Review: LG G2 เรียนรู้จากตัวคุณสู่การพัฒนาแบบก้าวกระโดด!

ป๋าเอก | 13 ต.ค. 2556 17:17:42 (อัพเดต 15 ต.ค. 2556 16:31:31)

26233

VIEWS ป๋าเอก

Review: LG G2 เรียนรู้จากตัวคุณสู่การพัฒนาแบบก้าวกระโดด!

:: Review: LG G2 เรียนรู้จากตัวคุณสู่การพัฒนาแบบก้าวกระโดด! ::

สวัสดีครับชาว TechXcite กลับมาพบกับ ป๋าเอก และ Review สมาร์ตโฟนดีมีคุณภาพกันอีกครั้ง (แหม่...คราวนี้ยังกะโฟร์เอส) ซึ่งหลังจากที่ค้างคากันมานานด้วยติดธุระบางประการก็ถึงเวลาแล้วที่ผมจะมา Review สมาร์ตโฟนอีกหนึ่งรุ่นที่หลายคนรอคอยกันอยู่ด้วยราคาที่ถูกกว่าใครเพื่อนและมาพร้อมสเปคและคุณสมบัติน่าสนใจหลายประการที่จะทำให้โทรศัพท์มือถือรุ่นนี้กหลายเป็นม้ามืดประจำปีนี้ก็ว่าได้ ใช่แล้วครับ...ผมหมายถึง LG G2 นั่นแหละฮะ :)

โดยในคราวนี้ดูเหมือนว่าทาง LG จะเริ่มเรียนรู้วิธีในการต่อสู้กับสมาร์ตโฟนคู่แข่งจากฝั่ง Android ค่ายต่างๆที่อัดฟีเจอร์และคุณสมบัติน่าทึ่งหลายๆอย่างเข้ามาในมือถือเครื่องเดียวด้วยการไม่เลือกเดินตามทางเหล่านี้แล้วหันไปพัฒนา LG G2 ให้กลายเป็นสมาร์ตโฟนที่เรียนรู้จากตัวของผู้ใช้งานเอง แน่นอนว่าคุณสมบัติหลายๆอย่างภายในเครื่องของ LG G2 ได้รับการออกแบบมาให้เติมเต็มอรรถรสในการใช้้งานสมาร์ตโฟนของคุณเองอย่างเต็มที่ชนิดที่บางอย่างเราก็ไม่รู้มาก่อนว่าเราต้องการแต่ LG ก็ใส่มาให้ด้วย เรียกได้ว่างานนี้ LG ขอเปลี่ยนคอนเซปต์ของตัวเองแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือให้สมกับที่ LG G2 เป็นสมาร์ตโฟนเครื่องแรกที่จะอยู่ในตระกูล G แทนที่ Optimus ของเดิมแทนนั่นเอง

ส่วนความโดดเด่นของ LG G2 จะมีอะไรบ้างนั้นผมจะมาสาธยายให้ทุกท่านได้เห็นภาพทั้งข้อดีและข้อด้อยของตัวเครื่องให้เห็นกันตรงนี้เลยดีกว่าครับ :)

LG G2 Specs (ข้อมูลจากเว็บไซต์ LG)

Type: Smart Phone
Color :Black / White
CPU Speed: 2.26GHz Quad core
CPU Type: Snapdragon 800
Display :1920x1080 Full HD IPS Display, 5.2"
RAM: 2GB LPDDR3 800MHz
ROM: 32GB
Network:
CDMA (1x / EVDO Rev.A)
2G (GSM / EDGE)
3G (HSPA+42Mbps / HSPA+21Mbps)
           4G LTE (SVLTE, CSFB, CA, VoLTE, RCS, MIMO)
Dimensions: 138.5 (L) x 70.9 (W) x 8.9 (D)
Battery: 3,000mAh / Embedded Li-Polymer
Audio: 24bit x 192kHz Hi-Fi Sound
Camera:
13MP OIS (Optical Image Stabilizer)
8x Digital zoom
Sapphire Crystal Glass Lens 
Multi-point AF (9 Points)
Full HD 60fps Recording/Playback

LG G2 Design

- ถ้าว่ากันถึงตัวเครื่องของ LG G2 ก็อาจจะต้องบอกว่าดีไซน์เป็นทรงมาตรฐานของยุคนี้ที่ก็คล้ายกันไปหมดนั่นแหละไม่ว่าจะเป็นหน้าจอใหญ่หรือตัวเครื่องโค้งที่มีเหลี่ยมมุมโค้งมนก็ตาม อย่างไรก็ตามจากที่ผมลองใช้มาพบว่าขนาดของ LG G2 นี่ถือว่ากำลังดีเลยแฮะ เอาใส่กระเป๋ากางเกงก็บางๆกำลังดีและไม่ใหญ่เกินเหมือนฝั่ง Phablet ทั่วไป

- อย่างไรก็ตามผมว่าพลาสติกบริเวณด้านหลังตัวเครื่อง LG G2 นี่มันจับลายนิ้วมือง่ายไปนิดนะครับโดยเฉพาะสีดำนี่เห็นออกมาเด่นเป็นสง่าใช้ได้ต้องคอยเช็ดออกอยู่เป็นระยะๆ แต่ถ้าสีขาวนี่น่าจะช่วยให้ดูยากขึ้น (แต่ผมว่าสีดำดูสวยดีนะฮะ)

- ตรงขอบหน้าจอของ LG G2 บางเฉียบสมคำร่ำลือจริงๆครับซึ่งก็ช่วยให้ตัวเครื่องสามารถใส่หน้าจอขนาด 5.2 นิ้วแบบเต็มๆได้โดยที่ตัวเครื่องไม่จำเป็นต้องใหญ่ตามไปด้วย

- ถึงแม้ว่าจะเรียนรู้การออกแบบมือถือมาจากการใช้งานจริงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่า LG จะไม่กล้าใส่ไอเดียบ้าๆเข้ามาใน LG G2 แต่อย่างใด ซึ่งนั่นก็รวมไปถึงการย้ายปุ่มควบคุมต่างๆมาอยู่ทางด้านหลังตัวเครื่องที่เรียกว่า Rear Key ด้วยครับ บอกตามตรงว่าตอนเห็นครั้งแรกผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่คิดอยู่เหมือนกันว่าใครมันจะไปใช้ปุ่มแบบนี้ฟระ แต่ปรากฏว่าไม่ถึงวันครับผมนี่แหละที่ติดใจเจ้าปุ่มนี้เข้าอย่างจังเพราะจะว่าไปแล้วตามความเป็นจริงนิ้วมือของเราก็มักจะวนเวียนอยู่บริเวณนั้นอยู่แล้วเวลาที่ถือมือถือไว้ในท่ามาตรฐาน แถมการวางปุ่มดังกล่าวในตำแหน่งนี้ก็ช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับคนที่ใช้มือถือด้วยมือซ้ายเป็นหลักด้วยเพราะปุ่มแบบนี้ไม่ว่าจะถนัดมือข้างไหนก็สามารถกดใช้งานได้ครับ :)

- อีกหนึ่ง gimmick เล็กๆที่มีการใส่เข้ามาในปุ่ม Home ของ LG G2 ก็คือหากคุณกดใช้งานแล้วปุ่มจะเรืองแสงด้วยนะครับ บอกตามตรงว่าเห็นแวบแรกแล้วดูเท่ระเบิดไปเลยแฮะ

- ส่วนฝาหลังของ LG G2 แกะไม่ได้นะครับซึ่งบางคนก็บอกว่าไม่ค่อยชอบนักเพราะเวลามีปัญหาเครื่องค้างไม่สามารถแกะแบตเตอรี่ออกมาได้แถมเปลี่ยนแบตฯเป็นก้อนใหม่ไม่ได้ด้วย แต่บางส่วน (รวมถึงผมเองด้วย) ก็ไม่ค่อยได้ติดใจเรื่องฝาหลังแกะไม่ได้สักเท่าไหร่แล้วเพราะหลังๆดูเหมือนว่าสมาร์ตโฟนจะมีดีไซน์แบบ Unibody เป็นชิ้นเดียวกันเสียเกือบหมดไม่ว่าจะเป็น iPhone 5s, Sony Xperia Z1, HTC One หรือแม้กระทั่ง LG G2 ก็ตาม ตรงนี้ก็คงต้องบอกว่าแล้วแต่คนชอบฮะ :)

LG G2 Display

- ส่วนนี้น่าจะเป็นจุดสนใจหลักของคนที่เห็น LG G2 แล้วจะเกิดรักแรกพบในแวบแรกเลยก็ว่าได้ 555+ เพราะผมถือว่า LG G2 มีหน้าจอที่ทั้งสวยงามและคมชัดเป็นที่สุด ความรู้สึกส่วนตัวถ้าเทียบกับ iPhone 5s ที่ใช้อยู่ปัจจุบันผมว่าหน้าจอ LG G2 "จุใจ" กว่านะครับ ด้วยขนาดหน้าจอของ LG G2 ที่ใหญ่ถึง 5.2 นิ้วแถมมาพร้อมความละเอียด 1080*1920 พิกเซล (424 ppi) ที่สำคัญยังเป็นหน้าจอแบบ True HD IPS LCD ที่ผมว่าให้รายละเอียดได้คมกริ๊บบาดตาบาดใจคนที่ผ่านมาพบเห็นแบบสุดๆ เรียกได้ว่าเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวมากกว่าที่จะเน้นความจัดจ้านของสีสันบนหน้าจอเป็นหลักเหมือนของ Samsung Galaxy Note 3 หรือ Sony Xperia Z1 (ในมุมมองหน้าตรง) 

- เอาเป็นว่าส่วนตัวผมโคตรประทับใจกับหน้าจอของ LG G2 อย่างแรงก็แล้วกันครับ อารมณ์มันเหมือนตอนที่ผมได้สัมผัสกับหน้าจอ Retina Display ของ iPhone 4 ในสมัยนั้นเลยก็ว่าได้ มันคือความงามระดับนั้นเลยครับ :)

LG G2 Performance

- เรื่องของประสิทธิภาพใน LG G2 นี่ก็ต้องบอกว่าหายห่วงครับ เรียกได้ว่าเป็นสมาร์ตโฟนระดับแถวหน้าของยุคนี้เคียงข้างไปกับ Sony Xperia Z1, Samsung Galaxy Note 3 และ iPhone 5s ก็ว่าได้ (อันนี้วัดจาก Benchmark หลากยี่ห้อหลายเจ้านะฮะ) แต่ถ้าพูดกันจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมได้ใช้ LG G2 มาก็ต้องบอกว่าตัวเครื่องสามารถประมวลผลและทำงานต่างๆได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุดจริงๆด้วยประสิทธิภาพของ Snapdragon 800 และ 2GB RAM นั้นจะทำให้คุณได้สัมผัสกับประสบการณ์ความลื่นของฝั่ง Android กันแบบครบถ้วนทุกอารมณ์กันจริงๆไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมส์กราฟฟิคหนักๆเช่น Asphalt 8 หรือ Gangstar Vegas ที่สามารถ "เอาอยู่" ได้แบบสบายบรื๋อ หรือการเปิดแอปจำนวนมากแบบ Multitasking ก็ไม่ค่อยพบปัญหาเครื่องค้างให้หน่ายใจสักเท่าไหร่ครับ (นานๆทีผมถึงจะกด Clear All Apps สักครั้ง) 

- อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่มีการเพิ่มเข้ามาใน LG G2 ก็คือระบบเสียงภายในเครื่องนี่แหละเพราะวสามารถรองรับไฟล์ FLAC หรือ Lossless ประเภทอื่นๆด้วยระดับเสียง 24-bit/192KHz ได้เลยโดยตรงซึ่งน่าจะถูกอกถูกใจคนชอบฟังเพลงเสียงแจ่มๆเป็นอย่างยิ่ง ก็ต้องบอกว่าตัวเครื่อง LG G2 สามารถให้พลังขับเสียงออกมาได้ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้านำไปใช้กับหูฟังแจ่มๆทั้งหลายทั้งแหล่ในตลาด (ส่วนหูฟัง QuadBeat 2 ที่แถมมาของ LG ก็ทำหน้าที่ได้ไม่เลวเลย) อย่างไรก็ตามที่น่าเสียดายเป็นอย่างแรงก็คือลำโพงในตัวของ LG G2 ที่ให้เสียงออกมาไม่ค่อยดังและดีอย่างที่คิดเพราะฉะนั้นทางออกของทุกท่านคงต้องฟังผ่านหูฟังนั่นแหละถึงจะได้อรรถรสของ Lossless แท้ๆกันนั่นแหละฮะ

- ยิ่งเรื่องของแบตเตอรี่นี่บอกได้เลยว่า LG G2 น่าจะเป็นมือถือที่มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ต่อการชาร์จหนึ่งรอบได้นานเป็นแถวหน้าของวงการตอนนี้ก็ว่าได้ จากที่ใช้มาพบว่าถ้าผมเปิดเครื่องเพื่อเล่นเกมส์ตลอดเวลาสามารถอยู่ได้ประมาณ 5-6 ชั่วโมงซึ่งผมก็ถือว่าเยอะเอาการนะฮะ ยิ่งถ้าใช้งานแบบคนปกติทั่วไปที่มีโทรศัพท์บ้าง, เล่น Social บ้าง, ดูหนังบ้าง, เล่นเกมส์บ้างสลับๆกันไป (เปิดหน้าจอระดับกลางๆ) ผมบอกได้เลยว่าสามารถอยู่จากเช้าจรดค่ำได้ไม่ยากโดยไม่ต้องพึ่งแบตเตอรี่พกพาด้วยซ้ำ ก็ถือว่า LG G2 น่าจะเป็นสมาร์ตโฟนที่มีอายุการใช้งานบักอึ้ดถูกใจใครหลายคนแน่นอนฮะ

- อย่างไรก็ตาม LG G2 ก็ยังมีข้อจำกัดในตัวของมันเองนั่นก็คือความจุภายในเครื่องที่ให้มา 32GB เพิ่มเมมฯไม่ได้ซึ่งบางคนก็บอกว่าพอแล้วแค่นี้ก็ใช้ได้สบายเหลือแหล่ ส่วนอีกกลุ่มก็อาจจะมองว่ามันน้อยไปหากเทียบกับมือถือเจ้าอื่นที่ให้ความจุมาแค่ 16GB แต่เพิ่ม MicroSD ได้อีก 64GB อันนี้ผมว่าก็คงต้องดูจากรูปแบบการใช้งานนั่นแหละครับเพราะ LG G2 มีจอที่สวยงามจนหลายคนอยากจะเอาหนังไฟล์ Full HD มาเปิดดูบนเครื่องหรือจะลงเกมส์กราฟฟิคแรงๆรีดศักยภาพของ Snapdragon 800 ซึ่งแต่ละไฟล์ก็มีขนาดค่อนข้างใหญ่พอสมควรเลยอาจไม่จุใจนักหากต้องมาเล่นแร่แปรธาตุเอาไฟล์เข้าออกอยู่ตลอดเวลาให้มันพอใช้งาน

- แต่ที่เป็นทีเด็ดที่ทำให้ใครหลายคนอยากได้ LG G2 ในเวลานี้ก็คือความสามารถในการรองรับ 4G LTE ซึ่งในเวลานี้ทาง LG กำลังเจรจากับ TrueMove H ให้สามารถใช้งาน 4G LTE ของเครือข่ายดังกล่าวได้ในเร็ววันนี้ ก็เรียกได้ว่าเป็นชอยส์ที่น่าสนใจของคนอยากได้มือถือ 4G ในราคาต่ำกว่าสองหมื่นบาทแต่ได้สเปคระดับแพงกว่านั้นครับ :)

- คะแนน AnTuTu Benchmark ของ LG G2 (โปรดอย่านำคะแนนเหล่านี้ไปเป็นปัจจัยเดียวในการซื้อมือถือนะครับ)

- คะแนน Quadrant Standard Benchmark ของ LG G2 (โปรดอย่านำคะแนนเหล่านี้ไปเป็นปัจจัยเดียวในการซื้อมือถือนะครับ)

LG G2 OS & Software

- LG G2 จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 Jelly Bean นะครับซึ่งในอนาคตก็จะสามารถอัพเกรดเป็น Android 4.3 ได้อย่างแน่นอนซึ่งก็คงจะขึ้นอยู่กับทาง LG ประเทศไทยนั่นแลว่าจะอัพเดทซอฟต์แวร์กันได้เร็วขนาดไหน ซึ่งเรื่องนี้ผมไปย้ำให้ทีมงาน LG รับทราบมาแล้วว่าเป็นปัญหาที่ทำให้คนอยากใช้ LG ในบ้านเราเกิดอาการลังเลจนขอย้ายไปค่ายอื่นกันพอสมควร ก็ได้แต่หวังว่ากับ LG G2 จะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นนะครับ :)

- เท่าที่ดูมาในหน้าจอ Settings ของ LG G2 ดูจะมีความแตกต่างกับเจ้าอื่นตรงที่แต่ละหัวข้อมีการอธิบายคร่าวๆด้วยว่ามันเกี่ยวกับอะไรหรือสามารถทำอะไรได้บ้างซึ่งเราสามารถดูได้ตั้งแต่หน้าแรกเลยไม่ต้องกดสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปดูรายละเอียดให้มันเสียเวลาอีก แถมออปชั่นที่สามารถเปิด-ปิดได้ก็ทำอนิเมชั่นออกมาให้เหมือนกับการกดเปิด-ปิดสวิทช์จริงๆดูเก๋ไก๋ไปอีกแบบดีครับ :P

- ในออปชั่น Home Screen ของ Settings จะมีช่องให้คุณเลือกรูปแบบการแสดงผลหน้าจอหลักจะบังคับหน้าจอเป็นแนวตั้ง (Portrait View) ตลอดเวลาหรือไม่ ซึ่งถ้าเราเอาเครื่องหมายถูกออกก็จะทำให้ LG G2 สามารถแสดงผลหน้าจอหลักในแนวนอน (Landscape) ได้ด้วยซึ่งผมว่าค่อนข้างมีประโยชน์นะเพราะดูจากขนาดและรูปทรงของ LG G2 แล้วก็เหมือนกับเรากำลังใช้แท็บเล็ตขนาเจิ๋วอยู่ยังไงยังงั้นเลยแหละ

 

- ที่ผมไม่ชอบอย่างแรงใน LG G2 ก็เห็นจะเป็น Notification Bar ละมั้งครับเพราะผมรู้สึกว่าตรงนั้นมีอะไรต่อมิอะไรมันอัดแน่นกันอยู่เต็มไปหมดไม่ว่าจะเป็น Shortcut ต่างๆ, QSlide Apps, แถบปรับความสว่างหน้าจอและแถบปรับความดังของเสียงที่กินพื้นที่มาประมาณครึ่งหน้าจอละ ถ้าสมมติว่าผมเปิดแอปรีโมตคอนโทรลซึ่งจะมีไอคอนตรงนั้นเพิ่มเข้าไปอีกก็แทบจะไม่มีที่เหลือให้กับข้อความแจ้งเตือนต่างๆที่ต้องเลื่อนลงมาอีกก็ว่าได้ ตรงนี้ผมยังมองว่าเป็นดีไซน์ที่ดูเก่าๆไปหน่อยและน่าจะมีการปรับในซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นต่อไปให้มีหน้าตาที่สวยงามและกินพื้นที่น้อยลงได้ก็จะเยี่ยมเลยครับ

- แต่ที่มาแปลกกว่าเจ้าอื่นเลยก็คือ LG G2 สามารถปรับแต่งปุ่มควบคุมบนหน้าจอได้ตามใจชอบครับ คุณสามารถกำหนดได้ว่าอยากให้ปุ่มไหนอยู่ด้านใดซึ่งก็จะมี preset มาเป็นค่าตั้งต้นให้ได้เลือกกันอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว โดยนอกจากจะปรับตำแหน่งได้แล้วยังสามารถปรับสีสันและธีมให้เข้ากับหน้าจอของเราได้ด้วย...บร๊ะ!!!

LG G2 Features

- มาว่ากันถึงคุณสมบัติพิเศษที่มีการใส่มาใน LG G2 กันบ้าง ก็คงขอเริ่มจากตัวที่ผมว่ามีประโยชน์มากๆกันก่อนก็แล้วกันนั่นก็คือ KnockON หรือการปลดล็อคหน้าจอแบบใหม่ที่เพียงแค่คุณเคาะหน้าจอสองทีก็สามารถปลดล็อคได้แล้วซึ่งก็ถือว่าสะดวกดีครับ เป็นฟีเจอร์ที่ผมใช้บ่อยที่สุดแล้วมั้งเพราะเราไม่ต้องเสียเวลากดปุ่ม Home ให้เสียเวลา (จะว่าไป LG G2 มีปุ่ม Home อยู่ด้านหลังก็เลยอาจจะทำให้เวลาหยิบมากดปุ่ม Home แล้วมันจะเสียเวลาหนึ่งสเต็ป ทาง LG เลยใส่ฟีเจอร์นี้เข้ามาละมั้งครับ - เดานะ) และก็เช่นเดียวกันคือหากเราเคาะสองทีบริเวณพื้นที่ว่างบนหน้าจอสองทีก็จะเป็นการพักหน้าจอทันทีด้วย แต่ระหว่างที่ทดสอบก็พบว่าบางทีเคาะแล้วไม่มาตามนัดก็มีให้เห็นอยู่นะ :P

- ระบบ Qslide ใน LG G2 ก็ยังคงมีอยู่เหมือนรุ่นก่อนๆหน้านี้โดยคุณสามารถเปิดแอปฯให้เหลื่อมกันได้พร้อมกันถึง 2 แอป (รวมกับหน้าจอหลักด้วยเป็น 3 เลเยอร์)

- ในออปชั่น Video Player ของ LG G2 มีออปชั่นเจ๋งๆอยู่สองอย่างครับ อย่างแรกเลยคือระบบ Preview ที่คุณสามารถเล่นไฟล์วิดีโออยู่แล้วสามารถกดเลื่อนไปข้างหน้าเพื่อดู Preview ล่วงหน้าได้แบบ Real-Time ซึ่งถ้าหากคุณพบจุดที่ต้องการจะเล่นจริงก็สามารถกดที่ Thumbnail เล็กด้านล่างได้เลย อีกอย่างหนึ่งซึ่งเหมือนจะดีก็คือระบบ Face Tracking ที่คุณสามารถจับภาพใบหน้าที่ต้องการในวิดีโอดังกล่าวและระบบก็จะทำการซูมติดตามใบหน้าในวิดีโอดังกล่าวตลอดคลิป อันนี้ก็จะเหมาะกับสถานการณ์ประมาณว่าเป็นการแสดงบนเวทีหลายๆคนแล้วเราอยากจะดูแค่คนคนเดียวก็สามารถกด Tag เพื่อติดตามแบบใกล้ชิดได้ เพียงแต่ข้อเสียคือภาพที่ออกมาก็จะเป็นการซูมในระบะใกล้ซึ่งไฟล์วิดีโอก็จะหมดความคมชัดไปไม่น้อยเลยครับ...ดูแบบธรรมดานั่นแหละฮะดีที่สุด อิอิอิ

- อีกหนึ่งของใหม่ใน LG G2 กับฟีเจอร์ Slide Aside ที่คุณสามารถเปิดแอปฯพร้อมกันได้ถึง 3 แอปฯโดยที่แต่ละแอปฯจะอยู่ในสภาวะทำงานหรือ Active อยู่ตลอดเวลา ซึ่งวิธีการใช้งานก็ง่ายๆเพียงคุณเปิดแอปที่ต้องกาารขึ้นมาแล้วใช้สามนิ้วปัดไปทางซ้ายของหน้าจอเพื่อบันทึกแอปลงในโหมด Slide Aside พอคุณจะช้งานก็ปัดสามนิ้วไปทางขวาของหน้าจอก็จะเป็นการเรียกแอปฯที่เซฟไว้ขึ้นมาซ้อนๆกันเหมือนเปิดหน้าต่างใน Windows ยังไงยังงั้น แต่ส่วนตัวผมว่าออปชั่นนี้น่าจะมีคนใช้งานน้อยมากเพราะการปัดหน้าจอด้วยสามนิ้วบนมือถือนี่มันเป็นอะไรที่ยากพอสมควรและส่วนตัวผมใช้การสลับแอปฯผ่าน Recent Apps มากกว่าฮะ :P

- LG Remote ก็ยังคงมีให้ใช้งานกันใน LG G2 และก็ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นมาตรฐานสมาร์ตโฟน Android ตัวท็อปที่จะต้องมีออปชั่นนี้ให้ใช้งานกันไปแล้ว (ยกเว้น Z1) ซึ่งแอปฯรีโมตคอนโทรลของ LG ก็จะยังคงรองรับการใช้งานร่วมกับสินค้าแบรนด์อื่นๆเหมือนกันเพียงแต่ถ้าเป็นของ LG เองก็จะมีความพิเศษเพิ่มขึ้นมาอย่างเช่นสามารถใช้งานกับเครื่องปรับอากาศได้เป็นต้นฮะ

LG G2 Camera

- ปิดท้ายกันที่เรื่องกล้องของ LG G2 นะครับจะมาพร้อมกับกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซลและกล้องหน้า 2.1 ล้านพิกเซล โดยในส่วนของกล้องหลังจะมีความพิเศษอยู่ตรงที่มีการใส่ฟีเจอร์ OIS หรือระบบกันสั่น Optical Image Stabilization ซึ่งแทบจะไม่ค่อยได้เห็นกันเท่าไหร่ในมือถือฝั่ง Android (ส่วนใหญ่จะอยู่ใน Nokia Lumia เสียมากกว่า) ซึ่งจากที่ได้ลองมาดูเหมือนว่าจะช่วยในการถ่ายภาพนิ่งได้พอสมควรเพราะพบว่าภาพส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะเบลอเท่าไหร่ ในขณะที่ฝั่งวิดีโอผมว่ายังเฉยๆอยู่นะฮะในส่วนนี้

- ลืมบอกไปว่า LG G2 มีระบบโฟกัสแบบ 9 จุดด้วยนะครับอันนี้ผมว่ามีประโยชน์มากเวลาถ่ายรูปเลยแหละ

- ส่วนโหมดการถ่ายวิดีโอใน LG G2 ก็มีออปชั่น Audio Zoom สำหรับการซูมเสียงเฉพาะจุดที่เราต้องการ (อย่างเช่นเวลามีคนร้องเพลงพร้อมๆกันก็สามารถโฟกัสเสียงไปที่คนเดียวได้) แต่จากที่ลองๆมาผมว่าในวิดีโอที่ถ่ายมานั้นยังไม่ค่อยเห็นความแตกต่างเวลาใช้จริงสักเท่าไหร่ครับ

- ตัวอย่างไฟล์ภาพจากกล้องหลัง LG G2 (กดที่ภาพเพื่อดูขนาดเต็มได้เลยครับ)

 

 

 

(ปิด HDR)

(เปิด HDR)

(เปิด Flash)

(ปิด Flash)

- ตัวอย่างไฟล์วิดีโอ Full HD 1080p จากกล้องหลัง LG G2 

- ตัวอย่างไฟล์ภาพจากกล้องหน้า LG G2 (กดที่ภาพเพื่อดูขนาดเต็มได้เลยครับ)

LG G2 Conclusion 

ขอปิดท้ายตรงนี้ด้วยความรู้สึกส่วนตัวเกี่ยวกับ LG G2 ก็ต้องบอกว่าจากที่ได้ใช้มาประทับใจเป็นอย่างยิ่งเรียกได้ว่า LG สามารถกลับมายืนผงาดสู้กับสมาร์ตโฟนเรือธงของค่ายอื่นๆได้อย่างสมศักดิ์ศรีด้วย LG G2 นี่แหละหลังจากที่ล้มเหลวมาหลายหน เรียกได้ว่าหลังจากที่พวกเขาได้ไปผลิต Nexus 4 ให้กับ Google ก็มีทิศทางที่ดีขึ้นมาโดยตลอดตั้งแต่เมื่อตอน LG Optimus G Pro จนมาถึง LG G2 ที่สลัดภาพสมาร์ตโฟนเดิมๆของตัวเองออกอย่างหมดจดด้วยหน้าจอที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง, ประสิทธิภาพในการทำงานที่ไม่เป็นสองรองใคร แถมราคาขายในไทยยังถูกเวอร์กว่าเจ้าอื่นด้วย (19900 บาท) ก็น่าจะทำให้ LG G2 เป็นเหมือนม้ามืดประจำช่วงครึ่งปีหลังในบ้านเราก็เป็นได้ครับ (ส่วนขายจริงจะสู้พลังการตลาดเจ้าอื่นได้หรือไม่มันก็อีกเรื่องอะนะ)

ส่วน Review งวดหน้า ป๋าเอก จะนำอะไรมาเสนอก็รอติดตามชมกันได้อย่างใกล้ชิดกันได้ที่ TechXcite เช่นเคย ส่วนวันนี้คงต้องขอตัวลาไปก่อน สวัสดีครับ :)

LG G2 วางจำหน่ายแล้วในประเทศไทยแล้วด้วยราคา 19900 บาท

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite