Samsung สาธารณรัฐเช็กสยบข่าวลือด้วยการลงข้อมูล Samsung Galaxy A27 บนเว็บไซต์ทางการ เผยการเปลี่ยนแปลงสำคัญด้วยการหันมาใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 6 Gen 3 แทนที่ตระกูล Exynos ในรุ่นก่อน โดยจับคู่กับ RAM 6/8GB และความจุสูงสุด 256GB หน้าจออัปเกรดเป็นแบบเจาะรูทันสมัยขึ้น ใช้แผง Super AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+ พร้อมอัตรารีเฟรชเรท 120Hz ลื่นไหลตามมาตรฐานรุ่นยอดนิยม โดยตัวเครื่องมีให้เลือก 4 เฉดสี คือ ดำ, น้ำเงิน, เขียวอ่อน และชมพู

อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวครั้งนี้สร้างความประหลาดใจด้วยการปรับลดสเปกฮาร์ดแวร์บางส่วนลงอย่างเห็นได้ชัด โดยกล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 50MP (OIS), เลนส์ Macro 2MP และเลนส์ Ultrawide ที่ถูกลดความละเอียดลงเหลือเพียง 5MP จากเดิม 8MP ในรุ่น A26 เช่นเดียวกับกล้องหน้าที่ลดลงเหลือ 12MP นอกจากนี้ มาตรฐานความทนทานยังถูกลดทอนลงมาอยู่ที่ระดับ IP64 (กันน้ำกระเซ็น) จากเดิมที่รุ่นก่อนเคยทำไว้สูงถึงระดับ IP67 ซึ่งถือเป็นเรื่องแปลกสำหรับการเปิดตัวรุ่นรุ่นใหม่ที่มักจะมีการอัปเกรดสเปกขึ้น

ในด้านพลังงาน Galaxy A27 ยังคงความจุแบตเตอรี่ไว้ที่ 5,000mAh และรองรับชาร์จไว 25W เช่นเดิม แต่จุดที่ถือเป็นหมัดเด็ดคือการรับประกันดูแลซอฟต์แวร์ที่ยาวนานเป็นประวัติการณ์สำหรับมือถือระดับกลาง โดยจะมาพร้อมระบบปฏิบัติการ OneUI 8.5 (Android 16) และการันตีอัปเดตเวอร์ชัน Android พร้อมแพตช์ความปลอดภัยยาวนานถึง 6 ปีเต็ม ส่วนราคาวางจำหน่ายในยุโรปคาดว่าจะเริ่มต้นที่ 349 ยูโร (ประมาณ 13,200 บาท) ในรุ่น 6/128GB และ 439 ยูโร (ประมาณ 16,600 บาท) ในรุ่น 8/256GB

หมีเด้งวิเคราะห์ : การส่ง Galaxy A27 ลงสู่สนามจะสร้างแรงกดดันต่อคู่แข่งในตลาดระดับกลาง (Mid-range) โดยเฉพาะเรื่องการอัปเกรดซอฟต์แวร์ระยะยาวที่จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่บีบให้แบรนด์จีนต้องหันมาให้ความสำคัญกับบริการหลังการขายมากขึ้น ทว่าการตัดสินใจลดสเปกฮาร์ดแวร์ทั้งกล้องและมาตรฐานกันน้ำลงอย่างมีนัยสำคัญ อาจส่งผลให้ Samsung เสียเปรียบในแง่ของ "ความคุ้มค่าต่อราคา" (Spec-per-baht) เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Redmi Note หรือเรือธงรุ่นประหยัดจากแบรนด์อื่นที่เน้นอัดฮาร์ดแวร์ให้สูงกว่าในราคาเดียวกัน ซึ่งอาจส่งผลให้กลุ่มผู้ใช้งานที่เน้นการถ่ายภาพและไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความทนทานเปลี่ยนใจไปหาแบรนด์อื่นได้ง่ายขึ้นในช่วงปีนี้
source: gsmarena