Review: iPad Mini วัดระดับความน่าฟาดกับ ป๋าเอก TechXcite!

ป๋าเอก | 16 พ.ย. 2555 15:33:33 (อัพเดต 16 พ.ย. 2555 17:14:56)

27632

VIEWS ป๋าเอก

:: Review: iPad Mini วัดระดับความน่าฟาดกับ ป๋าเอก TechXcite! ::

iPad Mini Review ล้วง-แคะ-แกะ-เกาแท็บเล็ตไซส์เล็กรุ่นล่าสุดจาก Apple ผลงานของป๋าดัน Tim Cook ที่ขอขัดใจ Steve Jobs อดีตบอสผู้ล่วงลับด้วยนวัตกรรมขนาดเหมาะมือให้แฟนๆได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งาน iPad เต็มรูปแบบในราคาที่ถูกลงกว่ารุ่นใหญ่เยอะ (ถ้าเทียบกับมาตรฐาน iDevice ทั่วไปอะนะ)

แล้วอย่างนี้เมื่อ iPad Mini มาอยู่ในมือ ป๋าเอก TechXcite ก็มีหรือที่เราจะพลาดมานำเสนอสาวก Apple พันธุ์แท้ที่อยากรู้ว่า iPad Mini มีดีอย่างไรถึงได้ลงมาจุติเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ในตระกูล iDevice ใหม่แกะกล่องเยี่ยงนี้

ว่าแล้วก็ไปดูกันเลยว่า iPad Mini กลับมาอีกครั้งในรูปทรงที่เล็กลงจะยังคงรสชาติจัดจ้านจับใจเหมือนรุ่นท็อปกับเขาได้หรือเปล่าหนอ!?

iPad Mini: Design

- iPad Mini มาพร้อมกับดีไซน์แบบใหม่ด้วยฝาหลังโลหะแบบด้านเหมือนอย่างใน iPod Touch 5th Gen ยังไงยังงั้น (ถ้าจะบอกว่ามันคือ iPod Touch ขยายใหญ่จะผิดมั้ย 555+) ซึ่งยังคงความสวยหรูดูดีมีราคาตามสไตล์ค่ายนี้เขาไว้ได้เหมือนเดิมแหละ...ต้องลองมาจับเองถึงจะรู้ ทั้งนี้ iPad Mini มีมห้เลือกสองสีเหมือน iPhone 5 เป๊ะๆคือสีขาวและสีดำเลือกได้ตามใจชอบ ติดอยู่นิดตรงที่เหมือนว่ามันจะเป็นรอยได้ง่ายแบบเดียวกับฝาหลัง iPhone 5 ยังไงชอบกล ทางที่ดีพอซื้อมาเสร็จก็แนะนำให้ไปซื้อเคสมาใส่ทันทีก็จะช่วยเพิ่มความอุ่นใจขึ้นมาได้อีก 200% เลยละ

- สำหรับดีไซน์ของ iPad Mini ที่ออกแบบมานั้นต้องบอกว่าเป็นขนาดที่จับได้กระชับถนัดมือทีเดียวกับขนาดหน้าจอ 7.9 นิ้วเหมือนป๋าถือหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊คเล่มบางๆสักเล่มยังไงยังงั้น แต่อย่างที่บอกว่านี่มันมือผู้ชายก็อาจจะถือได้ไม่มีปัญหา ส่วนคุณสาวๆหลายท่านก็อาจจะมีบ่นมาบ้างว่าหน้าจอ iPad Mini หน้าจอมันอาจจะกว้างไปสักนิดเกินกว่าที่จะกางอุ้งมือถือได้เหมือนอย่างฝั่งแมนๆทั้งหลาย แต่ก็อย่างที่ว่าฮะคือคุณจะได้หน้าจอที่มีขนาดใหญ่กว่าแท็บเล็ต 7 นิ้วทั่วไปในตลาดอีกนิดแถมน้ำหนักก็เบาเวอร์ๆ งานนี้ก็คงต้องยอมแลกอะไรมาสักหน่อยแหละเนอะ (อย่างน้อยก็ดีกว่าถือ iPad รุ่นใหญ่อันเบ้อเร่อนั่นแหละ)

- แต่ที่ป๋าแอบเซ็งไม่ได้จริงๆก็คือเรื่องของหน้าจอ iPad Mini ที่ปรากฏว่าผิดคาด Apple ไม่ยักกะใส่หน้าจอคมชัดขั้นเทพ Retina Display มาให้ด้วยแฮะซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเพราะจะทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและอาจจะกินแบตเตอรี่มากขึ้นกว่าเดิม อย่างไรก็ตามถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยใช้งาน iPad 3 มาแล้ว (The Old iPad นั่นแหละ) จะรู้สึกว่าตัวเองดาวน์เกรดลงไปเยอะทันทีเมื่อมาดูหน้าจอความละเอียดธรรมดา 1024*768 พิกเซลของ iPad Mini เวลามองอะไรมันก็ดูไม่ค่อยจะชัดเหมือนสายตาฟ้าฟางยังไงพิกลไม่รู้ดิ เหมือนย้อนเวลากลับไปเล่น iPad 2 เลยแฮะ

- ถึงอย่างนั้นก็เถอะก็ไม่ใช่ว่าหน้าจอ iPad Mini มันจะไม่มีอะไรดีกับเขาเลยเสียเมื่อไหร่ เพราะจากที่ป๋าลองไปใช้งานมาดูเหมือนว่าหน้าจอ iPad Mini มันจะรู้ว่าเราวางนิ้วโป้งไว้บนหน้าจอเพื่อถือหรือเพื่อใช้งานหน้าจอสัมผัสเสียด้วย เรียกได้ว่าอาการ "ลั่น" ที่เกิดขึ้นได้เวลาเราถือ iPad Mini โดยเอานิ้วจับลงไปเต็มๆบนหน้าจอนั้นแทบไม่มีให้เห็นเลยแฮะ...อันนี้เจ้าอื่นน่าเอาไปทำตามมั่งนะฮะ

iPad Mini: Performance

- ถ้ามองจากดีไซน์อันบาง, เบาและหน้าจอเล็กกะทัดรัดของ iPad Mini แล้วก็ชวนให้หลายคนแอบนำ iPad Mini ไปเปรียบเทียบกับเครื่องเล่นเกมส์พกพาอย่าง PlayStation Vita หรือ Nintendo 3DS กันอยู่บ้าง แต่พอถึงเวลาเล่นจริงๆแล้วก็ต้องบอกว่า iPad Mini ยังห่างไกลจากสองเจ้านั้นอยู่แบบคนละขุมเลยละ

- ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่า iPad Mini เลือกใช้ชิปเซ็ต A5 แบบ Dual Core CPU ตัวเดียวกับใน iPad 2 ซึ่งต้องถือว่าเป็นชิปเซ็ตรุ่นเก่ามากๆเพราะต้องนับย้อนหลังไปถึง 3 รุ่นเลยทีเดียว (iPad 4 ใช้ A6X, iPhone 5 ใช้ A6, iPad 3 ใช้ A5X) ซึ่งก็การันตีได้เลยว่าความหงุดหงิดจากการใช้งานทั่วไปหรือเล่นเกมส์กราฟฟิคอลังการๆแล้วกระตุกกันนั้นอาจจะมีให้เห็นอยู่บ้างพอหอมปากหอมคอเหมือนกับ iPad 2 นั่นแหละ

- หลายๆคนอาจจะบอกว่า iPod Touch 5th Gen มันก็ใช้ชิปเซ็ต A5 เหมือนกันแต่ไม่เห็นมีใครพูดถึง แต่ต้องอย่าลืมว่า iPod Touch รุ่นก่อนหน้านี้ใช้งานชิปเซ็ต A4 โน่นเลยซึ่งถือว่าการมาใช้ A5 เป็นการอัพเกรดกันแบบเห็นๆ ในขณะที่ของ iPad Mini นั้นต้องเรียกได้ว่า Apple วางแผนแอบกั๊กสเปคบางอย่างเอาไว้แน่ (เช่นเดียวกับหน้าจอ Retina Display ที่หายไป) ซึ่งคาดว่าเราคงได้เห็นชิปเซ็ตตัวเดียวกับ iPad 3 มาใช้งานใน iPad Mini รุ่นต่อไปชัวร์เลยถ้าตามสเต็ปนี้...เซ็งเป็ด

- ยังดีที่คุณสมบัติหลักอีกหนึ่งอย่างใน iPad Mini ที่ได้รับการอัพเกรดมาอย่างชัดเจนก็คือเรื่องของกล้องหน้า-กล้องหลังนี่แหละ โดยกล้องหน้าของ iPad Mini เพิ่มขึ้นมาเป็น 1.2 ล้านพิกเซลแบบ HD 720p คราวนี้ก็ใช้งาน FaceTime HD ได้สวยงามไม่แพ้ iPhone หรือ Mac แล้ว ในขณะที่กล้องหลังของ iPad Mini ขยับขึ้นมาเป็น 5 ล้านพิกเซลซึ่งสามารถถ่ายภาพออกมาได้สวยงามดีทีเดียวในที่ๆมีแสงพอสมควร (เหมาะแก่การถ่ายรูปแล้วเอามาตกแต่งให้สวยงามเพิ่มขึ้นด้วยแอปฯของแท็บเล็ตเป็นยิ่งนัก) เช่นเดียวกับการบันทึกวิดีโอ Full HD 1080p ก็ทำได้ดีไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันจนต้องขอชมเลย

- อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปก็อาจจะต้องผิดหวังเล็กน้อยว่า iPad Mini ไม่มีแฟลชมาให้ด้วย ดังนั้นก็อาจจะต้องทำใจนิดนึงหากต้องถ่ายรูปในที่แสงน้อย ซึ่งผิดกับ iPod Touch 5th Gen ที่ Apple (แอบ) ตั้งเป้าว่ากะจะเอาไปชนกล้องคอมแพกต์ขนาดเล็กๆก็เลยแถมแฟลชในตัวมาให้ด้วยนั่นเอง...อย่างว่าแหละถึงเวลาจริงๆคงมีไม่กี่คนใช้แท็บเล็ตถ่ายรูปกันอยู่ไม่เยอะหรอก (ถ้าไม่ฉุกเฉินจริงๆนะ)

iPad Mini: Special Features

- บอกตามตรงใครที่หวังว่าจะเห็นฟีเจอร์ใหม่อันน่าตื่นตะลึงใน iPad Mini คงต้องผิดหวังไปตามๆกันเพราะมันไม่ได้มีอะไรให้ได้ตื่นเต้นกันขนาดนั้น สมกับที่เขาบอกว่า iPad Mini เป็น iPad 2 ลดขนาดเพิ่มกล้องหน้า-หลังเสียเหลือเกิน...

- ที่พอจะเรียกได้ว่าเป็น Special Features (แต่อุปกรณ์อื่นเขาก็มีแล้วนะ) นั่นก็คือพอร์ต Lightning ตัวใหม่ที่ได้รับการนำมาใช้งานกันใน iPad Mini นั่นเอง ใครที่ชอบบ่นว่าจะลุกขึ้นมาเสียบชาร์จ iPad ตอนดึกแต่ต้องเสียเวลาเพราะมองไม่เห็นหัวเสียบว่าอันไหนหน้า-หลังก็สบายใจได้เลยกับพอร์ต Lightning ที่ไม่ว่าจะเสียบด้านไหนก็สามารถใช้งานได้แบบไม่มีแตกต่างกันเลยแม้แต่น้อยนั่นเอง

- อ้อ! ลืมบอกไปว่า iPad Mini เป็นอุปกรณ์ iDevice ตัวแรกที่ได้ใช้งานลำโพงคู่แบบสเตอริโอตัวแรกเสียด้วย แต่พอถึงเวลาเอามาฟังจริงๆอย่างการฟังเพลงหรือดูหนังแล้วปรากฏว่าป๋าแยกไม่ออกเลยอะว่าเป็นลำโพงสเตอริโอ 555+ สุดท้ายก็ต้องกลับมาพึ่งพาการเสียบหูฟังจะดีที่สุดฮะ (แต่ iPad Mini ก็ไม่ได้แถมหูฟังแบบใหม่ Earpod มาให้อยู่แล้ว...อันนี้เป็นเรื่องปกติครับ)

- แต่เดี๋ยวกลัวว่า Special Features ใน iPad Mini มันจะน้อยจับจิตจนน่าสงสารก็ต้องขอพูดถึงอีกหนึ่งจุดเด่นในอุปกรณ์ iDevice มาช้านานนั่นก็คืออายุการใช้งานแบตเตอรี่ภายใน iPad Mini ที่ยืนยาวนานได้ใจดีทีเดียว ซึ่งจากที่ป๋าไปเล่นมาแบบเรื่อยเปื่อยสลับดูหนัง-ฟังเพลง-ออนไลน์-เล่นเกมส์ไปๆมาๆก็พบว่าแบตเตอรี่ iPad Mini สามารถชาร์จครั้งเดียวใช้งานกันแบบข้ามวันได้สบายๆแม้จะมีขนาดตัวเครื่องที่เล็กเยี่ยงนี้ก็ตามที

iPad Mini: OS & Software

- สำหรับระบบปฏิบัติการภายในเครื่อง iPad Mini นั้นจะเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด iOS 6.0 ซึ่งถ้าเป็นสายมืดคงพอจะทราบกันว่ายังเจลเบรคไม่ได้นะฮะ (แต่ก็จ่อเต็มทนแล้วละพี่น้อง)

- แน่นอนว่าพอเป็น iOS 6.0 แล้วก็จะมาพร้อมกับความสามารถใหม่ๆอีกมากมายพอสมควรทีเดียวไม่ว่าจะเป็นแผนที่ 3D แสดงผลอาคารสามมิติเต็มรูปแบบที่เรียกว่า Flyover (ตอนนี้ดูได้เฉพาะเมืองใหญ่ๆก่อน) หรือเจ๊ Siri ผู้ช่วยอัจฉริยะเวอร์ชั่นใหม่ที่คราวนี้สามารถถามผลฟุตบอลหรือค้นหารายละเอียดภาพยนตร์ให้เราได้แล้วก็มีให้ใช้งานกันใน iPad Mini เช่นกัน (ในขณะที่ iPad 2 ที่สเปคแบบเดียวกันกับ iPad Mini กลับทำไม่ได้เลยสักอย่างที่ว่ามาเลย...คุ้มกว่ากันเห็นๆ)

- ที่สำคัญเลยก็คือ iPad Mini รองรับการใช้งานแอปฯเดียวกันกับของ iPad รุ่นหน้าจอใหญ่ที่ในเวลานี้ก็มีปริมาณแอปฯล่อเข้าไปเกือบๆ 275,000 รายการแล้ว แถมโปรแกรมเหล่านี้ยังได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานกันบนแท็บเล็ตโดยเฉพาะซึ่งมีดีไซน์และรูปแบบการใช้งานที่สวยงามและสะดวกมากๆ ไม่ได้สักแต่ว่าจะเอาแอปมือถือมาขยายใหญ่ใช้งานกันแบบล่กๆแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งแอปฯเหล่านี้ก็ตอบรับทุกโจทย์การใช้งานในทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นการทำงาน, ความบันเทิงต่างๆ หรือจะเป็นการเล่นเกมส์ก็ตามที

iPad Mini: Value

- ในเวลานี้ iPad Mini เริ่มออกวางจำหน่ายแล้วผ่านทางตัวแทนจำหน่ายของ Apple ทั่วไปในบ้านเราไม่ว่าจะเป็น iStudio, iBeat, Banana IT, IT City และอีกเยอะแยะตาแป๊ะไก่ เพราะงั้นไม่ต้องห่วงเลยว่าจะหาซื้อยาก ขอแค่พยายามลากร่างของตัวเองไปยังห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านที่สุดก็ได้สัมผัส iPad Mini กับเขาแล้วครับ

- หรือถ้าขี้เกียจจริงๆก็ยังมีออปชั่นในการสั่งซื้อ iPad Mini ผ่านทาง Apple Online Store (Thailand) ส่งเครื่องถึงบ้านสบายๆอีกต่างหาก

- สำหรับราคาของ iPad Mini ตอนนี้ก็ประกาศออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้งรุ่น WiFi เพียวๆอย่างเดียวและรุ่น WiFi+3G (ซึ่งยังไม่วางขายในไทย ณ เวลานี้) โดยรายละเอียดมีดังนี้คือ

iPad Mini 16GB WiFi Black/White ราคา 11200 บาท

iPad Mini 32GB WiFi Black/White ราคา 14200 บาท

iPad Mini 64GB WiFi Black/White ราคา 17200 บาท

iPad Mini 16GB WiFi+3G Black/White ราคา 15200 บาท

iPad Mini 32GB WiFi+3G Black/White ราคา 18200 บาท

iPad Mini 64GB WiFi+3G Black/White ราคา 21200 บาท

- โดยในส่วนของ iPad Mini รุ่น WiFi+3G นั้นคาดว่าสัมปทานน่าจะไปตกอยู่กับ 3 โอเปอเรเตอร์หลักในบ้านเราทั้ง AIS, DTAC และ TrueMove H ที่น่าจะเริ่มขายกันแบบจริงจังกันในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ละครับ ซึ่งก็คาดว่าคงมีโปรโมชั่นเด็ดพรายจากทั้งสามค่ายเตรียมมานำเสนอผู้บริโภคกันอย่างแน่นอน

- จากราคาที่ออกมาก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า iPad Mini ขายกันด้วยราคาที่สูงกว่าคู่แข่งที่เป็นแท็บเล็ตขนาดหน้าจอประมาณ 7 นิ้วด้วยกันซึ่งหลักๆเลยในบ้านเราก็คือ Google Nexus 7 และ Samsung Galaxy Tab 2.0 WiFi อยู่พอสมควรทีเดียว อย่างไรก็ตามส่วนต่างที่ว่าก็แลกมาด้วยดีไซน์อันหรูหราสมยี่ห้อ Apple, รองรับการใช้งานไปได้อีกยาวๆ และแอปฯอีกบานเบอะที่มีให้ดาวน์โหลดได้ไม่รู้จบใน iPad Mini นั่นเอง เรียกได้ว่าคุณภาพก็แปรผันไปตามราคาที่สูงขึ้นนั่นแหละครับ

iPad Mini: Final Thought

 

จากทั้งหมดทั้งมวลที่ป๋าว่ามาข้างต้นก็ถึงเวลาที่ต้องมาตัดเกรดให้คะแนนวัดระดับความน่าฟาดของ iPad Mini กันแล้ว ซึ่งเกรดที่ออกมาก็คือ...

เกรด A ฟาดไปเถอะ คุ้มค่า คุ้มราคา แน่นอน!!!

ก็ขอทิ้งท้ายไว้ตรงนี้ซะหน่อยละกันว่า iPad Mini อาจจะไม่ได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อทุกคนโดยเฉพาะคนที่มุ่งเป้าไปที่สเปคทางด้านฮาร์ดแวร์เป็นหลักและคาดหวังให้ iPad Mini สามารถรันแอปฯด้านกราฟฟิคหรือเกมส์สเปคสูงๆได้ก็คงจะคิดผิดแล้ว (อย่างนั้นแนะนำให้ไป iPad 4 เถิดพ่อคุณ)

แต่ถ้าคุณคิดว่าสามารถยอมสละสเปคเทพเหล่านี้ลงไปบางส่วน ให้แท็บเล็ตสามารถทำงานหรือเล่นเกมส์ได้ในระดับมาตรฐานทั่วไป เพื่อแลกกับแท็บเล็ตที่มีขนาดเล็กลง, เบาลง แถมยังพกพาสะดวกและดูดีมีชาติตระกูลแล้ว iPad Mini ก็น่าจะเป็นคำตบอของท่านแล้วละครับ (แต่ก็ยังอยากได้ iPad Mini with Retina Display อยู่ดีหวะ 555+)

ส่วนคราวหน้า ป๋าเอก TechXcite จะไปสรรหา Gadget อะไรใหม่ๆน่าสนใจมาฟาดให้ทุกท่านได้ชมกัน ก็รอติดตามกันได้ที่นี่เว็บ TechXcite, แฟนเพจ TechXcite และ TechXcite Channel ในรายการ Gadget น่าฟาด กันได้เหมือนเดิมครับ แล้วเจอกันใหม่คราวหน้า สวัสดีจ้า :)

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite