Review : Samsung Gear Fit 2 สายรัดข้อมืออัจฉริยะ ดีไซน์สวย ลงตัวกับทุกการใช้งาน !!

เฮียแม็พ | 30 มิ.ย. 2559 15:51:40 (อัพเดต 1 ก.ค. 2559 15:42:02)

65094

VIEWS เฮียแม็พ

Review : Samsung Gear Fit 2 สายรัดข้อมืออัจฉริยะ ดีไซน์สวย
ลงตัวกับทุกการใช้งาน
!!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับรีวิว Gadget ใหม่ๆกับ เฮียแม๊พ. TechXcite กันอีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับอุปกรณ์เสริมสำหรับการออกกำลังกายตัวใหม่ของ Samsung อย่าง Gear Fit 2 สายรัดข้อมือรุ่นใหม่ที่มาต่อยอดจากรุ่นก่อนที่เปิดตัวเมื่อปี 2014 นู่นเลย ซึ่งรุ่นนี้ก็มาพร้อมจุดเด่นที่หน้าจอโค้งเช่นเคย แต่มีการอัพเกรดในหลายๆส่วนขึ้นมาได้น่าสนใจ เรามาดูกันดีกว่าว่ารุ่นนี้จะน่าฟาดแค่ไหน ! :D

การดีไซน์

รุ่นนี้อย่างที่บอกว่ายังคงมาพร้อมกับจุดเด่นในเรื่องของหน้าจอ Super Amoled โค้งสวยงามขนาด 1.5 นิ้ว การแสดงผลทำได้สวยงามตามสไตล์ Amoled เรื่องแสงเวลาแสดงผลกลางแจ้งก็ยังชัดเจนอยู่ครับ แต่อาจจะต้องปรับความสว่างมากไปถึงระดับ 9-10 เวลาแดดจัดๆ (ก็แดดบ้านเรามันร้อนนี่เนอะ 555)

หน้าจอใช้ระบบสัมผัสด้วย สามารถเลื่อน ปาด สไลด์หน้าจอได้เลย

ข้างๆมีปุ่มกดอยู่ 2 ปุ่ม ปุ่มบนจะเป็นปุ่มย้อนกลับ ส่วนปุ่มล่างเป็นปุ่ม Power ไว้เดี๋ยวอธิบายในส่วนของการใช้งานอีกทีครับ

ด้านหลังจะมีการเพิ่มตัวเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจหรือ Heart Rate Monitor มาจากรุ่นแรกด้วย

ตัวสายรัดก็ของรุ่นนี้จะเป็นแบบสาย TPU มีลาย Texture ช่วยให้ดูดีขึ้นอีกนิด สามารถปรับระดับได้หลากหลาย ขนาดผมเป็นคนข้อมือเล็กๆยังปรับได้พอดีข้อมือเลยล่ะ

ตรงมุมสายรัดจะมีสกรีนคำว่า Samsung อยู่ด้วยรวมๆแล้วการดีไซน์ก็ประมาณนี้ครับ อ๊ะ ! ลืมบอกไปว่ารุ่นที่วางขายในประเทศไทยจะมีเฉพาะสีดำ (สีที่เราได้มารีวิวนี่แหละ)

ด้วยความี่เป็นอุปกรณ์เฉพาะแบบนี้ การชาร์จไฟก็จะต้องใช้ผ่านอุปกรณ์เสริมเฉพาะของทาง Samsung ด้วย ซึ่งตัวชาร์จของรุ่นนี้จะเป็นแท่นชาร์จแม่เหล็ก สามารถเสียบชาร์จได้ทั้ง 2 ฝั่ง พอเสียบชาร์จก็จะเป็นตามนี้ครับ

สเปค Samsung Gear Fit 2

  • ระบบปฏิบัติการ Tizen
  • หน้าจอ Super Amoled 1.5 นิ้ว ความละเอียด 216x432 พิกเซล
  • ชิปเซ็ต Exynos 3250 Dual-core 1GHz
  • แรม 512MB
  • รอม 4GB
  • เซ็นเซอร์ GPS , Gyro , Barometer , Heart Rate Monitor
  • แบตเตอรี่ 200 mAh
  • Bluetooth 4.2
  • กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68

การใช้งาน

ดูเรื่องดีไซน์โดยรวมไปแล้ว ทีนี้ก็ถือคราวของการใช้งานกันบ้าง Gear Fit 2 รอบนี้ก็ใจดีให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟน Android รุ่นือื่นๆเชื่อมต่อด้วยได้แล้ว (รุ่นก่อนได้แต่มือถือ Samsung Galaxy)ซึ่งก่อนอื่นเราต้องมีแอป Samsung Gear อยู่ในเครื่องก่อน ซึ่งถ้าเป็นสมาร์ทโฟนของ Samsung บางรุ่นก็จะติดตั้งมาให้เลย แต่ถ้ายังไม่มีก็สามารถโหลดได้จากที่ Play Store เลยครับ

การทำงานในครั้งแรกก็เพียงเปิดตัวแอป Samsung Gear ขึ้นมา แล้วจับคู่กับ Gear Fit 2 ผ่านทาง Bluetooth ซะ จากนั้นตัว Gear Fit 2 จะทำการจับคู่และอัพเกรดซอฟต์แวร์บางตัวเล็กน้อยก่อนเข้าใช้งานจริงครับ

ชวิ้ง ! พอเชื่อมต่อเสร็จเรียบร้อย ตัวแอปจะให้เราเลือกว่าการแจ้งเตือนทั้งหลายที่อยู่บนมือถือจะมาโชว์บน Gear Fit 2 แค่ไหน ค่าเริ่มต้นก็จะเลือกพวกแอป Social ทั้งหลายไว้ให้แล้ว แต่ถ้าเราอยากเพิ่มก็เลือกได้ในนี้ครับ การแจ้งเตือนสามารถทำได้ทุกแอปที่มีบนเครื่องเราเลยครับ :D

Watch Faces ตัวหน้าปัดนาฬิกาเราสามารถปรับได้ผ่านมือถือเลย โดยค่าเริ่มต้นจะมีให้เลือกใช้ประมาณ 10 แบบ สามารถดาวน์โหลดเพิ่มได้จาก Galaxy Store

App Layout ตรงนี้เราสามารถปรับตำแหน่งของแอปที่อยู่บน Gear Fit 2 ได้ว่าจะเอาอันไหนขึ้นก่อน-หลัง

Send Music to Gear ตรงนี้เราสามารถเอาเพลงจากในมือถือส่งเข้าไปใน Gear Fit 2 ได้ เพราะว่าตัวเครื่องนั้นจะมีความจุมาให้ถึง 4GB เรียกว่าสามารถใช้เป็นเครื่องฟังเพลงเคลื่อนที่ได้ด้วย แต่ต้องทำงานกับหูฟัง Bluetooth ด้วยนะ

Settings อันนี้ก็เป็นการตั้งค่าทั่วไป ของตัวเครื่องกับ Gear Fit 2 ครับ

Find my Gear เวลาถอด Gear Fit 2 วางไว้แล้วไม่รู้ไปทิ้งไว้ไหน เราสามารถกดตามหาได้จากมือถือเลย ซึ่งพอกดปุ๊บตัว Gear จะสั่นครับ

Get new apps สุดท้ายจะเป็นหน้าทางลัดเข้า Galaxy App เพื่อดาวน์โหลดแอปเพิ่มเติมของตัว Gear Fit 2 ฮะ

หน้าตาของเจ้า Gear Fit 2 เวลาเชื่อมต่อเสร็จเรียบร้อยก็จะประมาณนี้ครับ รอบนี้ก็มีการปรับเปลี่ยนหน้า UI ให้เหมาะสมเป็นแนวตั้งมาให้เลย ต่างจากรุ่นก่อนที่แรกๆมาเป็นแนวนอนซึ่งมันฝืนๆกับการใช้งานบนข้อมือไปหน่อย เวลายกข้อมือขึ้นมาหน้าจอก็จะติด

ในหน้าแรกนี้จะเป็นหน้าแสดงตัวนาฬิกาหลักตรงนี้เราสามารถปรับเปลี่ยนได้โดยการแตะค้างไว้ที่หน้าจอสักครู่ จะมีรูปแบบมาให้เลือกหลายแบบอยู่ หรือถ้ายังไม่ถูกใจก็สามารถไปโหลดเพิ่มเติมได้อีกที (ผ่านมือถือ)

ถ้าเกิดเลื่อนหน้าจอมาทางซ้ายมือก็จะพบกับหน้าทางลัดสำหรับการออกกำลังกายต่างๆ อาทิ การนับก้าวเดิน , การวัดอัตราแคลลอรี่ , การเดินขึ้นบันได , การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ หรือการออกกำลังกายต่างๆ แล้วแต่เราจะจัดหน้าครับ ถ้าเลื่อนมาจนสุดจะมีให้เพิ่มหน้าอีกนิดหน่อยครับ

ในหน้าทางลัดพวกนี้เราสามารถแตะหรือเลื่อนขึ้นเพื่อนเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้อีกทีครับ

แต่ถ้าเลื่อนหน้าจอมาทางขวามือ (จากหน้านาฬิกา) ก็จะพบกับการแจ้งเตือนต่างๆที่เราซิงค์กับมือถือไว้ ตรงนี้เราสามารถเข้าไปดูข้อความคร่าวๆได้ จะมีรายละเอียดขึ้นมา รองรับภาษาไทยอย่างครบถ้วน , รองรับสติกเกอร์จาก LINE หรือจะดูเพิ่มเติมก็สามารถกด Show on Phone เพื่อไปเปิดดูได้บนมือถือ หรือไม่ชอบให้เจ้าแอปนั้นๆเตือนก็ Block ได้จากตรงนี้เช่นกัน

เวลามีโทรศัพท์เข้าก็จะมีการแจ้งเตือนขึ้นเช่นกัน และเราสามารถกดรับสายได้จาก Gear Fit 2 แต่เวลาคุยก็ต้องคุยผ่านมือถืออยู่ดีนะครับ ไม่สามารถคุยได้จากตัว Gear Fit 2 โดยตรงเหมือน Gear S2 อะไรพวกนั้น

แต่ถ้าเราพลาดการแจ้งเตือนนั้นๆที่เข้ามาในหน้าปัดแรกก็จะมีวงกลมสีเหลืองเล็กๆอยู่มุมซ้ายบนเพื่อบอกให้รู้ว่า มีการแจ้งเตือนเข้ามาแล้วยังไม่ได้เปิดดูนะ

เลื่อนหน้าจอลงมาจากด้านบนตรงนี้จะคล้ายๆกับมือถือ คือเป็นแถบสถานะต่างๆ บอกทั้งพวกเปอร์เซ้นต์แบตเตอรี่ , การเชื่อมต่อ Bluetooth (ว่าเชื่อมต่ออยู่ไหม) , มีทางลัดปรับความสว่างหน้าจอ , โหมดห้ามรบกวน และทางลัดควบคุมการเล่นเพลงก็มีอยู่ด้วยเช่นกัน

ซึ่งถ้าเรากดเข้ามาใน Music Player ก็จะมีให้เลือกเล่น-หยุดเพลง , เลื่อนเพลงถัดไป , ย้อนไปเพลงก่อนหน้า และระดับความดังอยู่ด้านบน ซึ่งเราสามารถเลือกได้จากการตั้งค่ามุมขวาบนว่าจะควบคุมเพลงที่อยู่ในมือถือหรือเพลงที่อยู่ใน Gear Fit 2 ครับ

Watch always on ถ้าเกิดเราไม่อยากยกข้อมือขึ้นมาบ่อยๆ เพื่อดูเวลาเราสามารถตั้ง Always on display ได้ด้วย จะเป็นตัวเลขบอกเวลาสีขาวๆ ที่จะไม่ดับไป เราสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ Settings > Display > Always on display ครับ

ปุ่มกด 2 ปุ่มด้านข้าง อย่างที่ได้บอกไว้ตอนต้นว่า ปุ่มบนนั้นมีหน้าที่เป็นปุ่มย้อนกลับ การใช้งานก็ตรงตัวครับเหมือนบนมือถือกดทีก็ย้อนกลับไปที ส่วนปุ่มล่างก็จะเป็นปุ่มโฮมเอาไว้กลับหน้าหลัก แต่ถ้าอยู่ในหน้าแรกจะเป็นการเปิดเข้าหน้ารวมแอปแทน

ในหน้าแอปก็ตามที่เราได้เห็นในตอนตั้งค่า App Layout ล่ะครับ มีการตั้งค่า , Music Player , 24 Hours , Exercise เป็นต้น

และการกดค้างที่ปุ่ม Power นี้เราสามารถกดปิดเครื่อง และเปิดโหมดประหยัดพลังงานได้ด้วย

โดยการเชื่อมต่อผ่านมือถือ ถ้าเป็นมือถือ Samsung จะรองรับได้อย่างครบถ้วนดีมาก เพราะจะสามารถใช้งานร่วมกับแอป S-Health ได้อย่างดี ซึ่งพอเราซิงค์ Gear Fit 2 เข้ากับมือถือ Samsung (ในที่นี้ผมใช้ Note 5) ก็สามารถใช้ข้อมูลการออกกำลังกายหรือว่าการนับก้าวเดินต่างๆผ่าน S-Health ดูข้อมูลได้เลย ไม่จำเป็นต้องเปิดดูบน Gear Fit 2 บ่อยๆ

นอกจากนี้ตัว Gear Fit 2 นี้ยังมี GPS ในตัวช่วยให้เวลาเราไปออกกำลังกาย อย่างเช่นการวิ่ง นี่จะจับระยะทางได้เลยว่าเราวิ่งจากไหนไปไหน หรือวิ่งเป็นระยะทางกี่เมตร เป็นต้นฮะ

กันน้ำกันฝุ่นได้ด้วย ! Gear Fit 2 รุ่นนี้มาพร้อมความสามารถกันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68 ด้วย น่ะ ! เหมาะสำหรับการออกกำลังกายอีกแล้ว เวลาเปียกเหงื่อหรือฝนตกก็ไม่ต้องกังวล แต่ตรงนี้แนะนำว่าไม่ควรเอาไปว่ายน้ำหรือลงน้ำจริงๆจังๆนะครับ เอาไว้กันอุบัติเหตุเวลาหล่นน้ำจะดีกว่า

แบตเตอรี่ 200 mAh ความจุแบตเตอรี่ของรุ่นนี้ก็ให้มาที่ 200 mAh ซึ่งจากเท่าที่ได้ลองใช้งานจริงๆมา ซิงค์ทุกอย่างไว้กับมือถือหมด เปิดทั้งฟังค์ชั่น ก็สามารถใช้งานได้ประมาณ 2 วันนิดๆครับ (อันนี้รวมปิดเครื่องตอนกลางคืนด้วยนะ) อาจจะดูน้อยไปหน่อยกับการใช้งานทั่วๆไป

สรุปผลการทดสอบ

รวมๆแล้วเรียกว่าเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย และก็ไม่ทิ้งในเรื่องแฟชั่นด้วยเช่นกัน เพราะด้วยความสามารถต่างๆของตัว Gear Fit 2 นี้เรียกว่าครบครันเหมาะสำหรับการออกกำลังกาย ทั้งในเรื่องของการนับก้าวเดิน , วัดการเต้นของหัวใจ , มีระบบ GPS หรือแม้กระทั่งการกันน้ำตามมาตรฐาน IP68 ด้วย แถมในเรื่องของดีไซน์ก็มาพร้อมหน้าจอ Super Amoled โค้งสวยงาม สวย TPU คุณภาพดีใส่เป็นสายรัดข้อมือแนวแฟชั่นก็สวยไม่หยอกด้วย ทั้งหมดที่ว่ามานี้ราคาค่าตัวอยู่ที่ 6,500 บาทเท่านั้นจ้าาา ! :D

 

จุดเด่น

  • หน้าจอ Super Amoled โค้งแสดงผลสวยงาม
  • มี GPS ในตัว
  • มี Heart Rate Monitor
  • กันน้ำตามมาตรฐาน IP68
  • มีหน่วยความจำในตัวสามารถใส่เพลงได้

จุดสังเกต

  • แบตเตอรี่ใช้งานได้น้อยไปหน่อย

 

รีวิวโดย : เฮียแม๊พ. TechXcite