Hands On : iPhone 6 สมาร์ทโฟนที่ถูกจับตามองมากที่สุดในชั่วโมงนี้ !!

เฮียแม็พ | 2 พ.ย. 2557 11:58:54 (อัพเดต 2 พ.ย. 2557 12:56:31)

10827

VIEWS เฮียแม็พ

Hands On : iPhone 6 สมาร์ทโฟนที่ถูกจับตามองมากที่สุดในชั่วโมงนี้ !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับพรีวิวอุปกรณ์ใหม่ๆกันอีกเช่นเคยวันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนที่หลายๆคนรอคอย และน่าจะเป็นสมาร์ทโฟนที่มีคนพูดถึงมากที่สุดเวลานี้อย่าง iPhone 6 นั่นเอง หลังจากที่เริ่มวางจำหน่ายไปเมื่อวันที่ 31 ที่ผ่านมา เพื่อนๆหลายๆคนคงเริ่มได้จับจองกันบ้างแล้ว ส่วนใครที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะสอยมาใช้ดีไหม วันนี้ทางทีมงานเลยทำพรีวิวคร่าวๆของ iPhone 6 มาฝากกันสักเล็กน้อยไปชมกันเลยว่าจะน่าสนใจแค่ไหน ^^"

อุปกรณ์ภายในกล่อง

มาเริ่มกันอุปกรณ์ภายในกล่องกันก่อนเลย ต้องบอกก่อนเลยว่าเครื่องที่ทางทีมงานได้มาพรีวิวนั้นเป็น iPhone 6 เครื่องศูนย์ไทยที่ได้รับมาในวันที่ 31 ที่ผ่านมา รูปแบบของกล่องก็จะเรียบๆไม่มีภาพของตัวเครื่องแต่อย่างใดมีเพียงทรงปั้มนูนทรง iPhone 6 ขึ้นมาตรงหน้ากล่องเท่านั้น อุปกรณ์ภายในกล่องก็น่าจะทราบๆกันอยู่แล้วว่า มาพร้อมกับตัวเครื่อง , สาย Lightning , อแดปเตอชาร์จไฟ , หูฟัง EarPod และเอกสารคู่มือต่างๆครับ

แรกสัมผัส iPhone 6

ความรู้สึกแรกที่ได้สัมผัสต้องบอกก่อนเลยว่าตัวเครื่องนั้นเบาและบางมาก และการจับถือนั้นถือว่าเข้ามือไม่น้อยถึงแม้ว่าจะเป็นไอโฟนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาแบบว่าไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนก็เถอะ แต่ในเรื่องของขนาดนั้นหากเทียบกับสมาร์ทโฟน Android ในตลาดที่มีหน้าจออยู่ระดับ 4.7-5 นิ้วก็ถือว่าไม่ได้ใหญ่จนเกินไป (ขนาดพอๆกัน) 

iPhone 6 มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.7 นิ้วอย่างที่ทราบๆกับพร้อมความละเอียด Retina HD Display หรือ 750 x 1334 พิกเซล นั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าในเรื่องของการแสดงผลก็ทำได้ดีระดับสุดยอดตามแบบฉบับของไอโฟนอยู่แล้ว ส่วนกระจกด้านหน้านั้นก็จะมีรูปแบบที่โค้งเล็กๆทำให้เวลาติดฟิล์มกันรอยก็จะติดได้ไม่ทั่วทั้งหน้าจอ อย่างในภาพติดกระจกกันรอยเรียบร้อยก็จะเห็นว่าบริเวณขอบข้างๆก็เหลืออยู่พอสมควรครับ

ปุุ่มโฮมก็จะมาพร้อม Touch ID หรือที่สแกนลายนิ้วมือเช่นเคย และยังสามารถใช้งานจ่ายเงินผ่านระบบ Apple Pay ได้ด้วย แต่รู้สึกว่าตอนนี้ยังไม่เปิดบริการในประเทศไทยนะ :P

อย่างที่บอกว่าตัวเครื่องนั้นบางเพียง 6.9 มม. เท่านั้นซึ่งถือว่าบางมากเลยทีเดียว หากเทียบกันรุ่นก่อนๆ แถมน้ำหนักยังเบาเพียง 129 มม.เท่านั้น ซึ่งรูปแบบของการวาวตำแหน่งปุ่มต่างๆก็จะคล้ายๆเดิม อาทิ ปุ่ม Silent ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงอยู่ด้านซ้ายมือ ส่วนปุ่ม Power มีการเลื่อนลงมาอยู่ทางด้านขวาของตัวเครื่องแทนที่ด้านบนจากรุ่นก่อนๆ ซึ่งถือว่าถนัดมือมากขึ้นเพราะด้วยเครื่องที่ใหญ่ขึ้นมาการจับถือและกดปุ่ม Power ในตำแหน่งด้านขวามือก็จะพอดีนิ้วโป้งเลยล่ะครับ

วัสดุของตัวเครื่องก็จะเป็นโลหะทั้งตัวเช่นเคย และบริเวณด้านหลังก็จะมีแถบ Athena คาดทั้งบนและล่างของตัวเครื่อง หลายๆคนอาจจะบ่นว่ามันไม่สวยเท่าที่ควร แต่เท่าที่ได้สัมผัสก็ไม่ได้แย่อะไรมากมาย ถ้าตัวเครื่องสี Space Grey (สีเทา) ตัวแถบ Athena ก็จะเป็นสีเทาๆไม่โดดมาจากสีของฝาหลังมากนัก

ในส่วนของสเปคก็คงจะทราบกันอยู่แล้วว่า iPhone 6 นั้นมาพร้อมกับชิปเซ็ต CPU Apple A8 dual-core 1.4 GHz , ชิปกราฟิก PowerVR GX6650 , แรม 1 GB , แบตเตอรี่ 1810 mAh ส่วนหน่วยความจำรอบนี้ก็มีให้เลือก 16 , 64 , 128 GB (รุ่น 64 GB ขายดีสุดๆ) ซึ่ง OS พอเปิดเครืองมาก็จะเป็น iOS 8.0.2 แต่ก็จะมีแจ้งให้อัพเดทเป็นตัวล่าสุด iOS 8.1 ได้ทันทีครับ

ในเรื่องลำโพงหลักของตัวเครื่องก็ให้เสียงที่ดังใช้ได้ ส่วนโทนเสียงก็ใสๆตามสไตล์ไอโฟน มีเบสบ้างนิดหน่อยครับ

ในเรื่องของกล้องหลังนั้นหลายๆก็ตามที่เคยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันว่ามันนูนออกมาไม่เสมอกับตัวเครื่องเวลาวางนอนราบ แต่ตรงจุดนี้อาจจะไม่ต้องกังวลมากเท่าไหรสำหรับผู้ที่ชอบใส่เคสอยู่แล้ว เพราะถ้าใส่เคสจริงก็จะมีความหนาขึ้นมาพอดีกับตัวกล้อง (นอกจากจะเป็นเคสที่บางมากๆน่ะนะ) เลยล่ะครับ

ส่วนกล้องหลังของ iPhone 6 นั้นถึงแม้จะไม่ได้มีการอัพเกรดเพิ่มความละเอียดมากนัก แต่ด้วยความละเอียดระดับ 8 ล้านพิกเซลบวกกับความฉลาดและง่ายของโหมด Auto ก็ถือว่ายอดเยี่ยมสุดๆแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่มี OIS ติดมาให้ด้วย ก็คงไม่เป็นปัญหามากมาย (ก็กล้องเขาเทพอยู่แล้วนี่เนอะ ><)

ก็เอาเป็นว่าขอพรีวิวบรรยายความรู้สึกคร่าวๆไปเพียงเท่านี้ก่อนสำหรับสมาร์ทโฟนที่เรียกได้ว่าร้อนแรงที่สุดเวลานี้ เนื่องจากมีเวลาลองแค่ไม่มากเท่าไหร่ และต้องขอขอบคุณแฟนเพจคุณ Nattawoot Sawangpoh ที่ให้ยืมเครื่องมาพรีวิวครั้งนี้ด้วยนะครับ ^^"

เช็ครายละเอียดโปรโมชั่น iPhone 6 จากโอเปเรเตอร์ทั้ง 3 ค่าย

AIShttp://www.techxcite.com/topic/20051.html
Dtachttp://www.techxcite.com/topic/20052.html
Truemove Hhttp://www.techxcite.com/topic/20039.html

 

บทความโดย : เฮียแม๊พ TechXcite