Google ประกาศเตรียมเปิดตัวหน้าร้านสาขาแรกที่ตั้งอยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการในช่วงฤดูร้อนนี้ โดยเลือกทำเลทองย่านโอโมเตะซันโด ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ของอาคารโอโมคาโดะ ภายในศูนย์การค้าโตคิว พลาซ่า (Tokyu Plaza) โดยการตัดสินใจเลือกประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้มีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์อย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นประเทศแรกที่ Google ได้เข้ามาตั้งสำนักงานในต่างประเทศนอกเหนือจากสหรัฐฯ ซึ่งทางบริษัทมีความซาบซึ้งและขอบคุณลูกค้าชาวญี่ปุ่นที่ให้การสนับสนุนมาอย่างยาวนานหลายปี และร้านแห่งนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายสาขาไปยังประเทศอื่น ๆ อีกในอนาคต
ภายในร้านแห่งใหม่นี้จะมีการวางจำหน่ายกลุ่มผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ของ Google อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์ในตระกูล Pixel, ผลิตภัณฑ์สมาร์ตโฮม Nest, อุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพ Fitbit ตลอดจนอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ นอกจากนี้ยังถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่สำหรับจัดแสดงเพื่อเปิดประสบการณ์ด้านปัญญาประดิษฐ์หรือ "AI" เวอร์ชันล่าสุดให้กับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม ยิ่งไปกว่านั้น หน้าร้านสาขานี้ยังทำหน้าที่เป็นจุดบริการรับสินค้าสำหรับลูกค้าที่ทำรายการสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ของ Google Store ในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

นอกจากจะเป็นพื้นที่จัดแสดงและจำหน่ายสินค้าแล้ว Google ยังได้เตรียมพนักงานผู้เชี่ยวชาญไว้คอยให้ความช่วยเหลือด้านการแก้ไขปัญหาการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงบริการช่วยตั้งค่าตัวเครื่องในเบื้องต้น และที่สำคัญคือจะมีบริการซ่อมแซมสมาร์ตโฟน Pixel ภายในพื้นที่ของร้านทันที ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการบริการหลังการขายที่รวดเร็วและจับต้องได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบการให้บริการทางออนไลน์แบบเดิม ๆ
หมีเด้งวิเคราะห์ : การขยับตัวลงมาเล่นในตลาดค้าปลีกแบบมีหน้าร้านจริงในต่างประเทศของ Google จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อภูมิทัศน์ตลาดสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์สมาร์ตโฮมระดับพรีเมียมในญี่ปุ่นและภูมิภาคเอเชียอย่างมีนัยสำคัญ การมีพื้นที่ประสบการณ์ (Experience Space) และศูนย์บริการซ่อมแซมในจุดเดียว จะช่วยทลายกำแพงความเชื่อมั่นด้านบริการหลังการขายของแบรนด์ Pixel ส่งผลให้สามารถดึงดูดส่วนแบ่งทางการตลาดจากเจ้าตลาดเดิมอย่าง Apple ที่ครองใจผู้ใช้ชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานได้มากขึ้น นอกจากนี้ การใช้หน้าร้านเป็นฐานกระจายเทคโนโลยี AI จะยิ่งกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันด้านนวัตกรรมอัจฉริยะในหน้าร้านค้าปลีกของแบรนด์คู่แข่ง ซึ่งต้องปรับกลยุทธ์มาสร้างประสบการณ์จริงให้กับผู้บริโภคมากกว่าการแข่งกันที่สเปกบนหน้ากระดาษเพียงอย่างเดียว
source: gsmarena