Review : Lenovo Vibe X3 สมาร์ทโฟนสุดครบเครื่องที่พร้อมจะมาเติมเต็มความบันเทิงทั้งภาพและเสียง !!

เฮียแม็พ | 15 ก.พ. 2559 16:16:22 (อัพเดต 16 ก.พ. 2559 09:14:53)

32500

VIEWS เฮียแม็พ

Review : Lenovo Vibe X3 สมาร์ทโฟนสุดครบเครื่องที่พร้อมจะมาเติมเต็ม
ความบันเทิงทั้งภาพและเสียง !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่กับ เฮียแม๊พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนระดับท็อปตัวล่าสุดของ Lenovo กับ Lenovo Vibe X3 นั่นเอง ซึ่งจุดเด่นหลักๆของรุ่นนี้ก็คือเรื่องของความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบนั่นเอง เอาเป็นว่าเราไปติดตามกันดีกว่า ว่าจะน่าสนใจสักแค่ไหนครับ :)

แกะกล่อง Lenovo Vibe X3

มาเริ่มกันจากการแกะกล่องดูอุปกรณ์ภายในกันก่อนเลย หน้าตาของตัวกล่องก็จะเป็นทรงแท่งยาวๆสีขาวสะอาดตา มีปลอกสกรีนคำว่า Vibe ทับอยู่ชั้นหนึ่งครับ

พอถอดปลอกออกมาก็จะเห็นโลโก้ Vibe อีกครั้งแต่คราวนี้จะมีสีสันคล้ายการเพนท์สีอยู่ด้วย (ผมว่ากล่องสวยดีนะรุ่นนี้)

เปิดกล่องออกมาก็จะพบตัวเครื่องซึ่งเป็นพระเอกของเรานอนอยู่นิ่งๆ ไว้ค่อยมาดูว่าตัวเครื่องเป็นยังไงนะ ไปดูอุปกรณ์อื่นๆกันก่อน

ภายในกล่องจะมีฟิล์มกันรอยและเคสใสมาให้ด้วย ตรงนี้ถือว่าดีมากๆเลยสำหรับผู้ที่ซื้อเครื่องใหม่ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเคสและฟิล์มแล้วนะ ;)

ส่วนอุปกรณ์อื่นๆก็ถูกจัดเรียงไว้เป็นระเบียบอย่างดี เป็นชั้นๆ อุปกรณ์เสริมทั้งหมดก็ประกอบไปด้วย หูฟัง (แบบ In-Ear) , สาย USB , อแดปเตอร์ชาร์จไฟครับ , ฟิล์มกันรอย (แบบใส) และเคสใส

ยลโฉม Lenovo Vibe X3

แกะกล่องกันคร่าวๆไปแล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลามาดูตัวเครื่องกันเลย Lenovo Vibe X3 นั้นมีขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 154 x 76.5 x 9.3 มม.ก็ถือว่ากำลังเหมาะมือ ดีไซน์หลักๆด้านหน้าก็จะเห็นว่ามีลำโพงคู่เด่นๆอยู่บนล่างของหน้าจอ

ส่วนหน้าจอก็เป็นแบบ IPS ความละเอียด Full-HD ขนาด 5.5 นิ้วในเรื่องของการแสดงผลก็ทำได้ดีทีเดียวคมชัดสีสันที่ได้ก็ถือว่าสดใสมุมมองกว้างใช้ได้ครับ

ด้านบนหน้าจอก็จะมีลำโพงหลักของตัวเครื่อง (ใช้เป็นลำโพงสนทนาด้วย) กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซลอยู่ที่มุมซ้ายและไฟ LED แจ้งเตือนอยู่ที่มุมขวาครับ

ด้านล่างหน้าจอนั้นจะมี 3 ปุ่มสัมผัสมาตรฐานของ Android  คือปุ่ม Recent App , ปุ่ม Home และปุ่ม Back ถัดลงมาด้านล่างจะมีลำโพงหลักของตัวเครื่องอีกตัวและมีไมโครโฟนซ่อนอยู่ด้วย

กรอบเครื่องก็จะเป็นโลหะตัดขอบแบบ Diamond-Cut ให้ความรู้สึกแข็งแรงและพรีเมี่ยมมากๆแต่อาจจะติดนิดนึงตรงที่ขอบของตัวเครื่องนั้นไม่ได้เสมอไปกับตัวเครื่องซะทีเดียวเวลาจับอาจจะดูล้นๆไปหน่อยแต่ถ้าเราใส่เคสที่แถมมาให้ก็จะช่วยเรื่องนี้ได้ครับ

ปุ่มต่างๆของตัวเครื่องจะอยู่ที่มุมขวาของตัวเครื่องทั้งหมดทั้งปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงและปุ่มโฮม

ส่วนช่องใส่ซิมจะอยู่ทางด้านซ้ายมือครับ ซึ่งจะเป็นถาดซิมแบบไฮบริดคือใส่ได้ 2 ซิมการ์ด หรือจะแบ่งเป็น 1 ซิม 1 SD-Card ก็ตามสะดวกครับ

ด้านล่างของตัวเครื่องก็จะมีพอร์ท Micro-USB ข้างๆสีขาวๆนั้นเป็นเสาอากาศรับสัญญาณครับ

ด้านบนตัวเครื่องมีพอร์ทหูฟัง 3.5 มม. และจุดดำๆขวาสุดนั้นเป็น IR Blaster เอาไว้ใช้เป็นรีโมทควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าจ้า

พลิกกลับมาดูที่ด้านหลังของตัวเครื่องกันบ้างตรงกลางด้านบนจะมีกรอบสำหรับเลนส์กล้องหลังที่มีความละเอียด 21 ล้านพิกเซลอยู่ถัดลงมาจะเป็นไฟแฟลชคู่แบบ Dual-Tone และที่ขาดไม่ได้สำหรับมือถือยุคนี้อย่างเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือก็มีติดมาให้ด้วยนะ

วัสดุของฝาหลังนั้นก็จะเป็นพลาสติกผิวด้านให้ความรู้สึกเนียนมือดีแต่ไม่ถึงกับลื่นจนหลุดมือง่ายๆ

สเปคของ Lenovo Vibe X3

ดูตัวเครื่องคร่าวๆกันไปแล้วคงอยากจะทราบสเปคของเจ้านี่แล้วสิ Lenovo Vibe X3 นั้นก็มาพร้อมกับสเปคอันดับต้นๆในช่วงนี้เลยโดยมาพร้อมกับสเปคดังนี้...

  • รัน Android 5.1.1 Lollipop
  • หน้าจอ IPS ขนาด 5.5 นิ้วความละเอียด Full-HD (1080 x 1920 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 808 Hexa-core (Quad-core 1.2 GHz Cortex-A53 + Dual-core 1.8 GHz Cortex-A57)
  • หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 418 GPU
  • แรม 3 GB
  • รอม 32 GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 128 GB
  • แบตเตอรี่ 3600 mAh
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 21 ล้านพิกเซลไฟแฟลชคู่ Dual-Tone (พร้อมเทคโนโลยี PDAF)
  • รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับ nfc
  • รองรับ 2 ซิม
  • รองรับ 3G / 4G LTE
  • สัดส่วนตัวเครื่อง 154 x 76.5 x 9.3 มม.
  • น้ำหนัก 175 กรัม

ระบบปฏิบัติการและการใช้งานเบื้องต้น

Lenovo Vibe X3 มาพร้อมกับ Android 5.1.1 Lollipop ครอบด้วย Vibe UI ที่มีลูกเล่นต่างๆให้ปรับแต่งนิดๆหน่อยๆพองามครับ

ไอคอนมีสีสัน ดูเป็นมิตรกับผู้ใช้ โดยหน้าตา Launcher ต่างๆนั้นจะเหมือนกับพวก Pure Android ทั่วๆไปคือมีหน้า App Drawer ปกติ ต่างจากบน Lenovo รุ่นก่อนๆที่มักจะรวมพวกหน้าแอปต่างๆไว้ในหน้า Home Screen ทั้งหมด

หรือถ้าใครที่เคยใช้สมาร์ทโฟนของ Lenovo มาก่อนแล้วยังไม่ชินกับรูปแบบ Launcher แบบนี้ ก็สามารถไปตั้งค่าให้เป็นแบบเดิมได้ใน Homescreen settings (แตะค้างที่หน้าจอหลัก แล้วเลือก preference)

ซึ่งในหน้า Homescreen settings นี้เราก็สามารถเข้าไปปรับแต่งพวกเอฟเฟคการปัดหน้าจอได้ด้วยนะ

ส่วนใครที่ชอบเปลี่ยนพวก Theme บ่อย บนรุ่นนี้ก็ยังคงมีระบบ Theme center ให้เราได้ปรับเปลี่ยนกันอีกเช่นเคย โดยเราสามารถเลือกได้ 6 ตีมหลักๆตามในภาพเลยครับ

หรือว่าจะเป็นรูปแบบของ Lock screen , รูปแบบของ Recent Task (หน้า Recent app) , Wallpapers หรือเสียงการแจ้งเตือนต่างๆก็ปรับได้ในนี้ทั้งหมดครับ

ระบบสแกนลายนิ้วมือบน Lenovo Vibe X3

แน่นอนว่าเรื่องของการรักษาความปลอดภัยบนสมาร์ทโฟนปัจจุบันนั้นเป็นอีกเรื่องที่มีการให้ความสนใจมากๆ แล้ววิธีที่ฮอตฮิตที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของระบบสแกนลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อคเครื่อง ซึ่งบน Vibe X3 นั้นก็ใส่มาให้ด้วยเช่นกัน โดยตำแหน่งก็จะอยู่ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง (บริเวณใต้กล้องหลัง) อย่างที่ได้เห็นไปแล้วจากภาพด้านบน

ซึ่งการทำงานก็แสนจะสะดวกและรวดเร็ว เราสามารถแตะนิ้วลงที่เซ็นเซอร์แล้วปลดล็อคเครื่องได้เลย (ไม่ว่าหน้าจอจะเปิดหรือปิดอยู่)

โดยเราสามารถเข้าไปตั้งค่านิ้วของเราได้ที่ settings > fingerprint ในครั้งแรกตัวระบบจะให้เราเลือกว่าจะใช้รูปแบบการปลดล็อคสำรองอีกอย่างเป็นอะไร อาทิ PIN , Pattern หรือ Password อันนี้ก็แล้วแต่สะดวกครับ ส่วนการตั้งค่าลายนิ้วมือก็ทำได้สูงสุดที่ 2 นิ้วครับ

ประสิทธิภาพของ Lenovo Vibe X3

มาต่อกันในเรื่องของการทดสอบประสิทธิภาพผ่านแอป Benchmark ยอดนิยมอย่าง AnTuTu Benchmark กันหน่อย ผลคะแนนก็ออกมาอยู่ที่ 67227 คะแนนเลยทีเดียว ถือว่าสูงใช้ได้เลยล่ะ

การเล่นเกมบน Lenovo Vibe X3

ต่อจากการทดสอบคะแนนไปแล้ว ทีนี้คงต้องถึงการลงสนามจริงด้วยการทดสอบการเล่นเกมกันแล้วล่ะ ซึ่งเกมที่ผมเลือกมาทดสอบก็เน้นเกมกราฟิกหนักๆกันไปเลย อาทิ Sniper Fury , Implosion , Gods of Rome , Traffic Rider และ Temple Run 2

ซึ่งผลการทดสอบก็น่าประทับใจครับ เล่นได้ลื่นไหลดี ด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 808 + Adreno 418 GPU ที่ถือว่าอยู่อันดับต้นๆในตลาดอยู่ ในเรื่องของการเล่นเกมก็หายห่วงได้เลยครับ ;)

ความบันเทิงบน Lenovo Vibe X3

มาต่อในเรื่องของความบันเทิงอย่างการดูหนังฟังเพลงบนเจ้า Vibe X3 กันบ้าง โดยบนรุ่นนี้นั้นทาง Lenovo ชูเรื่องการทำงานมัลติมีเดียมาเป็นหลักเลย เพราะในเรื่องของระบบเสียงที่มีการใส่ระบบ Dolby Atmos และ Hi-Fi Audio เข้ามาให้เสียงมีมิติทั้งการฟังผ่านลำโพงคู่ของตัวเครื่องหรือผ่านหูฟังด้วย

ส่วนในเรื่องจอภาพก็หายห่วงด้วยขนาดหน้าจอระดับ 5.5 นิ้ว ความละเอียดก็คมชัด Full-HD จัดว่าจุใจคอหนังเลยล่ะ

อุปกรณ์เสริมเพิ่มอรรถรส AntVR

มาดูอุปกรณ์เสริมที่ถูกจัดมาแบบแพ็คคู่ (แต่ต้องซื้อแยกนะ) กับ Lenovo Vibe X3 รุ่นนี้อย่าง AntVR กันบ้าง ซึ่งเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้ก็แน่นอนครับว่าเป็นอุปกรณ์พวก Virtual Reality นั่นเอง

โดยหน้าตาของเจ้า AntVR นี้ก็ออกแบบมาดูดีทีเดียว ตรงฝาครอบมีสกรีนว่า AntVR Design for Lenovo ด้วย วัสดุก็เป็นพลาสติกด้านสีขาว

วิธีการใช้งานก็ง่ายนิดเดียวครับ ก่อนอื่นเราต้องเปิดโหมด VR บน Vibe X3 ก่อนโดยการกดปุ่ม Power ค้างไว้แล้วเลือกไปที่ VR Glasses Split-screen mode (หรือภาษาไทยใช้คำว่า โหมดหน้าจอแยกกระจก VR) ทีนี้เราก็จะได้หน้าจอ 2 จอสำหรับใช้งานกับแว่น VR แล้ว

เมื่อนำเจ้า Vibe X3 มาประกอบร่างกับ AntVR ก็จะมีรูปร่างตามภาพเลยครับ

ซึ่งพอเรามองผ่านตัว AntVR เข้าไปก็จะคล้ายกับการขยายหน้าจอให้ใหญ่ขึ้นเต็มตาเรามากขึ้น

ทีนี้เราก็สามารถไปหาแอปประเภท VR มาเล่นกับเจ้าแว่นนี้ได้แล้ว (เซิร์ชหาใน Play Store ว่า "VR"ได้เลย)

ตัวอย่างแอป VR จาก Insidious VR

กล้องถ่ายภาพของ Lenovo Vibe X3

มาต่อกันเรื่องของกล้องของ Vibe X3 กันบ้าง โดยบนรุ่นรี้ก็ให้กล้องหลังความละเอียดสูงถึง 21 ล้านพิกเซล (อัตราส่วน 4:3) พร้อมเทคโนโลยี PDAF ที่ช่วยให้ได้ภาพสีสันสวยงามสมจริง

 

โดยโหมดก็มีให้เลือกหลักๆ 8 โหมดด้วยกัน อาทิ Pro , Panorama , Art Nightscape , Artistic HDR , Blur Background , Panorama Selfie , Fast Motion และ Slow Motion ครับ

 

แต่ถ้าไม่อยากจะปรับเยอะในโหมด Auto (ค่าเริ่มต้น) ก็จะมีความสามารถ Smart Auto ตั้งมาให้ ตรงนี้ตัวแอปจะคำนวณให้อัตโนมัติว่าในภาพนั้นๆที่เราโฟกัสอยู่เป็นอะไรและจะปรับค่าให้เหมาะสมกับภาพนั้นๆ อย่างในภาพนี้จะเห็นว่าพอแต่โฟกัสปุ๊บตัวแอปคำนวณให้ทันทีว่าเป็นภาพอาหาร ก็ใช้โหมด Gourmet (รูปช้อน-ซ่อม) โดยอัตโนมัติ

อธิบายพอประมาณ เอาเป็นว่าลองไปชมภาพตัวอย่างจากกล้องของ Lenovo Vibe X3 กันดีกว่าฮะ

โดยรวมถือว่าภาพที่ได้ออกมาคมชัดสวยงามทีเดียว การโฟกัสถือว่าทำได้ไวดี แตะปุ๊บก็ติดปั๊บ โทนสีของภาพก็สวยสดกำลังดี แถมโหมด Auto ก็ฉลาดมาก ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปโหมดอื่นเลย แค่แตะถ่ายๆก็พอ ^^

เซลฟี่สวยเนียนด้วยกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เรียกว่าคงถูกใจคอเซลฟี่กันอย่างแน่นอนสำหรับเจ้า Vibe X3 ตัวนี้ เพราะมาพร้อมกล้องหน้าความละเอียดถึง 8 ล้านพิกเซลเลยทีเดียว แถมยังมีโหมด Beauty ให้เลือกปรับกันอีก 7 ระดับด้วย

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ Lenovo Vibe X3 (Beauty +3)

การใช้งานแบตเตอรี่ของ Lenovo Vibe X3

ปิดท้ายกันที่เรื่องของแบตเตอรี่กันอีกเช่นเคย เจ้า Vibe X3  นั้นให้ความจุแบตเตอรี่มาที่ 3600 mAh ถือว่าเยอะพอสมควรกับสมาร์ทโฟนหน้าจอ 5.5 นิ้ว ซึ่งจากการทดสอบก็ถือว่าอึดตามคาด สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน

หรือถ้าแบตใกล้หมดจริงก็ยังมีโหมด Ultimate Power Saving มาให้เลือกปรับเพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ถึงขีดสุดได้อีก (เพราะตัดฟีเจอร์ทุกอย่างออกไปเหลือเพียงแอปโทรศัพท์ , Contacts , SMS , เครื่องคิดเลข , ปฏิทิน และนาฬิกาปลุกแค่นั้น)

สรุปผลการทดสอบ

สำหรับเพื่อนๆที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนเพื่อความบันเทิงสักตัวในราคาที่ไม่แรงมาก (หมื่นกลางๆ) เจ้า Vibe X3 นีก็ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีเลย ทั้งหน้าจอที่มีขนาดใหญ่กำลังเหมาะ แสดงผลสวยงาม ลำโพงคู่พร้อมระบบเสียง Dolby และ Turbo Hi-Fi อีกด้วย หรือกล้องถ่ายภาพก็ใช้งานง่ายคุณภาพดีเยี่ยม ส่วนในเรื่องของสเปคก็จัดว่าทำงานได้ลื่นไหลทุกๆการใช้งาน และอีกจุดเด่นหลักๆที่คงไม่พูดถึงไม่ได้อย่างการปรับแต่งให้ใช้งานควบคู่กับอุปกรณ์ VR ก็ถือว่าทาง Lenovo นั้นทำการบ้านมาดี จนทำให้ Lenovo Vibe X3 รุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่ครบเครื่องในเรื่องของความบันเทิงจริงๆครับ

ราคาเปิดตัวของ Lenovo Vibe X3 อยู่ที่ 15,990 บาท

ราคาพร้อมแว่น VR เริ่มต้นที่ 16,690 บาท

จุดเด่น

  • หน้าจอแสดงผลสวยงาม
  • ลำโพงคู่หน้า ให้เสียงมีมิติ พร้อมระบบเสียง Dolby และ Turbo Hi-Fi
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือทำงานได้ง่ายและรวดเร็ว
  • มีการปรับแต่งให้ใช้งานควบคู่กับ VR ได้เป็นอย่างดี
  • กล้องหน้าและหลังคุณภาพดีเยี่ยม

จุดสังเกต

  • ตัวระบบสแกนลายนิ้วมือสามารถจดจำได้สูงสุดเพียง 2 ลายนิ้วมือเท่านั้น

 

รีวิวโดย : เฮียแม๊พ. TechXcite


มาเเล้วๆ ใครอยากจะได้ Lenovo Vibe X3 ไว้ในครอบครอง สามารถสั่งซื้อได้ที่นี่เลยจ้า