Review : Asus ZenBook Flip S โน้ตบุ๊คปรับมุมมองได้ สะดวกพกพาและพร้อมใช้งานทุกสถานการณ์ !!

เฮียแม๊พ | 10 ม.ค. 2561 16:03:31

23734

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : Asus ZenBook Flip S โน้ตบุ๊คปรับมุมมองได้ สะดวกพกพา
และพร้อมใช้งานทุกสถานการณ์
!!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เรามีโน้ตบุ๊ครุ่นท็อปของ Asus อย่าง ZenBook Flip S (UX370UAมารีวิวให้ชมกัน รุ่นนี้ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คปรับมุมมองได้ที่บางที่สุดในโลกเลยด้วย และนอกจากเรื่องความบางเฉียบแล้ว รูปลักษณ์ภายนอกและสเปคภายในก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน เอาเป็นว่ามาชมรีวิวของเจ้าโน้ตบุ๊คตัวนี้ไปพร้อมๆกันดีกว่าครับ :D

อุปกรณ์ภายในกล่อง

ก่อนอื่นมาดูของที่ติดมาให้ในกล่องกันก่อนว่าเราได้อะไรบ้าง และหลังจากที่เช็คๆดูแล้วก็มีอุปกรณ์มาตรฐานมาให้อยู่ 7 อย่างคือ

  • ตัวเครื่อง ZenBook Flip S
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟ
  • Mini Dock (USB Type-Cto Type A, HDMI)
  • ปากกา Stylus Asus Collection
  • คู่มือและใบรับประกัน
  • ผ้าไฟเบอร์
  • ซองใส่โน้ตบุ๊ค

สเปค Asus ZenBook Flip S UX370UA

  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • หน้าจอ IPS ขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full-HD (Gorilla Glass 5)
  • หน่วยประมวลผล Intel Core i7 7500U 2.7GHz
  • กราฟิก Intel HD Graphics 620
  • แรม 8GB LPDDR3 2133MHz
  • ความจุ 512GB SSD (Pcle 3.0)
  • พอร์ตการเชื่อมต่อ USB Type-C 3.1 x 2, Headphone Jack
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • ขนาด 313 x 218 x 10.9 มม.
  • น้ำหนัก 1.1 กก.

เริ่มกันที่เรื่องสเปคกันก่อนเลย รุ่นนี้ถือว่าเป็นเรือธงเทียบเท่ากับ ZenBook 3 Deluxe เลย เพราะฉะนั้นสเปคภายในก็ถือว่าใกล้เคียงกันพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นหน่วยประมวลผล Intel Core i7 7500U, แรม 8GB, ความจุเป็น SSD 512GB พร้อมใช้งานด้านทั่วๆไปจนถึงกราฟิกกลางๆได้เลย สบายๆครับ แถมรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างของตัวเครื่องด้วย

การดีไซน์ของ ZenBook Flip S

มาเข้าเรื่องรูปลักษณ์กันได้เลย ZenBook Flip S นี้เอาจริงๆก็ดีไซน์ภายนอกไม่ต่างจาก ZenBook 3 Deluxe เท่าไหร่นัก มาพร้อมความบางเฉียบแบบสุดๆ ที่เห็นแล้วต้องบอกเลยว่าอยากจะลองสัมผัสจริงๆ

เช่นเดียวกับ ZenBook 3 สีที่วางจำหน่ายในบ้านเราจะมีสีเดียวคือ Royal Blue โทนน้ำเงินเข้มตัดกับสีทองตามขอบจอได้อย่างลงตัว มีความหรูหรามากๆเลยล่ะ

ZenBook Flip S มาพร้อมหน้าจอ IPS ขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full-HD แบบ Touch Screen ขอบหน้าจอบางเฉียบใช้พื้นที่หน้าจอได้มากถึง 80% เลยทีเดียว ตัวกระจกหน้าจอเป็นแบบ Gorilla Glass 5 ด้วยช่วยเรื่องกันรอยขีดข่วนได้ดีทีเดียวครับ

เหนือหน้าจอมีกล้อง Webcam ความละเอียด VGA อยู่ พร้อมกับไมโครโฟน 2 ตัวอยู่ข้างๆกัน

คีย์บอร์ดของรุ่นนี้จะเป็นสีกรมท่าตัดกับสีทองบนตัวอักษรที่สกรีนไว้ เข้ากันมากเมื่ออยู่บนสีเครื่องแบบนี้ครับ มีไฟ Backlit อยู่ข้างใต้นี้ด้วยครับ ปรับระดับได้ 3 ระดับเช่นเคยความรู้สึกตอนพิมพ์ก็ทำได้ดีครับ ตัวปุ่มใหญ่พอสำหรับการวางนิ้ว และเคาะกดได้อย่างสะดวก

Touchpad ของรุ่นนี้มีขนาดกำลังพอดี ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไปครับ ทำงานได้ลื่นไหลทั้งพวกระบบ Multi-Touch หรือ Gesture ต่างๆ มีเส้นแบ่งคลิปซ้าย - ขวาอยู่ตรงกลางชัดเจน

ปุ่ม Power ถูกวางไว้ที่ด้านขวาของตัวเครื่อง แอบคล้ายกับพวกสมาร์ทโฟนพอสมควร แถมยังมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงด้วยนะ

แต่ที่เด่นกว่านั้นก็คือมีตัวเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ด้วย ช่วยเพิ่มในเรื่องของการปลดล็อคที่รวดเร็วมากขึ้นไม่จำเป็นต้องกดรหัสแล้ว ตรงด้านขวาของตัวเครื่องนี้จะมีพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C 3.1 มาให้ด้วย

ด้านซ้ายก็มีพอร์ต USB Type-C อีก 1 พอร์ต พร้อมกับช่องแจ็คหูฟัง 3.5 มม. เท่ากับว่ารุ่นนี้มีพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C มาทั้งหมด 2 ช่องครับ

ช่องพัดลมระบายอากาศจะอยู่ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่องถัดลงมาจากช่องหูฟังนี่เลย ส่วนตัวไม่ค่อยชอบตำแหน่งนี้เท่าไหร่เพราะความร้อนเวลาใช้งานหนักๆจะออกที่ด้านข้างเป็นหลัก เวลาวางของไว้ด้านซ้ายนี่อุ่นๆกันไปเลยทีเดียว

ฝาหลังของรุ่นนี้จะเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล ZenBook เลย มีลวดลายแวววาวออกมาจากตัวโลโก้สวยๆ

ตัวหน้าจอของรุ่นนี้สามารถปรับมุมได้กว้างสุดแบบ 360 องศา เรียกว่าหมุนกลับมาใช้งานเป็นแท็บเล็ตได้เลยล่ะ นี่แหละคือจุดเด่นของซีรีส์ ZenBook Flip เนาะ

ด้านล่างตัวเครื่องมีลำโพงวางอยู่ถึง 4 ตัว เลยทีเดียว เสียงที่ได้ก็มีมิติใช้ได้เลยล่ะ กระจายออกจากด้านล่างของตัวเครื่องชัดเจน

ความบางและน้ำหนักของ ZenBook Flip S รุ่นนี้ทำได้ยอดเยี่ยมสมกับที่เป็๋นโน้ตบุ๊คที่บางและเบาที่สุดจริงๆ ตัวเครื่องมาพร้อมความบางเพียง 10.9 มม. เท่านั้น แถมน้ำหนักยังเบาเพียง 1.1 กก.อีก เหมาะสำหรับคนที่ชอบพกไปทำงานนอกสถานที่อย่างมากเลย

รวมๆแล้วดีไซน์ของรุ่นนี้ถือว่าทำออกมาได้หรูหราใช้ได้ด้วยวัสดุแบบอลูมิเนียมขัดเงา แถมความบางและเบายังทำได้อย่างน่าประทับใจ อีกทั้งยังสามารถปรับมุมมองของจอได้หลากหลายใช้งานได้ทั้งแบบโน้ตบุ๊คหรือแท็บเล็ตทัชสกรีนด้วย ผู้ที่ชื่นชอบโน้ตบุ๊คสายบางเบาและความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนมุมมอง น่าจะถูกใจเจ้า ZenBook Flip S ตัวนี้อย่างมากเลยล่ะครับ

ระบบปฏิบัติการ

Asus ZenBook Flip S ให้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home มาในตัวเลย พร้อมใช้งานตั้งแต่เปิดกล่อง ไม่จำเป็นต้องไปหาตัว Windows แท้มาติดตั้งทีหลังให้วุ่นวายครับ

การใช้งาน

อย่างที่บอกว่ารุ่นนี้ถูกออกแบบมาเป็น Ultrabook รุ่นไฮเอนด์ ความสามารถต่างๆก็ทำได้น่าประทับใจ ด้วยหน่วยประมวลผล Intel Core i7 7500U , แรม 8GB ใช้งานทั่วไป อย่างพิมพ์เอกสาร ปั่นบทความ หรือตกแต่งภาพต่างๆก็สบายๆครับ

ขนาดที่เล็กกะทัดรัดพร้อมน้ำหนักที่เบาใช้ได้ เราสามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา ด้วยตัวความจุภายในแบบ SSD การบูธเครื่องหรือเข้าโปรแกรมทำได้รวดเร็วมากๆ ให้ความคล่องตัวเป็นอย่างดีครับสำหรับ ZenBook Flip S รุ่นนี้

 

ปากกา Stylus ที่แถมมาในกล่องก็สามารถใช้งานได้อย่างลื่นไหลทีเดียว รองรับแรงกด 1024ppi เขียนบนหน้าจอทัชสกรีนของ ZenBook Flip S ได้อย่างลงตัว ด้วยการปรับมุมมองได้หลากหลาย จะปรับให้เป็นแบบแท็บเล็ตแล้วขีดๆเขียนๆด้วยก็ไม่เลวนะ :D

แต่อาจจะติดปัญหาเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับเรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อ แน่นอนว่าโน้ตบุ๊คยุคใหม่มักจะตัดพอร์ตหลักๆอย่างพวก USB Type-A ออกไป เหลือพวก USB Type-C ไว้เท่านั้น แต่ยังดีที่ทาง Asus มีแถมสายแปลง Mini Dock มาให้ด้วย ก็พอใช้งานได้สะดวกขึ้นหน่อย

ถึงแม้ตัวเครื่องจะบางเฉียบมากๆ แต่ก็ยังใส่พัดลมระบายอากาศมาให้ด้วย 1 ตัว การทำงานทั่วๆไปทำได้ดีครับ แต่อย่้างที่บอกไป ตำแหน่งของพัดลมระบายอากาศมาอยู่ที่มุมซ้ายของตัวเครื่อง เวลาระบายอากาศหนักๆไอร้อนจะออกมาที่ด้านข้างค่อนข้างชัดเจนเลยล่ะ แต่ก็อย่างว่าล่ะเนอะตัวเครื่องสามารถปรับมุมมองได้หลากหลายก็คงไม่มีตำแหน่งที่เหมาะสมเท่านี้แล้ว

ระบบภาพและเสียง

ในเรื่องของระบบภาพรุ่นนี้ให้หน้าจอ IPS ขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full-HD มาให้ การแสดงผลสวยงามและสมจริงดี มุมมองก็กว้างถึง 178 องศา ถ้าจะใช้ดูหนังหรือวิดีโอจาก YouTube ก็เหมาะมากๆเลยล่ะครับ

แถมยังสามารถปรับมุมมองของตัวหน้าจอเปลี่ยนมาให้เป็นรูปแบบแท็บเล็ตก็ได้ไม่ให้ตัวคีย์บอร์ดมากวนใจเวลาดูคลิปอะไรงี้ ตัวหน้าจอก็รองรับระบบทัชสกรีนทำงานได้เต็มรูปแบบอีกต่างหาก

ส่วนเรื่องเสียงอย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่า รุ่นนี้ลำโพง 4 ตัวให้เสียงดังมาก เสียงขับออกมาได้ดี มีมิติชัดเจนตำแหน่งก็วางไว้ที่ด้านล่างของตัวเครื่อง เสียงที่ได้เลยค่อนข้าง Stereo และชัดเจนดีครับ กระจายออกมาจากตัวเครื่อง

แบตเตอรี่และการชาร์จ

เรื่องของแบตเตอรี่รุ่นนี้ก็แน่นอนใช้ชิปเซ็ตประหยัดพลังงาน แถมยังเน้นความคล่องตัวในการพกพาและทำงาน ทาง ASUS เคลมว่าสามารถใช้งานได้ยาวนานราวๆ 11.5 ชม. ซึ่งจากที่ลองใช้งานเว็บไซต์และทำงานทั่วๆไป ก็อยู่ได้ราวๆ 7-8 ชม.เลยจริงๆ เรียกว่าอึดเหมาะกับการทำงานข้างนอกในดีไซน์ที่น่าพกพาดีจริงๆครับ หรือถ้าต้องการชาร์จแบตเตอรี่รุ่นนี้ก็มีอแดปเตอร์พร้อมระบบ Fast Charge มาให้ ชาร์จได้ถึง 60% ในเวลาเพียง 49 นาทีเท่านั้น แถมตัวอแดปเตอร์ที่แถมมาในกล่องจะไม่ใหญ่โตอะไร พกพาได้สะดวกทีเดียวครับ

สรุป !

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโน้ตบุ๊คสายทำงานที่ค่อนข้างครบจริงๆ ทั้งในเรื่องของรูปลักษณ์ที่สวยงาม บางเฉียบและน้ำหนักเบา แถมยังสามารถปรับมุมมองได้หลากหลายอีกด้วย เหมาะกับเพื่อนๆที่ต้องการโน้ตบุ๊คสำหรับทำงานนอกสถานที่ที่ต้องการความคล่องตัวเคลื่อนย้ายได้ง่ายพกพาก็สะดวก ส่วนในเรื่องของประสิทธิภาพโดยรวมก็พอเหมาะกับการใช้งานด้านเอกสาร เว็บไซต์ ไปจนถึงกราฟิกระดับกลางด้วย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยครับสำหรับ ZenBook Flip S รุ่นนี้

ราคาค่าตัวของ ZenBook Flip S อยู่ที่ 63,990 บาทครับ

จุดเด่น

  • ตัวเครื่องดีไซน์สวยหรู
  • หน้าจอ IPS 13.3" แสดงผลยอดเยี่ยม
  • ขนาดกะทัดรัด เบาและบางที่สุด
  • หน้าจอปรับมุมมองได้หลากหลาย
  • รองรับระบบชาร์จไว

จุดสังเกต

  • พัดลมระบายอากาศวางตำแหน่งไว้ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่อง อาจทำให้

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite