Review : Meizu M3 Note dtac Edition มือถือบอดี้โลหะสุดแกร่ง สเปคเพียบพร้อมกับโปรโมชั่นพิเศษ 5,490 บาท !!

เฮียแม็พ | 12 ส.ค. 2559 22:46:34 (อัพเดต 18 ส.ค. 2559 10:49:31)

11872

VIEWS เฮียแม็พ

Review : Meizu M3 Note dtac Edition มือถือบอดี้โลหะสุดแกร่ง
สเปคเพียบพร้อมกับโปรโมชั่นพิเศษ 5,490 บาท
!!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนใหม่ๆกับ เฮียแม๊พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราพามาดูอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนสุดคุ้มตัวล่าสุดของ Meizu อย่าง Meizu M3 Note ที่เปิดตัวได้น่าสนใจ จนหลายๆคนก็รอติดตามกันอยู่ ซึ่งรุ่นนี้ทาง dtac ก็ได้นำรุ่นพิเศษมาวางจำหน่ายพร้อมใช้ชือว่า Meizu M3 Note dtac Edition อีกด้วย เดี๋ยวมาดูกันว่ารุ่นนี้จะโดดเด่นตรงไหนบ้าง :D

การดีไซน์

มาดูในเรื่องการออกแบบของรุ่นนี้กันก่อน หน้าตาของรุ่นนี้ก็บอกเลยว่าคงความเป็น Meizu ได้ดีทีเดียว มีปุ่มโฮมแบบกดเพียงปุ่มเดียวอยู่ที่ด้านหน้านี้ หลายๆคนคงจะคุ้นหน้าตาแบบนี้จากพวก OPPO F1 Plus หรือ OPPO F1s แต่เอาจริงๆหน้าตาแบบนี้ทาง Meizu ทำมาก่อนนะจ๊ะ (ตั้งแต่พวก Meizu MX5 ละ)

หน้าจอก็มาพร้อมกระจกแบบ 2.5D ตามสมัยนิยม มีขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดให้มาที่ Full-HD ครับ การแสดงผลก็ทำได้ดีตามมาตรฐาน Meizu ครับ ออกแนวอมเหลืองนิดหน่อย แต่เรื่องความสวยสดก็กำลังดีครับ

เหนือหน้าจอมีกล้องหน้าคลามละเอียด 5 ล้านพิกเซล และลำโพงสนทนา

ล่างหน้าจออย่างที่บอกว่ามีปุ่มโอมแบบกดเพียงปุ่มเดียว ซึ่งมือถือ Meizu นั้นจะไม่มีปุ่มสัมผัส Recent App , Menu หรือปุ่ม Back แบบเจ้าอื่นมาให้อยู่แล้ว (การทำงานของปุ่มโฮมจะอธิบายในหัวข้อด้านล่างอีกทีครับ)

ปุ่มกดต่างๆก็อยู่ด้านขวามือของตัวเครื่องทั้งหมดทั้งปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

ด้านซ้ายมือจะมีช่องใส่ซิม โดยถาดซิมจะเป็นแบบไฮบริดครับ

ด้านล่างของตัวเครื่องมีพอร์ทการเชื่อมต่อ Micro-USB , ไมโครโฟนสำหรับสนทนาอยู่ฝั่งซ้าย และลำโพงหลักของตัวเครื่องอยู่ฝั่งขวา

ด้านบนมีไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน และช่องหูฟัง 3.5 มม.

ตัวเครื่องมาพร้อมบอดี้แบบอลูมิเนี่ยม Unibody แล้ว ต่างจากรุ่นเดิม (M2 Note)ที่เป็นพลาสติก รอบนี้ก็อัพเกรดขึ้นมาสวยและแข็งแกร่งขึ้นมากด้วยอลูมิเนี่ยมเกรด 6000 อารมณ์แบบรุ่นท็อปๆเมื่อปีที่แล้วอย่าง MX5 เลย ตัวแถบเสาอากาศตรงเหนือและท้ายจะเป็นเส้นเล็กๆสีเงินสวยงาม ไม่ดูเทอะทะแบบบางเจ้าที่เส้นใหญ่ซะเหลือเกิน

ด้านหลังนี้มีกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED แบบ Dual-Tone อยู่ด้วย

ส่วนเรื่องการจับถือพอเป็นบอดี้แบบโลหะแบบนี้แล้วทำให้ดูพรีเมี่ยมขึ้นมากเลยล่ะ น้ำหนักก็กำลังพอดีมือไม่ได้เบาหวิวแบบพวกพลาสติก ความรู้สึกในการจับแข็งแกร่งดีมาก รวมๆแล้วการออกแบบก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจาก M2 Note มากนัก แต่มีการอัพเกรดเรื่องของวัสดุให้ดูลงตัวและน่าสนใจมากขึ้น (หน้าตาแนวเดียวกับ MX5 เรือธงเลยล่ะ)

สเปค Meizu M3 Note dtac Edition

  • รัน Android 5.1 Lollipop
  • หน้าจอ 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD
  • หน่วยประมวลผล MediaTek Helio P10 (MT6755) Octa-core
  • หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-T860 GPU
  • แรม 3GB
  • รอม 32GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 128GB
  • แบตเตอรี่ 4100 mAh
  • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับ 4G LTE
  • รองรับ 2 ซิมด้วยถาดซิมไฮบริด

เป็นอย่างไรกันบ้าง จะเห็นว่าสเปคที่ได้นั้นดูคุ้มค่าเอามากๆ แถมทาง dtac ก็นำเอารุ่นท็อปสุดตัวแรม 3GB รอม 32GB มาจำหน่ายอีกด้วยทำให้ยิ่งดูคุ้มค่าเข้าไปใหญ่

ประสิทธิภาพของ Meizu M3 Note dtac Edition

ดูจากสเปคนี่เรียกว่าไม่ธรรมดาเลย เราเลยลองจับมาทดสอบผ่านตัวแอป AnTuTu Benchmark กันหน่อย ว่าคะแนนจะออกมาราวๆไหน 

ผลคะแนนก็ออกมาสูงใช้ได้ เพราะอยู่ที่ระดับ 46,431 คะแนนลยทีเดียว

ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์เบื้องต้น

Meizu M3 Note มาพร้อมกับ UI ของตัวเองในชื่อ Flyme UI เวอร์ชั่น 5.1 ซึ่งจริงๆแล้วก็ครอบอยู่บนฐานของ Android 5.1 Lollipop มีการปรับแต่งหน้าตาและการใช้งานบางส่วนตามสไตล์มือถือจีนหลายๆแบรนด์ล่ะครับ

หน้าตาการใช้งานก็ไม่ต่างจาก Flyme UI รุ่นก่อนๆมากนัก พวกไอคอนก็จะมีหน้าตา Flat เรียบๆ พวกแอปต่างๆที่ติดตั้งหรือลงมาแต่แรกจะอยู่ที่หน้า Home Screen นี้ทั้งหมด เพราะไม่มีหน้า App Drawer มาให้ด้วย

แถบ Notificationด้านบนก็มีพวกทางลัดเปิด-ปิดการตั้งค่า (Toggle Switch)ไว้ให้ด้านบน และเวลามีการแจ้งเตือนเข้ามาก็จะแสดงถัดลงมา ส่วนตัว Recent App เมื่อไม่มีปุ่ม Recent แล้ว ก็ใช้การเลื่อนขึ้นมาจากด้านล่างหน้าจอแทน รอบนี้ปรับหน้า Recent App เห็นเหมือนกับของ Stock Android แล้ว แสดงผลหน้าแอปได้ใหญ่ดี (รุ่นก่อนๆจะเป็นแค่ไอคอนเท่านั้น)

จุดหนึ่งที่พวกมือถือจีนมักจะมีปัญหาก็คือเรื่องของพวก Google Service ที่มักไม่ใส่มาให้ด้วยในพวกเครื่องหิ้วต่างๆ (เพราะประเทศจีนเขาไม่ใช้กัน) แต่ M3 Note dtac Edition นั้นเป็นรอม International แล้ว พวก Google Service ก็เลยถูกใส่มาให้ได้เลือกโหลดแอปหรือเข้าใช้การซิงค์ค่าจาก gmail ก็ทำได้หมดครับ แต่การจะใช้ต้องใส่ซิมก่อนเข้าใช้งานนะ ไม่งั้นจะล็อกอินไม่ได้แหละ :P

ความสามารถด้าน Gesture & Motion

การปรับแต่งพวกการบังคับด้วยท่าทางหรือลูกเล่นต่างๆก็มีมาให้ด้วยนะ ซึ่งเราสามารถเข้าไปเลือกตั้งค่าเปิด-ปิดได้ที่ Settings > Accessibility ครับ

Gesture Wakeup

อันนี้ก็ง่ายๆครับพวกเคาะหน้าจอ 2 ครั้งเพื่อปลุกจอ , สไลด์หน้าจอขึ้นขณะหน้าจอปิดเพื่อปลดล็อค , สไลด์หน้าจอลงมาในหน้า Homescreen เป็นการลากแถบการแจ้งเตือน , เลื่อนซ้าย-ขวาในหน้าล็อคเพื่อเปลี่ยนเพลง หรือจะเป็นพวกการวาดสัญลักษณ์ตัวอักษรเพื่อเข้าแอปที่ตั้งไว้

SmartTouch

อันนี้จะเป็นตัวแผงควบคุมเล็กๆ อยู่ในมุมจอ (คล้ายๆอนาล็อกเกม) ให้เราได้ใช้การแตะเพื่อกลับ , เลื่อนขึ้นเพื่อกลับหน้า Home Screen , เลื่อนลงเพื่อดึงแถบการแจ้งเตือนลงมา เป็นต้นฮะ

Multi Screen

ระบบแยก 2 จอก็มีมาให้ใช้ด้วยนะ โดยเราจะเปิดใช้ง่ายๆในหน้า Recent App ถ้าแอปที่รองรับจะมีคำว่า Multi อยู่พอเรากดไปก็จะมีให้เลือกแอปอีกแอปอยู่ข้างล่างหน้าจอ สามารถเลื่อนขึ้นเลื่อนลงปรับขนาดได้ครับ

mTouch 2.1

มาดูเรื่องปุ่มโฮมกันบ้าง อย่างที่บอกว่าปุ่มโฮมของ Meizu นั้นจะถูกออกแบบมาให้ใช้ได้ทั้งย้อนกลับ และเข้าหน้าโฮม ใช้การแตะที่ปุ่มโฮมเป็นการย้อนกลับ แต่ถ้ากดลงไปจะเป็นการเข้าหน้าโฮมครับ

ปุ่มโฮมของรุ่นนี้ก็รองรับการสแกนลายนิ้วด้วยเช่นกัน ซึ่งจะรองรับได้สูงสุดถึง 5 นิ้ว และใช้เวลาในการปลดล็อครวดเร็วเพียง 0.2 วินาทีเท่านั้น เรียกว่าได้เห็นหน้า Lock Screen แว่บๆก็เข้าหน้า Homescreen ไปซะละ :P

ความบันเทิงบน Meizu M3 Note dtac Edition

มาเข้าในเรื่องของความบันเทิงกันต่อ Meizu M3 Note dtac Edition ดูเหมาะกับการใช้เพื่อความบันเทิงเอามากๆ ด้วยสเปคที่กำลังเหมาะกับขนาดหน้าจอที่ใหญ่ใช้ได้แบบนี้้ ถ้าจะนำมาดูไฟล์ภาพหรือไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงๆก็เหมาะเลย การแสดงผลสวยงามมุมมองก็กว้างเต็มตาใช้ได้เลยล่ะ

ส่วนเรื่องลำโพงหลักของตัวเครื่องก็ไม่ได้เสียงดังโดดเด่นอะไรมากมายครับ ออกแนวเสียงแหลมๆ คุณภาพเสียงธรรมดาๆน่ะนะ

การเล่นเกมบน Meizu M3 Note dtac Edition

ดูจากสเปคก็ถือว่าไม่ธรรมดาเลยเนอะ ถ้าจะเอามาเล่นเกมหน่อยจะเป็นอย่างไร เท่าที่ลองเกมกราฟิกจัดๆยอดนิยมอย่าง Asphalt 8 ก็ถือว่าพอเล่นได้ครับ แต่ก็ไม่ถึงกับลื่นไหลนักแอบมีกระตุกอยู่พอสมควรเวลาเครื่องร้อน

แต่ถ้าจะเล่นเกมกราฟิกง่ายๆอย่างพวก Subway Surfer หรือ Temple Run ก็เล่นได้สบายๆครับ

กล้องถ่ายภาพของ Meizu M3 Note

มาดูในเรื่องกล้องถ่ายภาพกันบ้าง รุ่นนี้ก็ให้กล้องหลังความละเอียดมาที่ 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช 2 ดวง Dual-Tone อีกด้วย

ตัว UI มีการปรับปรุงให้ต่างไปจากรุ่นเดิม ด้านบนจะมีพวกการตั้งเปิด-ปิดแฟลช , ตั้งเวลา , เอฟเฟคสี , สลับกล้องและการตั้งค่าอื่นๆ ส่วนโหมดเราไม่ต้องเลื่อนหน้าจอซ้ายขวาเพื่อเปลี่ยนโหมดแต่ใช้แต่ที่มุมซ้ายล่างเพื่อเลือกโหมดเอาเลย

โหมดที่มีให้เลือกก็มีมาให้ 9 โหมด คือ Auto , Manual , Video , Beauty , Panorama , Light Field , Slow Motion , Macro และ GIF

อย่างที่เห็นว่ารุ่นนี้มีโหมด Manual มาให้ด้วย ซึ่งเราสามารถปรับค่าต่างๆของกล้องได้หลายอย่าง อาทิ Shutter Speed , ISO , ระยะโฟกัส , EV , Saturation , Contast และ White Balance

เอาล่ะ ได้เวลาไปชมภาพถ่ายตัวอย่างจากกล้องหลังของ Meizu M3 Note กันแล้ว

รวมๆแล้วถือว่าภาพถ่ายสวยพอช้ได้เลย โทนสีจะออกแนวสว่างใสอมเหลืองนิดหน่อย เสียดายที่ตัวกล้องโฟกัสภาพช้าไปนิด

กล้องหน้าก็ให้ความสวยเนียนมาตามสมัยนิยม ทุกวันนี้ถ้าได้กล้องหน้ามาแบบไม่มีโหมด Beauty ก็คงจะแปลกๆ ซึ่งถ้าเราเลือกโหมด Beauty นี้จะมีให้เลือกปรับความสวยของใบหน้าเป็นส่วนๆเลยทั้ง ตาโต , หน้าเรียว , หน้าสวยใส เป็นต้น

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ Meizu M3 Note

การใช้งานแบตเตอรี่

สุดท้ายก็เรื่องของแบตเตอรี่กันอีกนั่นแหละ รุ่นนี้มีการอัพเกรดความจุแบตเตอรี่ขึ้นมาถึง 4100 mAh เลยล่ะ เรียกว่าเยอะมากๆสำหรับมือถือไซส์หน้าจอนี้ เพราะส่วนใหญ่จะเห็นกันที่แถวๆ 3000-3500 mAh ซะเยอะ รุ่นนี้จัดเต็มมาขนาดนี้ ก็ต้องแลกกับน้ำหนักตั้วเครื่องที่หนักเพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อย

เรื่องการใช้งานก็อึดตามความจุจริงๆให้มาขนาดนี้จะเล่นเกม ดูหนัง ถ่ายรูปก็เหลือเฟือครับ ใช้ผ่านวันได้สบายๆ ถ้าไม่เล่นหนักมากก็วันครึ่งหรือ 2 วันได้อยู่

ราคาและโปรโมชั่น

เข้าที่เรื่องที่หลายคนกำลังรออยู่นั่นก็คือราคา Meizu M3 Note dtac Edition ก็มีราคาอยู่ที่ 7,490 บาท แต่…!สำหรับผู้ที่เปิดเบอร์ใหม่พร้อมสมัครแพ็กเกจ 599 ขึ้นไปกับทาง dtac ก็จะได้รับส่วนลดไปอีกให้ค่าเครื่องเหลือเพียง 5,490 บาท โดยเมื่อซื้อเครื่องจะแถมฟรีเคสฟิล์มกันรอย และหูฟัง EP21 มาให้ด้วย เรียกว่าเป็นอีกรุ่นที่คุ้มค่า น่าสนใจเอามากๆเลย

สรุปผลการทดสอบ

รวมๆแล้ว Meizu M3 Note นี้ก็เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจมากๆเลย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนจอใหญ่บอดี้โลหะสวยหรู แถมสเปคครบครัน แบตเตอรี่อึดในราคาต่ำหมื่น ยิ่งได้โปรโมชั่นกับทาง dtac ด้วยแล้วยิ่งคุ้มเข้าไปใหญ่เลย :D

จุดเด่น

  • บอดี้โละแข็งแกร่ง และสวยหรู
  • สเปคที่ให้มากำลังลงตัว (3G+32GB)
  • แบตเตอรี่ 4100 mAh สุดอึด
  • รองรับ 2 ซิม

จุดสังเกต

  • ไม่มีปุ่ม Menu และปุ่ม Back การใช้งานในช่วงแรกอาจต้องใช้เวลาปรับตัวเล็กน้อย

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดโปรโมชั่น Meizu M3 Note dtac Edition เพิ่มเติมที่ http://www.dtac.co.th/camp/device/mega-sale.html#meizu

 

 

รีวิวโดย : เฮียแม๊พ. TechXcite