Review : Canon EOS M3 กล้อง Mirrorless จาก Canon ที่ยกเครื่องมาใหม่ไฉไลกว่าเดิม

น้าป๋วย | 15 ก.ค. 2558 16:37:43 (อัพเดต 24 ก.ค. 2558 18:49:59)

24306

VIEWS น้าป๋วย

Review : Canon EOS M3 กล้อง Mirrorless จาก Canon ที่ยกเครื่องมาใหม่ไฉไลกว่าเดิม

หลังจากที่ทาง Canon ได้เริ่มเข้าสู่ตลาดกล้อง Mirrorless ด้วยกล้อง Canon EOS M แต่กระแสของกล้องรุ่นดังกล่าวก็อาจจะไม่แรงนัก เนื่องจากผู้ใช้งานหลายคนมักวิจารณ์เรื่องของระบบการทำงานที่ตอบสนองได้ไม่ดีพอเมื่อเทียบกับคู่แข่ง มาวันนี้ทาง Canon ได้ยกเครื่องใหม่พร้อมกับลบจุดด้อยต่างๆจากรุ่นเดิม กับกล้อง Canon EOS M3 กล้อง Mirrorless รุ่นใหม่ล่าสุดที่จะนำมารีวิวให้ชมกันถึงประสิทธิภาพการทำงานของกล้องตัวนี้ รวมไปถึงการปรับปรุงจุดด้อยต่างๆให้ดีขึ้นจากรุ่นเดิม ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

เริ่มจากรูปร่างหน้าตากันก่อนสำหรับ Canon EOS M3 ตัวนี้ มองเผินๆแล้วยังไม่ได้ปรับเปลี่ยนเรื่องของดีไซน์อะไรออกมามากนัก ที่เห็นชัดน่าจะเป็นส่วนของกริปจับที่ทำนูนออกมา สามารถจับถือได้ถนัดขึ้น แต่เรื่องความเล็กกะทัดรัดสไตล์กล้อง Mirrorless ก็ยังคงเป็นจุดเด่นเมื่อเทียบกับกล้อง DSLR ใครที่อยากได้กล้อง Canon ตัวเล็กๆก็อาจจะเล็งๆตัวนี้ไว้ในลิสต์ก็ได้ 

ในส่วนของเซ็นเซอร์นั้นยังคงเป็นขนาด APS-C ซึ่งมาพร้อมความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล นั่นหมายความว่าคุณภาพไฟล์เหมือนกับที่ได้ในกล้อง DSLR แน่ๆ แถมที่มีการปรับปรุงออกมาตามหน้าสเป็คที่เขียนไว้คือการใช้ระบบออโต้โฟกัส Hybrid CMOS AF III โดยทาง Canon ระบุว่าเร็วขึ้นกว่าเดิม (แต่ใช้งานจริงยังไม่ประทับใจนัก)

ด้านบนตัวกล้องมีการปรับเปลี่ยนไปเยอะ นั่นคือการใส่แป้นหมุนเลือกโหมดถ่ายภาพมาให้ พร้อมกับมีแป้นชดเชยแสง ตรงจุดนี้เรียกว่า Canon น่าจะปรับปรุงใส่เข้ามาเพราะมันช่วยให้การควบคุมการทำงานของกล้องนั้นรวดเร็วกว่าการเข้าไปจิ้มหาในเมนูหน้าจอ ตรงส่วนของปุ่มชัตเตอร์ก็มีแป้นหมุนควบคุมกล้องให้ใช้งานด้วย ใครที่ใช้กล้อง DSLR มาก่อนคงไม่ต้องหงุดหงิดอีกต่อไป

การปรับปรุงในส่วนของด้านบนตัวกล้องอีกอย่างก็คือการซ่อนแฟลชป๊อปอัพไว้ในตัวกล้องเลย ซึ่งก็ถือเป็นจุดดีของการดีไซน์แบบใหม่ เพราะถ้าเป็น EOS M เดิมนั้น จำเป็นต้องพกแฟลชแยกอีกตัวซึ่งค่อนข้างเกะกะเป็นภาระเหมือนกัน

และมาถึงในส่วนของจอ LCD ของกล้อง Canon EOS M3 ตัวนี้ก็คือการออกแบบให้สามารถบิดพับได้แบบ 180 องศา ซึ่งนั่นหมายความว่าใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ Selfie ก็คงชอบใจกับเจ้าจอ LCD พับได้แบบนี้่ 

ส่วนตัวหน้าจอนั้นเป็นระบบสัมผัส สามารถแตะเพื่อเข้าถึงเมนูต่างๆได้ รวมไปถึงสามารถแตะเพื่อกดชัตเตอร์ได้ด้วย ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าสะดวกในการใช้งานดีทีเดียว เพราะตอบสนองต่อการทำงานเร็ว และสามารถใช้งานที่หน้าจอได้คล้ายการใช้งานบนสมาร์ทโฟน

สุดท้ายด้านล่างนั้นเป็นส่วนของช่องใส่แบตเตอรี่และเม็มโมรี่การ์ด และนี่ก็เป็นเรื่องของตัวกล้องคร่าวๆของ Canon EOS M3 ซึ่งจากการจับถือใช้งานจริง ก็ต้องบอกว่าตัวกล้องนั้นมีความคงทนแข็งแรง วัสดุและงานประกอบได้มาตรฐาน มั่นใจได้ในสไตล์ Canon

คราวนี้ลองมาดูในส่วนของการใช้งานจริงกันบ้าง หลังจากทดสอบการใช้งานต่างๆพบว่า อย่างแรกเลยคือไฟล์ภาพที่มีคุณภาพสูง และที่ชอบก็คือไฟล์ภาพที่สีสวยตามสไตล์ Canon เลย ใครที่ชอบไฟล์ใสๆสีสวยๆของ Canon แนะนำเลยว่า Canon EOS M3 สามารถให้คุณได้แน่นอน 

ลองเอากล้อง Canon EOS M3 ไปถ่ายภาพในที่แสงน้อยกันบ้าง ก็พบว่ากล้องรุ่นนี้สามารถให้ไฟล์ภาพที่ดี Noise ต่ำ ฉะนั้นไม่ต้องกังวลในการนำกล้องไปถ่ายภาพในที่แสงน้อย ส่วนเรื่องการโฟกัสในที่แสงน้อยนั้นก็สามารถทำได้ดีในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ไฟล์ RAW จากกล้องรุ่นนี้ก็สามารถนำมาปรับแต่งได้ค่อนข้างเยอะทีเดียว 

มาลองทดสอบที่ ISO สูงถึง 12800 กันบ้าง กล้อง Canon EOS M3 นั้นสามารถถ่ายทอดไฟล์ภาพออกมาได้อย่างสวยงาม แถมด้วยหน้าจอระบบสัมผัสและบิดพับได้ทำให้ได้ภาพในมุมต่างๆที่สะดวกสบายมากขึ้น อย่างเช่นตัวอย่างภาพดังกล่าวถ่ายในที่แสงน้อยมากๆในสวนสาธารณะ และนำมาครอปภาพให้ดูกันเลยว่า 100% นั้น กล้อง Canon EOS M3 สามารถจัดการเรื่อง Noise และให้ความคมชัดที่ดีทีเดียว

ลองทดสอบการถ่ายภาพภายใต้แสงไฟในร่มกันบ้าง ก็พบว่ากล้อง Canon EOS M3 สามารถเลือก White Balance ได้อย่างชาญฉลาด ไม่เป็นรองกล้อง DSLR เลยก็ว่าได้ แถมดูสกินโทนของนางแบบก็ถือว่าถูกใจเลยทีเดียว ตามสไตล์ของ Canon ที่หลายๆคนคงชื่นชอบเมื่อนำมาถ่ายภาพ Portrait

กล้องระดับนี้ หลายท่านสงสัยว่าทำหน้าชัดหลังเบลอได้หรือไม่ ก็ต้องตอบว่าทำได้ครับ เพราะเซ็นเซอร์ที่ใช้ขนาดเดียวกันกับกล้อง DSLR หลายๆรุ่น ไม่เป็นปัญหาในการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอแต่อย่างใด

ปัญหาอย่างหนึ่งที่พบและไม่ค่อยประทับใจก็คือเรื่องของระบบออโต้โฟกัส ที่ทาง Canon ระบุว่าเร็วขึ้น ซึ่งจากการใช้งานจริงพบว่ารวดเร็วกว่ารุ่นเดิม แต่เมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาดแล้วกลับพบว่าช้ากว่ากล้องคู่แข่งในระดับเดียวกัน เวลาแตะโฟกัสเพื่อถ่ายภาพที่มีคอนทราสต์ต่ำหรือวัตถุที่เคลื่อนไหวรวดเร็วจะโฟกัสไม่ได้ดั่งใจ

ส่วนที่คิดว่าทำให้กล้องตัวนี้น่าใช้งานนั้น น่าจะเป็นเรื่องของระบบถ่ายภาพอัตโนมัติต่างๆที่ใช้งานง่าย และฟิลเตอร์ที่ให้มาก็สามารถสร้างสรรค์ภาพได้สวยงาม ถ้า Canon ปรับปรุงเรื่องออโต้โฟกัสให้เร็วขึ้นกว่านี้ น่าจะเป็นกล้องที่สมบูรณ์แบบเลยทีเดียว

จุดเด่นอีกอย่างที่กล้อง Canon EOS M3 ให้มาก็คือระบบ Wi-Fi และ NFC ซึ่งน่าจะเป็นมาตรฐานสำหรับกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ๆไปแล้ว ตรงนี้ถือว่าโอเคเลยทีเดียว สามารถเชื่อมต่อได้ง่ายและทำงานได้รวดเร็ว แอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนอย่างเช่น EOS Remote ก็ทำงานได้ดีและใช้งานเป็นรีโมทได้ผ่าน Wi-Fi

จุดอื่นๆที่ถือเป็นจุดเด่นของกล้อง Canon EOS M3 นอกจากที่กล่าวไปแล้วนั้น ก็มีเรื่องของระบบการทำงานของกล้องที่รวดเร็ว โดยเฉพาะตอนเปิด-ปิดกล้องนั้น ถือว่าตอบสนองได้ค่อนข้างดี หรือแม้แต่ตอนที่แตะชัตเตอร์เพื่อให้กล้องพร้อมทำงานจากโหมด Standby นั้นก็รวดเร็วทันใจ ไม่ต้องต้องรอนานเช่นกัน

ตรงจุดที่อึดอัดใจนิดหน่อยตอนทดสอบก็คือ กล้องรุ่นนี้ไม่มีวิวไฟน์เดอร์อิเล็คทรอนิกส์มาให้ในตัว ซึ่งบางครั้งเจอแดดแรงๆทำให้มองเห็นหน้าจอไม่ชัดเจน และที่สำคัญคือแบตเตอรี่ที่หมดเร็วตามสไตล์กล้อง Mirrorless หลังจากใช้งานหนักๆ เพราะจอหลังเปิดตลอดเวลา

เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับการรีวิว Canon EOS M3 ตัวนี้ ซึ่งกล้องตัวนี้ถ้าให้ฟันธงลงไปนั้นก็น่าจะเหมาะกับมือใหม่ที่ต้องการกล้องเล็กๆพกพาสะดวก พร้อมๆกับราคาที่ไม่แพงมากนักสำหรับผู้เริ่มต้นการถ่ายภาพ แต่อาจจะอึดอัดใจไปบ้างในเรื่องระบบออโต้โฟกัสที่เทียบคู่แข่งแล้วช้ากว่า หรือแบตเตอรี่ที่หมดเร็ว เพราะต้องใช้งานผ่านหน้าจอค่อนข้างมาก (กล้อง Mirrorless ทั่วไปก็มีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่หมดเร็วเช่นเดียวกัน อาจจะต้องซื้อแบตเตอรี่เพิ่มสำรองเอาไว้)

ข้อมูลผลิตภัณฑ์

EOS M3

  • ขนาด 110.9 x 68.0 x 44.4 มม.
  • น้ำหนัก  319 กรัม (เฉพาะบอดี้) 366 กรัม (รวมแบตเตอรี่และเมมโมรี่การ์ด, ตามมาตรฐาน CIPA)
  • เซ็นเซอร์ CMOS ขนาด APS-C ความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล
  • ชิปประมวลผลภาพ DIGIC 6
  • ช่วงความไวแสง ISO 100-12,800 (ขยายได้ถึง 25,600)
  • ถ่ายภาพต่อเนื่อง 4.2 เฟรมต่อวินาที
  • คุณภาพวิดีโอสูงสุดระดับ Full HD (1920 x 1080) 30 เฟรมต่อวินาที
  • ระบบออโต้โฟกัส Hybrid CMOS AF III
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi และ NFC
  • หน้าจอ LCD ระบบทัชสกรีน ปรับกางได้ 45 – 180 องศา ความละเอียด 1.04 ล้านจุด 

จุดเด่น

  • ไฟล์ภาพสวย ใช้งานดี
  • การใช้งานง่าย มีโหมดถ่ายภาพที่หลากหลาย
  • ระบบหน้าจอสัมผัสใช้งานดีมากๆ
  • ดีไซน์และปุ่มต่างๆใช้งานได้สะดวก

ข้อสังเกต

  • ระบบออโต้โฟกัสยังไม่ประทับใจเท่าไรนัก
  • ไม่มีวิวไฟน์เดอร์อิเล็คทรอนิกส์

บทความโดย : น้าป่วย TechXcite