JBL แบรนด์เครื่องเสียงระดับโลกเดินหน้าสร้างสีสันให้กับวงการเครื่องเสียงพกพาอีกครั้ง หลังจากที่เคยสร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวหูฟังไร้สายดีไซน์เปิดหู (Open-ear) รุ่น JBL Soundgear Clips ไปเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้หูฟังรุ่นนี้ตกเป็นเป้าสายตาคือการออกแบบตัวหูฟังและเคสชาร์จให้มีความโปร่งแสง (Translucent Finish) สะดุดตา โดยก่อนหน้านี้มีวางจำหน่ายใน 5 เฉดสีตระกูล Ghost (สีทองแดง, สีดำ, สีขาว, สีน้ำเงิน และสีม่วง) ล่าสุด JBL ได้ทำการเปิดตัวสีสันใหม่ล่าสุดเวอร์ชันพิเศษ Emerald Green Special Edition ในประเทศจีน ซึ่งมาพร้อมกับบอดี้สีเขียวมรกตโปร่งแสงที่โชว์แผงวงจรภายในอย่างมีมิติ ตัดสลับกับก้านหูฟังสีเขียวทึบและแต่งแต้มด้วยโลโก้ประกายสีทอง เพิ่มความรู้สึกหรูหราพรีเมียมขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน

ในด้านการออกแบบและการสวมใส่ JBL Soundgear Clips ถูกออกแบบมาในลักษณะของหูฟังหนีบใบหู ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงและเอื้อให้ผู้ใช้งานสามารถสวมใส่ร่วมกับเครื่องประดับอย่างต่างหูหรือแว่นกันแดดได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่รู้สึกเกะกะ นอกจากนี้ ตัวหูฟังยังขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี JBL OpenSound รูปแบบการนำส่งเสียงผ่านท่อส่งคลื่นเสียงในอากาศ (Air Conduction) โดดเด่นด้วยรูปทรงดีไซน์แบบ SonicArc ที่จะจัดวางตำแหน่งของไดรเวอร์ขับเสียงให้อยู่บริเวณภายนอกรูหูพอดี ช่วยลดแรงกดทับภายในช่องหูและลดอาการล้าจากการสวมใส่เป็นเวลานาน ทั้งยังทำงานร่วมกับอัลกอริทึม Bass Boost เพื่อช่วยเพิ่มมวลเสียงเบสให้หนาอิ่มแน่น และมีระบบโครงสร้างที่ช่วยป้องกันเสียงเล็ดลอดออกไปภายนอกได้เป็นอย่างดี

คุณสมบัติทางเทคนิคสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันก็จัดเตรียมมาให้อย่างครบครัน โดยหูฟังรุ่นนี้ติดตั้งไมโครโฟนมาให้ถึง 4 ตัวรอบทิศทาง ทำงานควบคู่กับระบบประมวลผลสัญญาณเสียงสนทนาด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI-powered Call Processing) ซึ่งจะทำหน้าที่ตัดเสียงรบกวนรอบข้างและช่วยให้เสียงพูดมีความคมชัดเป็นธรรมชาติแม้จะใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงอึกทึก นอกจากนี้ ตัวหูฟังยังได้รับมาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่นในระดับ IP54 ทำให้สามารถรองรับการใส่ออกกำลังกาย ป้องกันละอองน้ำ ละอองฝน และเหงื่อได้อย่างไร้กังวล
สำหรับระบบพลังงานและการจัดการแบตเตอรี่ JBL Soundgear Clips สามารถเปิดสตรีมมิ่งเพลงต่อเนื่องได้ยาวนานสูงสุดถึง 8 ชั่วโมงต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง และเมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จพกพา จะสามารถขยายเวลาการใช้งานรวมได้ยาวนานสูงสุดถึง 32 ชั่วโมงเต็ม ยิ่งไปกว่านั้น ยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว โดยการเสียบชาร์จเร่งด่วนเพียง 10 นาที จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถนำหูฟังกลับมาเพลิดเพลินกับเสียงเพลงต่อได้ทันทีอีก 3 ชั่วโมงเต็ม โดยปัจจุบันสีพิเศษ Emerald Green เริ่มวางจำหน่ายในประเทศจีนแล้วที่ราคา 999 หยวน (หรือประมาณ 5,000 บาท) ขณะที่สีมาตรฐานเดิมยังมีวางจำหน่ายบนหน้าเว็บหลักที่ราคา 149 ดอลลาร์สหรัฐ

หมีเด้งวิเคราะห์: การผสานแฟชั่นเข้ากับเทคโนโลยีและการชิงพื้นที่ตลาด "หูฟังไม่เข้าหู" (Open-ear) เรามองว่า การเปิดตัวสีพิเศษ Emerald Green ของ JBL ในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำทิศทางของแบรนด์ที่ต้องการเปลี่ยนให้อุปกรณ์ไอทีกลายเป็นเครื่องประดับแฟชั่น (Fashion Technology) อย่างชัดเจน ตลาดหูฟังไร้สายรูปแบบ Open-ear และ Clip-on กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดเนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่เริ่มเบื่อหน่ายกับหูฟังแบบอินเอียร์ (In-ear) ที่มักจะทำให้อึดอัดหู การที่ JBL นำดีไซน์โปร่งแสงแนว Y2K มาผสมผสานกับคู่สีเขียว-ทองพรีเมียม ถือเป็นการสร้างความแตกต่างและสร้างอัตลักษณ์ (Identity) ที่โดดเด่นท่ามกลางคู่แข่งมากมายในท้องตลาด อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเทคโนโลยี Air Conduction และโครงสร้างแบบเปิดจะตอบโจทย์ความสบายและความปลอดภัยในการรับเสียงรอบข้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าประสิทธิภาพการเก็บเสียงในย่านเบสลึกและการเก็บเสียงในที่เงียบจัดยังคงเป็นข้อจำกัดทางกายภาพของหูฟังประเภทนี้ ซึ่ง JBL ต้องพึ่งพาพลังของ AI และซอฟต์แวร์ Bass Boost เข้ามาช่วยชดเชยเพื่อให้สามารถดึงดูดกลุ่มผู้ใช้งานที่จริงจังเรื่องคุณภาพเสียงได้มากขึ้นครับ
source: gizmochina