Nintendo Switch 2 คอนโซลยอดฮิตที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมาในราคา 449.99 ดอลลาร์สหรัฐ กำลังเผชิญกับการปรับราคาครั้งใหญ่ โดยตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้เป็นต้นไป ราคาในสหรัฐฯ จะขยับขึ้นอีก 50 ดอลลาร์ กลายเป็น 499.99 ดอลลาร์ (ประมาณ 18,500 บาท) ซึ่งทาง Nintendo ให้เหตุผลสั้นๆ ว่าเป็นการตัดสินใจ "เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาวะตลาด" โดยการปรับขึ้นราคานี้จะครอบคลุมทั้งในแคนาดาที่เพิ่มขึ้น 50 ดอลลาร์แคนาดา และยุโรปที่เพิ่มขึ้น 40 ยูโร ส่วนในญี่ปุ่น การปรับราคาจะมีผลเร็วที่สุดคือวันที่ 25 พฤษภาคมนี้
.jpg)
แม้ว่าจะมีการปรับราคาขึ้น แต่สถิติด้านยอดขายที่ผ่านมาของ Switch 2 นั้นถือว่าน่าประทับใจอย่างมาก โดยในช่วงปีงบประมาณแรกที่วางจำหน่าย Nintendo สามารถทำยอดขายเครื่องไปได้สูงถึง 19.86 ล้านเครื่อง ซึ่งทำลายสถิติเดิมของ Nintendo Switch รุ่นแรกที่ทำไว้ 15.05 ล้านเครื่องในช่วงเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสการปรับราคา Nintendo ได้ออกมาคาดการณ์ตัวเลขยอดขายในปีงบประมาณหน้าว่าจะลดลงเหลือเพียง 16.5 ล้านเครื่อง ซึ่งถือเป็นการเตรียมรับมือกับผลกระทบจากการขึ้นราคาที่มีต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
การขยับราคาในครั้งนี้ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองในอุตสาหกรรมเกม เนื่องจากปกติแล้วราคาฮาร์ดแวร์มักจะคงที่หรือลดลงเมื่อเวลาผ่านไป แต่ด้วยปัญหาเงินเฟ้อและต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก ทำให้ Nintendo ต้องเลือกทางเดินที่ต่างออกไป เพื่อรักษาผลกำไรในช่วงที่ความต้องการสินค้าเริ่มคงตัวหลังจากผ่านช่วงเปิดตัวที่ร้อนแรงที่สุดไปแล้ว

หมีเด้งวิเคราะห์: เดิมพันความเชื่อมั่นและจุดเปลี่ยนของวงการฮาร์ดแวร์เกม เรามองว่าการขึ้นราคา Switch 2 ในครั้งนี้สะท้อนถึง "อำนาจต่อรอง" ของ Nintendo ที่มีเหนือผู้บริโภคอย่างชัดเจน เนื่องจากการมียอดขายปีแรกที่ทลายสถิติเดิมทำให้บริษัทมั่นใจว่าฐานแฟนคลับยังคงแข็งแกร่งพอจะรับราคาใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม การปรับราคาเพิ่มขึ้นถึง 50 ดอลลาร์ในช่วงที่คู่แข่งเริ่มมีการเคลื่อนไหวอาจเป็นดาบสองคม เพราะอาจทำให้กลุ่มลูกค้าหน้าใหม่ตัดสินใจได้ยากขึ้น การที่ Nintendo คาดการณ์ยอดขายลดลงล่วงหน้า แสดงให้เห็นว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับ "กำไรต่อหน่วย" (Margin) มากกว่าการ "ปั๊มยอดขาย" (Volume) ในช่วงกลางรอบวัฏจักรของเครื่องเกมรุ่นนี้
source: gsmarena