สมาร์ตโฟนระดับกลางตระกูล nova series ของ Huawei ขึ้นชื่อเรื่องการนำเสนอรูปลักษณ์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใครมาโดยตลอด และล่าสุดในเจเนอเรชันที่ 16 ยักษ์ใหญ่ไอทีรายนี้ก็ได้สร้างความสั่นสะเทือนใหม่อีกครั้ง โดยเฉพาะรุ่น Pro ที่มาพร้อมดีไซน์โมดูลกล้องทรง "แว่นตา" ซึ่งเชื่อว่าจะต้องกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง แต่นอกเหนือจากเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว ทั้ง Huawei nova 16 และ 16 Pro ยังได้รับการอัปเกรดประสิทธิภาพครั้งใหญ่ ทั้งระบบกล้องถ่ายภาพ แบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น ชิปเซ็ตที่รวดเร็วขึ้นสำหรับรุ่นมาตรฐาน รวมถึงระบบส่งข้อความผ่านดาวเทียมที่ใส่มาให้ทั้งสองโมเดล
.jpg)
เริ่มต้นกันที่รุ่นท็อปอย่าง Huawei nova 16 Pro ที่โดดเด่นด้วยกล้องหลักความละเอียดสูงถึง 200 ล้านพิกเซล ใช้เซนเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.28 นิ้ว แบบ RYYB จับคู่กับเลนส์รูรับแสง f/1.8 พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS ทำงานร่วมกับกล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษ (Ultra-wide) ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ที่มีระบบออโตโฟกัสในตัว ทำให้สามารถถ่ายภาพมาโครในระยะใกล้สุดเพียง 7 เซนติเมตร ยิ่งไปกว่านั้น กล้องเทเลโฟโตความละเอียด 50 ล้านพิกเซลยังถือเป็นไฮไลต์เด็ดที่ได้รับการปรับปรุงอย่างก้าวกระโดดจากรุ่นเดิม โดยใช้เซนเซอร์ RYYB และเลนส์ระยะซูม 3.7 เท่า พร้อมระบบ OIS ซึ่งทั้งกล้องหลักและกล้องซูมนี้ถือเป็นการอัปเกรดครั้งสำคัญเมื่อเทียบกับกล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล และกล้องซูม 3 เท่า (12 ล้านพิกเซล) ในรุ่น nova 15 Pro
หากสังเกตที่หน้าจอจะพบว่ารุ่น Pro ยังคงใช้รอยบากทรงแคปซูล ซึ่งเป็นที่อยู่ของกล้องหน้าความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (ขนาดเซนเซอร์ 1/2.5 นิ้ว) เลนส์มุมกว้าง f/2.4 และมาพร้อมกับเซนเซอร์สเปกตรัมที่มีช่องสัญญาณสูงถึง 1.5 ล้านแชนเนล ส่วนหน้าจอนั้นแทบไม่มีความเปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนหน้า โดยเลือกใช้แผงหน้าจอแบบ LTPO ขนาด 6.84 นิ้ว อัตรารีเฟรช 1-120Hz ความละเอียด 1,320 x 2,856 พิกเซล แสดงผลสีสันระดับ 10-bit รองรับระบบหรี่แสง PWM dimming ที่ความถี่ 2,160Hz เพื่อควบคุมความสว่างและถนอมสายตา โดยมีกระจกนิรภัย Kunlun Glass ช่วยปกป้องหน้าจอ

เมื่อหันมามองที่รุ่นมาตรฐานอย่าง Huawei nova 16 สิ่งแรกที่เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนคือขนาดหน้าจอที่ย่อมลงมาอยู่ที่ 6.68 นิ้ว โดยใช้แผงหน้าจอแบบ OLED ธรรมดา อัตรารีเฟรช 120Hz ความละเอียด 1,280 x 2,800 พิกเซล แสดงผล 10-bit และปกป้องหน้าจอด้วยกระจกอลูมิโนซิลิเกตแบบไม่ระบุแบรนด์ ในส่วนของกล้องถ่ายภาพจะมีความสามารถน้อยกว่ารุ่น Pro โดยกล้องหลักมีความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9 และไม่มีระบบกันสั่น OIS อย่างไรก็ตาม กล้องเทเลโฟโตของรุ่นมาตรฐานนี้ถือว่าทำได้ดีไม่น้อย ด้วยการใส่เซนเซอร์ RYYB ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ทำงานร่วมกับเลนส์ซูม 3.3 เท่าที่มี OIS ซึ่งแม้จะเทียบกับรุ่น Pro ไม่ได้ แต่ก็ยังยอดเยี่ยมกว่ากล้องซูมใน nova 15 และ 15 Pro รุ่นเก่า ขณะที่กล้องหน้าความละเอียด 50 ล้านพิกเซลจะถูกฝังอยู่ในรอยเจาะทรงกลมแบบปกติ

สมาร์ตโฟนทั้งสองรุ่นเลือกใช้ขุมพลังเดียวกันคือชิปเซ็ต Kirin 9010S (ซึ่งติดตั้งระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber) โดยเป็นชิปตัวเดียวกับที่เคยอยู่ในรุ่น 15 Pro ปีก่อน ส่งผลให้ nova 16 รุ่นมาตรฐานมีประสิทธิภาพที่รวดเร็วขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ Huawei ยังจัดเต็มด้วยการให้หน่วยความจำ RAM มาเท่ากันที่ 12GB ในทุกรุ่นย่อย ทำให้ในแง่ของความแรงแล้ว nova 16 สามารถเทียบชั้นรุ่น Pro ได้อย่างสบาย ๆ จะต่างกันเพียงแค่รุ่นมาตรฐานจะไม่มีตัวเลือกความจุพื้นที่เก็บข้อมูลขนาด 1TB ให้เลือก (ทั้งสองรุ่นมีตัวเลือกความจุ 256GB และ 512GB) และอีกหนึ่งจุดที่เท่าเทียมกันคือพลังงาน โดยทั้งคู่มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุสะใจถึง 7,000mAh และรองรับระบบชาร์จไว 100W SuperCharge ผ่านสายเท่านั้น โดยไม่มีระบบชาร์จไร้สาย

ทางด้านการเชื่อมต่อ ทั้งสองรุ่นรองรับเครือข่าย 5G และได้รับการอัปเกรดให้สามารถรับ-ส่งข้อความผ่านระบบดาวเทียม BeiDou ได้แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ฟีเจอร์ดังกล่าวจะถูกจำกัดไว้เฉพาะในรุ่น nova 15 Ultra เท่านั้น สำหรับการเชื่อมต่อในท้องถิ่นประกอบด้วย Wi-Fi 7 แบบดูอัลแบนด์, Bluetooth 6.0 (รองรับ LDAC, L2HC), เทคโนโลยี StarFlash (ระบบเชื่อมต่อทางเลือกใหม่ของ Huawei), รวมถึงระบบ NFC ขณะที่ระบบระบุพิกัดจะใช้ BeiDou แบบไตรแบนด์ ร่วมกับ GPS และ Galileo แบบดูอัลแบนด์ อย่างไรก็ตาม พอร์ต USB-C ของทั้งสองรุ่นยังคงเป็นมาตรฐาน USB 2.0 เท่านั้น

จุดที่น่าเสียดายและพลาดโอกาสในการอัปเกรดคือมาตรฐานการกันน้ำ โดย nova 16 และ 16 Pro ยังคงได้เรตติ้ง IP65 (ป้องกันแค่ฉีดพ่นน้ำ แต่ไม่รองรับการจมน้ำ) เช่นเดียวกับตระกูล nova 15 ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งสองรุ่นได้เปลี่ยนมาใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง ซึ่งต่างจากรุ่น 15 Pro ที่เคยใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแบบออปติคอล ทำให้อาจมองได้ว่าเป็นเพียงการเปลี่ยนแนวทางติดตั้งมากกว่าการอัปเกรด สำหรับราคาจำหน่ายในจีนผ่านเว็ปไซต์ vmall.com รุ่น nova 16 เริ่มต้นที่ 3,000 หยวน (ประมาณ $445 / €380) สำหรับความจุ 12GB/256GB และ 3,500 หยวน (ประมาณ $520 / €445) สำหรับความจุ 12GB/512GB มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Clear Blue, Iridescent Mother of Pearl, Sky White และ Starry Night Black

สำหรับรุ่นท็อปอย่าง Huawei nova 16 Pro จะมาในตัวเลือกสีสันชุดเดียวกัน โดยเปิดราคาเริ่มต้นที่ 3,900 หยวน (ประมาณ $575 / €495) สำหรับรุ่น 12GB/256GB, ราคา 4,400 หยวน (ประมาณ $650 / €560) สำหรับรุ่น 12GB/512GB และรุ่นความจุสูงสุด 12GB/1TB ปักป้ายราคาไว้ที่ 5,000 หยวน (ประมาณ $740 / €635) ซึ่งพร้อมให้แฟน ๆ ได้จับจองเป็นเจ้าของแล้ว
หมีเด้งวิเคราะห์ : การเปิดตัว Huawei nova 16 และ 16 Pro ในครั้งนี้ คาดว่าจะสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับตลาดสมาร์ตโฟนระดับกลางค่อนไปทางสูง (Upper Mid-range) อย่างรุนแรง โดยเฉพาะการนำฟีเจอร์ระดับเรือธงอย่าง "ระบบส่งข้อความผ่านดาวเทียม" และกล้องเซนเซอร์ RYYB ความละเอียดสูงมาใส่ในตระกูลระดับกลาง จะบีบให้คู่แข่งแบรนด์อื่น ๆ ต้องเร่งยกระดับสเปกของตนเองตาม นอกจากนี้ การอัดแบตเตอรี่มาสูงถึง 7,000mAh ควบคู่กับชาร์จไว 100W จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ผู้บริโภคคาดหวังจากมือถือระดับราคานี้ ซึ่งอาจส่งผลให้แบรนด์คู่แข่งในตลาดเอเชียและยุโรปต้องปรับกลยุทธ์หันมาเน้นความอึดของแบตเตอรี่มากขึ้นเพื่อความอยู่รอดในการแข่งขันช่วงครึ่งปีหลัง
source: gsmarena