Review : แท๊บเล็ตหน้าจอคมชัด สีจ๊าบสะใจกับ Samsung Galaxy Tab S 8 นิ้ว

ทีมงานTechXcite | 21 ก.ค. 2557 16:42:16 (อัพเดต 24 ก.ค. 2557 09:10:58)

8603

VIEWS ทีมงานTechXcite

Review : แท๊บเล็ตหน้าจอคมชัด สีจ๊าบสะใจกับ Samsung Galaxy Tab S 8 นิ้ว

เฮ้… กลับมาพบกันอีกแล้ววววนะครับ เพื่อนๆ ชาว TechXcite วันนี้กระผมได้รับของเล่นชิ้นใหม่มารีวิวอีกแล้วคร้าบบบ คราวนี้เรียกได้ว่าเป็นตัวท็อปของ SAMSUNG เลยทีเดียวกับแท็ปเล็ตซีรีย์ Galaxy Tab S วะ ฮ้าววววว เพื่อนๆ อาจจะเคยผ่านตากันมาบ้างแล้ว เพราะเจ้าตัวนี้ทาง TechXcite ของเราก็เคยพรีวิวกันมาแล้ว ถือว่าน่าสนใจมากเลยครับ แต่คราวนี้เราจะมารีวิวให้รู้ลึกกว่าเดิม ถ้างั้นก็มาเริ่มกันเลยดีกว่า :))

ก่อนอื่นขอบอกก่อนเลยว่า แท็บเล็ตซีรีย์ Galaxy Tabs นั้นเปิดตัวมา 2 รุ่นด้วยกัน คือหน้าจอขนาด 8.4 นิ้ว และ 10.5 นิ้ว และมีให้เลือก 2 สี Titanium Bronze และ Dazzling White ทั้ง 2 รุ่น สเปคส่วนใหญ่เหมือนกันเกือบทั้งหมด จะต่างกันก็แค่ขนาดนั่นเอง แต่ตัวที่จะมารีวิวตัวนี้คือขนาด 8.4 นิ้ว คร้าบบบ 

สำหรับเรื่องดีไซน์ ออกแบบมาให้บางแค่ 6.6 มม.เท่านั้นเอง และยังมีน้ำหนักเบาเพียง 298 กรัม ลองจับดูแล้ว โอ้ว วว เบามากเลยทีเดียว หน้าจอของเจ้าตัวนี้สีสวย และภาพคมชัดมากครับ เห็นทีแรกบอกเลยว่า เฮ้ยยย สวยจริงๆ สมกับเป็น Super Amoled ความละเอียด WQXGA (2560x1600 พิกเซล) การแสดงผลสีได้อย่างเที่ยงตรงถึง 94% แท็บเล็ตรุ่นเก่าๆ นั้นแสดงผลได้เพียง 73% เท่านั้นเองครับ

ตัวเครื่องด้านหลังนั้นออกแบบมาให้เป็นจุดๆ (Dot Design) แบบเดียวกับของ Galaxy S5 นั่นเองแต่พอมาอยู่ในรูปแบบแท็บเล็ตแล้วดูสวย หรูหราขึ้นเยอะเลย เจ้าตัวแม่เหล็กที่อยู่ด้านหลังของตัวเครื่องนั้นไว้สำหรับอุปกรณ์เสริมเป็น Book Cover นั่นเองครับ

ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะเรียบเนียน เพราะปุ่มควบคุมต่าง ๆ จะอยู่ด้านขวา ทั้งปุ่มเพิ่ม – ลดเสียง ปุ่ม Power จากด้านบนก็จะมีตัว Infareted เอาไว้ใช้เป็นรีโมตได้, ช่องใส่ Micro-Sim, ถัดมาจะเป็นช่องสำหรับใส่ Micro-SD ซึ่งรุ่นนี้ก็สามารถเพิ่มสูงสุดได้ที่ 128 GB และยังมีลำโพงคู่แบบ Stereo ด้วยนะเออ ส่วนช่องหูฟัง ขนาด 3.5 มม. กับช่องชาร์จจะอยู่ด้านล่างทั้งหมดนะครับ

มาถึงในส่วนของ UI และฟีเจอร์ต่างๆ กันบ้างดีกว่า Galaxy Tab S ทั้ง 2 ตัวนั้นใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.4.2 Kitkat และยังมาพร้อมกับ Magazine UI แบบเดียวกับบน Galaxy Note Pro และ Galaxy S5 นั่นเอง แน่นอนว่าเรื่องของความลื่นไหลนั้น ถือว่า ลื่น ปรื้ดดดด แน่นอนครับ แต่เรื่องกันน้ำนี่ไม่ได้ติดมาด้วย อย่าเผลอเอาไปจุ่มน้ำนะครับ 5555

ต่อมาคือฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือ หรือ Finger Scanner สามารถปลดล็อคได้แบบเดียวกับ Galaxy S5 และยังสามารถแยก Multi User ได้ 3 คน เลยด้วย โอ้วววว คือว่า 3 คนสามารถเข้าใช้งาน Galaxy Tab S ได้ถึง 3 แอคเคาท์ เพียงแค่ใช้การสแกนลายนิ้วมือเท่านั้นเอง สะดวกและมีประโยชน์มากเลยทีเดียว

ฟีเจอร์ Ultra Power Saving Mode แบบเดียวกับบน Galaxy S5 แค่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นโหมดประหยัดพลังงาน แต่มันทำงานยังไงล่ะ? เมื่อเข้าโหมด จะเห็นว่าหน้าจอจะกลายเป็นขาว-ดำทันที 

โดยหน้าจอจะมีการปรับความสว่างให้เหมาะสม ซึ่งตัวเครื่องจะไม่สามารถใช้งานกล้องถ่ายภาพได้ และโหมดนี้จะมีฟีเจอร์ให้ใช้งานที่จำเป็นสำหรับการติดต่อเท่านั้น

มาทดสอบกับ ฟีเจอร์ Remote PC ที่สามารถควบคุมตัว PC ผ่านหน้าจอขอ Galaxy Tabs S แทนได้นั่นเองครับ แต่แน่นอนก็ยังคงมีดีเลย์ แต่ก็ถือว่ายังพอใช้งานได้ระดับหนึ่งครับ

ฟีเจอร์ต่อมาคือ Sidesync 3.0 ถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกอันหนึ่งเลยครับ เผื่อคนที่ยังไม่รู้ว่าเจ้า Sidesync อะไรนี่มันทำอะไรได้ คือมันจะทำให้เราสามารถควบคุมโทรศัพท์มือถือ Samsung ของเพื่อนๆ ผ่านแท็บเล็ตได้นั่นเอง ทำได้ทุกอย่างเหมือนโทรศัพท์เครื่องนั้นเลย และแน่นอนรวมไปถึงการโทรเข้า-ออกด้วย เพียงแต่เราควบคุมผ่านแท็บเล็ตแทนนั่นเอง อ่าว..แล้วทำไมไม่เล่นบนมือถือไปเลยหล่ะ?

เพื่อนๆ อาจจะเคยที่ต้องเอาโทรศัพท์ไปชาร์จไว้มุมห้องสายชาร์จก็ลากมาไม่ถึง จะนอนเล่นตรงนั้นก็ทำไม่ได้ แต่ถ้าเราเล่นแท็บเล็ตตัวนี้อยู่แล้วดันมีคนโทรเข้ามาที่มือถือซะงั้น SideSync ก็จะโอนสายเข้าตัวแท็บเล็ตเราเองอัตโนมัติเลยนั่นเอง

การทดสอบประสิทธิภาพ (กล้อง)

มาเรื่องกล้องถ่ายภาพกันบ้างดีกว่า Samsung Galaxy Tab S ทั้ง 2 รุ่นก็มาพร้อมฮาร์ดแวร์กล้องตัวเดียวกันเป๊ะ คือ กล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าความละเอียด 2.1 ล้าน (ภาพด้านบนถ่ายด้วย อัตราส่วน 4:3 หรือ 8 ล้านพิกเซล)

ทดสอบกล้องหลัง Galaxy Tab S (8 ล้านพิกเซล อัตราส่วน 4:3)

แต่สำหรับค่าเริ่มต้นจะถูกปรับความละเอียดของภาพนิ่งมาที่ 6 ล้านพิกเซล (จะได้อัตราส่วนของภาพที่ 16:9) ส่วนหากปรับเป็น 8 ล้านพิกเซลจะเป็นอัตราส่วน 4:3 ครับ และสามารถบันทึกวีดีโอได้สูงสุดที่ Full-HD 1080P เลยนะครับ อ้อ แล้วการถ่ายภาพนิ่งยังมีโหมดให้เลือกกันอีกด้วยนะ ต่อมาเราจะทดสอบประสิทธิภาพให้ดูกัน

  ทดสอบกล้องหน้า Samsung Galaxy Tab S (2.1 ล้านพิกเซล โหมด Beauty ระดับ 5)

การทดสอบประสิทธิภาพ (ดูวีดีโอแบบ HD) 

หลังจาก Screen หน้าจอตอนดูวีดีโอแล้วภาพที่ได้นั้นจะสวยไม่เท่าของจริงนะครับ เรื่องมิติและความสวยงาม ต้องขอบอกเลยว่าของจริงนั้นทั้งคม สวย และให้รายละเอียดกว่าที่เห็นด้านบนเยอะเลยครับ :))

การทดสอบประสิทธิภาพ Touch Screen ด้วยแอพ (Multi-Touch) 

เรื่อง Touch Screen นั้นก็ไม่แพ้แท็บเล็ตยี่ห้ออื่นๆ เลย เพราะสามารถ Touch ได้มากถึง 10 จุดเลยทีเดียว

การทดสอบประสิทธิภาพโดยรวม ด้วยแอพฯ (Antutu Benchmark)

วัดคะแนนจาก AnTuTu แล้วได้คะแนนสูงถึง 34,253 ถือว่าสูงพอสมควรครับ รองลงมาจาก Samsung Galaxy Note3 และ S5 แค่นิดเดียวเองนะ จากที่ทดสอบด้วยตัวเองเครื่องแรงและลื่นมากเลยทีเดียวครับ 

อุปกรณ์ที่แถมมาในกล่องก็มี หูฟังแบบ IN-EAR, Adapter พร้อมสายชาร์จแบบ USB และก็คู่มือการใช้งานทั้ง 2 ภาษา (ไทย-อังกฤษ)

สรุป หลังจากที่ลองเล่น Samsung Galaxy Tab S ต้องบอกว่าสุดยอดเรื่องหน้าจอจริง ๆ ทั้งคมและให้สีสันที่สวยเฉียบมาก ตอนทดสอบดูวีดีโอแบบ Full HD นี่ถือว่าได้อรรถรสแบบสุดๆ ตัวเครื่องก็ทั้งบางน้ำหนักก็เบาหวิว และถ้าเพื่อนๆ คนไหนที่ชอบตัว Samsung Galaxy S5 อยู่แล้ว เชื่อว่าตัวนี้ต้องทำให้เพื่อนๆ ประทับใจได้เช่นกัน ดีไซน์ก็หรู แถมยังมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจติดมาอีกเพียบ!!

ทั้งหมดนี้ด้วยราคา 16,900 บาท เท่านั้น

จุดเด่น

  • หน้าจอ ทั้งคมและให้สีสันที่สวยเฉียบมาก
  • ตัวเครื่องบาง น้ำหนักก็เบาหวิว
  • Finger Scanner สามารถแยก Multi User ได้ถึง 3 คน
  • สามารถบันทึกวีดีโอได้สูงสุดที่ Full-HD 1080P
  • โทรออกได้

จุดสังเกต

ฟีเจอร์ Remote PC สามารถควบคุมตัว PC ผ่านหน้าจอขอ Samsung Galaxy Tabs S ยังคงมีดีเลย์ แต่ในเรื่องของการใช้งานก็ถือว่ายังทำงานได้ดีครับ