องไม่ได้รู้จักว่าใหญ่ขึ้นเท่าไหร่ เพราะทาง Samsung มีการลดขนาดขอบ Bezel ให้เล็กลงไปอีกนิดทำให้ไม่รู้สึกถึงความใหญ่ของตัวเครื่องที่เพิ่มมากขึ้น แถมยังได้ตัวขอบหน้าจอโค้งๆที่ช่วยในเรื่องความบางของตัวเครื่องเข้าไปด้วย

เซ็นเซอร์ต่างๆที่ใส่มาด้านบนของหน้าจอก็มีครบหมดเช่นเคยเริ่มจาก ไฟ LED แจ้งเตือน , ไฟ Infrared , เซ็นเซอร์วัดแสงเซ็นเซอร์จับระยะ , ลำโพงสนทนา , กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และสุดท้ายเป็น Iris Scanner เซ็นเซอร์สแกนม่านตาเช่นเดียวกับตอน Note 8 หรือ S9 ยังไม่ตัดออกนะจ๊ะ

ปุ่มโฮมแบบ Pressure Touch รองรับแรงกดยังคงมีให้บนรุ่นเรือธงแบบนี้อยู่ เราสามารถกดลงไปที่ปุ่มโฮมแรงๆเสมือนกดกับปุ่มโฮมจริงๆได้ ตรงนี้ผมชอบนะเพราะอย่างน้อยๆเราก็ไม่จำเป็นต้องกดปุ่ม Power ตลอด มีทางเลือกอื่นเนอะ

อะ...ขอขั้นตรงนี้เล็กน้อยกับการขายของแบบไม่ค่อยเนียน สำหรับเพื่อนๆที่กังวลว่าตัวหน้าจออันสวยหรูของ Galaxy Note 9 นี้จะเป็นรอยหรือเกิดอุบัตเหตุ ไม่ต้องห่วง ! เพราะทันทีที่ตัวเครื่องพร้อมขายทาง Focus ก็มีกระจกกันรอบแบบ 3D Full Stick ปกป้องหน้าจอเต็มๆพร้อมเนียนตาไปทั้งด้านหน้า ทัชใช้งานได้ลื่นๆหรือจะใช้คู่กับเคสต่างๆก็ทำได้ด้วยเช่นกัน เรียกว่าใครที่กังวลเรื่องฟิล์มหรือกระจกกันรอยอยู่หายห่วงได้จ้าา :D

อะ...กลับเข้าเรื่องต่อ :P กรอบตัวเครื่องมีการเพิ่มตัวขอบ Diamond-Cut ตัดกับตัวกระจกหน้า-หลังได้เป็นอย่างดี ช่วยเพิ่มดีไซน์ให้มีลูกเล่นนิดหน่อยคล้ายตอน Note 5 ที่ดูไม่เรียบจนเกินไปเนอะ ตัวปุ่มกดต่างวางไว้ที่ตำแหน่งเดิมทั้งหมดเนาะ

ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงอยู่ที่ฝั่งซ้ายมือพร้อมปุ่ม Bixby เช่นเคย (ยังไม่เอาออกไปนะ) ส่วนปุ่ม Power ก็อยู่ที่มุมขวาของตัวเครื่อง วางตำแหน่งเหมือนเดิมการแตะเอื้อมไปกดก็ยังคงที่ครับ ไม่ได้ฝืนหรือเอื้อมจนเกินไป

ช่องใส่ซิมวางไว้ที่ด้านบนของตัวเครื่อง ใช้ถาดซิมแบบไฮบริดเหมือนเดิมครับ

ด้านล่างตัวเครื่องวางพอร์ตและทุกอย่างเหมือนเดิมเช่นกันครับ เริ่มด้วยช่องหูฟัง 3.5 มม., พอร์ต USB Type-C, ไมโครโฟนสนทนา, ลำโพงหลักของตัวเครื่อง และปิดท้ายขาดไม่ได้กับช่องใส่ปากกา S Pen ครับ

พลิกกลับมาดูด้านหลังถึงจะเห็นความต่างที่แปลกตาไปอีกเล็กน้อย ด้วยการวางตำแหน่งของเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบใหม่ย้ายจากตรงกรอบกล้องลงมาไว้ที่ด้านล่างตรงกลางแทน แต่ตัวเลนส์กล้องยังคงวางเป็นแนวนอนติดๆกับไฟแฟลชและ HRM เหมือนเคยครับ ส่วนตัวคิดว่าดีไซน์ตรงนี้แอบไม่สมมาตรเท่าไหร่ ดูขาดๆเกินๆ แต่การย้ายเซ็นเซอร์ลงมาทำให้การแตะสแกนนั้นใทำได้ง่ายขึ้นเหมือนตอน S9+

รวมๆแล้วในเรื่องของรูปลักษณ์ก็อย่างที่เห็นครับ ไม่ได้มีความหวือหวาเพิ่มเติมจากรุ่นก่อนสักเท่าไหร่ ทั้งหน้าจอ Infinity Display, บอดี้กระจก 3D หน้าหลัง, กรอบเครื่องโลหะเกรดสูง หรือกล้องหลังคู่วางในแนวนอน ทุกสิ่งอย่างเราเคยเห็นแล้วในรุ่นก่อนก็มีการปรับให้เหมาะกับการใช้งานมากขึ้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นใครที่คิดว่า Note 9 จะต้องมีความว้าวในเรื่องดีไซน์มากขึ้นก็เสียใจด้วย ไม่ได้โดดเด่นขนาดนั้น แต่…! ถ้าพูดถึงเรื่องความลงตัวทั้งในการจับถือ การเข้าถึงปุ่มหรือเซ็นเซอร์ต่างๆก็ถือว่าลงตัวดีนะ ก็อย่างที่บอกครับ "ไม่หวือหวา แต่ลงตัว"

สเปค Samsung Galaxy Note 9

  • รัน Android 8.1 Oreo ครอบด้วย Samsung Experience 9.5
  • หน้าจอ Super Amoled โค้ง 6.4 นิ้ว ความละเอียด QHD+ 2960x1440 พิกเซล อัตราส่วน 18.5:9
  • ซีพียู Exynos 9810 Octa-core 2.9GHz
  • จีพียู Mali-G72MP18
  • แรม 6GB
  • รอม 128GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 512GB
  • แบตเตอรี่ 4000 mAh
  • รองรับระบบ Fast Charge
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล รองรับ Auto-Focus f/1.7
  • กล้องหลังคู่ 12 ล้านพิกเซล + 12 ล้านพิกเซล f/1.5, f/2.4 + f/2.4
  • รองรับวิดีโอแบบ Super Slow Motion (960fps HD)
  • รองรับ 2 ซิมผ่านถาดซิมไฮบริด
  • รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง
  • รองรับระบบสแกนม่านตา
  • รองรับปากกา S Pen
  • กันน้ำกันฝุ่นได้ตามมาตรฐาน IP68

สำหรับเรื่องสเปคถือว่าอัปเกรดขึ้นมาจากรุ่นก่อน (Note 8) พอสมควร ทั้งในเรื่องของหน่สวยประมวลผลที่อัปข้ามมาเป็น Exynos 9810, หน้าจอที่ใหญ่ขึ้น (นิดหนึ่ง), ความจุเริ่มต้น 128GB แต่ที่ชอบจริงๆคงเป็นเรื่องของแบตฯที่รอบนี้ใจดีให้มาเยอะถึง 4000mAh แล้ว หลังจากที่ตอน Note 8 นั้นให้มาเพียง 3300mAh ใหญ่ขึ้นถึง 21% ถือว่าแฟนโน้ตคงชอบการอัปเกรดนี้อย่างแน่นอน

แต่ ! ถ้าเทียบกับซีรีส์ S อย่าง S9+ แล้ว Note 9 แทบจะเรียกว่าไม่ได้เพิ่มอะไรมาให้เท่าไหร่เลยนอกจากเรื่องแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น (3500mAh vs 4000mAh) เพราะทั้งหน่วยประมวลผล, แรม, รอม, กล้องทุกอย่างเหมือนกับตอน S9+ แทบทุกอย่าง แต่ ! อีกสักที ต้องอย่าลืมว่าการที่ซีรีส์ Note มีปากกา S Pen เพิ่มเข้ามาสำหรับคนที่ใช้งานจริงๆคงถือว่าเป็นจุดที่เพิ่มเข้ามาแบบประเมินค่าไม่ได้เลยล่ะเนอะ เพราะฉะนั้นระหว่างเรือธง 2 รุ่นนี้พยายามมองเป็นคนละกลุ่มกันเนอะ :P

ปากกาใหม่เชื่อม Bluetooth ได้ ไฉไลกว่าเดิม !

เข้าเรื่องไฮไลท์ของ Galaxy Note กันเลยดีกว่า จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากปากกา S Pen ที่รอบนี้ถึงแม้รูปทรงจะไม่ต่างจากเดิมมากนัก แต่ก็มาพร้อมความสามารถใหม่ที่น่าสนใจขึ้น เพราะ S Pen ของ Note 9 นั้นรองรับการเชื่อมต่อแบบ Bluetooth กับตัวเครื่องโดยตรง ทำให้มีฟีเจอร์พิเศษอื่นๆเข้ามาด้วย

โดยตัวปากกานั้นจะซิงค์กับตัวเครื่องไว้ตั้งแต่ต้นทำให้เราพร้อมใช้งานแต่แรกเลย แกะกล่องมาปุ๊บก็ดึงปากกาออกมาพร้อมใช้งานฟีเจอร์ที่เชื่อม Bluetooth ได้ทันที ซึ่งเราจะสามารถควบคุมได้ผ่านตัวปุ่มกดที่มีอยู่บนปากกานั่นเอง

ยกตัวอย่างการใช้งานตัวปุ่มกดบนปากกาแบบ Bluetooth คือเราสามารถทำงานด้วยการกด 1 ครั้ง 2 ครั้งหรือกดค้างที่ปุ่มบน S Pen ได้ อย่างเช่น ในแอปกล้อง เราจะใช้การกด 1 ครั้งเป็นการลั่นชัตเตอร์ได้, กด 2 ครั้งเป็นการสลับกล้องหน้า-หลัง, ในแอปบันทึกเสียงกด 1 ครั้งเพื่อเริ่มบันทึก กด 2 ครั้งเพื่อหยุดการบันทึก เป็นต้น

ส่วนการกดค้างไว้ก็สามารถตั้งค่าตัวแอปทางลัดได้ 1 แอปสำหรับกดด่วนแล้วเข้าไปที่แอปนั้นๆโดยตรง ก็ถือว่าเป็นลูกเล่นที่ออกมาช่วยให้ตัว S Pen มีทางเลือกมากขึ้นไปอีกนอกจากจดๆเขียนๆบนแอปในตัวเครื่องเนอะ

ตัวปากกาสามารถใช้งานได้นาน 30 นาทีต่อการชาร์จ 1 ครั้ง หมายถึงฟีเจอร์การเชื่อมต่อ Bluetooth น่ะนะ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะเมื่อเราเอาตัว S Pen เสียบคืนตัวเครื่องไปเพียง 40 วินาทีก็สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 30 นาทีแล้วล่ะ

ปากกาใหม่ สีใหม่ !

ส่วนถ้าเรื่องขีดๆเขียนๆนี่ใช้ได้ตลอดอยู่แล้วเพราะหัวปากกาเป็นแม่เหล็กเนอะไม่ต้องใช้ไฟ เหมือนตอน Note 8 ที่จะเขียนเป็นชม.ก็เขียนไปเถอะ ตัวปากการอบนี้มีสีสันมาให้เลือกหลายสีเลย ไม่ว่าจะเป็นสีเหลืองที่มาพร้อมเครื่องาีน้ำเงิน, สีชมพูที่มากับสีม่วง หรือสีดำที่เบสิคก็มากับดำนั่นแหละ

ตัวสีที่ว่านี้ดูเหมือนจะเป็นแค่ภายนอกเนอะ แต่ทีเด็ดกว่านั้นก็คือในฟีเจอร์ Screen off Memo ของ Note 9 นั้นจะแบ่งแยกสีจากตัวปากกาแล้วแยกเป็นสีตอนเราเขียนด้วย อย่างเช่นเราใช้ปากกาสีเหลืองจดโน้ตในหน้า Screen off memo สีที่ออกมาก็จะเหลืองตาม ส่วนถ้าสีดำก็จะออกมาเป็นสีขาวแบบปกติน่ะนะ

ตัว S Pen ถูกดึงความสนใจไปด้วยฟีเจอร์เชื่อมต่อ Bluetooth ซะหมด ในเรื่องสเปคของปากกายังคงเหมือนกับตอน Note 8 เนอะ ไม่ว่าจะเป็นหัวปากกาที่มีขนาดเล็กเพียง 0.7 มม. รองรับแรงกดได้ถึง 4096 และแน่นอนกันน้ำได้เหมือนเดิมจ้าาา :D

กันน้ำได้เหมือนเคย !

ปากกาก็กันน้ำได้แล้วตัวเครื่องก็เช่นกันครับ Galaxy Note 9 มาพร้อมมาตรฐานการกันน้ำ IP68 เหมือนเคย สามารถกันอุบัติเหตุทางน้ำได้ที่ระดับความลึก 1.5 เมตรนาน 30 นาที ใช่ครับใช้กันอุบัติเหตุทางน้ำนะ ไม่เน้นย้ำให้เอาลงน้ำไปเล่นเน้ออ

กล้องคู่ปรับรูรับแสงได้ พร้อมซอฟต์แวร์ใหม่ !

มาถึงอีกจุดที่เป็นไฮไลท์ของรุ่นนี้อย่างเรื่องกล้อง Galaxy Note 9 มาพร้อมกล้องหลังคู่ 12 + 12 ล้านพิกเซล ที่มีระบบ Dual Aperture เหมือนตอน S9 คือตัวกล้องสามารถปรับค่ารูรับแสงได้เองระหว่าง f/1.5 หรือ f/2.4 ในกล้องตัวหลัก ส่วนตัวที่ 2 ก็เป็นเลนส์เทเลซูมเหมือนเดิมมีค่ารูรับแสง f/2.4 เนอะ

แน่นอนว่าโหมดการใช้งานมีโหมด Live Focus ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้สวยๆเหมือนเคย การใช้งานยังคงเป็นถ่ายจากเลนส์ตัวที่ 2 ที่มีระยะซูมเหมาะกับการถ่าย Portrait เหมือนเคย มีฟีเจอร์ Art Bokeh สำหรับถ่ายละมาปรับเอฟเฟกต์ไฟด้านหลังได้

จุดที่เพิ่มเข้ามาบนซอฟต์แวร์ใหม่นี้คือระบบ Real-Time Intelligent หรือที่หลายแบรนด์เรียกว่า AI นั่นแหละ บน Note 9 นี้ก็ใส่มาสักที การทำงานก็เหมือนนนนนกับที่หลายๆแบรนด์เขาทำมาก่อนเลย คือเล็งไปที่ภาพนั้นๆจะมีเลือกซีนมาให้เหมาะและเข้ากัน จัดแจงปรับพวกสีสัน คอนทราสให้เข้ากันได้อย่างลงตัว

ตัวซีนที่แยกแยะได้ของ Note 9 ทำได้สูงสุดถึง 20 หมวดหมู่ประกอบด้วย

  •  Flowers
  •  People
  •  Food
  •  Sunrises ore Sunsets
  •  Animals
  •  Trees
  •  Nightscapes
  •  Beaches
  •  Snowy
  •  Mountains
  •  Sky Shot
  •  Indoor
  •  Text
  •  Waterfalls
  •  Scenes by Water
  •  Birds
  •  Streets
  •  Greenery
  •  Scenery
  •  Backlit

นอกจากนี้ยังมีระบบ Smart Detection ที่ช่วยเตือนเราเมื่อเราภาพที่เราถ่ายมามีปัญหา หลังถ่าย อาทิ ภาพที่กดชัตเตอร์ไปเมื่อกี้มีคนหลับตา, ภาพเบลอเกิดอาการสั่น, เลนส์มัว หรือภาพย้อนแสงจนออกมามืดเกินไป ประมาณนี้ ตรงนี้ก็ดูใส่ใจดีครับเพราะบางครั้งเราก็กดๆมาไม่ได้เช็คมาดูอีกทีไม่ได้ภาพที่สมบูรณ์เสียดายแย่

AR Emoji เพิ่มแบบปรับแต่งได้มากขึ้น

สำหรับฟีเจอร์ AR Emoji เดิมของ Samsung ก็ถือว่าเพิ่งเพิ่มเข้ามาตอน S9 บน Note 9 จะไม่มีก็คงไม่ได้เนอะ เราสามารถถ่ายภาพสแกนใบหน้าพร้อมสร้างคาแร็กเตอร์น่ารักๆในแบบของเราได้เหมือนเคย แถมรอบนี้ยังดูเหมือนจริงมากขึ้น รูปแบบการปรับแต่งก็มีตัวเลือกมากขึ้นด้วย

และตัวไฟล์ GIF ที่หลังจากสร้างคาแร็กเตอร์เสร็จก็เพิ่มขึ้นมาเยอะกว่าเดิม มากถึง 52 แบบให้เราส่งเป็นสติกเกอร์หาเพื่อนๆได้หลายอารมณ์มากขึ้นไปอีก

Super Slow motion 960fps ที่เคยเป็นจุดเด่นตอน S9 รอบนี้ก็ยังติดมา ฟีเจอร์และการใช้งานไม่ต่างกันครับ งั้นไม่อธิบานเพิ่มเนอะ เหมือนเดิมเลยล่ะ

สรุปหลังลองจับ !

สำหรับ Samsung Galaxy Note 9 ก็ถือว่าเป็นเรือธงรุ่นปลายปีของ Samsung ที่อัปเกรดหลายๆอย่างขึ้นมาเพิ่มความน่าใช้ให้กับสาวกโน้ตได้เป็นอย่างดี ถึงแม้โดยรวมจะไม่ต่างจาก S9+ มากนัก แต่อย่างที่บอกครับ คนที่ติดใจการใช้งานซีรีส์โน้ตเพราะปากกา S Pen ยังไงก็ต้องใช้ Note จริงๆ เพราะฟีเจอร์ของปากกานี้หาไม่ได้จากรุ่นไหนแล้ว สำหรับคนที่กำลังรอการมาของ Galaxy Note ที่ครบเครื่องทั้งในเรื่องของประสิทธิภาพการใช้งาน หน่วยความจำภายในที่มากขึ้น แบตเตอรี่ที่ใช้ได้จุใจจริงๆ กล้องที่อัปเกรดถ่ายได้ดีขึ้น รวมไปถึงลูกเล่นของ S Pen ที่มากขึ้นจากเดิมอยู่ Galaxy Note 9 ถือว่าเป็นอะไรที่ครบสำหรับแฟนโน้ตจริงๆ แต่ถ้าไม่ได้มองถึงจุดเหล่านั้น อยากได้ดีไซน์ที่ใหม่ขึ้น ความหวือหวาของรูปลักษณ์ส่วนตัวคิดว่า Note 8 ที่กำลังปรับราคาลงอยู่ตอนนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนะ !

ราคาและโปรโมชั่นการจอง

ในส่วนของราคาค่าตัวของ Galaxy Note 9 นั้นเปิดตัวมาที่ 33,900 บาทเท่ากับตอน Note 8 เดิม โดยรุ่นที่วางจำหน่ายจะเป็นความจุ 128GB เริ่มเปิดจองตั้งแต่วันที่ 10 - 21 ส.ค.นี้ก่อนวางจำหน่ายจริงวันที่ 24 ส.ค.ouhครับผม ใครที่สนใจก็ไปจองล่วงหน้ากันได้เลยเนอะ ลุยยย !

สำหรับผู้ที่สั่งจองล่วงหน้าผ่าน Samsung Brand Shop เลือกรับของพรีเมียมมูลค่า 6,000 บาท พร้อมรับประกันหน้าจอแตกนาน 1 ปี และ S Pen Limited Edition สี Lavender Purple มูลค่า 850 บาท

หรือช่องทางออนไลน์ผ่าน Lazada, Shopee หรือ Samsung Online Store รับสิทธิ์อัปเกรดความจุเป็นรุ่น 512GB จาก 128GB ในราคาปกติ และรับประกันจอแตกนาน 1 ปีเช่นกันครับ

 

พรีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite