ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เคยมีข่าวลือว่ายักษ์ใหญ่หน้าใหม่อย่าง Oppo และ Huawei อาจหันมาใช้เซนเซอร์กล้องรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสสำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่ Apple นำเสนอใน iPhone 17 Series ล่าสุดมีข้อมูลเพิ่มเติมหลุดออกมาตอกย้ำว่า Oppo กำลังเดินหน้าแผนการนี้อย่างจริงจังเพื่อยกระดับการถ่ายภาพเซลฟี่ไปอีกขั้น

รายงานล่าสุดระบุว่า ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนฝั่ง Android รายหนึ่งกำลังซุ่มทดสอบเซนเซอร์กล้องหน้าที่มีสัดส่วนภาพแบบ 1:1 หรือสี่เหลี่ยมจัตุรัส แม้แหล่งข่าวจะไม่ได้ระบุชื่อแบรนด์อย่างตรงไปตรงมา แต่การใช้คำใบ้ผ่านอิโมจิในโพสต์ดังกล่าวชี้ชัดว่าอุปกรณ์ที่ถูกกล่าวถึงนั้นน่าจะเป็นสมาร์ทโฟนจากค่าย Oppo ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องนวัตกรรมกล้องหน้ามาโดยตลอด
สิ่งที่น่าสนใจคือความเหนือชั้นทางด้านฮาร์ดแวร์ โดยแหล่งข่าวอ้างว่า Oppo กำลังทดสอบเซนเซอร์ที่มีความละเอียดสูงถึง 100 ล้านพิกเซล (100MP) ซึ่งถือว่าล้ำหน้ากว่าโซลูชันของ Apple มาก เนื่องจาก iPhone 17 Series เลือกใช้เซนเซอร์สี่เหลี่ยมจัตุรัสความละเอียดเพียง 18MP เท่านั้น การใช้เซนเซอร์สัดส่วน 1:1 นี้มีจุดเด่นสำคัญคือช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพเซลฟี่ได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอนโดยไม่ต้องหมุนตัวเครื่องโทรศัพท์ เนื่องจากเซนเซอร์สามารถเก็บรายละเอียดได้ครอบคลุมทุกทิศทาง

แม้จะยังไม่มีรายละเอียดทางเทคนิคอื่นๆ เปิดเผยออกมาเพิ่มเติม แต่เหล่านักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า Oppo อาจตัดสินใจเปิดตัวนวัตกรรมกล้องหน้าสุดล้ำนี้พร้อมกับสมาร์ทโฟนเรือธงตระกูล Find X10 Series ซึ่งมีกำหนดการเปิดตัวในช่วงเดือนตุลาคมปี 2026 นี้ เพื่อสร้างจุดขายที่แตกต่างและท้าทายตำแหน่งเจ้าแห่งการเซลฟี่ในตลาดระดับพรีเมียม
หมีเด้งวิเคราะห์: การเปลี่ยนผ่านจาก "พิกเซล" สู่ "สัดส่วนภาพ" เพื่อความสะดวกของผู้ใช้ เรามองว่าการที่ Oppo เลือกเดินตาม Apple ในการใช้เซนเซอร์สี่เหลี่ยมจัตุรัส (Square Sensor) แต่เกทับด้วยความละเอียดที่สูงกว่าถึง 5 เท่า เป็นกลยุทธ์การตลาดที่ชาญฉลาด เพราะนอกจากจะแก้ปัญหาความยุ่งยากในการสลับโหมดภาพถ่ายแล้ว ความละเอียด 100MP ยังช่วยให้สามารถตัดครอปภาพ (Crop) ได้โดยไม่เสียความละเอียด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับยุคโซเชียลมีเดียที่มีสัดส่วนภาพหลากหลายทั้ง 9:16 (Story/TikTok) และ 1:1 (Instagram Feed) หาก Oppo สามารถจัดการเรื่องการประมวลผลไฟล์ภาพขนาดใหญ่จากกล้องหน้าได้ลื่นไหล นวัตกรรมนี้อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ทำให้แบรนด์ Android อื่นๆ ต้องรีบปรับตัวตามครับ
source: gsmarna