Review : Samsung Gear Sport สมาร์ทวอทช์แนวสปอร์ตใช้งานครอบคลุมตามสไตล์คุณ !!

เฮียแม๊พ | 29 พ.ย. 2560 17:30:34 (อัพเดต 30 พ.ย. 2560 11:43:39)

42274

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : Samsung Gear Sport สมาร์ทวอทช์แนวสปอร์ต
ใช้งานครอบคลุมตามสไตล์คุณ
!!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวแก็ตเจ็ตใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนวอทช์ตัวใหม่ล่าสุดของ Samsung อย่าง Samsung Gear Sport นั่นเอง ! ซึ่งรุ่นนี้ก็ออกมาตอบโจทย์คนที่ชอบออกกำลังกาย ในรูปทรงที่อิงความเป็นแฟชั่นอยู่หน่อยๆด้วย การใช้งานต่างๆยังคงมาในสไตล์เดียวกับซีรีส์ Gear S ก่อนหน้านี้ แต่จะมีอะไรแตกต่างกันไปบ้าง เดี๋ยวมาชมกันเลยดีกว่าครับ :D

การดีไซน์

ในเรื่องของการดีไซน์ Gear Sport ต้องบอกว่ามีความคล้ายกับตอน Gear S3 พอสมควร ซึ่งรุ่นนี้ก็เหมือนเอาทั้งดีไซน์ของรุ่น Classic และ Frontier มาผสมเข้าด้วยกันยังไงยังงั้น ตัวเรือนรวมถึงสายจะเหมือนกับตัว Frontier ที่ออกแนวลุยๆนิดหน่อย แต่ตัววงแหวนที่ใช้หมุนๆจะเป็นแนวเรียบๆไม่มีการสกรีนตัวเลขหรือลวดลายเข้าไปครับ

แต่ต้องบอกก่อนว่าตัวหน้าปัดนั้นจะมีขนาดที่เล็กลงมาจากเดิมนิดหน่อย Gear Sport ลดขนาดหน้าจอลงมาเหลือ 1.2นิ้ว (จากเดิม 1.3 นิ้ว) ในเรื่องการแสดงผลยังคงทำได้ดีและสู้แสงกลางแจ้งได้สบายๆ ด้วยชนิดหน้าจอแบบ Super Amoled ความละเอียด 360x360 พิกเซลนี้

ด้วยขนาดที่เล็กลงมาหน่อย เมื่อใส่บนข้อมือเล็กๆ (อย่างผม) ก็ดูจะเข้ากันดีกว่าตอน Gear S3 พอสมควรเนาะ แต่ถ้าไปเทียบกับข้อมือผู้หญิงที่เล็กกว่านี้อีกหน่อยอาจจะยังดูเทอะทะอยู่นิดหน่อย ตรงนี้คงต้องไปลองไปสวมกันดู

ตัวปุ่มกดจะมีมาให้ 2 ปุ่มอยู่ที่ด้านขวาของตัวเรือนมีลวดลาย Texture อยู่คล้ายกับตอน Gear S3 Frontier ทรงจะไม่ใช่เม็ดมะยมของตัว Classic นะครับ ฟิลก็จะดูมีความสปอร์ตพอสมควรเลยล่ะ การทำงานก็คือปุ่มบนจะเป็นปุ่ม Back ส่วนปุ่มล่างจะเป็นปุ่มโฮมครับ

ตัวสายรัดจะเป็นแบบ TPU มีลวดลายเส้นๆแนวทแยง ดูทนทานใช้ได้เหมาะกับการออกกำลังกายดีเพราะสายแบบนี้ดูจะทนเหงื่อหรือน้ำได้ดีกว่าพวกสายหนังหรือสแตนเลสน่ะนะแต่ถ้าไม่ชอบสายที่ให้มาเราก็ยังสามารถไปเปลี่ยนสายเองได้เพิ่มเติมเพราะสามารถใช้สายปกติได้เลยครับ

ด้านหลังของตัวเรือนจะมีตัวเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจหรือ Heart Rate Sensor อยู่ด้วย แน่นอนว่าเน้นออกกำลังกายก็ควรจะมีติดมาให้ด้วยล่ะเนอะ

น้ำหนักของตัวเครื่องจะอยู่ที่ 50 กรัม (ไม่รวมสาย) เมื่อใส่บนข้อมือก็รู้สึกหนักกว่านาฬิกาทั่วๆไปนิดหน่อย ใส่ไปสักพักก็จะชินเองครับ ไม่ได้หนักจนเกินไป

สเปค Samsung Gear Sport

  • ระบบปฏิบัติการ Tizen OS 3.0
  • หน้าจอ Super Amoled ขนาด 1.2 นิ้ว 360x360 พิกเซล กระจก Gorilla Glass 3
  • หน่วยประมวลผล Exynos 3250 Dual-core 1.0GHz
  • แรม 768MB
  • รอม 4GB
  • แบตเตอรี่ 300 mAh
  • การเชื่อมต่อ Bluetooth 4.2 , Wi-Fi b/g/n , NFC , MST , GPS
  • เซ็นเซอร์ Accelerometer , Gyro , Barometer , HRM , Ambient Light
  • กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน5ATM (ลงน้ำได้ลึก 50 เมตร)+ MIL-STD-810G (มาตรฐานทางทหาร)
  • ขนาด 44.6 x 42.9 x11.6 มม. น้ำหนัก 50 กรัม (ไม่รวมตัวสาย)
  • ราคา 9,900 บาท

การใช้งาน

เข้าสู่เรื่องการใช้งานกันเลยดีกว่าอุปกรณ์เสริมของ Samsung ในยุคหลังๆมานี้มักจะใช้งานร่วมกับแอป Samsung Gear เป็นหลัก แน่นอนว่ารุ่นนี้ก็เช่นกัน ซึ่งหากคุณใช้สมาร์ทโฟนของ Samsung Galaxy อยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องไปโหลดเพิ่มเติม (อาจจะต้องอัปเดตแอปนิดหน่อย) หาไอคอนสีเหลืองๆที่เขียนว่า Gear ได้เลย

แต่ถ้าเป็นแอนดรอยด์เครื่องอื่นหรือไอโฟนก็สามารถเข้าไปดาวน์โหลดมาใช้งานได้เหมือนกันครับ ซึ่งเราก็เพียงไปดาวน์โหลดแอป Gear บน Android หรือ Gear S บน iOS แค่นั้นครับ

หลังจากเชื่อมต่อตัว Gear กับสมาร์ทโฟนเรียบร้อย ทีนี้เรามาดูการใช้งานเบื้องต้นกันเลยดีกว่า ตัว Gear Sport นั้นจะสั่งการผ่านระบบสัมผัสที่หน้าจอบวกกับตัววงแหวนรอบๆหน้าปัดเป็นหลัก รูปแบบของการใช้งานจริงๆจะไม่ต่างจาก Gear S3 มากนัก มีหน้าหลักคือหน้านาฬิกา หน้าซ้ายสุดจะเป็นหน้าการแจ้งเตือนต่างๆที่ได้จากบนสมาร์ทโฟนก็จะมาโชว์บนนี้ถ้ามีการเชื่อมต่อกันไว้ ส่วนทางฝั่งขวามือถ้าเลื่อนไปเรื่อยๆก็จะเจอกับหน้า Widget มากมายที่เราสามารถปรับแต่งได้

ตัวหน้าปัดนาฬิกาหรือ watch faces แน่นอนว่าเป็นระบบดิจิตอลแบบนี้เราวสามารถเลือกปรับได้ตามสะดวกเลย ตัว watch faces ของ Gear รุ่นใหม่ๆก็มีให้เลือกปรับ เลือกใช้กันมากมายก่ายกองไปหมด หรือถ้าที่ติดมากับในเครื่องยังไม่พอ เราสามารถดาวน์โหลดเพิ่มได้อีกเพียบผ่านแอป Gear เลยครับ

ลากแถบหน้าจอด้านบนลงมาก็จะเจอกับพวก Toggle Switch ต่างเรียงเป็น 2 แถวอย่างมีระเบียบ พร้อมทั้งบอกสถานะของแบตเตอรี่และรูปแบบการเชื่อมต่อกับ Bluetooth ไว้ด้วย ตรงนี้ปรับให้ดูเข้าใจง่ายขึ้นและใช้ง่ายกว่ารอบที่แล้วพอสมควรเลย

หน้ารวมแอปเราสามารถเข้าได้โดยการกดปุ่ม Home (ปุ่มขวาล่าง) จะเรียงกันเป็นวงๆตามแนวของหน้าปัดมีหลายหน้าให้เลือกแล้วแต่ที่เราติดตั้งไว้

เราสามารถเลือกควบคุมเครื่องเล่นเพลงได้จากตัว Gear Sport โดยตรง จะเลื่อนเพลง ปรับระดับความดังก็ได้ หรือจะเล่นเพลงที่อยู่ในตัวนาฬิกาก็ทำได้เช่นกัน ในตัวเครื่องจะมีหน่วยความจำภายในมาให้ 4GB สามารถส่งเพลงจากสมาร์ทโฟนเข้ามาเก็บในตัว Gear และฟังเพลงได้ ด้วยหูฟัง Bluetooth ครับ

รูปภาพก็เช่นด้วยเราสามารถส่งภาพจากสมาร์ทโฟนมาบน Gear เพื่อดูภาพได้เช่นกัน แต่ด้วยขนาดที่เล็กบวกกับหน้าปัดที่เป็นทรงกลมแบบนีรายละเอียดก็อาจจะไม่เต็มจอสักเท่าไหร่เนอะ

อ่านข้อความ ตอบข้อความได้จาก Gear เช่นกัน ด้วยความที่ตัว Gear นั้นซิงก์กับสมาร์ทโฟนพร้อมระบบการแจ้งเตือนได้เป็นอย่างดี รองรับภาษาไทยเต็มรูปแบบแล้ว เวลามีข้อความหรือแชทเข้าเราก็สามารถอ่านได้เกือบทั้งหมดเลย (ยกเว้นข้อความทียาวเกินไปก็ต้องไปเปิดต่อในสมาร์ทโฟน)

หรือถ้าอยากจะตอบกลับก็สามารถทำได้เช่นกันคีย์บอร์ดบน Gear จะรองรับเฉพาะภาษาหลักๆอาทิ อังกฤษ , เยอรมัน , จีน , เกาหลี และไทยได้ด้วยแล้วครับ

ใช้งานคู่กับแอป S-Health

อย่างที่บอกว่าอุปกรณ์แนวนี้นั้นเน้นใช้งานด้านออกกำลังกายหรือ Fitness Tracking ควบคู่ไปด้วย อย่าง Gear Sport นั้นถ้าใช้งานคู่กับแอป S-Health ที่ติดมาบนสมาร์ทโฟน Samsung นั้นจะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างดีเลย ไม่ว่าจะเป็นการนับก้าวเดินในแต่ละวัน วัดอัตราการเต้นของหัวใจ หรือกระทั่งจับการออกกำลังกายของเรา

โดยจะมีให้เลือกรูปแบบการออกกำลังกายมากมาย อย่างค่าเริ่มต้นจะใช้เป็น Light Jogging แต่เราสามารถเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้เยอะเลย อาทิ วิ่ง , เดิน , ปั่นจักรยาน เป็นต้น

ตัว Gear จะคอยให้เราตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาอย่างถ้าเรานั่งนานๆหรืออยู่นิ่งๆนานๆ ตัวระบบจะสั่นเตือนให้เราลุกเดิน ลุกขยับร่างกายบ้าง ตรงนี้ถือว่าดีกับคนที่ชอบนั่งทำงานนานๆจนเกินไป เพราะว่าเราจะได้มีการขยับเขยื้อนร่างกายบ้าง แถมยังมีระบบ Auto Heart Rate มาให้ด้วยตัวเครื่องจะมีการวัดอัตราการเต้นของหัวใจเป็นระยะๆในขณะที่สวมใส่อุปกรณ์ตัวนี้อยู่ด้วยครับ

แบตเตอรี่ของ Gear S3

มาดูในเรื่องของแบตเตอรี่กันบ้าง รุ่นนี้ให้ความจุแบตฯมาที่ 300 mAh การใช้งานต่างๆก็จะอยู่ได้ราวๆ 2-3 วันเลยทีเดียวต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และเปิดซิงก์ทุกสิ่งอย่างกับบนสมาร์ทโฟนหมด ตรงนี้ถือว่าดีทีเดียวที่เราไม่จำเป็นต้องชาร์จวันต่อวัน :D

ส่วนการชาร์จไฟก็จะต้องชาร์จผ่านอุปกรณ์ของทาง Samsung เองอีกเช่นเคย โดยตัวแท่นชาร์จจะเป็นแบบแม่เหล็กประกบเข้าไปครับ ตั้งไว้เกร๋ๆแบบนี้เลย

สรุปผลการทดสอบ

รวมๆแล้วก็ถือว่า Gear Sport เป็นสมาร์ทวอทช์อีกหนึ่งตัวที่น่าสนใจทั้งในเรื่องของรูปลักษณ์แนวสปอร์ตๆที่กึ่งๆแฟชั่นไปในตัวด้วย ส่วนการใช้งานก็รองรับหลากหลายทั้ง GPS, ระบบกันน้ำมาตรฐาน 5ATM หรือความแข็งแรงคงทน MIL-STD-810Gมาตรฐานกองทัพกันไปเลย ใช้งานควบคู่กับสมาร์ทโฟนได้เป็นอย่างดี เป็นอุปกรณ์เสริมที่ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy ควรมีติดไว้เลยล่ะครับ :D

ราคาค่าตัวของ Samsung Gear Sport อยู่ที่ 9,900 บาท

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite