Review: Samsung Galaxy Note 2 ครบทุกฟีเจอร์ใหม่ๆโดนใจทุกคน!

ป๋าเอก | 26 ก.ย 2555 18:46:08

106942

VIEWS ป๋าเอก



Samsung Galaxy Note 2 อุปกรณ์ลูกควบลูกครึ่งระหว่างสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตบนระบบปฏิบัติการ Android 4.1 ที่ทุกคนรอคอยกันได้มาอยู่ในมือ ป๋าเอก TechXcite ขาประจำก่อนใครกันอีกแล้ว 

ซึ่งหลังจากที่เฮียณัฐแกจัด Samsung Galaxy Note 2 Hands-On กันไปแล้ว ป๋าเลยจะขอฉีกแนวมาพูดถึงฟีเจอร์และคุณสมบัติใหม่ๆใน Samsung Galaxy Note 2 กันบ้างว่ามีอะไรเด็ดๆชนิดที่ว่าจะคนที่เคยมี Samsung Galaxy Note รุ่นแรกหรือ Samsung Galaxy S3 อยู่ในมือทั้งหลายต้องรีบไปอัพเกรดมาใช้ Samsung Galaxy Note 2 กันแทน 

เพราะแว่วๆมาว่างาน Thailand Mobile Expo 2012 วันที่ 4-7 ตุลาคม 2555 นี้ก็จะมี Samsung Galaxy Note 2 ไปขายเป็นพระเอกของงานด้วยราคา 22,900 บาทพร้อมโปรโมชั่นจากค่ายต่างๆทั้ง AIS, TrueMove H และ DTAC กันซะด้วย!!!

ส่วน Samsung Galaxy Note 2 จะมีฟีเจอร์ใหม่อะไรที่เด็ดดวงกว่า Samsung Galaxy Note รุ่นแรก, Samsung Galaxy S3 หรือจะเป็นมือถือค่ายอื่นๆ (นั่นแหละค่ายนั้นแหละ 555+) กันบ้างก็ขอเชิญไปติดตามชมรายละเอียดกันได้ด้านล่างนี้โดนพลัน!

Air View



- สำหรับจุดขายของ Samsung Galaxy Note ทุกรุ่นแน่นอนว่ามันก็คือปากกา S Pen นั่นแล ซึ่งในคราวนี้ทาง Samsung แกจัดการพลิกโฉม S Pen ใน Samsung Galaxy Note 2 ให้มีความมหัศจรรย์เหมือนกับคฑาวิเศษ (Magic Wand) ซึ่งคุณสามารถใช้งานมันได้อย่างเมพๆกว่าเดิมด้วยการจ่อปากกาไว้เหนือหน้าจอ (ไม่ต้องแตะนะ) มันก็จะแสดงผลข้อมูลทุกอย่างขึ้นมาให้เรารู้ทันดีโดยไม่ต้องเปิดดูไฟล์ด้วยซ้ำ (เห็นว่าใช้เทคโนโลยีเหนี่ยวนำไฟฟ้าอะไรซักอย่างนี่แหละ) ยกตัวอย่างเช่นข้อความอีเมล์เหล่านี้เราไม่ต้องเปิดเข้าไปดูทีละอันๆแต่สามารถใช้ S Pen ไปจ่อไว้ใกล้ๆมันก็จะพรีวิวอีเมล์แต่ละข้อความให้ทันทีเลย...บร๊ะ!!!



- ถ้าเป็นปุ่มการใช้งานบางตัวบนหน้าจอก็สามารถใช้ปากกา S Pen ลอง Air View เข้าไปดูได้ว่ามันใช้สำหรับทำอะไรได้บ้างฮะ



- หรืออย่างในกรณีอัลบั้มภาพที่เรามีเก็บไว้เยอะๆแต่ไม่รู้ว่าจะหาภาพที่ต้องการว่าอยู่ที่ไหน เราก็สามารถใช้ Air View ลองเช็คดูได้ว่าแต่อัลบั้มนั้นมีภาพอะไรอยู่บ้างเป็นต้น



- เช่นเดียวกันกับการรับชมไฟล์วิดีโอที่เราสามารถพรีวิวเลื่อนดู screenshot เพื่อหาจุดที่ต้องการเริ่มรับชมได้ด้วยการใช้ Air View ของ Samsung Galaxy Note 2 นั่นเอง

S Pen Magic



- สำหรับปากกา S Pen ของ Samsung Galaxy Note 2 เองก็ได้รับการอัพเกรดไปไม่น้อยทีเดียว โดยในคราวนี้ปากกา S Pen ได้รับการผลิตจากบริษัท Wacom ผู้เชี่ยวชาญด้านปากกาสไตลัสระดับท็อปของโลกนั่นเอง ซึ่งจะสามารถรองรับแรงกดสัมผัสจากการใช้งานได้ถึง 1,024 ระดับมากกว่าของ Samsung Galaxy Note รุ่นเดิมคนละเรื่อง แถมยังมีการปรับเพิ่มขนาดให้ยาวขึ้นอีก 1 มม. แต่ออกแบบให้ถือกระชับมือง่ายขึ้นและให้ความรู้สึกที่เหมือนปากกาอันหรูหรามากกว่าเดิม

- นอกจากนี้หากเราตั้งค่าเอาไว้ใน Page Buddy แล้วเมื่อคุณดึงปากกา S Pen ออกมาจากตัวเครื่อง Samsung Galaxy Note 2 ก็จะเป็นการเปิดหน้าต่างเมนูแยกที่จะรวมเอาฟังก์ชั่นการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับ S Pen ออกมาด้วย สะดวกมากมาย



- และที่ดูแล้วคงได้ใช้งานกันบ่อยแน่ก็คือคุณสามารถตั้งค่าให้เมื่อดึงปากกา S Note ออกมาใช้งานเมื่อไหร่แล้วจะเป็นการเปิดใช้งานโปรแกรม S Note แบบหน้าต่างเล็กซึ่งคุณสามารถจดงานได้อย่างทันท่วงที (สามารถขยายเป็นหน้าต่างใหญ่หรือทำงานอย่างอื่นไปพร้อมกับการจดโน้ตได้ตามปกติด้วย) ซึ่งฟีเจอร์นี้จะเจ๋งสุดๆก็ตอนที่มีโทรศัพท์เข้ามาหาคุณแล้วต้องการจะจดเบอร์หรือข้อมูลอะไรซักอย่างนี่แหละ คุณก็แค่ดึงปากกา S Pen ออกมาระหว่างโทรศัพท์แล้วก็สามารถจดข้อมูลได้ทันทีโดยที่ยังคุยต่อไปได้ตามปกติด้วยครับ



- และอีกหนึ่งคุณสมบัติที่ผมคิดว่าเหล่านักธุรกิจทั้งหลายจะต้องถูกใจกันแน่นอนเลยใน Samsung Galaxy Note 2 ก็คือความสามารถใหม่ในการใช้ปากกา S Pen จดลงไปในหน้าปฏิทิน S Planner เหมือนอย่างที่สมัยก่อนเราชอบจดวันนัดหมายลงในสมุด organizer นั่นเอง



- ซึ่ง Samsung Galaxy Note 2 จะสามารถแสดงผลได้ทั้งข้อมูลการนัดหมายที่คุณจดเอาไว้ด้วยปากกา S Pen และข้อมูลที่คุณบันทึกแบบพิมพ์ปกติผ่าน Google Calendar ด้วย ให้ความรู้สึกเหมือนสมุดจริงๆขึ้นมาอีกจมเลย



- นอกจากนี้เรายังสามารถตั้งค่าให้สามารถเข้าถึงคุณสมบัติการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับ S Pen ทั้งหมดได้จากหน้า Lock Screen เลยด้วย



- Handwriting-to-text ระบบแปลงตัวหนังสือเขียนเป็นตัวอักษรพิมพ์ก็ยังทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมเหมือนเช่นใน Samsung Galaxy Note 10.1 โดยภาษาอังกฤษนั้นรองรับตัวเขียน (หัวหวัด) เสียด้วย ซึ่งคุณสามารถเขียนลงไปได้อย่างต่อเนื่องชนิดไม่ต้องหยุดรอให้เครื่องประมวลผลด้วยซ้ำ



- อย่างไรก็ตามในฝั่งภาษาไทยนั้นยังขัดใจอยู่ครับเพราะต้องเขียนลงไปทีละตัวถึงจะสามารถประมวลผลได้ทัน (พิมพ์เร็วกว่านะ) เอาเป็นว่าตรงนี้ถ้ามีอัพเดทซอฟต์แวร์มาปรับปรุงได้จะเริ่ดแท้น่อ Samsung จ๋า

Easy Crop



- จากแต่เดิมที่ใครๆก็รู้ว่า Samsung Galaxy Note รุ่นแรกเวลาจะ crop รูปทีคุณก็ต้องมานั่งแคปฯหน้าจอก่อนหนึ่งรอบแล้วถึงค่อยไป crop กันตามแต่ที่ท่านจะปรารถนา แต่คราวนี้กับ Samsung Galaxy Note 2 คุณไม่ต้องลำบากอีกแล้วครับ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในหน้าจอไหนของมือถือก็ตามแต่ เพียงคุณหยิบ S Pen ขึ้นมาแล้วกดเบาๆที่ปุ่มข้างปากกา จากนั้นก็วาดปากกา crop รูปกันได้อิสระตามที่คุณต้องการบนหน้าจอกันเลย แถมเมื่อ crop เสร็จแล้วตัวเครื่องก็จะมีทางเลือกขึ้นมาให้ว่าคุณจะนำภาพที่ crop เสร็จแล้วไปทำอะไรต่ออีกต่างหากเช่นส่งอีเมล์, เอาไปแต่งรูปใน S Note หรือจะส่งข้อความต่อก็ว่ากันไป

Colour Picker



- ฟีเจอร์นี้ถ้าคนที่ใช้งาน Photoshop บ่อยๆคงคุ้นเคยกันแน่กับฟังก์ชั่นดูดสีที่เราต้องการจากรูป เพียงใช้ S Pen แตะไปที่จุดต่างๆของรูปที่คุณต้องการดูดสี ระบบก็จะทำการดึงค่าสีเหล่านั้นเก็บไว้พร้อมให้คุณเลือกใช้สีที่ต้องการได้ทันทีเลยด้วย!

Colour Switcher



- คราวนี้มาหลักการเดียวกับปากกาสลับสีได้สมัยก่อนที่เราชอบเล่นกันสมัยเด็กเลย เพียงแต่ยุคสมัยเปลี่ยนไปก็ต้องเปลี่ยนมาเป็น S Pen บ้างที่คุณสามารถตั้งค่าสีหรือหัวปากกาที่ต้องการเอาไว้เป็น preset ล่วงหน้าก่อน จากนั้นพอจะสลับการใช้งานเป็นปากกาแบบต่างๆก็เพียงกดปุ่มข้างปากกา S Pen สลับไปเรื่อยๆเท่านั้นตามต้องการ...ง่ายๆแค่นี้แหละจะได้ไม่ต้องจิ้มเปลี่ยนสีไปมาให้ปวดหัว!

Idea Scratch



- คนที่ไม่มีหัวด้านศิลป์เลยคราวนี้ไม่ต้องมาอ้างแล้วนะครับว่าไม่ซื้อ Samsung Galaxy Note 2 เพราะวาดรูปไม่เก่ง เพราะคราวนี้ตัวเครื่องมาพร้อมระบบ Idea Scratch ซึ่งจะเปิดโอกาสให้คุณสามารถเขียนคำต่างๆลงไปแล้วระบบจะทำการเลือกภาพสเกตช์เก๋ๆมาให้คุณใช้งานได้ในทันทีในแอปฯ S Note...บร๊ะ!!! อย่างในรูปนี่ผมลองเขียนคำว่า Apple ดู (กรูอยากลองมานานแล้ว 555+)



- ซึ่งระบบก็ทำการเลือกภาพลูกแอปเปิ้่ลมาให้ป๋านำไปใช้งานได้ทันทีอย่างที่เห็นกัน นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถเพิ่มภาพที่สามารถหยิบยกเอามาใช้งานกันได้เรื่อยๆเพิ่มเติมเข้าไปได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่นลายเซ็นของเราเองก็สามารถบันทึกเก็บไว้ได้ ทีนี้ก็ไม่ต้องมานั่งเซ็นกันให้เมื่อยตุ้มทุกครั้งอีกต่อไปนั่นเอง

Quick Command



- เดี๋ยวนี้เขาฮิตการสั่งงานด้วยเสียงกันไม่ว่าจะเป็น Siri หรือ S Voice แต่คราวนี้ Samsung Galaxy Note 2 กลับมาใหม่ด้วยระบบสั่งการใช้งานด้วยการเขียนซะเลย โดยการเปิดใช้งานก็เพียงหยิบปากกา S Pen กดปุ่มข้างด้ามแล้วลากจากล่างขึ้นบนหน้าจอ ซึ่งก็จะมีถาดสำหรับป้อนคำสั่งซึ่งคุณสามารถกรอกชุดคำสั่งที่ต้องการได้ด้วยการเขียน (มีตัวอย่างให้ดูเลยบนหน้าจอ) อย่างเช่นป๋าจะลองเขียนว่า ? weather bangkok เป็นการออกคำสั่งให้เครื่องหาสภาพอากาศของกรุงเทพผ่าน Google เยี่ยงนี้...



- ระบบ Quick Command ก็จะทำการประมวลผลข้อมูลและดำเนินการอะไรก็แล้วแต่ตามที่ผมต้องการในทันที ซึ่งคุณยังสามารถสร้าง shortcut เป็นของตัวเองเพิ่มเข้าไปจากเครื่องมีมาให้ได้อีกต่างหาก อย่างเช่นวาดรูปหัวใจเป็นการโทรออกหาแฟนคุณไรแบบนี้เป็นต้น

Paper Artist



- แอปฯพิเศษที่บันเดิ้ลมากับ Samsung Galaxy Note 2 มันก็คือแอปฯที่จะเปิดโอกาสให้คุณนำรูปภาพหรือรูปถ่ายต่างๆมาใส่เอฟเฟกต์ต่างๆกันตามแต่พลังศิลป์ของคุณจะทำงานกัน ยิ่งมาบวกเข้ากับความสามารถของ S Pen ก็ยิ่งช่วยให้แต่งภาพได้เนียนกันเข้าไปใหญ่ ซึ่ง Paper Artist จะ exclusive ให้กับ Samsung Galaxy Note 2 ซักพักใหญ่ๆก่อนที่จะออกวางจำหน่ายใน Play Store ทั่วไปครับ

S Pen Keeper



- ในเมื่อต้องหยิบ S Pen ออกมาใช้กันบ่อยเยี่ยงนี้ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่หากความสุ่มเสี่ยงว่าปากกาจะหายจะยิ่งทวีคูณมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย ว่าแล้ว Samsung ก็เลยเพิ่มออปชั่น S Pen Keeper เข้ามาคอยเตือนหากคุณไม่ได้ใส่ปากกากลับคืนช่องที่เดิมแล้วพยายามเดินหนี ระบบจะทำการเตือนให้ท่านหลาบจำทันทีว่าเฮ้ย S Pen ไม่อยู่กับเครื่องนะเว้ยกลับไปตามเก็บมาด้วยครับเจ้านาย!!!

Best Faces


- ในส่วนของกล้องหลัง Samsung Galaxy Note 2 นั้นก็เป็นกล้องตัวเดียวกับของ Samsung Galaxy S3 นั่นแหละดังนั้นเรายังจะได้เห็นเซนเซอร์ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลแบบ Shutter-Lag Free กดเป็นถ่าย, ฟีเจอร์ถ่ายวิดีโอไปด้วยถ่ายรูปไปด้วยพร้อมกัน หรือระบบ Buddy Photo Share ทั้งหลายทั้งแหล่เหมือนกัน (แต่อย่างน้อยๆก็ดีกว่า Samsung Galaxy Note นั่นแล)

- อย่างไรก็ตามความพิเศษที่เพิ่มเข้ามาใน Samsung Galaxy Note 2 ก็เห็นจะเป็นระบบ Best Faces ซึ่งจะเปิดโอกาสให้คุณสามารถถ่ายรูปเพื่อนของท่านหลายๆช็อตแล้วเลือกเอาแต่ละช็อตที่ดีที่สุดของแต่ละคนมารวมกันได้นั่นแหละ (Oppo เคยทำมาก่อน เช่นเดียวกับแอปฯ iPhone ที่มีมานานแล้ว) อย่างไรก็ตามตอนที่ผมเทสต์นั้นอยู่บ้านคนเดียวเลยยังไม่สามารถเทสต๋ออปชั่นส่วนนี้ได้ เดี๋ยวจะเอามาแปะให้ดูทีหลังนะครับ



- นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ถ่ายภาพแบบ Low Light ในที่แสงน้อยด้วยซึ่งก็จะไปเทสต์มาสนองนี้ดทุกท่านกันในเร็วๆนี้แหละ

New Gallery



- บอกลาการดูภาพแบบเลื่อนซ้าย-ขวาแบบเดิมๆของ Android ไปได้เลย เพราะในคราวนี้ Samsung Galaxy Note 2 มีทางเลือกในการดูภาพต่างๆภายในเครื่องด้วยกราฟฟิคอันสวยงามกว่าเดิมเยอะ ไม่ว่าจะเป็นแบบ Timeline Mode ที่เรียงตามลำดับเวลาเลื่อนลงมาทีละ 3 เหมือนคุ้ยดูแฟ้มเก่าแบบนี้...



- ...หรือจะเป็นแบบ Spiral Mode ที่ทุกรูปจะบิดตัวกันขึ้นเป็นเกลียวขดหอยเหมือนบันไดขึ้นประภาคารก็ดูเท่เก๋ไม่หยอกเหมือนกันแฮะ

Image Note



- ฟังก์ชั่นข้างหลังภาพของคนที่ชื่นชอบกล้องถ่ายภาพอารมณ์ประมาณ Lomo แล้วอยากเขียนความรู้สึกใส่เข้าไปในรูปคราวนี้ทำได้แล้วครับ โดย Samsung Galaxy Note 2 จะเปิดโอกาสให้คุณพลิกด้านรูปถ่ายทุกรูปที่คุณถ่ายมาแล้วจัดการบรรเลงความรู้สึกอันล้นปรี่ลงไปด้วย S Pen กันให้เต็มที่ คราวนี้พอคุณกลับมาดูรูปเก่าๆก็จะได้รู้แล้วว่าตอนถ่ายนี่มันมีเรื่องราวอะไรอยู่เบื้องหลังกันบ้างหนอ ;)

Blocking Mode



- อารมณ์ประมาณ Do Not Disturb ของฝั่ง Samsung เลย ซึ่งคุณสามารถตั้งค่าได้ว่าจะไม่ให้มีการแจ้งเตือนข้อความใหม่หรือปิดเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ในช่วงใดของวันที่คุณต้องการอย่างเช่นตอนกลางคืนที่กำลังหลับกำลังนอนเป็นอาทิ

Page Buddy



- ระบบใหม่ที่เพิ่มเข้ามาใน Samsung Galaxy Note 2 ที่อารมณ์เหมือนเป็นการสร้างหน้าต่างพิเศษก็ไม่ปาน ยกตัวอย่างเช่นถ้าคุณดึงปากกา S Pen ออกมาก็จะมีหน้าต่างใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ปากกา S Pen เพิ่มขึ้นมาในหน้าหลักอีกหนึ่งหน้าต่าง (อธิบายแล้วด้านบน) หรือหากเสียบหูฟังก็จะเป็นการดึงหน้าต่างพิเศษที่รวม Music Player กับ Video Player ขึ้นมาอย่างนี้ครับ

Smart Rotation



- นอกจากจะมี Smart Stay เหมือน Samsung Galaxy S3 แล้ว Samsung Galaxy Note 2 ยังมีระบบใหม่ที่เรียกว่า Smart Rotation ที่จะไม่หมุนหน้าจออัตโนมัติแบบพร่ำเพรื่ออีกแล้ว แต่จะใช้วิธีจับใบหน้าของท่านว่าอยู่ในแนวไหนแทน (เช่นต่อให้นอนอยู่แต่ถ้าหน้าอยู่เป็นแนวตั้งก็จะยังคงโหมด Portrait เหมือนเดิม) เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบนอนอ่านหนังสือตะแคงข้างอย่างป๋าแล้วขี้เกียจต้องมาคอยปิด-เปิด Rotation ให้เข้ากับท่านอนของตัวเองจ้ะ

One-handed Operation



- ฟังก์ชั่นนี้ผมว่าเจ๋งอันดับต้นๆเลยก็ว่าได้เพราะอย่างที่ทุกท่านรู้กันว่า Samsung Galaxy Note 2 นั้นยังไม่ได้ใจใครไปอีกหลายคนเพราะขนาดอันบิ๊กเบิ้มของมันที่หลายคนค่อนขอดกันว่าจอใหญ่เยี่ยงนี้จะไปใช้ถนัดได้ยังไง ซึ่งคราวนี้ Samsung แกเลยเพิ่มฟีเจอร์ One-handed Operation ซึ่งจะทำให้คุณสามารถเลื่อนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ด, ปุ่มตัวเลขโทรศัพท์ หรือเครื่องคิดเลขไปทางด้านใดด้านหนึ่งได้ (ซ้ายหรือขวาแล้วแต่มือถนัดของท่าน) ซึ่งจะทำให้คุณสามารถกดใช้งาน Samsung Galaxy Note 2 ได้ด้วยมือข้างเดียวเหมือนกันแฮะ :)

Basic Mode & Help



- ความยากลำบากของคนที่อยากจะอัพเกรดจากมือถือทั่วไปมาเป็นสมาร์ตโฟนก็เพราะกลัวว่าจะไม่มีคนมาสอนให้ว่ามันใช้ยังไงนี่แหละ ซึ่งทาง Samsung ก็ไม่ได้วางใจในเรื่องนี้แต่อย่างใด เริ่มต้นด้วยการใส่ออปชั่นพิเศษ Home Screen Mode ซึ่งมือใหม่สามารถเลือกใช้งาน Basic Mode ในการให้เครื่องตั้ง Widget พื้นฐานบนหน้าจอหลักที่คุณสามารถนำไปเรียนรู้หรือลุยต่อเองได้ง่ายกว่าเดิม (เหมาะสำหรับคนที่ไม่คุ้นกับการใช้งาน Android widget เลยละครับ)



- นอกจากนี้ Samsung Galaxy Note 2 ยังมีฟังก์ชั่น Help ที่จะสอนการใช้งานฟีเจอร์พื้นฐานต่างๆภายในเครื่องอีกต่างหากครับ

Android 4.1 with Google Now



- หนึ่งในความอิจฉาตาร้อนที่ Samsung Galaxy Note 2 ก่อให้เกิดกับชาวบ้านนั่นก็คือตัวเครื่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 4.1 Jelly Bean เวอร์ชั่นล่าสุดนั่นเอง



- แน่นอนว่า Google Now ก็มีมาใช้งานด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามระบบสั่งการเสียงหลักของ Samsung Galaxy Note 2 ก็ยังเป็น S Voice อยู่ดีนะจ๊ะ (กดปุ่ม Home สองที)

Quick Glance



- ปิดท้ายกันด้วยฟีเจอร์ล้ำๆแนวๆไม่เหมือนใครกับ Quick Glance ใน Samsung Galaxy Note 2 เพียงคุณเอามือไปจ่อๆไว้แถวๆด้านบนตัวเครื่อง (พูดง่ายๆก็คือเอามือไปบัง Proximity Sensor ด้านบน) ขณะที่ยังปิดหน้าจออยู่ ก็จะเป็นการแง้มดูข้อมูลบางอย่างของตัวเองแบบแว้บๆไม่ว่าจะเป็นสายเข้า, ข้อความ, ปริมาณแบตเตอรี่ในเครื่องได้โดยไม่ต้องเปิดเครื่องจริงเสียด้วยซ้ำ!!!

ทั้งหมดนี้ก็คือฟีเจอร์แหล่มเป็ดบางส่วนที่คุณจะได้สัมผัสกันใน Samsung Galaxy Note 2 ครับ ซึ่งอีกไม่กี่วันข้างหน้าก็เตรียมรอพบกับ Review: Samsung Galaxy Note 2 โดย ป๋าเอก TechXcite ภาคทดสอบสเปค (อาจมีแขกรับเชิญต่างค่ายมาด้วย 555+) และทรรศนะส่วนตัวที่ป๋ามีต่อเจ้ามือถือไซส์ยักษ์-แท็บเล็ตไซส์เล็กตัวนี้กันได้เลย (เช่นเดียวกับรายการ Gadget น่าฟาด ด้วยนะ) 

รอติดตามกันได้ที่ TechXcite เหมือนเดิมจ้าทุกท่าน :)

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite