Review: Samsung Galaxy Note 2 วัดระดับความน่าฟาดสไตล์ ป๋าเอก TechXcite!

ป๋าเอก | 2 ต.ค. 2555 11:09:53 (อัพเดต 2 ต.ค. 2555 15:57:50)

55073

VIEWS ป๋าเอก
:: Review: Samsung Galaxy Note 2 วัดระดับความน่าฟาดสไตล์ ป๋าเอก TechXcite! ::



Review: Samsung Galaxy Note 2 ที่ชาว Android รอคอยกันอยู่มาไวเกินคาดจากเสียงตอบรับอันดีจากชาวเว็บของเราที่อยากให้ ป๋าเอก TechXcite จัด Samsung Galaxy Note 2 Review โดยด่วนเพราะเดี๋ยวเครื่องจริงก็จะวางจำหน่ายอยู่รอมร่อแล้ว ซึ่งป๋าก็ไม่ขอขัดใจทุกท่านแต่อย่างใดจัดให้เต็มๆเหมือนเช่นเคย โดยในบทความนี้จะเน้นหนักไปที่ความประทับใจส่วนตัวของป๋าจากการได้คลุกคลีตีโมงอยู่กับ Samsung Galaxy Note 2 มาเป็นเวลาร่วมสัปดาห์นั่นเอง (ส่วนบทความ Review Samsung Galaxy Note 2 ก่อนหน้านี้ของป๋าจะพูดถึงฟีเจอร์ใหม่ๆที่มีการเพิ่มเข้ามาในรุ่นนี้เป็นหลักครับ)

และแน่นอนครับว่าสำหรับคนที่ต้องการสัมผัสตัวจริงของ Samsung Galaxy Note 2 (หรือถึงขึ้นอยากเป็นจับจองเป็นเจ้าของเลยก็ตามแต่) ก็สามารถไปหยิบจับนั่งเล่นนอนเล่นกันได้ในงาน Thailand Mobile Expo 2012 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-7 ตุลาคม 2555 นี้ ณ ศูนย์การประชมุแห่งชาติสิริกิติ์ โดยคุณสามารถซื้อ Samsung Galaxy Note 2 ได้ทั้งจากบูธของ Samsung โดยตรงหรือเลือกที่จะแวะเวียนไปชมแพ็คเกจแบบต่างๆของเจ้า Note 2 กันได้จากบูธของโอเปอเรเตอร์ 3 เจ้าดังทั้ง AIS, TrueMove H และ DTAC กันได้ตามสะดวก ซึ่งแน่นอนว่าโปรโมชั่นของแต่ละค่ายก็แตกต่างกันไปตามรสนิยมของทุกท่านและสามารถเลือกซื้อกันได้เต็มที่จ้า

ว่าแล้วก็อย่ารอช้าเรารีบไปติดตาม Review: Samsung Galaxy Note 2 วัดระดับความน่าฟาดสไตล์ ป๋าเอก TechXcite กันเลยดีกว่า (จะได้มีเวลาตัดสินใจก่อนซื้อเยอะๆครับ)

Samsung Galaxy Note 2: Design



- สำหรับหน้าจอ 5.5 นิ้วป๋าต้องบอกก่อนเลยว่าประทับใจมากตั้งแต่แรกสัมผัสเพราะมันดูยิ่งใหญ่จริงๆด้วยขนาดที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยและการที่ Samsung ปรับอัตราส่วนหน้าจอมาเป็น 16:9 (1280*720 พิกเซล - 267ppi) ซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งกับการชมภาพยนตร์ทั้งหลายทั้งแหล่ด้วย Samsung Galaxy Note 2 ที่สำคัญก็คือความคมชัดนี่หายห่วงจากที่ดูไฟล์ HD บน YouTube มาต้องบอกว่า Samsung Galaxy Note 2 แสดงผลภาพด้วยสีสันที่สวยงามจัดจ้าน (จนออกแนวเวอร์บ้าง) ได้ไม่แพ้ทีวีขนาดย่อมๆในมือคุณเลยละ ซึ่งสาเหตุหลักๆจากที่ป๋าไปหาข้อมูลมาดูเหมือนว่า Samsung จะเลิกใช้งานหน้าจอแบบ PenTile เหมือนอย่างใน Galaxy S3 ไปแล้วพร้อมการกลับมาของหน้าจอ Super AMOLED HD (จริงๆ) เลยทำให้หน้าจอ Samsung Galaxy Note 2 กลับมาแจ่มแมวเหมือนเดิมสมชื่อค่ายนี้นั่นเอง

- ด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น (และยาวขึ้น) แบบนี้ของ Samsung Galaxy Note 2 ก็จะทำให้คุณได้เห็นอะไรดีๆในชีวิตเพิ่มขึ้นอีกเยอะตามระเบียบ ไม่ว่าจะเป็นการท่องหน้าเบราเซอร์ที่ไม่ต้อง scroll ลงมาดูด้านล่างถี่ๆอีกต่อไป, เช็คสถานะบน Facebook ก็จะเห็นฟีดข้อมูลที่มากขึ้นกว่าเดิม หรืออย่างการใช้งาน Instagram ที่เราก็จะได้เห็นภาพและรายละเอียดต่างๆอย่างชัดเจนเพิ่มมากขึ้นด้วยครับ

- ในส่วนของตัวเครื่องที่หลายฝ่ายแอบแซวมาว่าดีไซน์ของ Samsung Galaxy Note 2 เหมือน Samsung Galaxy S3 นั้น...มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆนั่นแหละ 555+ ซึ่งถ้าถามผมแล้วป๋าว่ามันเป็นเรื่องที่ดีนะเพราะจำได้ว่าตอนใช้งาน Samsung Galaxy Note รุ่นแรกดีไซน์ยังเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเต็มรูปแบบซึ่งธรรมดาก็หยิบจับได้ยากพอทนอยู่แล้ว นี่ดันมามีขนาดใหญ่โตโอฬารเข้าไปอีกก็เลยลำบากกันเข้าไปใหญ่ อย่างไรก็ตามพอ Samsung หันมาปรับปรุง form factor ของ Samsung Galaxy Note 2 ให้มีขนาดตัวเครื่องเท่ากับรุ่นแรกแต่ลบเหลี่ยมมุมทั้งหลายออกไปให้มีความโค้งมนมากยิ่งขึ้น (Inspired by nature อะไรนั่นแหละ) ก็ยิ่งช่วยให้การหยิบจับใช้งาน Samsung Galaxy Note ไม่ยุ่งยากอีกต่อไป คือถ้าใครใช้ S3 มาก่อนจะอัพเกรดมาถือ Note 2 ได้สบายๆประมาณนั้น

- นอกจากนี้ป๋ายังคิดว่าดีไซน์ภายนอกของ Samsung Galaxy Note 2 มันเริ่มดูดีมีราคามากขึ้นกว่ารุ่นแรกเยอะเลยนะ โดยเฉพาะความพรีเมี่ยมนี่เห็นได้ชัดในรุ่นสีเทาเงินที่ป๋าได้มารีวิวนั่นแหละซึ่งผมว่าสวยงามมากให้ความรู้สึกว่าเป็นสมาร์ตโฟนของนักธุรกิจได้เลย (ส่วนสีขาวจะออกแนววัยรุ่นหรือสาวๆหน่อยน่าจะชอบกัน) คือวัสดุที่ใช้ในการผลิต Samsung Galaxy Note 2 ก็ยังคงเป็นพลาสติกอยู่เหมือนเดิมซึ่งหลายฝ่ายเกลียดกันเหลือแสน ทว่าเกรดของวัสดุที่นำมาใช้ในการผลิต Samsung Galaxy Note 2 คราวนี้ดูดีมีชาติตระกูลขึ้นเยอะ ซึ่งจะว่าไปแล้ว Samsung Galaxy Note 2 เขาบอกมาว่าออกแบบมาให้กับนักธุรกิจหรือผู้บริโภคที่มีกำลังจ่ายสูงกว่าเป็นหลัก (ส่วน S3 ออกแบบให้วัยรุ่น) ดังนั้นเรื่องความหรูหราถ้าจะมีเพิ่มขึ้นมาบ้างก็คงไม่น่าแปลกใจซักเท่าไหร่ครับ

- และแน่นอนกับคำถามสุดฮิตด้านดีไซน์ของ Samsung Galaxy Note 2 นั่นก็คือเรื่องที่ว่าพอยัด Note 2 ใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเป็นยังไงบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้เหล่าสาวๆไม่มีปัญหาเลยเพราะคุณเธอเอามือถือไว้ในกระเป๋าพกเป็นหลัก (ไม่แปลกที่ Note รุ่นแรกจะฮิตมากในหมู่สาวไทย) ดังนั้นผมจะขอเป็นตัวแทนชายไทยมาตอบตรงนี้เลยว่าพอหยิบ Samsung Galaxy Note 2 มาใส่กระเป๋ากางเกงปุ๊บก็สามารถสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของตัวเครื่องโดยไม่ต้องพึ่งคุณริว ให้มาจิตสัมผัสแต่อย่างใด 555+ อย่างไรก็ตามด้วยความที่ Note 2 มันมีหน้ากว้างที่แคบลงจาก Note รุ่นแรกลงพอสมควรแถมยังออกแนวยาวอีก เลยทำให้การขยับไปไหนมาไหนโดยมี Note 2 ตุงอยู่ในกางเกงของท่านชายทำได้ดีขึ้นกว่าเดิมครับ (เว้นแต่คุณจะเป็นพี่ตูน บอดี้แสลมอะนะ -..-)

Samsung Galaxy Note 2: Performance



- เรื่องของสมรรถนะฮาร์ดแวร์ของ Samsung Galaxy Note 2 นั้นน่าจะเป็นเติ้งอยู่ในวงการในเวลานี้อย่างแน่นอน เรียกได้ว่า iPhone 5 ที่เพิ่งเฆี่ยน Samsung Galaxy S3 ไปหมาดๆเองก็ต้องหงายเก๋งครับเมื่อมาเจอกับพี่บิ๊กอย่าง Samsung Galaxy Note 2 ด้วยสเปคแรงๆที่สายฮาร์ดคอร์ทั้งหลายน่าจะชอบกันไม่ว่าจะเป็น Quad Core CPU ความเร็วสูงถึง 1.6GHz และ 2GB RAM ที่ช่วยส่งให้ Samsung Galaxy Note 2 เปรียบเสมือนโน้ตบุ๊คขนาดย่อมๆในมือท่านได้เลย (คะแนน Geekbench สวิงอยู่ระหว่าง 1800-2000 ซึ่งถือว่าสูงโคตรๆ) เช่นเดียวกับคอเกมส์กราฟฟิคโหดๆทั้งหลายที่ยังจะได้สัมผัส Mali-400 GPU ตัวเดียวกับใน Samsung Galaxy S3 รับประกันคุณภาพเหมือนเดิมครับ

- สำหรับ 2GB RAM ที่เพิ่มเข้ามาทำให้เห็นความแตกต่างในแง่ของการ Multitasking ขึ้นเยอะครับว่าต่อให้เปิดหลายโปรแกรมพร้อมๆกันก็ยังไม่มีอาการหน่วงให้เห็น (ได้ง่ายๆ) ใน Samsung Galaxy Note 2

- ในส่วนของกล้องหลัง Samsung Galaxy Note 2 เองก็ได้รับการอัพเกรดมาใช้เซนเซอร์ตัวเดียวกับของ Samsung Galaxy S3 ที่ระดับความละเอียด 8 ล้านพิกเซลและสามารถกดถ่ายได้ต่อเนื่องทันใจด้วยระบบ shutter-lag free นั่นเอง โดยในส่วนของภาพนิ่งนั้นจากเท่าที่ป๋าลองมาดูเหมือนว่า Samsung จะเพิ่มโหมดพิเศษเข้ามา 2 แบบนั่นก็คือ Best Faces และ Low Light ซึ่งบอกได้เลยว่าชาวไทยทั้งหลายได้ใช้กันแน่นอน โดย Best Faces จะเป็นโหมดถ่ายภาพต่อเนื่อง 5 ช็อตแล้วเลือกช็อตที่ดีที่สุดของแต่ละภาพมารวมกันได้ตามที่คุณต้องการ ซึ่งอันนี้จะเหมาะมากกับคนเพื่อนเยอะทั้งหลายที่ถ่ายรูปเสียสวยงามแต่สุดท้ายดันมีเพื่อนคนนึงหันไปมองทางอื่นหรือหลับตาอันนำมาสู่การถ่ายภาพซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเซ็งเป็ดกันนั่นเอง ในขณะที่ Low Light นั้นจะช่วยให้คุณถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยการเร่งแสงให้มากขึ้นโดยอัตโนมัติซึ่งน่าจะถูกใจขาเที่ยวกลางคืนทั้งหลายกันถ้วนหน้าครับ

- ขณะเดียวกันในส่วนของการบันทึกวิดีโอใน Samsung Galaxy Note 2 นั้นเรื่อง resolution สูงสุดยังคงเหมือนเดิมที่ Full HD 1080p เช่นเคย ทว่าก็มีลูกเล่นใหม่ๆใส่เข้ามาให้ทุกท่านได้ลองกัน (อีกแล้ว) นั่นก็คือโหมดการบันทึกวิดีโอแบบ Slow Motion และ Fast Motion นั่นเองซึ่งสามารถปรับได้ตั้งแต่ระดับความเร็ว 1/2, 1/4 หรือ 1/8 ซึ่งผลงานที่ออกมาก็เจ๋งจริงไม่อิงนิยายโดยไม่ต้องพึ่งแอปฯเพิ่มแต่อย่างใดครับ

- ในเมื่อจะถ่ายรูป, อัดวิดีโอกันเยอะขนาดนี้ก็ไม่ต้องกังวลไปครับว่าเครื่องจะเมมเต็มเสียก่อน เพราะ Samsung Galaxy Note 2 รุ่นที่วางขายในบ้านเรานั้นจะมาพร้อมความจุ 16GB แถมยังสามารถเพิ่มได้อีกสูงสุดถึง 64GB ด้วยกัน รวมกันแล้ว 80GB ถ้าไม่พอก็ไม่รู้ยังไงแล้วละนั่น 555+

- แบตเตอรี่ของ Samsung Galaxy Note 2 มีระดับความจุอยู่ที่ 3,100mAh ซึ่งถือว่าเหลือเฟือทีเดียวสำหรับการใช้งานของคนทั่วไปนะผมว่าอยู่วันต่อวันได้สบาย (ถ้า standby ยิ่งนานเข้าไปอีก) แต่สำหรับตัวป๋าที่ลองไปใช้งานแบบโหดๆดูด้วยการต่อ 3G, เล่นเน็ต, ดูหนัง, เล่นเกมส์สลับๆกันไปก็ปรากฏว่า Samsung Galaxy Note 2 ยังสามารถเหลือแบตเตอรี่ไว้ให้ผมเดินทางถึงบ้านในช่วงค่ำมืดได้ทันสบายๆเลยละครับ

- ขอแถมอีกนิดว่าลำโพงของ Samsung Galaxy Note 2 ให้เสียงที่ดังมากจนน่าแปลกใจครับ แถมถ้าเปิดเบางเพลงที่เน้นเสียงเบสก็ยังได้ยินอยู่พอสมควรทีเดียว เรียกได้ว่าลำโพงของ Samsung Galaxy Note 2 นี่ดีขึ้นเยอะผิดหูผิดตาจริงฮะ

Samsung Galaxy Note 2: Special Features



- ปากกา S Pen ยังไงเสียก็เป็นเครื่องหมายการค้าของ Samsung Galaxy Note ไปแล้ว ซึ่งใน Samsung Galaxy Note 2 นั้นก็มีการปรับปรุงขนานใหญ่ด้วยการนำปากกา S Pen แบบใหม่เหมือนของ Note 10.1 มาให้ทุกท่านได้ใช้งานกันนั่นเอง ซึ่งความพิเศษของมันอยู่ตรงที่ว่าได้รับการผลิตขึ้นโดยบริษัท Wacom ซึ่งเป็นเต้ยด้านปากกาสไตลัสในวงการอยู่แล้ว นอกจากนี้ปากกา S Pen สำหรับป๋ายังให้สัมผัสที่ดีขึ้นกว่าเดิมด้วยการรองรับแรงกดถึง 1,024 ระดับ ลงน้ำหนักมือแต่ละครั้งเห็นความต่างอย่างชัดเจน เรียกได้ว่าการเขียนหรือวาดภาพด้วย S Pen บน Samsung Galaxy Note 2 นั้นให้สัมผัสที่ใกล้เคียงกับการเขียนกระดาษด้วยปากกามากขึ้นไปอีกหลายขุมเลยละ (คาดว่าส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะ S Pen ปรับดีไซน์ให้ยาวขึ้นกว่าของเดิมพร้อมรูปทรงมีเหลี่ยมมุมเหมือนดินสอจริงๆมากขึ้นด้วย)

- แน่นอนว่าในเมื่อปากกา S Pen เทพกว่าเดิม ซอฟต์แวร์ต่างๆภายในเครื่อง Samsung Galaxy Note 2 เองก็มีการอัพเกรดให้รองรับความสามารถเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่เยอะแยะเลยทีเดียวซึ่งป๋าเคยมาบอกไปแล้วในรีวิวตอนแรกเลยขอไม่ฉายหนังซ้ำแต่จะพูดถึงฟีเจอร์ที่โดนใจจริงๆเลยละกัน ยกตัวอย่างเช่น Air View ที่อาศัยการเหนี่ยวนำไฟฟ้าของปากกาและหน้าจอที่ทำให้เราสามารถดูคอนเทนต์ต่างๆในเครื่องได้โดยไม่ต้องแตะลงไปด้วยซ้ำ อันนี้เอาไปอวดชาวบ้าน 100 ทั้ง 100 ต่างก็อึ้งทึ่งเสียวไปตามๆกัน แต่ถ้าเอาเรื่องใช้งานกันจริงๆจะมีประโยชน์มากเวลาที่คุณต้องดูอีเมล์หลายร้อยฉบับพร้อมๆกันแต่ไม่อยากเสียเวลากดดูทุกอันเพื่อหาว่าอันไหนใช่ที่คุณต้องการแบบนี้ครับ

- เรื่องของการวาดรูปก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทุกคนพร่ำบอกว่าก็ในเมื่อตัวเองไม่เก่งศิลปะแล้วจะซื้อ Samsung Galaxy Note 2 มาทำไม ซึ่งตรงนี้ Samsung ก็ตอบโจทย์ได้ดีตรงที่มอบฟีเจอร์ Idea Sketch มาให้ ซึ่งเพียงคุณเขียนคำลงไประบบก็จะทำการค้นหาภาพใน stock มาให้คุณใช้งานโดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องอาศัยความอาร์ตของท่านแต่อย่างใดเลย (ที่ำสำคัญระบายสีใส่ภาพเหล่านี้ได้ตามใจได้อีก)

- ส่วนคนที่วาดรูปเก่งอยู่แล้วก็น่าจะยิ่งชอบ Samsung Galaxy Note 2 ไปกันใหญ่กับระบบ Colour Switcher ที่คุณสามารถตั้งค่าหัวปากกาที่ใช้บ่อยและสามารถกดเปลี่ยนได้ตลอดเวลาที่ S Pen เหมือนเปลี่ยนไส้ดินสอกดแต่สะดวกกว่ากันเยอะ ซึ่งจะต่างจาก Note ตัวเดิมที่คุณต้องแตะจิ้มเปลี่ยนสีเปลี่ยนหัวสลับไปสลับมาจนพาลจะไม่มีอารมณ์วาดรูปไปซะงั้น เช่นเดียวกับฟีเจอร์ดูดสี Colour Picker ที่คุณสามารถดูดสีที่ต้องการจากรูปมาใช้ในปากกา S Pen ได้ทันทีก็น่าจะสะดวกสุดๆสำหรับคนที่ต้องการลงสีเพื่อความสมจริงมากยิ่งขึ้น

- และที่ป๋าชอบที่สุดก็คือเรื่องของการ crop ภาพที่แต่เดิมใน Samsung Galaxy Note รุ่นแรกการครอปรูปเป็นอะไรที่ยากชิบเป๋งเพราะคุณต้องแคปฯหน้าจอมาก่อนหนึ่งรอบถึงจะเริ่มการครอปในส่วนที่ต้องการของภาพได้ซึ่งเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเกินเหตุ ดังนั้นทาง Samsung จึงเปลี่ยนระบบการ crop ภาพเสียใหม่หมดให้คุณสามารถทำได้เพียงกดข้างปากกา S Pen แล้วลากไปบนหน้าจอในจุดที่คุณต้องการ crop ได้เลย ระบบก็จะทำการ crop ภาพให้คุณเสร็จในพริบตาแถมยังมีออปชั่นในการนำไปใช้งานต่อได้อีกหลากหลายรูปแบบซะด้วยสิ

- ไอ้ที่เด็ดพอกันก็คือระบบ Popup Note ที่ว่าถ้าคุณมีสายโทรศัพท์เข้ามาแล้วต้องจดอะไรซักอย่างก็เพียงแค่ชักปากกา S Pen ออกมาแล้วก็สามารถจดลงในโน้ตที่มันโผล่ออกมาได้ในทันที แถมยังสามารถกลับไปโทรต่อได้อีกต่างหาก อีอย่างนี้แหละที่มันได้ใช้จริงหน่อยครับ Samsung จ๋า :)

- ขณะเดียวกันสำหรับคนที่ใช้งาน Galaxy S3 อยู่แล้วป๋าก็การันตีมาตรงนี้เลยว่าฟีเจอร์เจ๋งๆในเครื่องของคุณทั้งหมดจะถูกโอนถ่ายตามมาให้ได้ใช้งานกันใน Samsung Galaxy Note 2 ด้วยอย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น Smart Stay, Popup Play หรือ AllShare เองก็ตาม

- ที่สำคัญ Samsung Galaxy Note 2 ยังให้คุณมากกว่าด้วยคุณสมบัติใหม่ๆที่เพิ่มเข้ามาและออกแบบมาเพื่อให้มนุษย์ใช้งานกันจริงๆ (ไม่ใช่สักแต่จะโชว์ความหวือหวาอย่างเดียว) อย่างเช่นระบบ One-handed operation ที่คุณสามารถเลื่อนแป้นคีย์บอร์ดให้ไปอยู่ชิดด้านในด้านหนึ่งเพื่อให้คุณสามารถใช้งานได้ด้วยมือข้างเดียว เป็นการลบข้อครหาที่ว่า Samsung Galaxy Note 2 ไซส์ใหญ่บะลักกั่กขนาดนี้ใครมันจะไปใช้มือเดียวทำงานไปได้ชะงัดทีเดียว หรืออย่างระบบ Smart Rotation ที่จะพลิกหน้าจอให้คุณโดยดูจากระดับสายตาของผู้ใช้งานแทน นั่นหมายความว่าต่อให้คุณนอนตะแคงเล่น Galaxy Note 2 ระบบก็จะยังเลือกปรับให้หน้าจอเป็นแนว Portrait เหมือนเดิม...อันนี้แหละที่มันค่อยเจ๋งจริงหน่อย

- ส่วน Gallery ที่สามารถแสดงผลได้ 3 แบบนั้นก็มีไว้อวดเก๋ๆไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์เท่าไหร่ครับ...ข้ามไป 555+

- อย่างไรก็ตามสำหรับโปรแกรม S Voice หรือระบบสั่งการด้วยเสียงของ Samsung Galaxy Note 2 ก็ยังเป็นตัวเดียวกับของ S3 นั่นแหละ ซึ่งผมคิดว่ามันก็ยังป้ำๆเป๋อๆตอบคำถามอะไรไม่ได้เหมือนอย่าง Siri ของฝั่ง Apple แม้แต่น้อย ยิ่งถ้ามาเปรียบเทียบกับระบบเทพ Google Now ของ Android โดยตรงก็ยิ่งมองเห็นข้อเสียของ S Voice เข้าไปใหญ่เสียจนอยากให้ Samsung เอา S Voice ออกไปแล้วใส่ Google Now มาเป็นระบบสั่งการเสียงหลักของเครื่องเสียเลย (แต่คงไม่ได้สินะ) อย่างไรก็ดีพัฒนาการเพียงอย่างเดียวของ S Voice ใน Samsung Galaxy Note 2 ที่ป๋าเห็นเพียงอย่างเดียวก็คือตอนนี้คุณสามารถเขียนคำสั่งด้วยปากกา S Pen เพื่อสั่งงานให้ S Voice ไปจัดการต่อได้แล้ว!!! (แล้วจะสั่งการด้วยเสียงทำมะเขือไรเนี่ย 555+)

- และที่สร้างความเซ็งเป็ดให้ผมมากๆหลังจากได้ไปดูคลิปเปิดตัว Samsung Galaxy Note 2 เมื่อไม่กี่วันก่อน ดูเหมือนว่า Samsung จะกั๊กฟีเจอร์เทพอย่างหนึ่งไว้กับรุ่นที่วางขายในเกาหลีใต้ที่เดียวในโลกนั่นก็คือ Multi-window หรือการทำงานแบบหลายๆหน้าต่างพร้อมกันซึ่งจะพลิกโฉม Galaxy Note 2 ให้เป็นน้องๆคอมพิวเตอร์เลยนะนั่น งานนี้ก็ได้แต่หวังว่า Samsung จะมีอัพเดทให้ประเทศอื่นในโลกเขาได้สัมผัสฟีเจอร์นี้กันบ้างนะ (แต่ถ้าไม่ผมยังมี XDA-Developers เป็นที่พึ่งพา 555+)

Samsung Galaxy Note 2: OS & Software



- Samsung Galaxy Note 2 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 4.1 Jelly Bean เวอร์ชั่นล่าสุดที่การันตีความลื่นปรื๊ดของการสัมผัสหรืออนิเมชั่นการใช้งานภายในเครื่องด้วยระดับภาพ 60fps จาก Project Butter ที่จะให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลเทียบเท่า iPhone, iPad เลยด้วยซ้ำ ที่สำคัญก็คือนี่เป็นสมาร์ตโฟนตัวแรกของทาง Samsung ที่ติดตั้ง Android 4.1 มาให้เลยในตัวเสียด้วย ส่วน Samsung Galaxy S3 ก็ยังต้องร้องเพลงรอกันต่อไป...

- อย่างไรก็ตามความลื่นไหลที่ว่ามานั้นก็จะถูกครอบหน้ากากด้วยอินเทอร์เฟซ Samsung TouchWiz Nature UX ที่ก็มีทั้งคนชอบและไม่ชอบพอๆกัน ซึ่งสุดท้ายแล้วทางออกของหลายๆท่านก็คือการใช้โปรแกรม Launcher หลากหลายยี่ห้อนั่นแหละดีที่สุดฮะ

- ในเมื่อ Android 4.1 มาเต็มๆแบบนี้ก็แน่นอนว่าฟีเจอร์ Google Now สุดเทพก็ต้องมาปรากฏกายให้ทุกท่านได้สัมผัสกันด้วยเหมือนเคย เพียงแต่คราวนี้จะต่างกับของ Nexus 7 ตรงที่เครื่องของ Samsung จะยังกั๊กให้ S Voice เป็นระบบสั่งการด้วยเสียงหลักของเครื่อง ซึ่งถ้าหากคุณอยากใช้ Google Now ก็มีอยู่สองวิธีคือการกดปุ่ม Google Search หรือไม่งั้นก็กดปุ่ม Home ค้างไว้แล้วเลือกไอคอน G เอาเองฮะ

- สำหรับแอปฯที่บันเดิ้ลมาพร้อมกับตัวเครื่อง Samsung Galaxy Note 2 เลยนอกเหนือจาก S Note ที่ยังไงก็ขาดเสียมิได้นั่นก็คือแอปฯ Paper Artist สำหรับใส่เอฟเฟกต์น่ารักๆต่างให้กับภาพถ่ายของเราพร้อมทั้งตกแต่งให้สวยเช้งด้วยปากกา S Pen ก็ถือว่าเป็นแอปฯที่น่ารักน่าเล่นอยู่ไม่น้อยทีเดียว แต่ส่วนป๋านั้นต้องขอบอกตามตรงว่ายังแอบเสียดายไม่หายว่า Samsung น่าจะแถมแอปฯเจ๋งๆมาให้เยอะกว่านี้เพราะศักยภาพของ S Pen ใน Samsung Galaxy Note 2 นั้นบอกตามตรงว่าทำอะไรได้มากกว่านี้อีกเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแอปฯตระกูลตัดต่อภาพที่จริงๆแล้ว Note 2 ต้องการเป็นอย่างยิ่ง ดูอย่าง Samsung Galaxy Note 10.1 ยังแถม Adobe Photoshop Touch มาให้เต็มรูปแบบเลย (ซึ่งผมว่าคุ้มกว่านะเพราะราคา PS ที่ขายอยู่ก็แพงไม่เบา) ทั้งที่สเปคของ Samsung Galaxy Note 2 ดีกว่า Note 10.1 อยู่พอสมควรเสียด้วยซ้ำ

Samsung Galaxy Note 2: Value



- Samsung พร้อมวางจำหน่าย Samsung Galaxy Note 2 ด้วยราคา 22,900 บาทในงาน Thailand Mobile Expo 2012 วันที่ 4-7 ตุลาคม 2555 นี้ ก่อนที่ตามศูนย์ต่างๆจะมีวางจำหน่ายในวันที่ 8 ตุลาคมต่อไปครับ ซึ่งราคานี้ผมถือว่าเยี่ยมเลยนะครับหากคุณได้มือถือที่ทรงประสิทธิภาพขนาดนี้ด้วยราคาที่ใกล้เคียงกับ Note รุ่นแรกตอนเปิดตัวไม่มีผิดแต่อย่างใด

- สำหรับความแตกต่างของ Samsung Galaxy Note 2 จาก Samsung Galaxy S3 นั่นก็คืออย่างแรกนั้นเป็นมือถือแบบ Quad Band เครื่องเดียวใช้ได้ทุกเครือข่ายจะได้ไม่ต้องกังวลว่าเครื่องที่ซื้อไปนี่มันจะใช้ 3G เครือข่ายไหนได้บ้าง แถมเวลาจะอัพเดทก็อัพเดทไปพร้อมๆกันเลยไม่ต้องมีค่ายไหนก่อนค่ายไหนหลังให้น้อยหน้ากันอีกต่อไปนั่นเองจ้า

- และสำหรับใครที่ใช้งาน Samsung Galaxy S3 กันอยู่และอยากขยับขยายขึ้นมาเป็น Note 2 ก็สบายอุรากันได้เลยเพราะ Samsung Galaxy Note 2 รองรับ Micro-SIM เหมือนกันครับ

Samsung Galaxy Note 2: Verdict



เอาละครับหลังจากที่แพล่มมาเสียเต็มหน้าจนหลายท่านเริ่มเพลียก็ได้เวลาที่ป๋าจะมาตัดเกรด Samsung Galaxy Note 2 ให้ทุกท่านได้ทราบกันแล้วว่าความเห็นส่วนตัวของผมต่อลูกครึ่งมือถือ-แท็บเล็ตไซส์ยักษ์จาก Samsung นั้นจะออกมาเยี่ยงไร ซึ่งหลังจากที่ปรึกษากับตัวเองมาเสียนาน (55+) ผลก็ออกมาค่อนข้างชัดเจนเป็นเอกฉันท์ครับว่า Samsung Galaxy Note 2 มีระดับความน่าฟาดอยู่ที่...

"น่าฟาด น่าฟัด ไม่จัด ไม่ได้แล้ว!!!"

ถ้าคุณชื่นชอบมือถือฮาร์ดแวร์สเปคโหดๆที่ครบเครื่องในทุกด้านการใช้งาน, ถ้าคุณชอบมือถือที่มีพื้นที่ให้คุณสร้างสรรค์ผลงานที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใครด้วยลูกเล่นอันน่าตื่นตา, ถ้าคุณชื่นชอบความเป็น analog ด้วยการจดโน่นนี่ด้วยปากกาแบบเก่าๆ, ถ้าคุณไม่กลัวเกรงกับการพกพาหรือใช้งานมือถือจอใหญ่ๆหรือถ้าคุณชื่นชอบ Samsung Galaxy Note รุ่นแรกชนิดเทิดทูนบูชาในดวงใจ ป๋ารับรองครับว่าคุณจะถูกใจกับ Samsung Galaxy Note 2 รุ่นนี้แน่นอน...เพราะอย่างน้อยๆ Samsung Galaxy Note 2 ก็ได้ให้นิยามใหม่ๆของคำว่าสมาร์ตโฟนที่น่าตื่นเต้นและแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดเวลานี้อย่างชัดเจนทีเดียวเลยละครับ!!!

ส่วนคราวหน้า ป๋าเอก TechXcite จะนำ Gadget อะไรใหม่ๆมาฟาดให้ทุกท่านได้ติดตามกันก็รอชมกันได้ทั้ง Review ผ่านทางหน้าเว็บ TechXcite ของเรารวมไปจนถึงรายการสุดฮอตในตอนนี้อย่าง Gadget น่าฟาด กันได้เล้ยยยยย!!!


บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite