Review : Huawei Talkband B2 อุปกรณ์สวมใส่สุดเฉียบเป็นได้ทั้งนาฬิกาและหูฟังบลูทูธ !!

เฮียแม็พ | 9 มิ.ย. 2558 16:24:37 (อัพเดต 10 มิ.ย. 2558 16:54:47)

31504

VIEWS เฮียแม็พ

Review : Huawei Talkband B2 อุปกรณ์สวมใส่สุดเฉียบเป็นได้ทั้ง
นาฬิกาและหูฟังบลูทูธ !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับรีวิวอุปกรณ์ Gadget ใหม่ๆกับ เฮียแม๊พ. TechXcite กันอีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับอุปกรณ์สวมใส่ตัวใหม่ของ Huawei เจ้า Huawei TalkBand B2 นั่นเอง โดยตัวนี้ก็จะมีความสามารถด้าน Fitness Tracking เอาไว้ใช้ควบคู่กับการออกกำลังกายได้ หรือจะใช้เป็นหูฟังบลูทูธก็ได้เช่นกัน อ๊ะๆ...เกริ่นมาขนาดนี้คงน่าสนใจแล้วใช่ไหมล่ะ เอาเป็นว่ามาติดตามกันเลยดีกว่า! :D

แกะกล่อง Huawei TalkBand B2

มาเริ่มกันที่แกะกล่องกันก่อนเลย หน้าตาของกล่องที่บรรจุมานี้ก็จะเป็นพลาสติกใสแบบโชว์ตัวผลิตภัณฑ์เด่นๆ

ตัวกล่องนั้นออกแบบมาได้สวยงามและหรูหราดีทีเดียว

พอเปิดขึ้นมาก็แน่นอนว่าต้องเจอตัวเรือนนาฬิกาวางอยู่แบบนั้นแหละ และที่เห็นสีแดงๆเหลือบๆออกมานั้นก็คือเจ้าตัว TalkBand B2 นี้จะมีฟิล์มกันรอยนั่นเองฮะ ไม่ต้องไปหาติดแยกเลยดีจัง

พอดึงขึ้นมาตัวแท่นวางข้างล่างนี้ก็จะมีซ่อนอุปกรณ์ 2 อย่างไว้อีกข้างในนั่นก็คือ สาย USB และ ตัวยางครอบหูฟังสำรอง ครับผม

สรุปอุปกรณ์ทั้งหมดภายในกล่องก็จะมีตัว Huawei TalkBand B2 หนึ่งเรือน , สาย USB , ตัวยางครอบหูฟังสำรอง และคู่มือการใช้งานทั่วไปครับ

 

การดีไซน์ของ Huawei TalkBand B2

Huawei TalkBand B2 นั้นมาพร้อมกับ 3 สี คือ ดำ , ขาว และสีทอง (รุ่น Premium) ซึ่งรุ่นที่เราได้มาก็แน่นอนว่าเป็นสีทอง รุ่นพรีเมี่ยมนั่นเองฮะ

หน้าตาโดยรวมของ Huawei TalkBand B2 ก็ออกแบบมาได้สวยงามใช้ได้เลย ตัวเรือนนั้นจะเป็นสีทองส่วนสายก็จะเป็นหนัง ดูไม่เหมือนพวก Fitness Tracking สักเท่าไหร่ คล้ายกับพวกนาฬิกาพรีเมี่ยมมากว่านะ :D

ตัวหน้าจอก็จะมาพร้อมกับจอ PMOLED ขนาด 0.73 นิ้ว แสดงผลเป็นสีขาว-ดำ ตัวเลขที่โชว์ออกมามีขนาดกำลังดีอยู่ตรงกลางของหน้าปัดพอดี

ส่วนการแสดงผลในที่กลางแจ้งก็ถือว่าพอใช้ได้ แต่ถ้าเจอแดดแรงๆแบบบ้านเรานี่ก็อาจจะมองไม่ค่อยเห็นไปเลย แง่วว - -"

ด้านข้างของตัวเรือนก็จะมีปุ่มกดหนึ่งปุ่มเอาไว้กดปลุกหน้าจอขึ้นมา และมีไมโครโฟนอยู่ 2 ตัวเอาไว้สนทนาและตัดเสียงรบกวน

และถัดลงมาก็จะมี 2 ปุ่มกดเอาไว้กดเพื่อถอดตัว TalkBand ออกจากสาย เพื่อใช้งานเป็นหูฟังบลูทูธครับผม

ซึ่งพอถอดตัว TalkBand ออกมาเจ้าตัวนี้ก็จะกลายเป็นหูฟังบลูทูธขนาดย่อมเยา เอาไว้ใช้งานคุยโทรศัพท์ได้เลย

พลิกกลับมาด้านล่างของตัว TalkBand จะมีพอร์ท Micro-USB สำหรับชาร์จไฟฮะ

ดูที่ตัวเรือนไปแล้วที่นี้มาดูสายข้อมือกันบ้าง ตัวสายอย่างที่บอกว่าใช้เป็นสายหนัง มีความยาวประมาณ 235.10 มม. และตรงตัวล็อคก็จะมีโลโก้ของ Huawei อยู่ด้วย

ตัวสายนั้นสามารถปรับระดับของข้อมือได้อีกประมาณ 10 ระดับ ข้อมือเล็กใหญ่ก็ปรับเอาเลยละกันครับ :D

มาถึงคราวที่จะได้ลองใส่กันบ้างแล้ว อย่างที่บอกว่าตัวเรือนนั้นเป็นสีทองพร้อมกับสายหนังแบบนี้พออยู่บนข้อมือแล้วก็รู้สึกถึงความหรูหราใช้ได้เลย แถมน้ำหนักของตัวเครื่องก็ไม่ได้หนักหนาอะไรมากมาย อยู่ที่ประมาณ 26.2 กรัมเท่านั้น ใส่แล้วกระชับกับข้อมือดีมากๆเลยล่ะ

การใช้งานและการเชื่อมต่อ

ตัว Huawei TalkBand B2 นั้นเป็นอุปกรณ์จำพวก Fitness Tracking ที่สามารถนับก้าวเดินได้ และสามารถใช้งานเป็นหูฟังบลูทูธได้ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าถ้าทำได้แบบนี้ก็ต้องเพิ่งการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนด้วย โดยตัว B2 นี้ก็จะรองรับ Android ตั้งแต่เวอร์ชั่น 4.0 ขึ้นไป และ iOS ตั้งแต่เวอร์ชั่น 7.0 ขึ้นไป

ก่อนอื่นเราต้องทำการโหลดแอป Huawei Wear จาก Play Store หรือ App Store มาก่อนฮะ

พอดาวน์โหลดมาเสร็จปุ๊บ เปิดแอปขึ้นมา ตัวแอปก็จะให้เราได้ตั้งค่า Profile ของตัวเราเองก่อน อาทิ ตั้งชื่อ (ใส่รูปด้วยก็ได้) , เลือกเพศ , น้ำหนัก , ส่วนสูง และวันเกิด จากนั้นกด Next

ก็จะมีให้เลือกรูปแบบการเดินในแต่ละวันว่าจะเลือกแบบไหน มีทั้ง Light (เป้าหมายคือการเดินวันละ 5,000 ก้าว) , Medium (เป้าหมายคือการเดินวันละ 10,000 ก้าว) และ Heavy (เป้าหมายคือการเดินวันละ 15,000 ก้าว) ตรงนี้ผมขอเลือกเป็น Medium ไปละกันฮะ

จากนั้นก็จะมีให้เลือกรุ่นอุปกรณ์ที่จะใช้ ซึ่งแน่นอนว่าเราก็ต้องเลือก TalkBand B2 อยู่ละ และก็จะมีการแนะนำการเชื่อมต่อเล็กๆน้อยๆ และให้เราเชื่อมต่อ TalkBand B2 เข้ากับสมาร์ทโฟนของเราได้เลย Let's Go!

หน้าตา UI คร่าวๆของแอป Huawei Wear ก็จะมีค่าการเดินของเราว่าเราเดินไปเท่าไหร่แล้ว โดยซิงค์ข้อมูลจากตัว B2 ของเรา ซึ่งจะบอกอย่างละเอียดเลยว่าเราเดินมาแล้วกี่ก้าว คิดเป็นกี่แคลลอรี่ เดินมาแล้วกี่นาทีและระยะทางกี่กิโลเมตร แต่เข้าไปดูรายละเอียดของการเดินตลอดทั้งวันหรือแบบทั้งเดือนได้ จะแชร์ค่าการเดินผ่านตรงนี้ก็ได้ด้วยนะ

ส่วนอีกหน้าหนึ่งจะเป็นการจับค่าการนอนของเรา ที่จะวัดได้ 3 ระดับคือ หลับลึก , หลับตื้น หรือเผลอหลับ ซึ่งตรงนี้ตัวแอปจะคำนวนให้เราด้วยว่าคุณภาพของการนอนของเราเป็นอย่างไร แต่ทั้งนี้ก็ต้องใส่เจ้า TalkBand B2 นอนด้วยนะ ถ้าถอดวางไว้มันก็จะไม่นับค่า :P

ที่มุมซ้ายด้านบนพอกดแล้วจะมีค่าสถานะของเจ้า TalkBand B2 นี้อยู่ อย่างค่าแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ และมีโลโก้ Bluetooth ให้เห็นว่ากำลังเชื่อมต่อกันอยู่ นอกนั้นก็จะเป็นการตั้งค่าเล็กๆน้อยๆอย่างการแจ้งเตือนกิจกรรม อาทิ ให้มีการสั่นเตือนทุกๆ 30 นาทีหากไม่มีการเคลื่อนไหวใด ตั้งแต่เวลาไหน-เวลาไหน หรือจะตั้งค่าเวลาปลุกต่างๆก็ทำได้จากตรงนี้ด้วยครับ

ส่วนมุมขวาบนก็จะมีให้เลือกตั้งค่าเกี่ยวกับตัวเรา อาทิ แชร์ข้อมูลของเราไปที่ UP , ตั้งค่าข้อมูล (ชื่อ , อายุ , น้ำหนัก , ส่วนสูง) หรือจะเปลี่ยนเป้าหมายการเดินในแต่ละวันใหม่ เป็นต้น

ดูในเรื่องแอปและการซิงค์ข้อมูลไปแล้ว ทีนี้มาดูการใช้งานของตัว TalkBand B2 กันอีกนิด อย่างที่บอกว่าหน้าจอของเจ้าตัวนี้นั้นเป็นแบบ Touch screen การทำงานก็สามารถเลื่อนขึ้นเลื่อนลงได้นิดหน่อย (เลื่อนซ้าย-ขวาไม่ได้นะ)โดยจะมีหน้าเมนูในเลือกอยู่ 5 แบบคือ

1.หน้านาฬิกาหลัก ตรงนี้ก็จะมีการแสดงข้อมูลคร่าวเช่น โลโก้ Bluetooth คือกำลังเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนอยู่ , สัญลักษณ์แบตเตอรี่จะแสดงเป็นแบบก้อนไม่มีค่าเปอร์เซ็นต์บอก (อยากรู้เปอร์เซ็นต์ต้องไปดูบนมือถือเอา) , เวลา และวันที่

2.การนับก้าวเดิน อันนี้ก็จะโชว์ข้อมูลว่าในวันนี้เราเดินมาแล้วกี่ก้าว

3.การเผาผลาญแคลลอรี่ ตรงนี้ก็จะเป็นข้อมูลการเผาผลาญแคลลอรี่สำหรับการเดินในวันนี้

4.การนอน โชว์ข้อมูลเวลาการนอนทั้งหมดในวันนั้นๆ

5.การวิ่ง ตรงนี้จะเป็นการวิ่งจับเวลา โดยเริ่มโดยการกดค้าไว้ที่รูป 3 เหลี่ยมสักครู่ จากนั้นตัวหน้าจอจะขึ้นเป็นนาฬิกาแบบจับเวลาครับ

และนอกจากการเลื่อนๆที่หน้าจอหลักนี้แล้ว ยังสามารถกดค้างที่ปุ่มกดทางฝั่งขวาของตัวเครื่องได้ด้วย โดยในนี้จะมีเมนูในเลือกอีก 3 อย่างคือ 1.ปิด Bluetooth ของตัว TalkBand เผื่อจะใช้งานเป็นนาฬิกาอย่างเดียวอะไรงี้

2.Locate Phone หรือการสั่งให้ตัวมือถือที่เราซิงค์ไว้ร้องเตือนขึ้นมา เผื่อว่าเราหามือถือไม่เจอ ซึ่งพอกดปุ๊บตัวมือถือจะมีเสียงค่อยๆดังขึ้นมา "Right Here , Right Here" จะปิดเสียงอยู่หรือเปิดสั่น ก็มีเสียงหมดครับ

3.ใช้ตัว TalkBand เป็นตัวลั่นชัตเตอร์กล้อง ซึ่งตรงนี้จากเท่าที่ลองดูเหมือนว่ายังรองรับเฉพาะสมาร์ทโฟนของทาง Huawei อยู่เท่านั้น เพราะพอกดบน Note 4 แล้วมันดันไปเรียกคำสั่งของ Google Now ขึ้นมาซะงั้น ><

การใช้งานเป็นหูฟัง Bluetooth

มาต่อกันที่อีกหนึ่งความสามารถเด่นบน TalkBand B2 นั่นก็คือเรื่องของการใช้งานเป็นหูฟังบลูทูธ ซึ่งพอมีการโทรเข้าตัว TalkBand จะมีการโชว์ชื่อขึ้นมาพร้อมการสั่นที่ข้อมือด้วย (รองรับเฉพาะภาษาอังกฤษ)

ตรงนี้หากเราจะรับสายก็เพียงกด 2 ปุ่มเพื่อถอดตัว TalkBand ออกมาก็จะเป็นการรับสายทันทีเลยครับ คุณภาพเสียงในการสนทนาก็ถือว่าพอใช้ได้ครับ แต่ตัวหูฟังอาจจะใส่ยากไปนิด น่าจะเป็นที่ขนาดของยางครอบหูฟังด้วย

ซึ่งตรงนี้ถ้าสายที่โทรเข้ามาแล้วเราไม่ทันได้รับก็จะขึ้นว่า Miss Call ตรงนี้เราสามารถกดโทรกลับไปได้จาก TalkBand เลยโดยการแตะที่หน้าจอหนึ่งครั้ง แล้วกดที่รูปโทรศัพท์ครับ

อายุแบตเตอรี่

แน่นอนว่าพอเป็นอุปกรณ์ยุคใหม่แบบนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องของแบตเตอรี่นั้นจำเป็นมากๆ และจากเท่าที่ได้ลองใช้งานมาเจ้า TalkBand B2 นี้ก็สามารถใช้งานได้ประมาณ 4-5 วัน ต่อการชาร์จ 1 รอบ ตรงนี้ก็ถือว่ากำลังดี เพราะด้วยตัวหน้าจอที่แสดงผลเป็นสีขาวดำ และไม่ได้มีฟีเจอร์อะไรมากมาย ใช้งาน 1 สัปดาห์ชาร์จทีก็พอรับได้ครับ :D

สรุปผลการทดสอบ

สรุปแล้วเจ้า Huawei TalkBand B2 นี้ก็ถือเป็นอุปกรณ์ Fitness Tracking ดีไซน์สวยๆเก๋ๆรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว จะใส่ออกกำลังกายหรือว่าใส่แบบแฟชั่นก็ทำได้ดีเลย ด้วยรูปทรงที่ออกแบบมาได้แบบพรีเมี่ยมตามยุคสมัย แถมยังสามารถใช้งานเป็นหูฟังบลูทูธไว้สนทนาได้อีกด้วย แต่ในเรื่องราคานั้นอาจจะยังสูงไปสักนิดหากเทียบกับอุปกรณ์จำพวก Fitness Tracking ในตลาด แต่ตัวนี้ก็โดดเด่นในเรื่องของความ 2 in 1 ใช้เป็นหูฟังบลูทูธได้ด้วยนี่แหละฮะ

ราคาเปิดตัวของ Huawei TalkBand B2

  • รุ่นปกติ (สาย TPU) สีขาวและดำ ราคา 5,990 บาท
  • รุ่นพรีเมี่ยม (สายหนัง) สีทอง ราคา 6,990 บาท

รีวิวโดย : เฮียแม๊พ. TechXcite