OnePlus ประกาศเปิดตัวสมาร์ตโฟนซีรีส์ใหม่อย่างเป็นทางการในประเทศจีนในชื่อ "OnePlus Turbo 6X Series" โดยชูจุดเด่นที่การติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่พิเศษ ควบคู่กับชิปเซ็ตประมวลผลตระกูล 7-series ของ MediaTek และการทำราคาที่ดึงดูดใจอย่างน่าเหลือเชื่อ ซึ่งแม้ว่าในปัจจุบันสมาร์ตโฟนซีรีส์นี้จะยังคงวางจำหน่ายเฉพาะในประเทศจีนเท่านั้น แต่มีความเป็นไปได้สูงมากที่ทางค่ายจะนำไปปรับใช้และเปิดตัวในตลาดสากลภายใต้ไลน์อัปตระกูล OnePlus Nord ในอนาคต โดยทั้งสองรุ่นได้เริ่มเปิดให้สั่งซื้อแล้วผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการของ Oppo ในประเทศจีน และมีกำหนดการเริ่มจัดส่งสินค้าในวันที่ 15 มิถุนายนนี้
.jpg)

สำหรับรุ่นท็อปอย่าง OnePlus Turbo 6X Pro มาพร้อมกับความโดดเด่นด้านพลังงานด้วยการติดตั้งแบตเตอรี่นวัตกรรมซิลิคอนคาร์บอน (Si-C) ความจุสูงถึง 8,000mAh รองรับระบบชาร์จไว 80W SuperVOOC และรองรับการชาร์จไฟสูงสุด 55W ร่วมกับหัวชาร์จของแบรนด์ภายนอก (Third-party) ขณะที่รุ่นมาตรฐานอย่าง OnePlus Turbo 6X จะใช้งานแบตเตอรี่ความจุ 7,000mAh พร้อมรองรับความเร็วในการชาร์จที่ระดับ 45W SuperVOOC นอกจากนี้ในรุ่น Pro ยังเหนือกว่าด้วยหน้าจอแสดงผลเกรดพรีเมียมแบบ M14 AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียดระดับ 1.5K (1,272×2,772 พิกเซล) อัตรารีเฟรชเรท 144Hz ติดตั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบออปติคอลใต้หน้าจอ และกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ส่วนรุ่นมาตรฐานจะลดสเปกมาใช้หน้าจอประเภท LCD ขนาด 6.72 นิ้ว ความละเอียด FHD+ อัตรารีเฟรชเรท 144Hz ย้ายเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือไปไว้ที่ขอบข้างตัวเครื่องร่วมกับปุ่มเปิด-ปิด และมีกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
.jpg)
.jpg)
มิติของขุมพลังและซอฟต์แวร์ ทั้งสองรุ่นเลือกใช้งานชิปเซ็ตประมวลผลจากค่าย MediaTek โดยรุ่น Pro ขับเคลื่อนด้วยชิป Dimensity 7400 Super ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเล็กน้อย จับคู่กับหน่วยความจำ RAM สูงสุด 12GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในความจุ 256GB ขณะที่รุ่นมาตรฐานใช้ชิปเซ็ต Dimensity 7360 Super โดยมีตัวเลือกขนาด RAM และความจุเท่ากัน ส่วนระบบปฏิบัติการแกะกล่องมาพร้อมกับ ColorOS 16 บนพื้นฐานของ Android 16 ทางด้านระบบถ่ายภาพด้านหลัง ทั้งคู่ติดตั้งกล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (ระยะเทียบเท่าเลนส์ 27 มม.) มาให้เหมือนกัน แต่รุ่น Pro จะได้เปรียบที่มีการเสริมเลนส์มุมกว้างพิเศษ อัลตร้าไวด์ (Ultrawide) ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลเข้ามา ขณะที่รุ่นมาตรฐานจะถูกจับคู่กับเลนส์โมโนโครม (Monochrome) ความละเอียด 2 ล้านพิกเซลแทน ยิ่งไปกว่านั้น รุ่น Pro ยังได้รับมาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่นที่เหนือกว่าในระดับ IP68/69K ส่วนรุ่นปกติได้มาตรฐานที่ระดับ IP64
ในด้านรูปลักษณ์และราคาวางจำหน่าย ตัวเลือกสีสันของ OnePlus Turbo 6X มีให้เลือก 3 เฉดสี ได้แก่ สีดำ สีเขียว และสีขาว โดยมีราคาเริ่มต้นในรุ่นความจุ 8/128GB ที่ 1,899 หยวน (หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 9,100 บาท / ประมาณ 280 ดอลลาร์สหรัฐ) และขยับไปสูงสุดในรุ่นความจุ 12/256GB ที่ราคา 2,299 หยวน (หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 11,000 บาท / ประมาณ 340 ดอลลาร์สหรัฐ) ส่วนทางด้านรุ่นพี่อย่าง OnePlus Turbo 6X Pro จะมีให้เลือก 2 เฉดสี คือ สีดำ และสีส้ม โดยเปิดราคารุ่นเริ่มต้นความจุ 8/128GB มาที่ 1,999 หยวน (หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 9,600 บาท / ประมาณ 295 ดอลลาร์สหรัฐ) และรุ่นท็อปสุดความจุ 12/256GB ที่ราคา 2,399 หยวน (หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 11,500 บาท / ประมาณ 354 ดอลลาร์สหรัฐ)

หมีเด้งวิเคราะห์ : การเปิดตัว OnePlus Turbo 6X Series ในประเทศจีน จะส่งผลกระทบและสร้างความสั่นสะเทือนต่อตลาดสมาร์ตโฟนระดับกลาง (Mid-range) อย่างรุนแรง โดยเฉพาะแบรนด์คู่แข่งในพิกัดราคาหมื่นต้น ๆ อย่าง Redmi, iQOO และ Vivo การที่ OnePlus สามารถยัดแบตเตอรี่นวัตกรรมซิลิคอนคาร์บอนขนาดใหญ่ถึง 7,000–8,000mAh เข้ามาในตัวเครื่องได้โดยยังคงทำราคาเริ่มต้นได้ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบาท ถือเป็นการทำลายข้อจำกัดเดิม ๆ ของสมาร์ตโฟนกลุ่มนี้ และจะเป็นการกำหนดมาตรฐานใหม่ที่บีบให้แบรนด์อื่น ๆ ต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ความหนาแน่นสูงตาม นอกจากนี้ หาก OnePlus ตัดสินใจส่งซีรีส์นี้บุกตลาดโลกภายใต้ชื่อ Nord ซีรีส์ตามความคาดหมาย มันจะกลายเป็นอาวุธชิ้นสำคัญที่ช่วยแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดจากสมาร์ตโฟนระดับกลางของ Samsung ได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่มีแนวโน้มที่จะเลือกซื้ออุปกรณ์ที่ให้ความคุ้มค่าด้านพลังงานและการชาร์จไวที่เหนือกว่าในราคาที่จับต้องได้ขึ้้นตั้งแต่กลางปีนี้เป็นต้นไป
source: gsmarena