Review : DELL Latitude 7390 โน้ตบุ๊คสายทำงาน พกพาสะดวกใช้งานสบาย !!

เฮียแม็พ | 4 พ.ค. 2561 17:57:31 (อัพเดต 1 มิ.ย. 2561 08:42:33)

25444

VIEWS เฮียแม็พ

Review : DELL Latitude 7390 โน้ตบุ๊คสายทำงาน พกพาสะดวกใช้งานสบาย !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับโน้ตบุ๊คจาก DELL สำหรับภาคธุรกิจตัวใหม่กับ Latitude 7390 นั่นเอง จุดเด่นของรุ่นนี้ก็คือเป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานที่เน้นการพกพาที่สะดวกและการใช้งานที่ครอบคลุม โดยในรุ่นปี 2018 นี้ก็มีการอัปเกรดสเปคขึ้นมาพอสมควร อย่ารอช้ามาเข้ารีวิวของเรากันเลยดีกว่าครับ ! :D

สเปค DELL Latitude 7390

  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro
  • หน้าจอ IPS ขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full-HD (1920x1080 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล Intel Core i5 8250U Quad-core 1.6GHz
  • กราฟิก Intel UHD Graphics 620
  • แรม 8GB LPDDR3 2400MHz
  • ความจุ 256GB SSD
  • พอร์ตการเชื่อมต่อ USB 3.1 x 2, USB Type-C, HDMI, LAN, Headphone Jack
  • น้ำหนัก 1.17 กก.

เริ่มกันที่สเปคกันก่อนเลย อย่างที่บอกว่าในรุ่นปี 2018 นี้ก็มีการอัปเกรดในเรื่องของสเปคขึ้นมาเป็น CPU เจน 8 อย่าง i5 8250U เพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่ดียิ่งขึ้น บน Latitude 7390 นี้มาพร้อมกับแรม 8GB และหน่วยความจำ SSD 256GB พร้อมใช้งานระดับทั่วไปจนถึงกราฟิกกลางๆได้เลยทีเดียวล่ะครับสำหรับรุ่นนี้

การดีไซน์

ในเรื่องของการดีไซน์รุ่นนี้ไม่ได้ปรับเปลี่ยนไปจากซีรีส์เมื่อปีที่แล้วเท่าไหร่ มาในทรงมาตรฐานที่ดูเป็นโน้ตบุ๊คสายธุรกิจมากๆเลยทีเดียว เหลี่ยมๆไปทั้งหมดแต่ก็สวยลงตัวในแบบของคนทำงานที่เน้นความเรียบง่ายแต่ดูทนทาน

Latitude 7390 นี้มาพร้อมกับหน้าจอ IPS ขนาด 13.3 นิ้วความละเอียด Full-HD แสดงผลได้สวยงามมากๆเลย แถมตัวจอยังเป็นแบบด้าน (Anti-Glare)ลดแสงสะท้อนด้วย มุมมองของจอจึงทำได้กว้างมากๆเลยล่ะ

และด้วยการดีไซน์หน้าจอที่เป็นเอกลักษณ์แทบจะชิดขอบด้านข้างก็ทำให้ได้หน้าจอที่ขนาดใหญ่ในตัวบอดี้โดยรวมที่เล็กพอๆกับโน้ตบุ๊คหน้าจอ 12 นิ้วรุ่นทั่วๆไปครับ

เหนือหน้าจอด้านบนสุดจะมีไมโครโฟนและกล้อง WebCam ความละเอียด HD 720p อยู่ตรงกลางตามที่เห็น

ส่วนโลโก้ DELL จะวางไว้สวยๆอยู่ด้านล่างหน้าแบบนี้ครับ

ตัวคีย์บอร์ดวางไว้ได้สมดุลดี ขนาดของตัวแป้นพอดีนิ้ว ให้ความรู้สึกเวลากดสัมผัสทำได้ดีทีเดียว ภายในมีไฟ Backlit อยู่ด้วย แต่ไม่สามารถปรับระดับของไฟได้ นะครับ

ปุ่ม Power จะวางอยู่ที่มุมขวาบน พร้อมไฟสถานะเวลาเปิดเครื่องอยู่เด่นๆ ไม่ไปกดพลาดโดนเวลาพิมพ์แน่นอนครับ

ตัว TouchPad มีขนาดที่พอดีบกับตัวเครื่องเลยใช้งานได้ง่าย รองรับ Multi-Touch แต่ที่น่าสนใจคือตัวปุ่มคลิกซ้าย-ขวานั้นสามารถกดลงไปได้อย่างเต็มไม้เต็มมือ ให้อารมณ์เหมือนเมาส์แบบเก่าๆเลย :P

รอบๆตัวเครื่องจะมีพอร์ตการเชื่อมต่อที่เรียกว่าให้มาครบเลยล่ะครับ เริ่มจากฝั่งซ้ายของตัวเครื่องมีพอร์ตชาร์จไฟ, USB Type-C, HDMI พอร์ต, USB 3.0 หนึ่งพอร์ต

ส่วนด้านขวาก็ยังมีช่องหูฟัง 3.5 มม., ช่องใส่ Micro-SD การ์ด, ช่องใส่ซิมการ์ด, USB 3.0 อีกพอร์ต และช่องสาย LAN เห็นเครื่องเล็กๆแบบนี้แต่ให้มาครบจริงๆใช่ไหมล่ะ

วัสดุตัวเครื่องเป็นผิวสัมผัสแบบด้านให้ความรู้สึกเวลาใช้งานที่ดี ไม่ลื่นจนเกินไปและก็ไม่แข็งกระด้างเวลาเอามือรองเท่าไหร่

พลิกกลับมาดูที่ใต้เครื่องจะเห็นช่องระบายความร้อนของตัวเครื่องพร้อมกับลำโพงหลักของตัวเครื่องที่ 2 ตัวด้วยกัน

ตัวลำโพงที่วางไว้เมื่อใช้งานปกติก็จะให้เสียงที่กระจายออกมาที่ด้านหน้าของเราโดยตรง ถึงแม้ว่าตัวเสียงที่ได้จะไม่ได้โดดเด่นเท่าไหร่ แต่ก็ให้มิติและทิศทางที่รับกับการใช้งานทั่วไปได้เป็นอย่างดี

ฝาพับของตัวเครื่องสามารถกางออกได้สูงสุดถึง 180 องศาหรือเรียกว่าการนอนได้เลย ตรงนี้ช่วยให้เราสามารถปรับมุมมองได้หลากหลายไม่ว่าจะวางใช้งานบนตัก วางใช้งานปกติบนโต๊ะ หรือกางออกจนสุดเพื่อเพื่ออะไรดีล่ะ แต่เอาเป็นว่าตัวหน้าจอสามารถกางได้สูงสุดถึง 180 องศานั่นล่ะครับ :P

รวมๆแล้วในเรื่องของดีไซน์อาจจะดูไม่หวือหวาหรือสวยงามสไตล์แฟชั่นเท่าไหร่ เพราะรุ่นนี้เป็นโน้ตบุ๊คภาคธุรกิจสำหรับองค์กรน่ะนะ แต่ถ้าพูดถึงการออกแบบเพื่อการใช้งานก็ทำได้ดีด้วยขนาดที่กะทัดรัดพกพาง่าย แถมได้พอร์ตการใช้งานต่างๆได้อย่างครบถ้วน เหมาะกับการยกไปใช้ทำงานนอกสถานที่หรือพกไปเสนองานให้ลูกค้าจริงๆครับ

ระบบปฏิบัติการ

ด้วยความที่เป็นโน้ตบุ๊คสำหรับทำงานเรื่องระบบปฏิบัติการก็ไม่ต้องเป็นห่วงครับ เพราะ DELL Latitude 7390 นั้นมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro มาให้เลย พร้อมใช้งานกันอย่างจริงจังไม่ต้องไปติดตั้งกันให้วุ่นวายทีหลัง

ซึ่งถึงใช้งานในองค์กรหรือระดับธุรกิจนั้นตัว Windows 10 Pro ก็จะได้ในเรื่องความปลอดภัยที่มากกว่าด้วย ตรงนี้ถือว่าเหมาะสำหรับคนที่ใช้งานจริงจังเป็นเรื่องเป็นราวมากครับ

นอกจากนี้สำหรับองค์กรยังมีโซลูชั่นปกป้องข้อมูลของเราอย่าง Dell Data Protection, Dell Controlvault 2.0 รวมถึงตัวอ่านลายนิ้วมือและกล้องอินฟราเรดเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลภายในอีกด้วย

การใช้งาน

ส่วนในเรื่องการใช้งาน สำหรับคนที่ต้องการใช้งานด้านเอกสารทั่วไปก็สะดวกเหมาะสมเลย ตัวคีย์บอร์ดอย่างที่บอกว่าใช้งานได้อย่างคล่องแคล่วทีเดียว ตัวปุ่มกดออกแบบมาได้พอดีกับการกดและเคาะลงน้ำหนักได้เป็นอย่างดี พิมพ์งานนานๆไม่รู้สึกเมื่อยมือ

หรือจะเป็นงานด้านกราฟิกย่อมๆอย่างการตัดต่อรูปภาพหรือทำคอนเทนต์ด้านออนไลน์ก็ใช้งานได้ดี ด้วยหน่วยประมวลผลตัวล่าสุดอย่าง intel i5 8520U เร็วแรงพอจะใช้งานทั่วๆไปได้เป็นอย่างดี อย่างงานที่คอนเทนต์อย่างผมใช้ Photoshop พิมพ์บทความก็สบายๆครับ

จะโอนถ่ายข้อมูลหรือโอนภาพต่างๆก็ทำได้ง่ายเพราะตัวเครื่องมีพอร์ตที่ค่อนข้างครับ มี USB 3.0 มาตรฐานมาให้เสียบ Flashdrive ได้เลยไม่ต้องมาหาอแดปเตอร์ต่อแยกหรือจะใส่ Micro-SD โอนรูปต่างๆก็ทำได้เช่นกัน

เรื่องความร้อนและเสียงจากการใช้งานก็ไม่ได้ดังหรืออุณหภูมิสูงจนเกินไป ทำงานได้อย่างราบรื่นดีครับ

อ๊ะๆ ลืมบอกไปอีกอย่างที่ทำให้รุ่นนี้น่าสนใจก็คือเรื่องของการรองรับระบบ 4G LTE ที่เราสามารถเอาซิมมาใส่ใช้งานได้ด้วย เวลาพกพาไปข้างนอกแล้วไม่มี WiFi ที่ใช้ได้ ไม่อยากจะเอามือถือมาเปิด Hotspot ก็ใส่ซิมเข้าไปที่ตัวเครื่องโดยตรงได้เลย ช่องใส่ซิมจะอยู่ที่มุมขวาของตัวเครื่องนั่นล่ะครับ

ระบบภาพและเสียง

ทำงานเป็นหลักก็จริงแต่บางครั้งก็ต้องผ่อนคลายกันบ้าง ในเรื่องของการแสดงผลบนต่างๆรุ่นนี้ทำได้น่าสนใจด้วยความที่เป็นหน้าจอ IPS แบบ Anti-Glare หรือหน้าจอด้านทำให้มุมมองและการแสดงผลลดแสงสะท้อนที่ดี สีสันก็สวยคมชัด ใช้งานได้ด้านดูวิดีโอหรือคลิปต่างๆได้อย่างคมชัดดีเลยล่ะ

ส่วนเรื่องเสียงอย่างที่บอกไปว่าลำโพงของรุ่นนี้ไม่ได้มีเสียงที่รุนแรงมากมาย แต่สำหรับการใช้งานด้านลำโพงทั่วไปก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว ด้วยทิศทางที่เหมาะสม หรือถ้าเสียงลำโพงไม่ดังพอก็เสียบหูฟังที่ช่อง 3.5 มม. แล้วทำงานแบบไม่รบกวนคนอื่นได้เช่นกัน

แบตเตอรี่

ด้วยการที่เป็นโน้ตบุ๊คสายทำงาน เรื่องแบตเตอรี่ก็เป็นส่วนสำคัญเพราะหากเราเอาไปใช้งานนอกสถานที่แล้วแบตฯอยู่ได้ไม่นานมากนักคงเป็นปัญหาเนาะ รุ่นนี้เท่าที่ลองใช้งานทำคอนเทนต์ทั่วไป ถือว่าทำได้ดีทีเดียวแบตเตอรี่พอให้เราใช้งานได้ราวๆ 7-8 ชม. ต่อการใช้จริง เหมาะสำหรับคนที่ต้องออกไปทำงานข้างนอกหรือไปพบปะลูกค้าแล้วไม่อยากพกอแดปเตอร์ชาร์จไฟไปด้วยหรือถ้าเกิดจำเป็นต้องใช้งานนานจริงๆตัวอแดปเตอร์ก็ไม่ได้ใหญ่เกินไปจนพกพาลำบากครับ ยังพกไปใช้งานด้วยได้อยู่เหมือนกันครับ

ราคา 45,900 บาท

ปิดท้ายกันที่ราคาค่าตัวของ Latitude 7390 วางจำหน่ายในบ้านด้วยราคา 45,900 บาท ได้ประกัน On Site นานถึง 3 ปีเลยทีเดียว ใช้งานกันได้อย่างสบายใจเลยล่ะครับแบบนี้

สรุป

DELL Latitude 7390 ก็ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คสำหรับใช้งานได้อย่างดีทีเดียว เพราะทั้งขนาดตัวเครื่องที่เหมาะกับการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่น้ำหนักเบา พอร์ตการเชื่อมต่อที่ครอบคลุมไม่จำเป็นต้องพกอุปกรณ์เสริมไปด้วยเยอะแยะ รวมถึงแบตเตอรี่ที่อึดทนใช้งานได้ยาวนานก็ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ในเรื่องสเปคภายในก็อัปเกรดมาให้ได้เป็นตัวล่าสุดพร้อมใช้งานในด้านพื้นฐานไปถึงระดับทำงานกลางๆได้เป็นอย่างดี รวมๆแล้วสำหรับเพื่อนๆที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่เน้นพกพาทำงานได้อย่างครบครันอีกทั้งยังได้ประกัน On Site นานถึง 3 ปีให้อุ่นใจ เจ้า DELL Latitude 7390 ตัวนี้ก็ถือว่าตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ :D

จุดเด่น

  • หน้าจอ IPS 13.3" แสดงผลได้สวยงาม มุมมองกว้าง
  • ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา
  • วัสดุตัวเครื่องทำแข็งแรงและดูดี
  • แบตเตอรี่อึดทน ใช้งานได้ยาวนาน

จุดสังเกต

  • ลำโพงเสียงไม่ดังเท่าไหร่
  • ดีไซน์ตัวเครื่องไม่โดดเด่น

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite