Review: Sony MDR-1A BT + Sony Walkman NWZ-A15 คู่หูคู่ซ่าตะลุยโลกดนตรี Hi-Res Audio!

ป๋าเอก | 8 ก.ค. 2558 11:32:11 (อัพเดต 9 ก.ค. 2558 17:28:49)

10176

VIEWS ป๋าเอก

Review: Sony MDR-1A BT + Sony Walkman NWZ A15
คู่หูคู่ซ่าตะลุยโลกดนตรี Hi-Res Audio!

สวัสดีครับ ชาว TechXcite กลับมาพบกับ “ป๋าเอก” กันอีกครั้งกับการรีวิวอุปกรณ์ไอทีและ Gadget ที่น่าสนใจในท้องตลาดมาให้ทุกท่านได้ติดตามชมกัน โดยในวันนี้ถือว่าพิเศษหน่อยเพราะไม่ได้มาแนะนำอุปกรณ์เพียงแค่รุ่นเดียวแต่มาพร้อมกันถึงสองเครื่องเลยละครับเพราะถ้าไม่ใช้คู่กันแล้วความ “ฟิน-จุง-เบย” มันจะลดหายไปหลายเท่าเลยทีเดียว (ขนาดนั้น!) ซึ่งอุปกรณ์ที่ผมจะมาพูดถึงกันในวันนี้คือหูฟังบลูทูธ Sony MDR-1A BT และเครื่องเล่นเพลงขนาดพกพา Sony Walkman NWZ-A15 คู่หูดูโอเสียงดีคุณภาพแน่นที่สามารถรองรับ Hi-Res Audio ได้นั่นเองครับ

ทั้งนี้สำหรับการฟังเพลงด้วยไฟล์ในลักษณะ Hi-Res Audio นั้นจะมีข้อดีอยู่ตรงที่ว่าบิทเรทของเพลงนั้นจะสูงกว่าไฟล์เพลงแบบ mp3 ที่ถูกตัดทอนรายละเอียดดนตรีในหลายส่วนออกไประหว่างการบีบอัดไฟล์ (แลกมากับขนาดไฟล์เพลงที่ใหญ่กว่า mp3 หลายเท่า) และสามารถให้คุณภาพที่อยู่ในระดับเดียวกับการฟังเพลงด้วยแผ่น CD ก็ไม่ปาน ซึ่งก็แน่นอนครับว่าไฟล์เพลงดีแค่อย่างเดียวก็คงไม่พอเพราะเราต้องมีอุปกรณ์ที่สามารถถ่ายทอดรายละเอียดของดนตรีได้อย่างครบถ้วนตรงตามที่ศิลปินต้องการในทุกจุดได้ นั่นจึงเป็นที่มาของหูฟัง Sony MDR-1A BT และ Sony Walkman NWZ-A15 ที่ผมอยากมานำเสนอกันในวันนี้นี่แหละ

เริ่มต้นเรามาดูกันที่หน้าตาของกล่อง Sony MDR-1A BT และ Sony Walkman NWZ-A15 กันก่อนเลย ดูแล้วก็รู้เลยว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของ Sony ที่มักจะชื่นชอบการใช้รูปผลิตภัณฑ์สีดำบนพื้นสีขาวพร้อมแปะโลโก้ Sony ตัวหราไว้ให้เห็นกันชัดๆ

โดยในส่วนของอุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่องของหูฟัง Sony MDR-1A BT นั้นก็จะมีตัวหูฟัง, ซองใส่ขนาดพกพา, สายแจ็คหูฟังขนาด 3.5 มม., สายชาร์จแบตเตอรี่ผ่าน USB และหนังสือคู่มือรวมไปจนถึงใบรับประกันต่างๆด้วย

มาว่ากันถึงส่วนของหูฟังกันก่อนเลย โดยหูฟัง Sony MDR-1A BT จะเป็นหูฟังแบบ Full-Size ไร้สายที่เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth หรือ NFC ก็ได้ อย่างไรก็ตามถ้าทุกท่านไม่อยากเปลืองแบตเตอรี่ก็สามารถใช้สายหูฟังมาเสียบเพื่อใช้งานแบบมีสายได้เช่นกัน

แน่นอนว่าตามปกติแล้วข้อเสียของหูฟังแบบนี้คือเวลาใช้งานมันจะค่อนข้างอึดอัดไม่เบาเพราะหูเราจะถูกครอบไว้แบบเต็มๆและมีแรงบีบจากตัวหูฟังอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามกับหูฟัง Sony MDR-1A BT ที่ผมได้ทดสอบมาพบว่านี่น่าจะเป็นหนึ่งในหูฟัง full-size ที่ใส่สบายที่สุดในตลาดแล้วก็ว่าได้ เพราะแรงบีบที่เกิดขึ้นนั้นไม่มากนักแต่ก็สามารถถ่ายทอดเสียงเพลงได้อย่างครบถ้วนฟังสบายไม่เกิดอาการล้าง่ายๆ

อย่างไรก็ตามด้วยความที่หูฟังตัวนี้ตัดเสียงรบกวนเวลาฟังเพลงได้ค่อนข้างโอเคทีเดียวทำให้เวลาใช้งานนอกสถานที่นั้นอาจจะต้องระวังกันนิดนึงเพราะเดี๋ยวจะเกิดอุบัติเหตุเอาได้เช่นเวลาข้ามถนนหรือข้ามทางรถไฟนะครับ :)

ทั้งนี้สำหรับวัสดุที่เลือกนำมาใช้ในการผลิตหูฟัง Sony MDR-1A BT นั้นจะเป็นหนัง+พลาสติก+โลหะเป็นส่วนใหญ่ โดยหน้าตานั้นจะออกมาเรียบๆตามสไตล์ Sony สีสันไม่ฉูดฉาดเท่าไหร่ (อาจจะไม่โดนใจวัยรุ่นสักเท่าไหร่เพราะหน้าตาดูผู้ใหญ่มากกกกก...) ส่วนขนาดของหูฟังนั้นต้องยอมรับว่า "ใหญ่" ในระดับนึงแต่ก็มีข้อดีตรงที่ว่ามีน้ำหนักเบาดีทีเดียวหากเทียบจากหน้าตาที่ออกมา (พลาสติกมีประโยชน์ตอนนี้นี่เอง) บริเวณก้านหูฟังเองก็เป็นอีกหนึ่งส่วนที่บุด้วยหนังแต่ก็ช่วยให้สวมใส่สบายๆและไม่เกี่ยวกับเส้นผมสักเท่าไหร่ ทำให้สามารถใส่ออกไปใช้งานภายนอกบ้านได้ไม่ยากนัก แต่ดูแล้วน่าจะเหมาะกับเหล่าคุณผู้ชายใช้งานมากกว่าครับถ้าพูดตามความเป็นจริง

บริเวณด้านล่างของครอบหูฟังด้านซ้า่ยของ Sony MDR-1A BT จะเป็นศูนย์รวมของปุ่มควบคุมและพอร์ทต่างๆไม่ว่าจะเป็นปุ่ม Power เปิด-ปิดการใช้งานไร้สายและเชื่อมต่อกับบลูทูธ, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. และไมโครโฟนสำหรับใช้ในการสนทนาโทรศัพท์ ในขณะที่ครอบหูฟังฝั่งขวานั้นจะมีช่องให้เสียบสายชาร์จพอร์ท microUSB อยู่เพียงช่องเดียวครับ

สำหรับความเก๋อีกอย่างของหูฟัง Sony MDR-1A BT คงจะอยู่ที่ว่าคุณสามารถควบคุมการเล่นเพลงได้โดยการใช้ระบบสัมผัสที่บริเวณครอบหูฟังได้บริเวณฝั่งขวา ซึ่งวิธีการใช้งานก็อย่างที่เห็นกันครับคือแตะที่ตรงกลางครอบหูฟังเพื่อเล่นและหยุดเพลง, เลื่อนไปด้านหน้าเพื่อเล่นเพลงต่อไป, เลื่อนกลับหลังเพื่อเล่นเพลงก่อนหน้านี้ ส่วนการเลื่อนขึ้น-ลงที่ครอบหูฟังจะเป็นการเพิ่มและลดเสียง อย่างไรก็ตามจากที่ผมทดลองใช้มาพบว่าบางจังหวะการสั่งงานลักษณะนี้มันไม่เป็นไปตามที่ใจเราต้องการสักเท่าไหร่เพราะเราเองก็มองไม่เห็นเหมือนกันว่าเราแตะบริเวณไหนของครอบหูฟัง (บางทีจะเพิ่มเสียงแต่ดันไปหยุดเพลงซะอย่างนั้น) ซึ่งตรงนี้อาจจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวสักหน่อยครับ

ในส่วนของครอบหูฟัง Sony MDR-1A BT นั้นเป็นส่วนที่ผมขอชมเยอะหน่อยเพราะมันใส่ได้สบายจริงๆทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดหรือล้าเกินไปเวลาฟังเพลงต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเป็นคนที่ชอบเปิดเพลงเสียงดังๆกรอกหูตลอดเวลาซึ่งถ้าเป็นยี่ห้ออื่นที่เคยลองมาฟังไปสักพักจะเริ่มเกิดอาการกดประสาทจนต้องคอยพักเป็นระยะๆ แต่กับหูฟังตัวนี้ผมว่าทำออกมาให้ใส่ได้เพลินเหลือเกินครับ

เอาละครับถ้าจะพูดถึงกันแต่หูฟัง Sony MDR-1A BT ก็คงไม่ใช่เรื่องอะเนอะ (แหม่...หัวข้อจั่วไว้แบบคอมโบขนาดนั้น) เราก็ต้องมาทดสอบคู่กันกับเครื่องเล่นเพลง Sony Walkman NWZ-A15 ตามท้องเรื่องด้วยสิ!

สำหรับเครื่องเล่น Sony Walkman NWZ-A15 นั้นมีข้อดีอยู่ด้วยกันหลายจุด เริ่มต้นกันที่ความสามารถในการเล่นไฟล์เพลงแบบ Hi-Res Audio ได้ซึ่งจะทำให้คุณสามารถรับฟังเพลงต่างๆโดยไม่เสียอรรถรสตามที่ศิลปินต้องการได้อย่างที่ว่าไว้ แถมความแจ่มแมวอีกอย่างก็คือตัวเครื่องนั้นมาพร้อมระบบ DSEE HX ซึ่งจะอัพสเกลเพลงที่เราดาวน์โหลดมาฟังนั้นให้มีคุณภาพไฟล์ที่ใกล้เคียงกับ Hi-Res Audio ได้อีกด้วย

นอกจากนี้แล้ว Sony Walkman NWZ-A15 แม้จะเป็นเครื่องเล่นเพลงแบบ Hi-Res Audio ที่มีราคาวางจำหน่ายถูกที่สุดในตระกูลแต่ก็สามารถรองรับการเชื่อมต่อแบบ NFC ได้ เพียงเรานำตัวเครื่องไปแตะเข้ากับครอบหูฟังก็จะสามารถทำงานแบบไร้สายได้แล้วครับ แน่นอนว่าก็ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อขึ้นมาอีกหนึ่งระดับเลยละ

ส่วนเรื่องของคุณภาพการฟังเพลงร่วมกันของ Sony MDR-1A BT และ Sony Walkman NWZ-A15 นั้นไม่ต้องกลัวเลยครับว่าใช้งานแบบไร้สายแล้วเสียงจะดรอปลงไป เพราะทั้งคู่ต่างก็มาพร้อมกับเทคโนโลยี LDAC ซึ่งจะสามารถส่งสัญญาณเสียงได้ที่ความละเอียด 24 bit 96 kHz ทำให้คุณสามารถฟังเพลงในระดับคุณภาพเสียงเทียบเท่ากับ CD ได้โดยไม่ต้องใช้สายเชื่อมต่ออีกต่อไป แถมเทคโนโลยีนี้ Sony แกเป็นคนคิดค้นเองซะด้วยเพราะฉะนั้นถ้าใช้คู่กันมันเลยยิ่งแหล่มเป็ดเข้าไปใหญ่

อย่างไรก็ตามโดยส่วนตัวผมแล้วแอบเสียดายนิดนึงตรงที่ตัวเครื่อง Sony Walkman NWZ-A15 นั้นเป็นเครื่องเล่นเพลงแบบไม่มีระบบปฏิบัติการ ทำให้สามารถทำงานได้เฉพาะฟีเจอร์ที่ตัวเครื่องมีมาเท่านั้น ซึ่งจุดประสงค์หลักของมันก็คือการเล่นเพลงนี่ละครับถูกต้องแล้ว เพียงแต่การนำเพลงเข้าเครื่องนั้นจะต้องเป็นเพลงที่ซื้อมาจากแหล่งต่างๆภายนอกหรือ rip มาจากแผ่น CD ของเราเองก่อนจะโอนไฟล์เข้าเครื่องเป็นหลัก (ไม่สามารถซื้อเพลงแบบ Hi-Res Audio ได้โดยตรงจากเครื่อง) ถ้ารุ่นหน้าแอบใส่ Android เข้ามาด้วยคงจะดีไม่น้อยเพราะตอนนี้ก็เริ่มมีแอปบริการสตรีมเพลงแบบ Lossless ให้ได้ใช้งานกันบ้างแล้ว (ผมใช้ Tidal อยู่ครับอันนี้บอกตามตรงเลย) 

ในส่วนของอุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่องของ Sony Walkman NWZ-A15 นั้นจะประกอบด้วยตัวเครื่องเล่น Walkman พระเอกของเรา, สายชาร์จและซิงค์ข้อมูลผ่าน USB (ไม่มีหัวปลั๊กนะครับ) และบัตรรหัสพิเศษที่เราสามารถนำโค้ดไปดาวน์โหลดเพลงในระดับ Hi-Res Audio ได้ฟรีเป็นจำนวน 20 เพลงจาก Sony ด้วยกัน

สำหรับบอดี้ของ Sony Walkman NWZ-A15 นั้นแม้ว่าจะใช้วัสดุที่เป็นพลาสติกแบบด้านเป็นหลักแต่ก็ให้สัมผัสที่ดูพรีเมี่ยมอยู่เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆก็คือนี่เป็นเครื่องเล่นเพลงแบบ Hi-Res Audio ที่มีขนาดเล็กและเบาในระดับแถวหน้าของตลาดเลยก็ว่าได้ครับ

หน้าตาเมนูอินเตอร์เฟซของ Sony Walkman NWZ-A15 ก็ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของทาง Sony มานานทำให้สามารถเข้าใจและใช้งานกันได้ไม่ยาก โดยรูปแบบการใช้งานของตัวเครื่องนอกเหนือจากการฟังเพลงตามปกติแล้ว เรายังสามารถฟังวิทยุ, ดูไฟล์รูปหรือไฟล์วิดีโอได้อีกด้วย แต่เอาเข้าจริงเชื่อผมเถอะครับว่าใช้ฟังเพลงอย่างเดียวนั่นละครับดีที่สุด 55+

ส่วนปุ่มควบคุมการทำงานนั้นก็ไม่ซับซ้อนมากมายครับเพราะตัวหน้าจอนั้นไม่ได้รองรับการสัมผัสแต่อย่างใดทำให้ต้องอาศัยปุ่มกดแบบ physical เป็นหลัก โดยจะมีปุ่ม Back (กดค้างเพื่อกลับหน้า Home), ปุ่ม Option (กดค้างเพื่อเปิด-ปิดเครื่อง) ส่วนตรงด้านล่างของตัวเครื่องก็จะเป็นปุ่มควบคุมการฟังเพลงเป็นหลักไม่ว่าจะเป็นปุ่มเล่น-หยุดเพลงตรงกลางและปุ่มควบคุมทิศทาง 4 ด้านซึ่งก็แล้วแต่ละการทำงานละครับว่าแอปนี้จะปุ่มไหนทำอะไรได้บ้าง

ทางด้านข้างของตัวเครื่อง Sony Walkman NWZ-A15 จะมีปุ่มควบคุมเพิ่ม-ลดเสียง, Lock ปุ่มควบคุมทั้งหมด และช่องสำหรับใส่ microSD สูงสุดที่ 128GB ซึ่งตรงนี้ผมว่าจำเป็นอย่างยิ่งเพราะเพลงในระดับ Hi-Res Audio นั้นจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าไฟล์เพลง mp3 ทั่วไปหลายเท่ามากทำให้ความจุตั้งต้นของเครื่องที่ 16GB นั้นแป๊บเดียวเต็มแน่นอน ยิ่งถ้าคุณมีคลังไฟล์เพลงที่อยากจะนำมาฟังกับเครื่องนี้เยอะเท่าไหร่ก็คงต้องอาศัย microSD แจ่มๆความจุเยอะๆอีกสักตัวเพิ่มเข้ามาใส่กันสักหน่อยละครับ :)

ด้านหลังตัวเครื่องนอกเหนือจากส่วนของ NFC สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่รองรับระบบนี้แล้ว Sony Walkman NWZ-A15 จะมีช่องเล็กๆทางด้านหลังที่สามารถกดค้างเพื่อ reset ตัวเครื่องได้ทันทีในกรณีที่มีปัญหาครับ

ส่วนทางด้านล่างจะเป็นช่องสำหรับเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., พอร์ทเชื่อมต่อของทาง Sony เอง (ตรงนี้ผมว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่เพราะมาตรฐานปัจจุบันน่าจะเป็น microUSB ทั่วไปเพื่อที่ผู้บริโภคทั่วไปน่าจะสะดวกกว่าในการใช้งานสายอะไรก็ได้เพื่อซิงค์ข้อมูลหรือชาร์จแบตเตอรี่) และช่องสำหรับสายคล้องข้อมือครับ

เอาละครับมาถึงช่วงท้ายแล้วผมก็ขอบอกเล่าถึงความประทับใจจากการใช้งาน Sony MDR-1A BT และ Sony Walkman NWZ-A15 คู่กันมาร่วมสัปดาห์เศษๆกันสักหน่อย โดยในเรื่องของโทนเสียง Sony นั้นจะเน้นไปในทาง Flat และ Balanced เก็บรายละเอียดของเครื่องดนตรีและเสียงร้องในเพลงได้อย่างชัดเจนโดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกกรุ๊งกริ๊งกรุยกรายในรายละเอียดต่างๆที่แอบซ่อนอยู่ตามเพลงนั้นสามารถดึงออกมาแล้วถ่ายทอดได้ดีโดยให้ความสำคัญของแต่ละรายละเอียดอย่างเท่าเทียมหรือใกล้เคียงกัน ยกตัวอย่างเช่นเพลงอย่าง Hotel California โดย The Eagles หรือ So Far Away โดย Carole King นั้นผมว่ามันเก็บรายละเอียดเสียงร้องได้อบอุ่นดีไม่แข็งกระด้างจนเกินไปในขณะที่รายละเอียดเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นก็สามารถแยกออกมาได้ไม่เลวเลย

อย่างไรก็ตามน่าเสียดายว่าระหว่างการฟังเพลงแบบไร้สายนั้นผมพบว่าหูฟัง Sony MDR-1A BT นั้นจะให้เสียงที่เบาลงกว่าการฟังเพลงแบบมีสายอยู่พอสมควรชนิดที่ว่าบางคราวต้องเปิดจนเปิดเสียงจนเต็มแมกซ์ถึงจะได้ระดับเสียงเทียบเท่ากับความดังระดับกลางๆของการเสียบสาย ซึ่งคงไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่สำหรับเพลงแนว EDM จ๋าๆทั้งหลายอย่างอีตา Skrillex หรือ Martin Garrix ที่ต้องการความ "ตื๊ด" มากกว่าปกติ เพราะจะว่าไปแล้วหูฟัง Sony MDR-1A BT นั้นจะเน้นเบสในทางเก็บรายละเอียดเสียมากกว่าที่จะอัดเบสเป็นลูกๆมาให้จนท่วมท้นและกลบรายละเอียดอื่นๆไปเสียหมด ทำให้อิมแพกต์อาจจะไม่มากเท่ากับหูฟังที่เน้นเบสแบบหนักกระโหลกไปเลยจริงๆ อย่างไรก็ตามกับเพลงที่เน้นการเดินไลน์เบสแบบฟังค์ๆอย่างเช่น Little L โดย Jamiroquai หรือ Good God โดย Anouk นั้นผมว่าหูฟังตัวนี้ฟังแล้วก็ยัง "เอาอยู่" นะครับ :)

ส่วนเรื่องของอายุการใช้งานผ่านแบตเตอรี่ของหูฟังนั้นทาง Sony การันตีมาว่าหูฟัง Sony MDR-1A BT และเครื่องเล่นเพลง Sony Walkman NWZ-A15 ใช้งานได้นาน 30 ชั่วโมงสำหรับการฟังเพลงแบบ Hi-Res Audio ซึ่งเท่าที่ผมทดสอบดูก็พบว่าทั้งคู่ต่างก็สามารถทำงานได้นานใกล้เคียงกับที่ระบุไว้เพียงแต่ฝั่งหูฟังนั้นจะแบตเตอรี่หมดไปก่อนมากกว่าจากการใช้งานของผม (ฟังเพลงแบบปะปนกันทั้งไฟล์ Hi-Res Audio และ 320kbps mp3) ในขณะที่เครื่องเล่นเพลงนั้นจะอยู่ได้ยาวนานกว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนสแตนด์บายที่ถือได้ว่านานเลยแหละถ้าไม่ได้ใช้งาน แต่โดยรวมแล้วผมสามารถฟังเพลงได้ประมาณ 2-3 วัน (แบบไม่ต่อเนื่องนะ) โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องชาร์จแบตเตอรี่สักเท่าไหร่แฮะ

กระนั้นก็ดีผมขอสรุปตรงนี้เลยแล้วกันว่าคู่หูคู่ซ่าหูฟัง Sony MDR-1A BT และเครื่องเล่นเพลง Sony Walkman NWZ-A15 นั้นเป็นเสมือนกับ "ปาท่องโก๋" ที่หากกินเพียงแค่ข้างเดียวแล้วมันก็ทำให้อิ่มได้แต่คงไม่อร่อยและฟินสุดๆเท่ากับการกินพร้อมกันสองข้างหนึ่งคู่แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยไปเลย แล้วยิ่งถ้าเราได้นมข้นหวานชั้นดีอย่าง "ไฟล์เพลงในระดับ Hi-Res Audio" มาทานร่วมกันแล้วก็คงจะวางมือไม่ให้กินต่อได้ยากจริงๆ ไม่ต่างกับคู่หู Sony MDR-1A BT และ Sony Walkman NWZ-A15 ที่หากใครได้มีโอกาสได้ลองฟังแล้วรับรองว่ามีโอกาสที่ท่านจะ "ติดลม" จนอาจจะเผลอหยิบติดตัวและติดหูเอาไปฟังต่อกันได้ง่ายๆเลยนะครับ :P

Sony MDR-1A BT และ Sony Walkman NWZ-A15 วางจำหน่ายแล้วตามร้านค้าและตัวแทนจำหน่ายทั่วไปของ Sony 

Sony MDR-1A BT ราคา 12,990 บาท

Sony Walkman NWZ-A15 ราคา 6,990 บาท

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite