Huawei ขยับทัพตลาดระดับเริ่มต้นอีกครั้งด้วยการซุ่มเงียบเปิดตัวสมาร์ตโฟน 4G รุ่นใหม่ล่าสุดในชื่อ "Huawei nova Y74" ลงสู่ตลาดโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นการเปิดตัวตามหลังรุ่นพี่อย่าง nova Y73 ประมาณหนึ่งปีเต็ม สำหรับสมาร์ตโฟนรุ่นนี้คาดว่าจะเป็นการนำรุ่น Enjoy 90 Plus ที่เคยเปิดตัวในประเทศจีนไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมามารีแบรนด์ใหม่ ตัวเครื่องขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ EMUI 12 พร้อมติดตั้งปุ่มมหัศจรรย์ "X Button" เอกลักษณ์เฉพาะของ Huawei ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถกดเพียงครั้งเดียวเพื่อเข้าถึงแอปพลิเคชัน ทางลัด และฟังก์ชันต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วทันใจ โดยตัวเครื่องทำตลาดใน 2 เฉดสี ได้แก่ สีดำ (Black) และสีน้ำเงิน (Blue)
.jpg)
ทางด้านหน้าจอและการแสดงผล Huawei nova Y74 มาพร้อมหน้าจอแสดงผลประเภท LCD ขนาดใหญ่ 6.67 นิ้ว รองรับอัตรารีเฟรชเรทที่ไหลลื่นระดับ 90Hz ความละเอียดระดับ HD+ และสามารถดันค่าความสว่างสูงสุดได้ถึง 850 nits แม้ว่าทาง Huawei จะยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลชิปเซ็ตประมวลผลที่อยู่ภายในอย่างเป็นทางการ แต่เมื่อพิจารณาจากรูปลักษณ์ที่ถอดแบบมาจากรุ่น Enjoy 90 Plus จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าจะใช้งานชิปเซ็ตในตระกูล Kirin 800-series นอกจากนี้ตัวเครื่องยังรองรับการเชื่อมต่อที่ครบครัน ทั้ง Bluetooth 5.1, Wi-Fi, ระบบ NFC, ระบบนำทาง GPS, พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C, รองรับการใช้งานสองซิมการ์ดแบบ 4G และมีระบบสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่มเปิด-ปิดด้านข้างตัวเครื่องเพื่อความปลอดภัย

จุดขายสำคัญที่ยากจะปฏิเสธของสมาร์ตโฟนรุ่นนี้คือ การติดตั้งก้อนแบตเตอรี่ความจุมหึมาถึง 6,620mAh ซึ่งทาง Huawei เคลมว่าสามารถเปิดเล่นวิดีโอออนไลน์ได้ยาวนานสูงสุดถึง 25 ชั่วโมงต่อการชาร์จเต็มเพียงครั้งเดียว พร้อมทั้งรองรับระบบชาร์จไวผ่านสายที่ความเร็ว 40W ในส่วนของกล้องถ่ายภาพ ด้านหลังตัวเครื่องติดตั้งกล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล จัดวางอยู่อย่างโดดเด่นภายในโมดูลทรงสี่เหลี่ยม ขณะที่กล้องหน้าสำหรับถ่ายภาพเซลฟี่และใช้งานวิดีโอคอลให้ความละเอียดมาที่ 8 ล้านพิกเซล อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันทาง Huawei ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับราคาจำหน่ายรวมถึงกำหนดการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการออกมาในขณะนี้

หมีเด้งวิเคราะห์ : การส่ง Huawei nova Y74 ลงสู่สนามสมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้น (Entry-level) จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อแบรนด์คู่แข่งที่เน้นตลาดคุ้มค่าในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา การชูจุดเด่นเรื่องความอึดของแบตเตอรี่ขนาด 6,620mAh พร้อมชาร์จไว 40W และหน้าจอสว่าง 850 nits จะกลายเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ที่บีบให้คู่แข่งในเซกเมนต์ราคาประหยัดต้องอัปเกรดสเปกด้านพลังงานตาม ยิ่งไปกว่านั้น การเลือกทำตลาดในรูปแบบเครื่อง 4G ควบคู่กับการนำเสนอฟังก์ชันอำนวยความสะดวกอย่างปุ่ม X Button จะช่วยให้ Huawei สามารถเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่เน้นการใช้งานจริงและกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่เน้นความหวือหวาของเทคโนโลยี 5G ได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยสร้างยอดขายสะสมและรักษาเก้าอี้ส่วนแบ่งทางการตลาดระดับล่างของ Huawei ได้อย่างเหนียวแน่นในครึ่งปีหลัง
source: gsmarena