Review : เจาะลึก 9 ฟีเจอร์เด่นของ Sony A7III ที่จะช่วยให้งาน Portrait ง่ายขึ้น

น้าป๋วย | 30 เม.ย. 2561 12:54:44

15961

VIEWS น้าป๋วย

Review : เจาะลึก 9 ฟีเจอร์เด่นของ Sony A7III ที่จะช่วยให้งาน Portrait ง่ายขึ้น

เป็นอีกหนึ่งรีวิวหลังจากที่น้าป๋วยไปสอยเอา Sony A7III มาเรียบร้อยแล้ว เลยอยากเอามาเล่าสู่กันฟังถึงประสิทธิภาพและจุดเด่นสำคัญๆที่น้าป๋วยชอบในกล้องตัวนี้ เพราะนี่คือ "เจาะลึก 9 ฟีเจอร์เด่นของ Sony A7III ที่จะช่วยให้งาน Portrait ง่ายขึ้น" ซึ่งน้าป๋วยได้นำเอา Sony A7III มาลองถ่ายภาพสาวๆล้วนๆ เพื่อที่จะดูว่ากล้องตัวนี้มันตอบโจทย์สาย Portrait อย่างเราได้มากแค่ไหน

สำหรับกล้อง Sony A7III ตัวนี้ ต้องเกริ่นก่อนว่าเป็นกล้อง Mirrorless ที่ใช้เซ็นเซอร์ Full Frame ที่ทาง Sony ระบุว่าเป็น Basic Model สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ไม่ได้ต้องการไฟล์ใหญ่เหมือนกับ A7RIII หรือต้องการความเร็วสูงเพื่อถ่ายภาพกีฬาอย่าง A9 แต่ด้วยประสิทธิภาพการทำงานต่างๆที่นำเอามาจากรุ่นพี่ทั้งสองมาไว้ในตัวหลายอย่าง รวมถึงราคาเปิดตัวที่อยู่ในระดับที่เรียกว่าคุ้มค่าตัว จึงทำให้กล้อง Sony A7III กลายเป็นกล้องที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตอนนี้ และน้าป๋วยเคยรีวิวการใช้งานทั่วไปในตอนแรกไว้แล้ว (ดูรีวิวการใช้งานทั่วไปได้ที่นี่) ดังนั้น บทความนี้จึงขอไม่พูดถึงเรื่องสเปคมากนัก แต่จะกล่าวถึงฟีเจอร์ต่างๆเกี่ยวกับการถ่ายภาพแนว Portrait เผื่อใครกำลังมองหากล้องสำหรับถ่ายภาพแนวนี้โดยเฉพาะ เอาล่ะ! มาไล่เรียงกันดูดีกว่าว่าฟีเจอร์เด่นๆของกล้องตัวนี้มีอะไรเด็ดสำหรับการใช้งานถ่ายภาพแนว Portrait กันบ้าง


 

1. เซ็นเซอร์รุ่นใหม่ จัดการ Noise ได้ดีขึ้น

จุดเด่นที่เป็นหัวใจของการปรับปรุงในกล้องรุ่นใหม่อย่าง Sony A7III ตัวนี้ก็คือ เซ็นเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่นำเอาเทคโนโลยี BSI (Back Side illuminated) มาใช้ ซึ่งเซ็นเซอร์ที่ว่านี้โดดเด่นในเรื่องของเซลล์รับแสง Photodiode อยู่ใกล้พื้นผิวของเซ็นเซอร์ พูดง่ายๆคือสามารถรับแสงได้ดีขึ้น ทำให้ได้คุณภาพของไฟล์ภาพดีขึ้น จัดการ Noise ก็ง่ายขึ้นด้วย กล้องตัวนี้จึงตอบโจทย์ในกรณีที่คุณต้องการถ่ายภาพบุคคลในที่แสงน้อย เช่น งานอีเวนท์ หรืองานคอนเสิร์ต รวมถึงการไปเดินถ่ายภาพ Night Portrait ด้วย

จากการทดสอบถ่ายภาพบุคคลในที่แสงน้อย และลองใช้ ISO ที่ 51200 ปรากฎว่าภาพที่ได้ออกมาน่าทึ่งมาก เพราะไม่คิดว่าจะทำได้ขนาดนี้ ยิ่งถ้าเทียบกับตัวเก่าอย่าง A7II แล้ว ถือว่าเหนือกว่าค่อนข้างมากเลยทีเดียว และนี่น่าจะเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่เป็นเหตุผลหลักให้หลายๆคนอัพเกรดหรือตัดสินใจซื้อกล้องรุ่นนี้ด้วย

ตัวอย่างภาพจากการถ่ายภาพที่ ISO 51200 พร้อมตัวอย่าง Crop 100% เพื่อดูเรื่อง Noise


 

2. Skin Tone และ White Balance ที่ดีขึ้น

มีช่างภาพที่น้าป๋วยรู้จักหลายท่าน บอกว่ากล้อง Sony นั้นออกจะติดเหลือง สีภาพอมเหลือง ทำให้ต้องมาปรับ White Balance เพื่อชดเชย หรือต้องมานั่งแต่งไฟล์แก้สีกันภายหลัง เพราะผิวของตัวแบบจะออกไปโทนเหลือง แต่สำหรับ Sony A7III แล้ว ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เพราะกล้องรุ่นใหม่นี้ได้รับการปรับปรุงในเรื่อง Skin Tone ให้ดีขึ้น รวมไปถึงความฉลาดของ White Balance ที่ดีขึ้น ถ่ายออกมาหลังกล้องแล้วไม่ออกติดเหลือง นอกเสียจากว่าไปเจอแสงไฟเหลืองๆจริงๆ

จากการนำกล้องไปถ่ายภาพในแสงธรรมชาติแล้ว ภาพที่ได้ตามที่เห็นเลย ไม่ได้มีการปรับแต่งโทนสีผิวแต่อย่างใด เป็นไฟล์ JPG จากกล้องล้วนๆ แค่ย่อไฟล์ลงเว็บไซต์แค่นั้นเอง ทำให้กล้อง Sony A7III ช่วยในเรื่องของการถ่ายภาพ Portrait แบบจบหลังกล้องได้ง่ายขึ้นมากจริงๆ ... แนะนำหน่อยว่าหากถ่ายภาพบุคคลที่ต้องการให้ดูเป็นโทนสว่างใสแบบที่สาวๆทั่วไปชอบ แนะนำว่าเปิดชดเชยแสงสัก +0.3 ถึง +1.0 เพื่อช่วยให้หน้านางแบบสว่างขึ้นกว่าปกติ เนื่องจากกล้องจะวัดแสงตรงค่าเทากลาง ซึ่งหากไม่ได้ชดเชยแสงสักหน่อย หน้านางแบบจะดูไม่ขาวใส วิธีนี้ช่วยให้จบหลังกล้องได้ง่ายขึ้น บวกกับ Skin Tone ใหม่ของ A7III ก็ช่วยให้ได้ภาพสวยงามมากขึ้น เสียดายที่ Sony ตัดเอาโหมด Soft Skin Effect ออกไป ไม่งั้นจะจบหลังกล้องได้ง่ายกว่านี้

ภาพตัวอย่างด้านบน ลองถ่ายภาพในแสงทังสเตนบ้าง แน่นอนว่าแสงประเภทนี้จะสาดแสงสีเหลืองอย่างเต็มที่ ไม่ว่ากล้องตัวใดเจอแสงประเภทนี้ก็จะทำให้ภาพออกมาในโทนเหลืองแน่นอน แต่สำหรับ Sony A7III มีจุดเด่นหนึ่งในการปรับตั้งค่า White Balance คือสามารถเลือกได้ว่าจะปรับ Auto White Balance เน้นแบบใด โดยมีให้เลือก 3 แบบคือ Standard , Ambience และ White โดยแบบแรกที่เรียกว่า Standard กล้องจะคำนวณค่าอัตโนมัติ แต่หากต้องการเก็บบรรยากาศแสงสีก็ให้ใช้แบบ Ambience ส่วนสุดท้ายที่เรียกว่า White กล้องจะพยายามปรับตั้งค่าให้ส่วนที่แสดงสีขาวเป็นสีขาวมากที่สุด 

หลังจากปรับค่ากล้องให้เน้นเป็น White แล้วพบว่า กล้องจะตั้งค่า White Balance ให้ขาวขึ้นจริงๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะการถ่ายภาพของแต่ละคน แต่ละสถานการณ์ว่าต้องการแบบไหน หากต้องการเก็บแสงบรรยากาศก็เน้นไป Ambience เลย แต่หากเน้นส่วนที่ขาวต้องถูกต้องก็ปรับไปที่ White และถ้าหากไม่ได้เน้นทางไหนอาจจะใช้ Standard ก็ได้ แล้วมาปรับค่าภายหลัง ซึ่งน้าป๋วยว่ากล้องตัวนี้มันฉลาดพอที่จะเลือกค่าสีที่ถูกต้องให้ตามที่เราปรับตั้ง ทำให้ถ่ายงานได้ง่ายขึ้นแน่นอน


 

3. Dynamic Range 15 Stops

จุดเด่นที่ได้รับการปรับปรุงขึ้นมาอีกอย่างของ Sony A7III ตัวนี้ก็คือเรื่องของ Dynamic Range ที่กว้างถึง 15 Stops นั่นหมายความว่าเราสามารถเก็บรายละเอียดของภาพในส่วนที่มืดและสว่างได้มากขึ้น ซึ่งในการถ่ายภาพ Portrait ก็จะช่วยในเรื่องของภาพที่ได้จะเห็นรายละเอียดมากขึ้น อย่างเช่น รายละเอียดของใบหน้านางแบบที่กล้องยังสามารถบันทึกได้แม้เป็นส่วนที่อยู่ในเงามืดบนใบหน้า หรือฉากหลังที่ยังคงเก็บรายละเอียดไว้ได้ในกรณีการถ่ายภาพย้อนแสงในสภาพแสงที่ไม่แตกต่างรุนแรงจนเกินไปนัก รวมไปถึงไฟล์ Raw ที่เราสามารถมา "ขุด" หรือ "ดึง" รายละเอียดขึ้นมาได้

ลองดูตัวอย่างภาพด้านล่างที่ผ่านการปรับแต่งจากการถ่ายภาพย้อนแสงนั่นเอง โดยไฟล์ RAW ของ A7III นั้นก็สามารถดึงเอารายละเอียดกลับมาได้มากทีเดียว และแน่นอนว่าการถ่ายภาพ Portrait ในลักษณะนี้จะได้ภาพที่มีรายละเอียดกลับมาได้มากขึ้น นับว่าเป็นฟีเจอร์เด็ดของ Sony A7III ตัวนี้ที่ไม่แพ้กล้องรุ่นพี่อย่าง A7RIII ในราคาที่ถูกกว่า


 

4. ระบบโฟกัสยกเครื่องใหม่มาจาก Sony A9

มีคำล้อเล่นกันในกลุ่มผู้ใช้งานกล้อง Sony โดยเฉพาะผู้ใช้งาน Sony A9 ว่า "ติดดอย" ซึ่งหมายความว่า A7III ที่ออกมาภายหลังนั้นมีราคาที่ถูกกว่าครึ่ง แต่ได้ใช้ระบบโฟกัสสุดเทพของ A9 ทั้งจุดโฟกัส 693 จุดแบบ Phase Detection ครอบคลุมพื้นที่ 93% ของภาพ ต่างกันแค่ระบบประมวลผลที่ A9 ยังคงเร็วกว่า ซึ่งผู้ใช้งานทั่วไป โดยเฉพาะสาย Portrait ที่ไม่ได้ต้องการรัวภาพหรือโฟกัสภาพเร็วขนาดถ่ายภาพกีฬาอย่างน้าป๋วยเอง ถือว่าเพียงพอและตอบโจทย์มากๆอยู่แล้ว

เพราะจากการใช้งานจริงของน้าป๋วยเอง ระบบโฟกัสของ A7III นี่เร็วกว่าตัว A7II มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจริง โดยเฉพาะระบบ Face Detection ที่ทำงานได้ดีมาก แม้จะอยู่ห่างจากตัวแบบ ก็ยังสามารถตรวจเจอใบหน้าได้ หรือลองให้นางแบบหันหลังแล้วหมุนตัวกลับมา กล้องก็สามารถจับจังหวะ และยังสามารถใช้ Face Detection เข้าเป้าได้อย่างง่ายดาย ใครที่ชอบถ่ายภาพบุคคลจะถ่ายภาพได้ง่ายมากขึ้น แถมจัดองค์ประกอบภาพไว้ได้ล่วงหน้าเลยไม่ต้องมานั่งเลือกหาจุดโฟกัสหรือโฟกัสแล้วมานั่งจัดองค์ประกอบภาพภายหลัง

จุดเด่นอีกอย่างของ Sony A7III ที่น่าประทับใจมากคือเรื่องของระบบ Eye AF ที่ทำงานร่วมกับระบบ Face Detection ได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าตัวแบบจะใส่แว่น หันข้าง หลับตา หรือมีอะไรมาบดบังบางส่วนของใบหน้าก็ยังสามารถโฟกัสได้ ช่างภาพสาย Portrait อย่างเรานี่ยิ้มเลย เพราะมันทำงานง่ายขึ้นจริงๆ ง่ายจนขนาดมือใหม่สามารถยื่นกล้องให้ถ่ายเราได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะไปโฟกัสฉากหลังอีกต่อไป (ใครเคยเจอปัญหานี้มั่งล่ะ ให้คนอื่นถือกล้องถ่ายให้ โฟกัสวืดทุกที รับรองว่า A7III ช่วยท่านได้)


 

5. AF-C + Eye AF คือจิกยิ่งกว่าเมีย

พูดถึงเรื่องระบบออโต้โฟกัสไปแล้ว แต่ฟีเจอร์นี้หากคุณใช้งานร่วมกันระหว่างระบบ AF-C และ Eye AF ด้วยกัน ก็ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมสำหรับการถ่ายภาพ Portrait ที่ตัวแบบมีการเคลื่อนไหว ใครที่มองหากล้องไปถ่ายรูปลูก รูปหลานหรือเด็กๆที่ไม่ค่อยอยู่นิ่งให้ถ่ายรูป Sony A7III จะทำให้การถ่ายภาพง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยระบการ Tracking ติดตามวัตถุ ที่โฟกัสจิกตามดวงตาของตัวแบบ จากการทดสอบจริงหากไม่ได้เคลื่อนไหวเร็วมากนัก สามารถโฟกัสได้เข้าทุกรูป แต่หากมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเช่นการวิ่ง ก็ยังสามารถโฟกัสเข้าได้อย่างน้อย 7-8 ภาพต่อการถ่ายภาพแบบต่อเนื่อง 10 ภาพต่อวินาทีที่กล้องทำงานได้

ดูตัวอย่างจากภาพที่เอามาทำเป็น Gif Animation ก่อนได้เลยว่ากล้องสามารถตามโฟกัสได้ตลอด สำหรับระบบการโฟกัสนี้ยังสามารถทำงานร่วมกับเลนส์นอกค่ายที่ผ่านการใช้งานกับอแดปเตอร์แปลงเมาท์เลนส์ที่เป็นออโต้โฟกัสได้อีกด้วย เรียกได้ว่านี่คือฟีเจอร์สุดโหดของกล้อง Sony A7III ที่ต้องใช้คำว่า "ตามจิกยิ่งกว่าเมีย" ซึ่งเป็นคำเปรียบเปรยที่ผู้ใช้งานหลายๆคนบอกมา


 

6. ใช้งานกับเลนส์ได้หลากหลาย ได้คาแรคเตอร์ของเลนส์มากมายโดยไม่ต้องเปลี่ยนกล้อง

ข้อดีของกล้อง Sony A7III ที่หลายคนหลงใหล นั่นก็คือการใช้งานร่วมกับเลนส์ต่างๆได้มากมาย จุดเด่นนี้เป็นจุดเด่นของ Sony มาแต่แรกแล้ว โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้เลนส์ของ Sony เองได้ ทั้งเมาท์ FE และเมาท์ A ผ่านอแดปเตอร์ และเลนส์ของ Sony เอง ณ ตอนนี้ก็ถือว่ามีครบช่วงการใช้งานตั้งแต่มุมระยะกว้างไปจนถึงเลนส์เทเลประสิทธิภาพสูง และสำหรับสาย Portrait นั้นก็จะมีเลนส์หลักๆที่ใช้งานประจำในช่วงระยะ 50mm , 85mm หรือ 70-200mm ก็มีเลนส์เมาท์ FE ให้เลือกหลายรุ่นหลายราคา

ที่เหนือชั้นขึ้นไปอีกคือกล้อง Sony A7III นั้น มีระบบออโต้โฟกัสที่รวดเร็วอย่างที่บอกไปแล้ว จนกลายเป็นจุดเด่นที่ทำให้หลายคนสามารถนำเลนส์เก่าบางรุ่นบางตัวที่มีอยู่เดิมมาใช้งานได้ผ่านอแดปเตอร์ และการที่กล้องสามารถใช้งานกับเลนส์ที่หลากหลายนี้ช่วยให้มีโอกาสเลือกใช้งานเลนส์ที่มีคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันออกไปสำหรับสร้างสรรค์ภาพถ่ายได้มากมาย แค่เลนส์เมาท์ FE ของ Sony เองก็มีหลายตระกูลที่ให้ลักษณะของโทนภาพที่ต่างกันออกไปทั้ง ZEISS หรือ GM ที่ได้รับการยอมรับเรื่องคุณภาพ และแน่นอนว่าสาย Portrait ก็มักจะสรรหาเลนส์ต่างๆที่ช่วยให้ได้โทนสี โบเก้ หรือเลนส์ที่มีความโดดเด่นในแบบต่างๆมาใช้งาน ซึ่งผู้ใช้ Sony A7III จะมีตัวเลือกเลนส์ได้เยอะกว่า โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนกล้องหลายๆตัว


 

7. ถ่ายภาพต่อเนื่อง 10 FPS พร้อม Buffer มหาศาล

อีกจุดเด่นหนึ่งที่ทำให้กล้อง Sony A7III น่าใช้มากขึ้น ก็คือเรื่องของการถ่ายภาพต่อเนื่องที่ทำได้เร็วถึง 10 ภาพต่อวินาที ฟังตัวเลขแล้วอาจจะเฉยๆเมื่อเทียบกับ Sony A9 รุ่นพี่ใหญ่ แต่สำหรับการใช้งานในสาย Portrait แล้ว ถือว่าความเร็วระดับนี้เพียงพอต่อความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการจับจังหวะหมุนตัว หรือสะบัดผ้าสวยๆก็ทำได้ง่ายดาย

และที่มาพร้อมกับการถ่ายภาพต่อเนื่องก็คือเรื่องของ Buffer ที่ต้องรองรับไฟล์จำนวนมหาศาลจากการกดถ่ายภาพต่อเนื่อง สำหรับ Sony A7III แล้ว ให้ Buffer มามากพอ โดยตามสเปคหน้ากระดาษระบุว่าหากถ่ายไฟล์ RAW จะได้อยู่ที่ 89 ภาพ และไฟล์ JPG อยู่ที่ 177 ภาพ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เยอะมาก แถมถ้าได้ SD Card เร็วๆอย่างเช่น Sony SF-G Series ที่ตัวการ์ดเองรองรับความเร็วในการเขียนไฟล์ลงการ์ดได้ถึง 299MBต่อวินาที ยิ่งจะช่วยให้การเคลียร์ Buffer ทำได้รวดเร็วมากขึ้นไปอีก

ซึ่งตรงนี้เป็นข้อดีสำหรับการถ่ายภาพในงานอีเวนท์ต่างๆที่ต้องการจับจังหวะภาพ ยิ่งใช้งานร่วมกับระบบ AF-C และ Eye AF ยิ่งมีโอกาสได้ภาพ Portrait สวยๆ การบันทึกภาพจังหวะดีๆก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปหรือจะใช้งานถ่ายวีดีโอ 4K ก็ยอดเยี่ยมที่สุด!


 

8. กันสั่นเทพ ช่วยได้ถึง 5 สตอป

ฟีเจอร์สำคัญใน Sony A7III ที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างระบบลดการสั่นไหว (Image Stabilization) หรือที่เรารียกกันติดปากว่าระบบกันสั่น สำหรับกล้องรุ่นนี้สามารถช่วยลดการสั่นไหวได้ถึง 5.0 สตอป นั่นหมายความว่าเราสามารถใช้งานความเร็วชัตเตอร์ต่ำได้อย่างสะดวก แม้ถ่ายภาพในที่แสงน้อย หรือต้องการสร้างเอฟเฟคท์บางอย่างให้ภาพ ก็ยังสามารถใช้มือประคองกล้องถ่ายภาพอย่างเดียวได้อย่างคมชัด ไม่ต้องพึ่งพาขาตั้งกล้อง

จากภาพตัวอย่างการใช้งานถ่ายภาพ Night Portrait แนวสตรีทที่ต้องการให้เห็นการเคลื่อนไหวของบรรยากาศรอบๆ การใช้งานความเร็วชัตเตอร์ต่ำจึงเป็นวิธีการสร้างเอฟเฟคท์ให้ภาพได้อย่างสวยงาม โดยภาพตัวอย่างที่เห็นสามารถใช้ความเร็วชัตเตอร์ได้ต่ำถึง 1/8 วินาที อีกทั้งไม่ต้องพึ่งขาตั้งกล้อง เพราะการถ่ายภาพในสถานที่ดังกล่าวหากใช้ขาตั้งกล้องก็ไม่สะดวกแน่ๆ ระบบกันสั่นของ Sony A7III จึงมีประโยชน์มากและถือเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่ช่วยให้การถ่ายภาพง่ายและสนุกขึ้นอย่างมาก ยิ่งใช้งานร่วมกับระบบแฟลชแบบ Slow Sync ก็ยิ่งช่วยให้ได้ภาพที่สวยงามมากขึ้นกว่าการถ่ายภาพปกติแน่นอน


 

9. แบตเตอรี่รุ่นใหม่ อึดขึ้นสุดๆ

และข้อสุดท้ายที่น้าป๋วยถือว่าเป็นจุดเด่นที่ลบล้างความเชื่อที่ว่ากล้อง Mirrorless แบตเตอรี่ไม่อึดออกไปได้หมด สำหรับการถ่ายภาพทั้งวันโดยไม่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่กล้องเลย ช่วยให้ช่างภาพเลิกกังวลและหันมามีสมาธิกับการถ่ายภาพได้มากขึ้น สำหรับ Sony A7III นั้น น้าป๋วยขอระบุตรงนี้เลยว่า แบตเตอรี่มันอึดมาก โดยจากการทดสอบใช้งานจริงมาหลายสถานการณ์ ทั้งการถ่ายภาพรับปริญญา ถ่ายอีเวนท์ การออกทริปถ่ายภาพ Portrait ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ แบตเตอรี่รุ่นใหม่นี้สามารถใช้งานได้ทั้งวันจริง แม้ว่าตามสเปคจะระบุว่าถ่ายได้สูงสุด 710 ภาพต่อก้อน แต่ใช้จริงกดได้มากกว่าพันภาพเลยทีเดียว

และการที่ Sony ปรับปรุงในจุดนี้ ก็ทำให้น้าป๋วยเอง ไม่ต้องพกพาแบตเตอรี่หลายก้อนอีกต่อไป มีแค่สำรองไว้อีกสักก้อนก็เพียงพอแล้ว และยิ่งสำหรับการออกทริปถ่ายภาพ Potrrait แล้ว ยิ่งหมดกังวล สามารถออกไปถ่ายภาพได้ทั้งวัน และได้ภาพสวยๆจากกล้องตัวนี้กลับมา แค่นี้ก็ตอบโจทย์การถ่ายภาพ Portrait ของทุกคนได้เป็นอย่างดี

เป็นอย่างไรบ้างกับข้อดีของกล้อง Sony A7III ที่กำลังมาแรง และทั้งหมดนี้ก็คือ 9 ฟีเจอร์เด่นของ Sony A7III ที่จะช่วยให้งาน Portrait ง่ายขึ้น หวังว่าใครที่ลังเลอยู่ก็น่าจะเห็นตัวอย่างภาพพร้อมกับได้อ่านฟีเจอร๋ครบทุกข้อแล้ว คงตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพราะกล้องตัวนี้หลายสำนักให้คำนิยามไว้ว่า "ของมันต้องมี" จริงๆ ถ้าคุณชอบบทความนี้อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนๆด้วยล่ะ ส่วนคราวหน้า จะมีอะไรเด็ดมาแนะนำอีกติดตามได้ที่ TechXcite ที่นี่ที่เดียว!!