พรีวิว Vivo V9 แรกสัมผัสสมาร์ตโฟนจอใหญ่ FullView ขุมพลัง AI ในราคามิตรภาพ!

ป๋าเอก | 26 มี.ค. 2561 11:26:38

22773

VIEWS ป๋าเอก

:: พรีวิว Vivo V9 แรกสัมผัสสมาร์ตโฟนจอใหญ่ FullView ขุมพลัง AI ในราคามิตรภาพ! ::

อีกหนึ่งสมาร์ตโฟนที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยไปแล้วสำหรับ Vivo V9 สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากค่าย Vivo ที่คราวนี้มาพร้อมกับคอนเซปต์ “Perfect Shot, Prefect View” โดดเด่นด้วยหน้าจอขนาดใหญ่เต็มตา FullView Display และเอกลักษณ์เฉพาะตัวกับกล้องหน้า 24 ล้านพิกเซลเพื่อการเซลฟี่ที่สวยงามถูกใจทุกคน โดยในคราวนี้ Vivo ยังชูเรื่องของปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามาช่วยจัดการการทำงานภายในเครื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการถ่ายภาพให้สะดวกและง่ายดายขึ้นกว่าเดิมอีกต่างหาก

แน่นอนว่าในงานนี้ป๋าเอกเองก็ได้ไปร่วมงานเปิดตัวด้วยเลยขอนำภาพบรรยากาศภายในงานและหน้าตาตัวเครื่องมาให้ชมกันเบาๆ ก่อนจะไปพบกับรีวิวเต็มๆของ Vivo V9 โดยเฮียแม็พเร็วๆนี้ครับ

สำหรับ Vivo V9 นั้นโดดเด่นด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.3 นิ้่ว แต่ตัวเครื่องได้รับการออกแบบให้สามารถหยิบจับกระชับมือเหมือนกับสมาร์ตโฟนขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้วทั่วไปครับ

อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องต้องบอกว่าใน Vivo V9 นั้นมากถึง 90% เลยทีเดียว โดยด้านหน้าตัวเครื่องนั้นแทบจะเหลือเพียงแค่ Notch หรือรอยบากด้านบนนิดหน่อย และบริเวณคางด้านล่างหน้าจอเท่านั้น ให้ความรู้สึกของการเป็นสมาร์ตโฟนหน้าจอไร้ขอบได้ดีทีเดียว

โดยอัตราส่วนหน้าจอของ Vivo V9 นั้นอยู่ที่ 19:9 ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถรับอรรถรสในการรับชมคอนเทต์ทั้งรูปภาพและวิดีโอได้อย่างเต็มที่

แต่สิ่งที่ดูเหมือนทาง Vivo จะพยายามพรีเซนต์ให้เป็นพระเอกกันอย่างเต็มที่ใน Vivo V9 นั้นก็คือเรื่องของ AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ ที่หลายๆแบรนด์ก็เริ่มนำมาใส่ไว้ในสมาร์ตโฟนแล้วนั่นเอง

เริ่มต้นกันด้วยฟีเจอร์ AI Face Beauty ใน Vivo V9 ที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบลักษณะของผู้ใช้งานไม่ว่าจะเป็นโทนสีผิว, สภาพผิว, อายุ, เพศ รวมไปจนถึงสภาพแสงโดยรอบ จากนั้นก็จะนำข้อมูลดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลของทาง Vivo ที่มีภาพใบหน้าคนทั่วไปกว่าล้านรูปแบบ

ซึ่งหน้าที่ของ AI ตรงส่วนนี้ก็คือการปรับแต่งภาพเซลฟี่ของเราด้วยอัลกอริทึมให้ได้ภาพออกมาดูดีที่สุด แน่นอนว่ายิ่งมีคนใช้งานฟีเจอร์ตรงนี้เยอะ ข้อมูลในฐานของ Vivo ก็จะยิ่งอัปเดตมากขึ้นเรื่อยๆและทำให้ Vivo V9 ยิ่งถ่ายรูปเซลฟี่ออกมาโดนใจกับทุกคนมากที่สุดครับ 

เมื่อพูดถึงเรื่องการเซลฟี่แล้วก็ต้องบอกว่า Vivo V9 นั้นก็ยังจัดหนักจัดเต็มสไตล์ Vivo ด้วยเซนเซอร์ความละเอียดถึง 24 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.0

เมื่อกล้องหน้าของ Vivo V9 ละเอียดคมชัดซะขนาดนี้ ความสนุกก็ต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วยกับฟีเจอร์ AR Sticker ที่เราสามารถใช้กล้องหน้าเพื่อให้ระบบสร้างสติ๊กเกอร์แบบ AR ที่จะขยับไปตามการเคลื่อนไหวใบหน้าของเราแบบเดียวกับที่เห็นเล่นกันเยอะๆใน Facebook, Instagram หรือ Snapchat เพิ่มความแปลกใหมให้กับการเซลฟี่ยิ่งขึ้นไปกว่าเดิมนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ใหม่ตามสมัยนิยมกับการเปลี่ยนอีโมจิธรรมดาๆให้เคลื่อนไหวได้ตามการขยับใบหน้าของผู้ใช้งาน ซึ่งกับของ Vivo V9 นั้นจะใช้ชื่อว่า Funmoji ครับ

อีกหนึ่งเรื่องที่น่าจะถูกใจคอเซลฟี่ทั่วบ้านทั่วเมืองแน่นอนกับการจัดแสงเสมือนถ่ายภาพพอร์เทรตในสตูดิโอกับ AI Selfie Lighting ที่ AI ภายใน Vivo V9 จะสแกนใบหน้าของเราจากสองมิติให้กลายเป็นสามมิติแล้วเราสามารถปรับแต่งแสงได้ตามใจชอบ ซึ่งก็มีให้เลือกทั้งแบบ Natural Light, Studio Lightm Stereo Light และ Monochrome 

พูดถึงกล้องหน้ากันไปเยอะแล้ว มาดูกันที่กล้องหลังของ Vivo V9 กันบ้าง เพราะรุ่นนี้ถือเป็นสมาร์ตโฟนกล้องคู่รุ่นแรกของทาง Vivo เสียด้วย โดยความสามารถที่มาพร้อมกับกล่้องหลังสองตัวแบบนี้ก็คือระบบ Shot Refocus ที่เราสามารถถ่ายภาพก่อนแล้วเลือกจุดโฟกัสรวมไปจนถึงขนาดรูรับแสงเพื่อสร้างโบเก้ละลายหลังในภายหลังได้ตามใจชอบนั่นเอง

ส่วนนี้ก็เป็นอีกหนึ่งความสะดวกในการใช้งานเมื่อมี AI มาดูแลการใช้งานของเราให้ยิ่งง่ายขึ้นไปอีกใน Vivo V9 กับ AI Scene Recognition ที่ระบบจะตรวจจับว่าเรากำลังถ่ายภาพอะไรอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคน, สัตว์, สิ่งของ, สถานที่ หรือแม้กระทั่งเอกสารต่างๆ แล้วเลือกรูปแบบการตั้งค่าให้เหมาะสมกับการใช้งาน โดยจะมีโหมดการใช้งานที่ระบบจะตรวจสอบได้ถึง 18 แบบเลยทีเดียว

มาดูกันที่เรื่องความปลอดภัยภายใน Vivo V9 กันบ้าง ซึ่งก็มาพร้อมกับเทคโนโลยี AI Face Access ที่สามารถปลดล็อคเครื่องได้ด้วยใบหน้าของผู้ใช้งาน ซึ่งเราสามารถใช้ระบบนี้ล็อคการใช้งานแอปหรือการเข้าถึงไฟล์บางส่วนภายในเครื่องของเราได้อีกด้วย

ที่ดูว่าจะเป็นของแปลกใหม่ไม่ซ้ำใครของ Vivo V9 ก็น่าจะเป็นคุณสมบัติ AI Attention Sensing ที่เซนเซอร์ภายในเครื่องจะตรวจจับว่าคุณกำลังใช้งานตัวเครื่องอยู่หรือไม่ หากกำลังใช้งานอยู่ก็จะทำการลดเสียงเรียกเข้า หรือเสียงเตือนข้อความต่างๆให้เบาลงและไม่รบกวนการทำงานของผู้ใช้งานจนเกินไป หมดปัญหาเรื่องของการใช้มือถือพรีเซนต์งานอยู่ดีๆแล้วมีเสียงโทรเข้าดังสนั่นให้เขินทั้งวงประชุมอีกต่อไป!

อีกเรื่องที่ดูเหมือนจะถูกอกถูกใจคอเกมส์ทั้งหลายเป็นอย่างยิ่งก็น่าจะเป็นการที่ Vivo V9 รองรับการทำงานแบบ Game Mode ซึ่งในโหมดนี้จะช่วยให้คุณสามารถเล่นเกมส์ได้โดยไม่ถูกกวนใจมากนัก ไม่ว่าจะเป็นการที่เราสามารถกดรับสายโทรเข้าพร้อมกับเล่นเกมส์ไปได้ด้วยได้...

ระบบ Picture in Picture ที่เราสามารถแตะที่ข้อความแจ้งเตือนระหว่างเล่นเกมส์เพื่อเปิดแอปขึ้นมาแบบเป็นหน้าต่างเล็กๆ แทนที่จะต้องสลับไปที่แอปอื่นแล้วหยุดการเล่นเกมส์ไว้...

...หรือจะเป็น Gaming Keyboard ที่จะกินพื้นที่บนหน้าจอน้อยลงกว่าเดิมขณะที่กำลังเล่นเกมส์ หากอยากจะพิมพ์ข้อความไปพร้อมๆกันด้วย

อันนี้น่าจะถูกใจสายประชันลูกคอเต็มที่กับการที่ Vivo V9 ไปเป็นพาร์ทเนอร์กับ WeSing สำหรับแอป Pocket Karaoke ที่เขาการันตีมาว่าเสียงจะซิงค์กับดนตรีแบบเรียลไทม์จริงๆไม่มีแล็กด้วยนะเออ!

นอกจากนี้ระบบ AI ใน Vivo V9 ยังนำไปสู่เทคโนโลยี AI Smart Engine ที่จะเรียนรู้รูปแบบการใช้งานสมาร์ตโฟนของผู้ใช้งานเพื่อจัดการทรัพยากรภายในเครื่องให้มีประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานมากที่สุด นอกจากนี้สำหรับแอปที่เราใช้งานบ่อยๆนั้นระบบก็จะช่วยเตรียมความพร้อมให้แอปเหล่านี้สามารถเปิดใช้งานได้เร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 20% อีกต่างหาก

การใช้งาน AI เพื่อแยกแยะวัตถุหรือบุคคลภายในภาพถ่ายของเราแล้วสามารถจัดเก็บและค้นหาจากคีย์เวิร์ดด้วย AI Album

หรือการนำภาพถ่ายและวิดีโอที่อยู่ภายในเครื่อง Vivo V9 ของเรามาตัดต่อให้เป็นคลิปวิดีโอ montage ขนาดสั้นๆกับ Memory Film ให้อารมณ์ประมาณ Quik ของ GoPro เลยครับ

ว่าแล้วก็มาสรุปสเปคของ Vivo V9 กันสักหน่อยครับ...

  • ขนาด 154.81 x 75.03 x 7.89 มม.
  • น้ำหนัก 150 กรัม
  • หน้าจอ IPS ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2280 พิกเซล
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 626 Octa Core CPU
  • 4GB RAM
  • ความจุ 64GB เพิ่ม microSD ได้สูงสุด 256GB
  • กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.0
  • กล้องหลังคู่ 16+5 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.0
  • แบตเตอรี่ 3260 mAh
  • ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบด้วย Funtouch OS 4.0
  • สีดำ Pearl Black/สีทอง Gold

โดย Vivo ประเทศไทยจะเปิดจอง Vivo V9 ตั้งแต่วันที่ 22-29 มีนาคม 2018 นี้ ก่อนที่ตัวเครื่องจะเริ่มวางขายตามหน้าร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วไปในวันที่ 30 มีนาคมนี้ ด้วยราคาเพียง 10,999 บาทครับ

ว่าแล้วก็มาดูตัวเครื่องจริงของ Vivo V9 กันสักหน่อย โดดเด่นมาก่อนใครเพื่อนเลยก็คือหน้าจอใหญ่มากกกกก สะใจพระเดชพระคุณแน่นอนสำหรับคนชอบดูหนังหรือเล่นเกมส์ แต่ตัวเครื่องดูไม่ใหญ่เกินไปเลยนะครับ

ที่หลายคนคงจะคาใจอยู่ก็คงเป็นเรื่องของ Notch หรือรอยบากบนหน้าจอที่ดูเหมือนหลายๆแบรนด์มือถือฝั่ง Android ก็เริ่มมีตามพี่แอปเปิ้ลมาแล้วพอสมควร ไม่เว้นแม้กระทั่ง Vivo V9 เองก็ตาม แต่ถ้าหากพิจารณาจากการที่ Google เองก็เริ่มออกมารองรับ Notch อย่างจริงจังแล้วในระบบปฏิบัติการ Android P เวอร์ชั่นต่อไปแล้วก็ดูท่าว่าเราคงหนีไม่พ้นกันแล้วละครับ...

ตัวเครื่องบางพอสมควรเหมือนกันครับสำหรับ Vivo V9 ที่สำคัญก็คือช่องเสียบหูฟังมาตรฐาน 3.5 มม. ยังอยู่จ้า!

สำหรับตัวเครื่องที่เห็นอยู่นี้จะเป็นสีทองซึ่งบอดี้ด้านหลังตัวเครื่องจะเป็นแบบด้าน หยิบจับกระชับมือดีฮะ ส่วนกล้องหลังนั้นจะเรียงตัวในแนวตั้ง โดยมีเซนเซอร์สแกนนิ้วมือวางไว้บริเวณกลางหลังชัดเจนครับ

ส่วนด้านนี้เป็นตัวเครื่องสีดำซึ่งวัสดุจะแตกต่างกันเพราะมีความมันวาวสะท้อนแสงมากกว่าสมชื่อสี Pearl Black เลย ดูโดดเด่นอยู่พอสมควรแต่ก็ต้องแลกมาด้วยรอยนิ้วมือที่โผล่มาให้เห็นเพียบ (นี่เช็ดไปเยอะแล้วนา~~~)

เน้นกล้องหน้าขนาดไหนก็ลองดูได้ครับเพราะ Vivo V9 รองรับ HDR ที่กล้องหน้ากันเลยทีเดียวเลยแหละ!

ลองเล่น AR Stickers ใน Vivo V9 กันสักหน่อย อันนี้รับรองว่าสาวๆคงจะชื่นชอบแน่นอน เพลินดีเหมือนกันนะ

ระบบ AI Face Access ก็อย่างที่บอกไปครับว่าเพิ่มความปลอดภัยให้กับการเก็บข้อมูลภายในเครื่อง Vivo V9 ขึ้นมาพอสมควรเลยละ ไม่ว่าจะเป็นการปลดล็อคเครื่องหรือเข้าถึงการทำงานของแอปต่างๆเป็นต้น

ก็เอาเป็นว่าผมขอจบพรีวิว Vivo V9 กันไว้แบบคร่าวๆก่อนแล้วกันครับ แต่ยอมรับเลยว่าด้วยราคาที่เลยหมื่นมานิดๆบวกกับความสามารถหลายอย่างภายในเครื่องก็น่าจะทำให้หลายๆคนสนใจ Vivo V9 กันได้ไม่ยากเลยละ ยังไงเดี๋ยวเรามีรีวิวแบบเต็มๆของ Vivo V9 โดยเฮียแม็พตามมาให้ได้เสพย์กันอย่างแน่นอน ยังไงอดใจรอกันได้เลยเร็วๆนี้ที่ TechXcite เหมือนเดิมจ้าาาาา!!!

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite